อนุชาย ตอนที่ 3

คืนไร้ดาวคืนไร้ดาว อนุชาย ตอนที่ 3

ในคืนไร้ดาวก็ใช่ว่าจะไม่มีดวงดาวเพียงแต่ไม่เห็นแสงดาวบนท้องฟ้าที่มัวพล่าไปด้วยแสงจากหลอดไฟนานาชนิดที่กระจายตัวอยู่เหนือพื้นดินแค่ไม่กี่เมตรเท่านั้น รัตติกาลของเมืองกรุงจึงเห็นเพียงแสงดาวปลอมๆสว่างไสวอยู่รอบกาย  เป็นคืนที่ 15 แล้วที่อนุชัยมาทำงานทุกๆ ตำแหน่ง ณ สวนอาหารสะบันงา บนถนนเกษตร-นวมินทร์  เจ่ดวงเจ้าของร้านคือคนสนิทราวกับน้องสาวแท้ๆ ของแม่ แรกๆ เขากะจะเรียกเธอว่าน้าตามธรรมเนียมโบราณ แต่เจ่ดวงไม่ยอม เธออนุญาตให้เรียกว่าพี่ หรือ เจ่ เท่านั้น ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นปัญหา ด้วยเหตุนี้ห้องเปล่าหลังเรือนครัวจึงเป็นทั้งที่พักชั่วคราวและถาวรของเขาไปโดยปริยาย โดยเฉพาะคืนนี้เขาอาจจะต้องค้างที่นี้….เพราะแขกขาประจำห้องคาราโอเกะเบอร์ 28 ที่แยกโดดเดี่ยวอยู่มุมสวนติดกับบึงน้ำลึกสุดรั้วต้นโมกทางทิศตะวันออก เขาเมาตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน ซ้ำร้ายไปกว่านั้น…คือเทียวเรียกหาแต่เขา…ใช่!เน้นจะต้องเป็นเขาเพียงคนเดียว จึงจะผ่านประตูเข้าไปภายในห้องได้

“อนุ…ชัย” คนที่ตั้งใจจะเรียกชื่อด้วยการแยกคำหลังออกจากคำหน้า ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอาจารย์หนุ่มวิศวกรหน้าหล่อตี๋อินเตอร์ที่ชอบสวมแว่นตาหนาเตอะแบบคนแก่ พอมันอยู่บนใบหน้าแล้วกลับทำให้เขาดูเด็กลงอย่างไม่น่าเชื่อ  เป็นคนเดียวกับที่เคยสร้างความอึดอัดในห้องสอบสัมภาษณ์ก่อนวันรายงานตัวเข้าเป็นนิสิตใหม่ แต่นั้นก็คืออดีต ถึงจะไม่ชอบที่อาจารย์เรียกเขาในเชิงดูหมิ่น แต่อนุชัยก็เฉยเมยกับมันเพราะเห็นว่าเป็นผู้ชายเหมือนกัน

(อนุ แปลว่า เมียน้อย) คำแปลจากปากเพื่อนสมัยเรียนชั้นประถมที่เคยมีเรื่องกัน จนต้องย้ายโรงเรียน ใช่! มันยังก้องอยู่ในหัวอย่างร้ายกาจ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะโมโหกับมันทุกๆ ครั้ง เช่นเดียวกับคืนนี้….

“ครับอาจารย์” อนุชัยตอบขณะเก็บจานเปล่าๆ ที่วางอยู่รอบโต๊ะ

“เรียกพี่ได้ๆ ไหม อนุ…ชัย”

เขามองหน้าคู่สนทนาเงียบๆ แววตาว่างเปล่าทำให้อีกฝ่ายนิ่งราวกับหุ่นหิน “ถ้าอาจารย์ยอมเรียกผมว่า…นุ…” เขากดเสียงต่ำขณะเวลากำลังจะเดินเข้าสู่วันใหม่ ทั้งคู่สบสายตากันราวกับไม่มีใครอยากแพ้ ผ่าน 3 นาทีแรก จนในที่สุด

“เราก็ใช่ย่อยเหมือนกันนะ” อาจารย์พิชัย พูดแบบคนประเมิน “ทำไม?ละ อธิบายได้ไหม?”

