เรื่องของคนลูกหมา

เรื่องของคนลูกหมา
เรื่องของคนลูกหมา
เขียนไว้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2557

ในโลกของความเป็นจริง คนไม่สามารถมีลูกเป็นหมาได้ ทางตรงกันข้ามหมาก็ไม่สามารถมีลูกเป็นคนได้ ถึงแม้บางครั้งที่คนทะเลาะเบาะแว้งกันมักจะยัดเยียดให้อีกฝ่ายเป็นลูกหมา หมาบางตัวหากรู้ภาษาคนและเป็นหมาที่ดีคงมีความไม่พอใจอยู่บ้างที่อะไรๆ หรือคิดอะไรไม่ออกก็ไปลงที่หมา เนื่องจากคนบางคนไม่มีคุณค่ามากพอแม้แต่จะเปรียบเทียบกับหมาที่ดี

เรื่องของคนลูกหมา

ในโลกมายาอะไรๆ ก็เป็นไปได้ พีบอดี้ ซึ่งเป็นหมา ได้สิทธิตามกฎหมายเพื่อเลี้ยงดู เชอร์แมน ซึ่งเป็นคน เหตุผลสั้นๆ ง่ายๆ ของศาลก็เพียงแค่ เมื่อเด็กเลี้ยงลูกหมาได้ ทำไมหมาจะเลี้ยงเด็กไม่ได้ ประมาณนั้น ง่ายดีจริงๆ พีบอดี้ไม่ใช่หมาธรรมดาแต่เป็นหมาระดับปัญญาชน! เฉลียวฉลาดมีความรอบรู้เป็นเลิศ เป็นนักวิทยาศาสตร์ได้รับรางวัลโนเบล เชอร์แมนโชคดีมากที่มีพ่อบุญธรรมเป็นหมาแบบนี้ ความรู้ แง่คิด ประสบการณ์ต่างๆ ถูกทอดถ่ายจากหมาไปสู่คนจนเชอร์แมนเป็นเด็กเฉลียวฉลาดเกินเด็กในวัยเดียวกัน ประสบการณ์ตรงทางด้านประวัติศาสตร์เชอร์แมนได้รับมาเต็มๆ เนื่องจากพ่อมีเครื่อง time machine ที่พาย้อนยุคไปไหนต่อไหนได้อย่างง่ายดาย แถมยังเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์นั้นด้วย เรียกว่าอยากเจอใครยุคไหนหวาบไปได้เพียงชั่วพริบตาเลยทีเดียว

ถึงแม้เป็นโลกมายาก็ให้ข้อคิดดีๆ เยอะมาก ความรู้จากประสบการณ์ตรงของเชอร์แมนนั้นเจ๋งกว่าความรู้จากตำราที่สอนกันในโรงเรียน โดยเฉพาะเรื่องราวของประวัติศาสตร์ เชอร์แมนตอบคำถามครูได้อย่างชัดถ้อยชัดคำจนเพนนี่ซึ่งเป็นนางเอกของเรื่องหมั่นไส้เอา มีตอนหนึ่งหมาผู้เป็นพ่อสอนเชอร์แมนว่า “ความสัมพันธ์ที่ดีมักเริ่มจากความขัดแย้ง” อันนี้ก็พอเห็นตัวอย่างมาเหมือนกันในระดับบุคคลนะ ตีกันแล้วก็มาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไป ในระดับประเทศขณะนี้บ้านของเราดูเหมือนว่าพวกที่ขัดแย้งกัน อยู่ระหว่างที่มีคนกลางมาบอกว่าให้รักกัน อยากพิสูจน์คำของนักวิทยาศาสตร์หมาตัวนี้เหมือนกันว่าจะเป็นจริงได้สักกี่มากน้อยเพียงไร มีข้อคิดดีๆ อีกเยอะจากหนังเอนิเมชั่นสุดเจ๋งเรื่องนี้ว่างๆ ลองหามาดู

MR. PEABODY & SHERMAN

“ภาพยนตร์เรื่อง MR. PEABODY & SHERMAN เป็นผลงานแนวผจญภัยคอมเมดี้ที่มีกลิ่นอายของหนังไซไฟ การเดินทางข้ามเวลา ตัวละครที่มีความแปลก และบทภาพยนตร์ที่มีความประณีต ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผสมผสานกันจากมิตรภาพที่คาดไม่ถึงระหว่างฮีโร่ที่ออกโรง ซึ่งนั่นคือสุนัขและลูกชายของเขา”

เรื่องของพีบอดี้และเชอร์แมนเป็น เรื่องของคนลูกหมา กล่าวคือหมารับเชอร์แมนซึ่งเป็นคนมาเลี้ยง ไม่ได้คลอดออกมาแบบเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขกัน ผมดูพร้อมกับลูกทุกวัน เนื่องจากเป็นหนังเรื่องโปรดของเขา ดูจนคิดเลยเถิดไปว่า “ถ้าเลี้ยงลูกให้ดีไม่ได้ต้องอายหมาแน่เลยงานนี้”

ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ดูละครย้อนดูตัว

ติดตามดูละครอยู่ 2 เรื่อง ทั้ง 2 เรื่องนี้เหมาะมาก กับคำว่า ดูละครแล้วย้อนดูตัว โดยเฉพาะลักษณะนิสัยของตัวเอกในเรื่อง ที่ควรชี้ให้ลูกหลานดูไว้เป็นแนวทาง บังเอิญมากที่ละคร 2 เรื่องนี้ ดำเนินเรื่องราวมาถึงตอนที่พอจะเรียกได้ว่าคล้ายๆ กัน

สำนักหัวซาน เริ่มระส่ำระสาย เนื่องจากถูกเข้าใจผิดว่า เป็นที่เก็บซ่อน คัมภีร์กระบี่ปราบมาร ไอ้เจ้าคัมภีร์เล่มนี้นั้น เป็นที่ต้องการของเหล่าจอมยุทธเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเทพ หรือ ฝ่ายมาร ต่างก็ปรารถนาที่จะได้มันมาครอบครอง ซึ่งมันอยู่ไหน หน้าตาเป็นอย่างไร ก็ไม่มีใครทราบ แม้แต่ลูกชายของตระกูลที่เป็นเจ้าของคัมภีร์ก็ไม่ทราบเช่นกัน ประหนึ่งว่า ณ ขณะนี้ยุทธภพกำลังวุ่นวายกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้

แต่ทุกสายตาก็เพ่งเล็งไปที่สำนักหัวซาน ด้วยเข้าใจผิดว่า สำนักหัวซานถือครองมันอยู่ จนในที่สุดก็ต่อสู้กันถึงขั้นบาดเจ็บล้มตาย เจ้าสำนักหัวซาน และคนในสำนักอาการสาหัสหลายคน รวมทั้งศิษย์เอกอย่าง เล่งฮู้ชง ด้วย ก็อาการปางตายเช่นกัน

บริษัท เหมทอง ก็ไม่ต่างกัน เริ่มระส่ำระสายอย่างหนัก เมื่อท่านประธานเหมล้มป่วย ถึงขั้นพูดจาไม่ได้ เมื่อหัวเรือใหญ่ไม่สามารถบริหารจัดการบริษัทได้ พวกที่มักใหญ่ใฝ่สูง มีความโลภในทรัพย์สมบัติของบริษัทอันเป็นของตระกูลเหมทอง ต่างก็แสดงตัวตนแห่งความเป็นมารออกมาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเสี่ยสอง ยกตนขึ้นเป็นประธานบริษัทและกำจัดทุกคนที่คิดว่าจะเป็นก้างขวางคอ และคนที่เสี่ยสองต้องการกำจัดมากที่สุด ก็ คือ เหมัน ทายาทตัวจริงเสียงจริงของท่านประธานเหม

ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้เล่งฮู้ชง กับ เหมัน มีลักษณะนิสัยที่คล้ายกันหลายอย่าง เป็นคนฉลาด จิตใจเป็นคนที่ยึดถือคุณธรรม ตรงไปตรงมา มักยื่นมือเข้าช่วยเมื่อเห็นผู้อื่นมีภัย มีความกตัญญูรู้คุณคน ซึ่งคุณลักษณะดั่งกล่าวมา ล้วนแล้วแต่คือ เครื่องหมายของคนดี ทั้ง 2 คน เจอเรื่องเลวร้ายมาหลายหน แต่ก็รอดปลอดภัยมาได้ ด้วยความเป็นคนดีของตน

เล้งฮู้ชง มีวิชาดีๆ อยู่ในตัวหลายอย่าง แม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่ก็กลับแข็งแกร่งขึ้นมาได้ และได้ใช้วิชากระบี่ที่เพิ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์ทวดเมื่อครั้งถูกกักตนอยู่ที่ผาสำนึกผิด กำจัดฝ่ายตรงข้ามที่มาก่อกวนสำนักหัวซาน และคิดว่าน่าจะกู้ศักดิ์ศรีของสำนักหัวซานกลับคืนมาได้แต่โดยดี

เหมัน ก็เหมือนกัน ไม่ได้มีดีแต่เฉพาะวิชาซ่อมรองเท้า เขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของท่านประธานเหม แม้จะเป็นคนมักน้อยสันโดษ ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นๆ ของบริษัทเหมทองแล้วก็ตาม แต่จากคำสั่งเสียก่อนตายของพ่อเลี้ยงชาญ ทำให้เขาเข้าใจอะไรดีๆ หลายอย่าง ด้วยบุญคุณ ความแค้น และความรัก เขาจะกลับไปทวงคืนความยุติธรรม ทวงคืนสิ่งที่เขาควรได้ ทวงคืนภาพลักษณ์ของบริษัท หรือ สำนัก เหมทอง ให้กลับคืนมาและทำได้แต่โดยดี ไม่แพ้ เล้งฮู้ชง แน่นอน