อนุชัยยังจ้องตาอีกฝ่ายไม่กระพริบก่อนจะตอบออกไปเรียบๆ ว่า “ผมไม่อยากเป็นเมียน้อยอาจารย์ไงละครับ”

อาจารย์พิชัยตาเหลือกโพลงก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดัง “ฮา ฮา ฮา….นายนี้ตลกเหมือนกันนะ”

“ผมพูดจริงครับอาจารย์” น้ำเสียงแน่นๆ ทำให้อาจารย์พิชัยถึงกับชะงัก ใบหน้าสีแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ลดระดับสู่ความจริงจัง จนเกือบเข้าสู่สภาวะปกติ

“เรียกพี่เถอะนะ….นุ” อาจารย์ปล่อยชื่อคำสุดท้ายแน่นๆ อนุชัยคว้าจานใบสุดท้ายมาเทินทับ

“ผมขอตัวเก็บของก่อนนะครับ เดี๋ยวจะเข้ามาทำความสะอาดให้อีกครั้ง” พูดจบเขาก็ยกจานกองสูงโดย ใช้หัวไหล่ดันประตูหายออกไป ทิ้งแผ่นหลังกว้างๆ ให้อีกฝ่ายอ่านด้วยสายตาที่สับสน

“อนุ…ชัย เมียน้อยของพี่ชัย…ฮึ ฮึ นายนี้ร้ายใช่เล่นเลยนะ” อาจารย์พิชัยพึมพำในลำคอ แสงดาวยังคงเป็นแสงดาวปลอมๆ เขาอัดเหล้าเข้าปากไปอีกแก้วจนเห็นใบหน้าหยีเกบอกรสขื่นๆ ชัดเจน…สุดท้ายเขาก็ซี๊ด! ปากราวกับเห็นเส้นชัยอยู่ตรงหน้า “หึ หึ นายจะหวานกว่าแบล็ค เลเบิ้ลหรือเปล่าน่า อนุ…ชัย”

เกือบๆ จะตี 2 อันเป็นเวลาปิดสวนอาหาร อาจารย์วิศวกรหนุ่มยังไม่มีท่าที่จะกลับ เมื่อเจ่ดวงปิดบิลห้อง 28 เธอจึงพูดกับเขา “นุ….นี้จ๊ะกุญแจรถยนต์ของอาจารย์เธอ สงสัยเขาตั้งใจจะมาเมาโดยเฉพาะละมั่งถึงได้ฝากไว้ตั้งแต่หัวค่ำ…ขับไปส่งเค้าที่บ้านหลังมหาลัยหน่อย…แล้วก็นอนซะที่บ้านอาจารย์นั้นแหละดึกแล้วไม่มีรถกลับหรอก”

อนุชัยชะงัก “หา!…..”

“เออน่า เค้าเป็นเพื่อนสมัยเรียนเจ่เอง ไว้ใจได้….และอาจารย์เธอก็ได้สั่งกับเจ่ไว้แล้วด้วย นะ นะ ที่รัก ช่วยเจ่ที”

เจ่ดวงส่งสายตาราวกับไฟกระพริบให้ พร้อมกับยัดกุญแจรถ BMW. สีดำคันใหญ่ใส่ในมือ

“เค้ากำลังมีปัญหากับเมีย….เจ่จะให้เธอเป็นพนักงานขับรถอีกตำแหน่ง ฮา ฮา ฮา ไปๆ…ยังหนุ่มยังแน่น เปิดเทอมจะได้สบาย” เจ่ดวงเงยหน้าขึ้นจากกองบัญชี ก่อนจะผลักหลังเขาให้ออกไปปฏิบัติหน้าที่

“นะนะถือว่าเจ่ขอร้องละกัน…แต่ขอกระซิบดังๆ” เธอหยุดพร้อมยิงสายตาตรงๆ “อาจารย์เธอกระเป๋าหนักน่า!…จะบอกให้”