ละครจีน เรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร และ ละครไทย เรื่อง ประกาศศิตกามเทพ ดำเนินเรื่องราวถึงประมาณดั่งได้กล่าวมา กำลังสนุกเลยทีเดียว เรื่องราวจะดำเนินต่อไปเช่นใด ก็พอจะคาดเดาได้ ละครทั้ง 2 เรื่องแม้จะต่างชาติต่างภาษา แต่ก็สามารถสอน หรือ สื่อออกมาได้ ในบางแง่มุมที่ไม่แตกต่างกัน ตัวเอกทั้ง 2 เรื่อง เป็นคนดี เป็นคนดีแล้วมีดีหลายอย่าง อย่างน้อยๆ ก็ ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

ฆ่ามันให้ฉันที

ฆ่ามันให้ฉันที
ฆ่ามันให้ฉันที หรือภาษาอังกฤษว่า Kill For Me

อาแมนด้า กับ เฮลีย์ เป็นเพื่อนกัน เช่าบ้านอยู่หลังเดียวกัน เฮลีย์เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่อีกห้องหนึ่งแทน นาตาลี เพื่อนของอาแมนด้าที่หายตัวไปอย่างลึกลับ

คาเมรอนแฟนเก่าของอาแมนด้าเป็นผู้ชายไม่ดี ประมาณว่าอันธพาล ฝ่ายหญิงจะไม่คบค้าสมาคมด้วยก็ไม่ยอมเลิกลา คอยตามรังแกและหาช่องทางที่จะมาข่มขืนใจอยู่เป็นประจำ มีปากเสียงกันบ่อยครั้ง เฮลีย์เห็นเพื่อนถูกรังแกก็พยายามปกป้องถึงขั้นลงไม้ลงมือเลือดตกยางออก สร้างความคับแค้นใจให้กับเจ้าหนุ่มอัธพาลนั้นเป็นอย่างมาก

จนวันหนึ่งคาเมรอนทนเก็บความคับแค้นใจไว้ไม่ได้ถึงขั้นพกปืนมาหาอาแมนด้าด้วยหวังจะข่มขู่และกระทำตามแผนการที่คิดไว้ อาแมนด้าไม่ยอม ต่อสู้ขัดขืนกันอยู่พักใหญ่ เฮลีย์มาเจอพอดี ด้วยความที่โกรธเกลียดผู้ชายที่ชอบรังแกผู้หญิงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงฆ่าคอเมรอนตายอย่างเดือดเย็น โดยใช้ขวานฟันไปที่หัวอย่างสุดแรง คอเมรอนขาดใจตายทันที

ภูมิหลังของเฮลีย์นั้นเป็นคนที่ครอบครัวมีปัญหา พ่อขี้เมา ชอบใช้กำลังทำร้ายแม่และตัวเขาเอง จนแม่ได้ตายจากเขาไป หลักฐานระบุว่าแม่ฆ่าตัวตาย แต่เฮลีย์ก็ยังฝังใจว่าพ่อเป็นคนฆ่า

หลังจากที่ฆ่าคาเมรอนตาย แผนการต่อไปของเฮลีย์คือต้องการป้ายความผิดให้พ่อ โดยทำร้ายศพของคาเมรอนจนให้จำรูปพรรณสัณฐานไม่ได้ ต้องการให้ตำรวจคิดว่าคือศพของนาตาลีที่หายตัวไป แล้วนำไปฝังไว้ที่ฟาร์มของพ่อ จากนั้นจึงโทรแจ้งตำรวจ ตำรวจพิสูจน์ศพแล้วได้ข้อสรุปว่าเป็นศพของชายนิรนาม ไม่ใช่ผู้หญิง และไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิดพ่อของเฮลีย์ได้

อาแมนด้าไม่พอใจที่เฮลีย์แจ้งตำรวจ เพราะกลัวว่าถ้าตำรวจรู้ว่าเป็นศพของใครก็จะสามารถสาวมาถึงตัวเองได้ ไม่พอใจกับแผนการของเพื่อน จึงพยายามตีตัวออกห่าง เริ่มสงสัยว่าเฮลีย์ป่วยทางจิต ไม่ปกติซะแล้ว ทนฟังไม่ได้กับแผนการอันโหดร้ายที่เฮลีย์คิด

แผนการต่อไปของเฮลีย์คือฆ่าพ่อตัวเอง ด้วยคิดว่าทุกอย่างจะจบและจะได้แก้แค้นสมใจ แต่แทนที่จะลงมือฆ่าด้วยตนเอง ก็กลับกลายเป็นว่าจะให้อาแมนด้าเป็นคนทำ ให้เหตุผลว่า ฉันฆ่าคนตายเพื่อเธอแล้ว เธอต้องฆ่าเพื่อฉันบ้าง อาแมนด้าไม่ยอม เฮลีย์จึงจับมาร์คซึ่งเป็นเพื่อนสนิทคนใหม่ของอาแมนด้าไปขังไว้ ถ่ายคลิปมาต่อรองกับอาแมนด้าในลักษณะบังคับว่า ถ้าเธอไม่ฆ่าพ่อฉัน เธอก็ต้องฆ่ามาร์ค ให้เลือกเอาจะฆ่าใคร ในที่สุดอาแมนด้าก็จำยอมเล่นเกมส์อันโหดร้ายนี้ต่อไป นั่นคือ ฆ่าพ่อของเฮลีย์ โดยมีเฮลีย์เป็นคนวางแผนการทุกอย่าง

อาแมนด้าต้องทำเป็นไปตีสนิทกับพ่อของเฮลีย์ ในขณะที่จะยื่นเครื่องดื่มพิษซึ่งเฮลีย์เป็นคนปรุงให้เขาดื่ม เขาได้พูดถึงเฮลีย์และแม่ บอกว่าเฮลีย์เป็นเด็กมีปัญหา ชอบทำร้ายตัวเอง ส่วนแม่ของเฮลีย์นั้นกินยาพิษฆ่าตัวตาย เขาถูกป้ายความผิดด้วยข้อความที่ปริ้นออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ว่าเป็นต้นเหตุ ทั้งๆ ที่แต่งงานอยู่กินกันมา 16 ปีแล้วไม่เคยเห็นภรรยาตัวเองแตะต้องเครื่องคอมพิวเตอร์เลย อาแมนด้าซึ่งระแวงสงสัยในเฮลีย์อยู่แล้วแถมยังถูกบังคับให้ทำด้วย จึงใจอ่อน ไม่ยอมให้ดื่มเครื่องดื่มพิษ แถมยังสารภาพจนหมดว่า ที่มานี่เป็นแผนการของเฮลีย์ ทั้งคู่จึงวางแผนร่วมกัน ถ่ายคลิปไปให้เฮลีย์ดูว่าได้ฆ่าสำเร็จแล้ว

ฝ่ายเฮลีย์ต้องการเห็นศพพ่อด้วยตาตัวเอง จึงบังคับให้อแมนด้าพาไปดู ทั้งคู่จึงไปที่ฟาร์มเพื่อดูศพ หายังไงก็ไม่เจอจนเข้าไปที่คอกม้า เห็นเหมือนศพคนนอนอยู่ พอผลิกขึ้นมาดูปรากฎว่ากลายเป็นแค่หุ่นไม่ใช่คน ทันใดนั่นเองเสียงปืนลูกซองก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของเฮลีย์ล้มลงไปอย่างแรง พ่อของเฮลีย์นั่นเอง ซ้อนแผนที่ร่วมกันทำไว้กับอแมนด้าอีกต่อหนึ่ง ทันทีที่เห็นอแมนด้าพ่อของเฮลีย์ก็ยิงใส่เช่นกันโดยไม่คิดว่าอแมนด้าเคยไว้ชีวิตมาก่อน อแมนด้าวิ่งหนึเพื่อเอาชีวิตให้รอดแต่แล้วก็หนีไม่พ้นถูกจับเข้ามาที่คอกม้าและบังคับให้ลงไปที่ห้องใต้ดินเพื่อจะขังเอาไว้ ในขณะเดียวกันนั้นเฮลีย์ซึ่งยังไม่ตายและมีปืนอยู่ในมือจึงยิงใส่พ่อของตัวเอง อแมนด้าได้สติจึงรีบคว้าปืนที่หล่นจากมือของพ่อเฮลีย์ยิงซ้ำไป 1 นัดเขาขาดใจตายทันที และขณะที่อแมนด้ากำลังตะลึงกับเหตุการณ์อันเลวร้ายต่างๆ อยู่นั้น ห้องใต้ดินซึ่งเขาถูกบังคับให้ลงไป ก็มีเสียงดังออกมาเหมือนมีคนอยู่ในนั้น พอก้มลงไปดู เธอคือ นาตาลี ซึ่งหายไปเมื่อหลายเดือนก่อนนั่นเอง หน้าตาท่าทางอิดโรย มีร่องรอยถูกซ้อมเต็มไปทั้งตัว ตอกย้ำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า พ่อของเฮลีย์นั้นโหดร้ายขนาดไหน

“ฆ่ามันให้ฉันที (Kill For Me)” หนังเรื่องนี้มีหลายจุดที่ทำให้คนดูจินตนาการเอาเอง ไม่ได้มีฉากให้เห็นชัดๆ เช่น พ่อเฮลีย์บอกว่า ภรรยาของเขาฆ่าตัวตายและทิ้งจดหมายใส่ร้ายเขา แต่ลูกสาวบอกว่าพ่อเป็นคนฆ่า ผู้ชมต้องคิดเอาเองว่าจะเชื่อใคร เพราะไม่มีหลักฐานให้เห็น

พอดูไปจนจบหนังเรื่องนี้อาจสอนให้รู้ว่า บางทีคนที่บอกว่าคนอื่นคือฆาตกรนั้น ตัวเองกลับกลายเป็นฆาตกรเสียเองก็มี พ่อของเฮลีย์บอกว่า เฮลีย์ชอบทำร้ายตัวเอง จริงๆ แล้วคนที่ทำร้ายอาจเป็นพ่อของตัวเอง แม่ของเฮลีย์อาจไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่คนที่ฆ่าอาจเป็นสามีของตนเองก็เป็นไปได้ เพราะดูจากพฤติกรรมต่างๆ แล้วไม่น่าจะเป็นคนดีได้ เช่น ไม่รู้บุญคุณของอแมนด้าที่ไว้ชีวิต แถมยังเป็นคนลักพาตัวนาตาลีมาขังไว้ตั้งหลายเดือนด้วย หากมีโอกาสลองหามาดูนะ หนังเรื่อง Kill For Me หรือชื่อภาษาไทยว่า “ฆ่ามันให้ฉันที”

สำนึกรักบ้านเกิด

สำนึกรักบ้านเกิดสำนึกรักบ้านเกิด ข้อคิดดีๆ จาก เรย์ โอเว่นส์ ใน THE LAST STAND

นายอำเภอของเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมตะเข็บชายแดน ชื่อ เรย์ โอเว่นส์ ในเมืองที่ชื่อว่า ซัมเมอร์ตัน เรย์ตั้งใจมาใช้ชีวิตอย่างสงบที่เมืองนี้หลังจากที่เคยทำพิดพลาดในอดีตเมื่อครั้งที่เป็นตำรวจอยู่แอลเอ

ซัมเมอร์ตัน สุขสงบมาโดยตลอด ประชาชนอยู่ดีกินดี เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเหงามือถึงขนาดต้องเอาปืนไปยิงอะไรเล่นเรื่อยเปื่อย บางคนถึงกับเอ่ยปากขอย้ายไปประจำที่อื่นเพราะทนเหงาไม่ไหว นับว่าเป็นเมืองที่ปกครองโดยนิติรัฐนิติธรรมอย่างแท้จริง กฎเป็นกฎ ทำผิดต้องรับโทษ ไม่มีประชาชนหน้าไหนได้รับการยกเว้น แม้แต่อดีตแฟนเก่าของลูกน้องที่ทำผิดแค่เมาอาละวาด นายอำเภอก็จับมาขังเพื่อดัดสันดาน

ความผูกพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนใกล้ชิดและมีความปรองดองกันดีมาก ซึ่งเป็นไปโดยธรรมชาติไม่ต้องมีการออกกฎหมายมาเพื่อให้ปรองดองกัน ประชาชนพูดคุยปรึกษาปัญหากับนายอำเภอได้ทุกเรื่อง

จากเมืองที่มีแต่ความสงบสุขมานาน แต่แล้วจู่ๆ ก็งานเข้า เมื่อนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ที่กำลังจะถูกส่งตัวไปยังแดนประหาร วางแผนที่จะใช้เมืองซัมเมอร์ตันเป็นทางผ่านเพื่อจะหนีข้ามประเทศไปยังดินแดนแม็กซิโก นักโทษคนนี้คือ กาเบรียล คอร์เตส ซึ่งเรย์ก็รู้จักดีในความร้ายกาจของนักโทษหนีคดีคนนี้ นอกจากจะร้ายสุดๆ แล้วยังร่ำรวยเงินทองจากการทำมาหากินที่ไม่สุจริต มีขี้ข้าม้าใช้มากมายที่พร้อมจะรับใช้ได้ทุกเรื่องเพียงแค่โยนเศษเงินให้ กาเบรียล คอร์เตส หลบหนีการจับกุมของ FBI มาได้ทุกด่านจนมาถึงปราการด่านสุดท้ายคือที่เมืองซัมเมอร์ตัน เรย์พร้อมกับลูกน้องตัดสินใจกันฮึดสู้เพื่อขัดขวางไม่ให้นักโทษคนนี้ผ่านด่านไปได้ มีการวางแผนต่อสู้กันอย่างยกใหญ่ จนเรย์และลูกน้องเอาชนะลูกสมุนของ กาเบรียล คอร์เตส ได้ กาเบรียล คอร์เตส หวังอาศัยความเชี่ยวชาญเรื่องการขับขี่ที่เคยเป็นนักแข่งรถ ขับรถมาด้วยความเร็วสูงเพื่อมุ่งหน้าไปยังสะพานข้ามแดนที่ลูกน้องสร้างไว้ให้ เรย์เข้าขัดขวางทันที ซิ่งกันอยู่พักใหญ่จนไปประชัญหน้ากันที่สะพานข้ามแดน ด้วยนิสัยและสันดานของนักโทษหนีคดีที่มีเงินทองมากมาย กาเบรียลพยายามติดสินบนเรย์ด้วยจำนวนเงินสูงถึง 20 ล้าน เรย์ตอบกลับไปอย่างได้ใจผมสุดๆ ว่า “เกียรติของฉันไม่ได้มีไว้ขาย” ว่าแล้วก็จับนักโทษหนีคดีไปมอบให้ FBI ดูหนังไปก็คิดฝันหวานไปว่า ถ้าข้าราชการบ้านเราเป็นเหมือนในหนัง คงไม่มีนักโทษคนไหนหนีออกนอกประเทศไปได้

หนังเรื่อง THE LAST STAND ที่นำแสดงโดย อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ THE LAST STAND มีชื่อเป็นภาษาไทยว่า นายอำเภอคนพันธุ์เหล็ก หนังนานแล้วตั้งแต่ปี 2013 ฉากที่ประทับใจสุดๆ ในหนังเรื่องนี้ คือ ตอนที่ทั้งนายอำเภอและลูกน้องปรึกษาหารือกันเมื่อรู้ว่าหน่วยสวาทไม่มา และรู้แล้วว่ากำลังจะเผชิญกับอะไร

ลูกน้องคนหนึ่งบอกว่า “เป็นความผิดของ FBI ที่ปล่อยให้นักโทษหลุดออกมา ไม่ใช่ปัญหาของเรา”

เรย์บอกทันทีว่า “เป็นปัญหาของเราแน่ถ้ามันจะฝ่าเมืองนี้ไป”

ลูกน้องคนเดิมกล่าวต่อว่า “เราทำเป็นไม่เห็นสักครึ่งชั่วโมงก็ได้”

เรย์ชำเลืองมองไปที่ตราประจำตัวใต้ไหล่ซ้ายพร้อมกับบอกว่า “ถ้าจะทำอย่างนั้นก็ต้องโยนตรานี้ทิ้งด้วย”

“ถ้าจะทำอย่างนั้นก็ต้องโยนตรานี้ทิ้งด้วย” เป็นคำพูดที่เต็มไปด้วยจิตสำนึกสูงสุดของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หากแบบไทยๆ อย่างเราก็คือข้าราชการ แปลไทยเป็นไทยอีกทีก็น่าจะประมาณว่า หากไม่ทำหน้าที่เป็นข้าราชการทีดี ก็ออกไปซะ ข้อคิดดีๆ จากหนังเรื่องนี้ ให้จิตสำนึกที่ดี และให้แรงบันดาลใจอะไรหลายๆ อย่าง

ก่อนภาพยนต์จะอวสาน เป็นการสนทนาระหว่างหัวหน้า FBI กับ เรย์ หัวหน้า FBI ชมเรย์ว่า “คุณเก่งมากๆ เป็นสุดยอดนักรักษากฎหมาย” เรย์ตอบว่า “คุณเข้าใจถูกแล้ว เพราะที่นี่คือบ้านของผม” มันคือ จิต สำนึกรักบ้านเกิด ดีๆ นี่เอง คิดได้และทำได้แบบเรย์ประเทศชาติของเราคงไปได้ไกลกว่านี้มาก

คลิปหนังเรื่อง THE LAST STAND จาก YOUTUBE

ธรรมะย่อมชนะอธรรม

ธรรมะย่อมชนะอธรรมธรรมะย่อมชนะอธรรม จริงแท้แน่นอน สัจธรรมที่มิอาจแปรเปลี่ยน

ปีสองพันสิบแปด ยุทธภพปั่นป่วนอีกครั้ง การเผชิญหน้าของเหล่าจอมยุทธระหว่างฝ่ายธรรมะกับฝ่ายอธรรม ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ พรรคเล็กพรรคใหญ่ทั้งหลายทั้งปวงต่างก็พยายามขวนขวายหาวิธีเพื่อความชิงความเป็นหนึ่ง

โลกได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มิใช่เฉพาะสรรพวิชา อาวุธ ตลอดจนคัมภีร์ต่างๆ เท่านั้น ที่เจริญก้าวหน้าไปอย่างมาก มีความลึกล้ำร้ายกาจตระการหูตระการตา จิตใจของคนก็ยากแท้ที่จะหยั่งถึง เพิ่มพูนทวีขึ้นเป็นหลายเท่า บางพรรคที่อ้างตนว่าเป็นฝ่ายธรรมะ อาจเป็นไปได้ที่จะมีพฤติกรรมเยี่ยงพรรคมาร กฎของยุทธภพไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อกิเลสเข้าครอบงำ ความมักใหญ่ใฝ่สูงอย่างไร้จรรยาบรรณก็เกิดขึ้น

ธรรมะย่อมชนะอธรรม

ย้อนกลับไปหลายปีก่อน พรรคตะวันจันทรา ถูกกวาดล้างจากพรรคฝ่ายธรรมะ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถที่กำจัดได้โดยสิ้นซาก กาลต่อมาจึงได้ปรากฎคนของพรรคที่เพียงแค่ได้ยินชื่อก็เป็นที่หวาดหวั่นไปทั่วยุทธภพ แม้แต่จอมยุทธที่ได้ชื่อว่าเป็นจ้าวยุทธภพก็ไม่สามารถอยู่เป็นสุขได้ ชาวยุทธจากพรรคต่างๆ ถึงกับเป็นเดือดเป็นร้อน ที่จะหาวิธีกำจัดคนของพรรคตะวันจันทราคนนี้ ซึ่งคนๆ นี้นามของเขาก็คือ ตงฟางปุ๊ป้าย นั่นเอง เมื่อเขาปรากฎตัวออกมา เรื่องราวของบุณคุณความแค้นจึงดำเนินไปอย่างเข้มข้น

การที่จะกำจัด ตงฟางปุ๊ป้าย ได้นั้น ไม่ง่าย พรรคตะวันจันทรา มีคัมภีร์ที่แสนร้ายกาจ ที่เรียกว่า คัมภีร์ทานตะวัน คัมภีร์ที่จะต่อกรได้มีเพียงแค่ คัมภีร์กระบี่ปราบมาร ของบ้านตระกูลหลินเท่านั้น แต่ คัมภีร์กระบี่ปราบมาร เป็นสมบัติของตระกูลที่มิอาจถ่ายทอดให้คนนอกได้ คัมภีร์นี้ บ้านตระกูลหลินจะมอบให้ใครหรือไม่? อย่างไร? ธรรมะจะชนะอธรรมได้หรือไม่? พรรคไหนกันแน่ คือ พรรคฝ่ายธรรมะ พรรคฝ่ายอธรรม โดยแท้จริงในโลกของซีรีย์จีนเรื่องเยี่ยมเรื่องนี้ ติดตามชม กระบี่เย้ยยุทธจักร 2018 ได้ทางช่อง 9 เสาร์-อาทิตย์ เวลา 14.00 น. – 15.00 น. หรือดูย้อนหลังทุกตอนได้ ที่นี่!

ในโลกของความเป็นจริง ก็มิอาจเลี่ยงได้ ที่จะมีทั้งพรรคฝ่ายธรรมะ และฝ่ายอธรรม สับสนปนเปกันไป ยากยิ่งนักที่จะแยกแยะได้ แต่ชีวิตจริงนั้นไม่เหมือนละคร ไม่ว่าจะเกิดอะไรเกิดขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว ธรรมะย่อมชนะอธรรม เสมอ

ดูละครย้อนดูตัว

ดูละครย้อนดูตัวดูละครย้อนดูตัว ดูละครย้อนหลัง นั่งเล่าเรื่องราวให้ฟัง

เรื่องของรองเท้า หรือ เกิบ ในภาษาอีสาน ที่สร้างความร่ำรวยให้กับตระกูลๆ หนึ่ง จนกลายเป็นตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ในแวดวงธุรกิจการค้าขาย เศรษฐีตระกูลนี้แม้จะมีเงินทองมากมาย แต่สมบัติทั้งหลายทั้งปวงที่มี ก็ไม่อาจซื้อความสงบสุขภายในครอบครัวได้ มีความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันระหว่างลูกๆ อยู่เป็นประจำ นี่คือตัวอย่างหนึ่งที่พอจะชี้ให้เห็นได้ว่าเงินไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้

เศรษฐี หรือ พ่อของลูกๆ หรือปู่ของหลานๆ มีลูกชายอยู่ 4 คน 3 คนน่าจะเก็บมาเลี้ยงจากที่ไหนสักแห่ง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่เป็นลูกชายจริงๆ คนที่เป็นลูกชายจริงๆ นี่แหละ ดันถูกขับไล่ออกจากบ้านไปนานแล้ว เกินกว่าสิบปี เรื่องเป็นมาเป็นไปเช่นไร ไม่ทราบแน่ชัด แต่ก็น่าจะประมาณว่าไปแอบได้เสียกับหญิงสาวในโรงงาน พอท่านเศรษฐีรู้เรื่องเข้าก็ถึงกับรับไม่ได้ ประกอบกับท่านเศรษฐีเป็นคนที่ค่อนข้างเข้มงวด กวดขัน และเฉียบขาดมาก ในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องครอบครัว ความผิดที่เกิดขึ้นกับลูกชายแท้ๆ ก็ถึงขั้นมิอาจให้อภัยได้

ภรรยาของเศรษฐีท่านนี้ ถึงกับเสียสติ จนทุกวันนี้ก็ยังไม่ดีขึ้น อันเป็นสาเหตุมาจากการสูญเสียลูกชายในใส้ไป โดยไม่ได้พบเจออีกเลย นานกว่าสิบปี ทุกวันก็ได้แต่พร่ำเพ้อหาลูกชาย ตัวเศรษฐีเองแม้ตั้งใจจะลืมลูกชายให้ได้ ก็ไม่สามารถเป็นไปได้อย่างจะแข็งใจทำ ยังคงมีความทรงจำเก่าๆ มาคอยหลอกหลอนอยู่เป็นประจำ

คนหนึ่งพยายามจะลืม แต่อีกคนหนึ่งพยายามจะจำ คนสองคนนี้อยู่บ้านเดียวกัน คนที่พยายามจะลืม ไม่ง่ายนักที่จะลืมเรื่องราวได้โดยง่ายดาย

ดูละครย้อนดูตัว

กล่าวมาข้างต้นนั้นกำลังพูดถึงละครอยู่เรื่องหนึ่ง นานน่าจะเกินกว่าสิบปี (เหมือนเรื่องราวในละครเลย) ที่ไม่ได้ดูละครไทยเลย ไม่ว่าง เสียเวลา ไม่ชอบดู วันดีคืนดี มีโอกาสได้เปิดละครเรื่องนี้ดู ตอนแรกก็กะว่าจะดูพอเป็นงานเป็นการ ดูไปดูมาเพลิน เผลอแป๊ปเดียวดูปาเข้าไปสิบกว่าตอน แปลกแต่จริง ดูไม่เบื่อ มันตื่นเต้นเร้าใจ ได้ลุ้นไปกับเรื่องราวเรื่อยๆ

การดำเนินเรื่องราวน้ำเน่าค่อนข้างน้อย แม้เรื่องราวจะไม่ไปไหนมาไหน ประมาณว่าเกี่ยวข้องอยู่กับคนไม่กี่คน ไม่กี่ครอบครัว อีกทั้งยังมีความบังเอิญเยอะมากในเรื่องราว นางเอกเจอพระเอกโดยบังเอิญ หลังจากนั้นก็อีกหลายเรื่องราวที่บังเอิญเกิดขึ้นกับพระเอกและนางเอก แต่ก็ไม่แปลก เพราะเป็นเรื่องของละคร และยิ่งละครเรื่องนี้มีชื่อเรื่องว่า ประกาศิตกามเทพ ด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องสงสัย อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ด้วยประกาศิตของกามเทพ

ละครอยู่ระหว่างออกอากาศทาง ช่อง 3 คงเขียนอะไรต่อไปมากไม่ได้ แต่อยากจะลองเดาเล่นๆ เหมัน ซึ่งคือพระเอกในเรื่อง เป็นไปได้ที่จะคือลูกชายของลูกชายเศรษฐีที่ถูกขับไล่ออกจากบ้านไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ลูกชายของเศรษฐีคนนั้นชื่อ เหมวัตร (ชื่อก็ใกล้เคียงกัน) เพราะเหมันก็ไม่มีแม่ ละครไม่ได้พูดถึงเลย มีเฉพาะพ่อซึ่งเป็นช่างซ่อมรองเท้า พ่อของเหมันคนนี้ อาจเป็นเพื่อนกับเหมวัตร หรือ บังเอิญได้รู้จักกับเหมวัตร และได้รับการถ่ายทอดวิชาซ่อมรองเท้ามาจากเหมวัตร เหมวัตรอาจมีเหตุจำเป็นที่ต้องยกลูกชายให้เพื่อน (พ่อพระเอกปัจจุบัน) ไปเลี้ยง

ประกาศิตกามเทพ

ละครกำลังเข้มข้น เรื่องราวพาตัวเหมันเข้าไปทำงานที่บริษัทรองเท้าแล้ว หากเป็นไปอย่างที่เดาความจริงก็จะเปิดเผยว่า เหมัน คือ ลูกชายของเหมวัตร แน่นอนเขาจะคือทายาทโดยสายเลือดตัวจริงเสียงจริงของตระกูลทันที และมิอาจเลี่ยงได้ พวกทายาทตัวปลอมทั้งหลายทั้งปวง ที่สร้างความวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน จะกลายเป็นหมาหัวเน่าไปโดยปริยาย

ละครเรื่องนี้ เท่าที่ดูมา (ยังไม่จบ) หากจะมองหาประโยคเด็ดๆ เอามาสรุปไว้ตอนท้าย ก็น่าจะประมาณนี้ “รองเท้าแม้จะเป็นของต่ำ แต่ก็มีมูลค่าถึงกับทำให้คนเป็นเศรษฐีได้ ขณะเดียวกัน เศรษฐีหรือพวกคนรวยบางประเภท บางคน หากมีจิตใจไม่ดี คิดประทุษร้ายแต่คนอื่น ความต่ำทรามที่มีอยู่ในจิตใจ มันต่ำยิ่งกว่ารองเท้าซึ่งเป็นของต่ำเสียอีก” แค่นี้แหละ รู้เรื่อง ดูละครแล้วอย่าลืมมองย้อนดูตัวเรา เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้

ดูละครย้อนดูตัว