คืนไร้ดาว แต่ก็ยังมีแสงดาวปลอมๆ คู่ขนานไปกับรถ BMW สีดำที่กำลังวิ่งบนถนนเกษตร-นวมินทร์ เมื่อข้ามถนนรามอินทราสักกิโลเมตร คนเมาก็ยังหลับลึก อนุชัยเหลือบมองหน้าอาจารย์ราวกับจะค้นหาบางอย่างเป็นระยะๆ แสงไฟสูงบนถนนมอเตอร์เวย์ลากไกลสุดสายตาที่มองเห็น จุดหมายปลายทางอยู่ตรงหน้า แต่อยู่ๆ เสียงกึ่งเมากึ่งปกติก็ดังขึ้นมา

“นุ….ขับต่ออีกสักชั่วโมงพอไหวไหม”

“เอ๋!…” เขาอุทาน

“อย่าพึ่งพาพี่กลับบ้านหลังมหาลัยเลย….ไปคอนโดฯ ที่พัทยานะ นะ”

“แต่พรุ่งนี้ผมต้องทำงาน”

“พรุ่งนี้วันเสาร์ บ่ายๆ พี่จะขับรถกลับมาส่ง OK” อาจารย์ขึ้นคำสุดท้ายสูงราวจะบังคับ

“อาจารย์….”

“เรียกพี่ได้ไหม….”

“แต่ เออๆ อื้อ!…ครับๆ อาจารย์” เขาอึกอักแบบคนอึดอัด แต่ก็ต้องยอมอย่างเสียไม่ได้

“เรียกพี่เถอะน่า!….”

“ครับ…” เขาตอบกลับพยางค์เดียว

“ขับไหวนะ ถ้าไม่ไหวบอก…เพราะแบล็คเลเบิ้ล ทำอะไรพี่ไม่ได้หรอก ฮ่าๆ”

เขาเหลือบมองความบ้าของอาจารย์พลอยอดขำไปกับมุขเห่ยๆของเขาไม่ได้ แสงดาวสีส้มผ่านใบหน้าชายวัย 30 ที่สวมแว่นตาหนาเตอะแบบคนแก่แต่กลับทำให้เขาดูเด็กไปทีละดวง ทีละดวง

“อาจารย์สร่างเมาแล้วรึครับ” เขาเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ

“บอกแล้วไงว่า แบล็ค เลเบิ้ลทำอะไรพี่ไม่ได้หรอก….แต่ถ้าเป็นนายไม่แน่” คำพูดของอาจารย์ส่อเสียดและล่อแหลมเข้าไปทุกขณะ แต่มันกลับไม่ทำให้เขาอึดอัด หรือว่าโกรธอย่างที่ควรจะเป็น หรือว่าเขาเริ่มชินชาหรืออาจจะเป็นเพราะเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้ายิ้มแหย่ๆ แบบเด็กทารกมันทำให้เขารู้สึกอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ

“ขับต่อไหวแน่นะ”

“ครับอาจารย์”

“บอกให้เรียกพี่ เรียกพี่ นุนิ!”

“คราบบบ อาจารย์ ฮา ฮา ฮา”

ในคืนไร้ดาวแต่ก็ยังมีแสงดาวสีส้มไล่ขนานไปกับทางหลวงระหว่างเมืองอย่างไม่ขาดระยะ….หากแบล็ค เลเบิ้ลไม่สามารถทำอะไรอาจารย์วิศวกรหนุ่มหล่อหน้าตี๋คนนี้ได้ จะต้องเป็นเขาเองใช่หรือไม่ในความหมายที่อาจารย์พิชัยพึ่งหลุดออกมาจากปาก  อนุชัย คิด คิด และคิด

“บ้าฉิบ” เขาพึมพำเสียงในลำคอ…สลับเหลือบมองใบหน้าหล่อตี๋ๆ ขาวๆ ใต้กรอบแว่นหนาๆ อย่างคนมีคำถามมากมาย “ฮึๆ….” เขาหัวเราะส่ายหน้าไปมา

แสงดาวนานาก็ยังเป็นแสงจากดวงโคมไฟในระดับต่ำ…. (อีกไม่กี่กิโลเมตรก็จะถึงพัทยาแล้ว….เราควรจะปลุกเรียกชายคนนี้เมื่อไรดีน้อ!……)

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →