อนุชาย ตอนที่ 19

ภาพประกอบ นิยายอ่านฟรี อนุชาย 19

หลังจากคืนนั้น ชานนท์ สายสกุล กับคุณหนูกุ๊งกิ้ง ทองธารา  ชีวาวัฒนะ ก็โดนนักข่าวจับคู่กันแทนแคราย เชาว์อัตโนมัติ การติดตามคนทั้งคู่จึงเป็นไปอย่างเข้มข้น…กระทั้งอนุชัยเองก็ไม่ละเว้น ข่าวด้านบวก-ด้านลบถูกเผยแพร่เป็นระยะๆ ไม่เว้นแม้กระทั้งใน ไลน์ ทวิตเตอร์  อินสตาแกรมหรือเฟสบุ๊ค ชานนท์กับอนุชัยจึงจับเข่าคุยกันเพื่อหาทางออก

                “นายมีเหตุผลอะไรมาตั้งนามแฝงให้ฉันว่าแก๊สซี่ บูโตะเนี่ย….ไหนๆ ลองบอกที่มาหน่อยซิ” อนุชัยซักไซ้ขณะทั้งคู่อยู่ในชุดลำลองหลังอาหารค่ำ

                “ตอนฉันเรียนที่มหาวิทยาลัย บริติชโคลัมเบีย ฉันกับเพื่อนชอบไปเดินและ ดื่มเบาๆ ที่แก๊สทาวน์ในแวนคูเวอร์นะ นายคงยังไม่ทราบประวัติของย่านแก๊สทาวน์ละซิ”

                “หึ…ฉันยังไม่เคยไปเลย”

                “คือว่า…เมื่อก่อนย่านแก๊สทาวน์เป็นแค่ถนนสีแดงเต็มไปด้วยหินก้อนใหญ่ๆ สายหนึ่งเท่านั้นนะ…และบนถนนสายนั้นก็มีโรงเลื้อยตั้งอยู่ ใกล้ๆ กันจะเป็นร้านเหล้า ไม่ซิ!…เรียกว่าเป็นบาร์เครื่องดื่มน่าจะถูกต้องกว่า  นายรู้ไหม เจ้าของบาร์เครื่องดื่มนั้นแหละคือที่มาของชื่อแก๊สทาวน์ในปัจจุบัน”

                “เออชักจะน่าสนใจขึ้นมาแล้วซิ…ไหนว่าต่อไปดิ” อนุชัยขยับใกล้เข้าไปอีก พลางเอาศอกเกยหัวเข่าชานนท์ค้ำคางตัวเองแบบเด็กน้อยกำลังตั้งใจฟังนิทาน จนชานนท์ได้ใจเชิดหน้ายิ้มเอามือลูบหัวเขาเล่น

                “เจ้าของบาร์เครื่องดื่มชื่อ จอห์น “แก๊สซี่ แจ็ค” ดีตัน หรือคนทั่วไปมักจะเรียกเขาติดปากว่า แก๊สซี่  เขาเป็นคนอารมณ์ดี คุยสนุก จนเป็นที่เลื่องลือไปทั้งบาง เพราะเหตุนี้เอง ชื่อเขาจึงเป็นที่มาย่านธุรกิจที่ชื่อว่า แก๊สทาวน์ในปัจจุบัน” ชานนท์อธิบายยาว “นายเป็นคนคุยแล้วไม่เบื่อ…ฉันเลยอยากให้นายใช้ชื่อนี้…..Please เถอะนะนายแก๊สซี่ของฉัน”

                อนุชัยประเมินขณะที่ฝ่ามือกว้างยังวนอยู่บนหัวตัวเอง “แก๊สซี่ เหรอ..อื้อๆ….แก๊สซี่มันอักษร G แต่ฉันชอบอักษร T มากกว่านะ”

                “อักษร T เหรอ Tommy ทอมมี่ เป็นไง”

                “นั้นนะชื่อแมวชัดๆ”

                “หรือจะเป็น Tammy”

                “นายตั้งใจจะให้ฉันชื่อ น้องมะขามรึไง (Tamarind แปลว่า มะขาม)” อนุชัยเสี่ยงขุ่น

                “งั้นก็เป็น Timmy ก็แล้วกัน ดูหล่อขึ้นเยอะแยะ”

                “ทิมมี่ บูโตะ (Timmy Buto) แล้วไอ้คำว่าบูโตะละมาจากไหน”

                “เดี๋ยวนายก็จะรู้เองแหละ”

                “โอเค!….คราวนี้ เป็นฉันตั้งนามแฝงให้นายมั่ง….” อนุชัยพูดอย่างคนหวังผล

                “ไม่ต้องเลย ฉันมีของฉันตั้งแต่สมัยเรียนแล้วละ นายฟังฉันให้ดีนะ ฉันชื่อว่า เดียร์เนียล”

                “เดเนี่ยว….”

                “ไม่ใช่ต้อง เดียร์ เดียร์เนี่ยล เดียร์เนียล”

                อนุชัยค้างราวกับนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “Dear Niel (Dear หมายถึงที่รัก) นายตั้งใจจะให้ฉันเรียกนายว่าที่รักเนี่ยนะ….ไม่เห่ย! ไม่หน่อยเหรอ ฟังแล้วจะอ็วก”

                แต่ชานนท์กลับฉายยิ้มแบบผู้ชนะ “ไม่หรอกน่า เดียร์เนียล บูโตะนี้แหละฉันชอบ”

                “ทำไมต้อง บูโตะ เหมือนกัน หรือว่าในหัวของนายอยากเคลมฉันมากเลยใช่ไหมฮึ!” อนุชัยต่อว่า ขณะกระโดดไปนอนฝั่งตรงข้าม

                ทำเอาชานนท์ถึงกับหัวเราะมองตาหยีไปที่เขา “ถ้าอย่างนั้นคืนนี้นายก็พร้อมแล้วดิ!….ฉันนะพร้อมมานานแล้วนะ”

                อนุชัยโยนหมอนใส่ “ในหัวนายนี้นะ…” ก่อนจะเดินหนีขึ้นห้อง….

                “ฮ่าๆ ใครกันแน่ที่คิด….” ชานนท์หัวเราะ ก่อนจะวิ่งตามขึ้นไป “เมียจ๋ารอสามีด้วย”

                “ปิดไฟก่อนเลย” อนุชัยตวาดลงมาจากข้างบน

                “คราบบบบบบบ…….ฮ่าๆ”

เช้าวันต่อมา

                วันเสาร์ว่างๆ ภายในห้องโถงเพดานโล่งสูงๆ ที่รวม ห้องรับแขก นั่งเล่น ทำงาน อาหาร และครัวฝรั่งเอาไว้ในโซนๆเดียวกัน ดอกแคนารอบๆ บ้านลอฟท์เลิฟกำลังบานและร่วงโรยที่ละดอก ทีละดอกจนขาวโพนไปทั้งลานดิน ปล่อยให้ผนังปูนสะท้อนแดดสีน้ำนมเด่นชัด มันเป็นเฉดสีเทาที่สวยกว่าปกติ ดอกไม้หลากสีในกระถางดินเผาที่ชานนท์ซื้อมาแขวนประดับเป็นจุดๆ ก็แข่งกันอวดสีสัน ทำให้ทุกๆ สิ่งรอบๆ บ้านลอฟท์เลิฟดูอบอุ่นขึ้นมา

                และขณะที่อนุชัยกำลังจัดการกับเส้นสปาเก็ตตี้แข็งๆ เพื่อรอให้ชานนท์ที่ออกไปหาซื้อของสดจากตลาดใกล้ๆ มาผัดเป็นอาหารเที่ยง เขาก็ต้องสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ มีมือขาวๆ เรียวๆ โอบกอด และกอดแน่นจากด้านหลัง

                “จ้ะ เอ๋! พี่ชาย คิดถึงจัง” และเธอเจ้าของเสียงราวกับกระดิ่งลมก็ยังกอดแน่น แถมยังยกตัวเขาเขย่าจนแทบจะลอยจากพื้น

                “เอ่อ!….” อนุชัยเหรอหราจับต้นชนปลายไม่ถูก เมื่อหันไปประจันหน้า สาวสวยขาวบอบบางร่างเล็กผมยาวถึงกับกระโจนไปยืนสั่นอยู่กลางห้องพร้อมกับทำตาโตๆ ราวกับเห็นผีในตอนกลางวัน

                “ว้าย!….หญิง หญิง ขอโทษคะ หญิงนึกว่าเป็นพี่ชาย” เธอแก้ตัวตะกุกตะกัก พลางก้มหน้าสีแดงนิ่งๆ ก่อนจะใช้มือเสยผมทัดหูให้เห็น  “เอ่อ!….คือ” เธอชี้นิ้วจิ่มหน้าอกตัวเอง “ชื่อหญิงคะ หญิงรัดดา พี่คงจะเป็น…”

                “ผมชื่ออนุชัยครับ คุณ….”

                “อย่าคะพี่นุ อย่าเรียกหญิง ว่าคุณหญิงเด็ดขาดนะคะ หญิงรับไม่ได้หรอกคะ” เธอสวนกลับเร็วๆ แต่ใบหน้าที่แดงก็ยังแดงระเรื้อเป็นสีมะเขือเทศอย่างเดิม “พี่ชายโทรไปเล่าเรื่องพี่นุให้หญิงฟังทุกวันแหละคะ หญิงเลยชินปาก ฮิๆ”

                อนุชัยจ้องใบหน้าเธอนิ่งๆ ก่อนจะยิ้มเกือบจะหัวเราะออกมา “ทำไมคุณหญิงต้องอายด้วยละครับ ทีคุณชาย เขากลับชอบด้วยซ้ำไป”

                “พี่ชายหน้าด้านคะ แต่หญิงรับไม่ได้หรอก พี่นุเรียก หญิงเฉยๆ หรือไม่ก็ เออ….” เธอเว้นจังหวะปกปิดบางอย่าง “เรียกว่า น้องหญิงก็ได้นะคะ”

                อนุชัยขำ จนระเบิดเสียงหัวเราะออกมา พาลทำให้หญิงสาวที่ยืนไม่มั่นคงอยู่แล้วยิ่งโงนเงนหนักขึ้น… “เปล่าๆ พี่ไม่ได้ขำน้องหญิงนะ….แต่พี่ขำไอ้คุณมากกว่า”

                “อะไรนะคะ เมื่อสักครู่พี่นุเรียกพี่ชายว่าอะไรนะคะ” เธอเงยหน้ามาซักไซ้

                “ไอ้คุณ หรือไอ้เฮี้ยคุณครับน้องหญิง”

                “ฮา ฮ่า ฮ้าๆๆๆๆๆๆ….พวกพี่นี้ตลกดีนะคะ… ฮ่าๆๆๆ”

                อนุชัยจ้องหน้าเธอสักครู่ก่อนหญิงสาวจะพูดขึ้นอีก “พี่นุกำลังทำอะไรอยู่คะ เดี๋ยวหญิงช่วย”

                “น้องหญิงทำกับข้าวเป็นด้วยรึครับ” อนุชัยถามตามหลัง ก่อนตัวเองจะเดินผ่านไปยังเตาไฟฟ้าที่เปิดรอหม้อต้ม

                “อยู่ซานฟรานซิสโก หญิงทำเองหมดแหละคะ ตั้งแต่หุงข้าว ทำกับข้าว ซักผ้า รีดผ้า” เธอสาธยายพร้อมกับกำเส้นสปาเก็ตตี้แข็งๆทิ้งลงหม้อที่อนุชัยพึ่งยกมาตั้ง “อุ้ย….หญิงก็นึกว่ามันเดือดแล้ว”

                อนุชัยหันมายิ้มขำๆ แต่เธอกลับหัวเราะลั่นบ้าน

                อีกคนที่กำลังหิ้วของอยู่ระเบียงมองเข้ามาภายในบ้าน  ภาพคนทั้งคู่ทำให้เกิดเรื่องราวในหัว ด้านหนึ่งน่าจะยินดีที่น้องสาวมาหาและเข้ากับอนุชัยได้ ส่วนอีกด้านก็ยังขมุกขมัวจนมองไม่เห็นแสงสีที่ชัดเจน  ชานนท์ยืนซี๊ดปากเงียบๆก่อนจะผลักประตูอลูมิเนียมสีดำบานสูงเข้าไปหา

                “อ้าว! พี่ชายมาแล้ว” เธอถลาจากอนุชัยเข้าไปกอดชานนท์แน่น “หญิงคิดถึงพี่ชายจังเลยคะ”

                “น้องหญิงลงเครื่องเมื่อไรคะ ไม่เห็นบอกพี่ชายเลยคะ” ชานนท์ทำสายตาดุๆก่อนจะนำของทั้งหมดไปวางใกล้อนุชัย เขาเหลือบสบตาประมาณดุนิดๆ ก่อนจะกลับไปยังน้องสาวตัวเอง “ว่าไงคะ…น้องหญิงก็รู้ว่าพี่ชายเป็นห่วงมากแค่ไหน”

                “5 ทุ่ม 15 นาทีเมื่อคืนคะ คุณแม่ให้สมานไปรับ” เธอทำหน้างอใส่

                “ทีหลังบอกพี่ชายนะคะ จะได้ไปรับเอง”

                “หรือไม่ก็เป็นพี่นุ….” เธอยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ จนชานนท์หน้าเขียว

                “หญิงรัดดา” ชานนท์ดุ

                “ไม่เอา ไม่เอาไม่ซีเรียต นะคะ หญิงหิวแล้วอ่ะ” หญิงรัดดาอ้อนพลางกระฟัดกระเฟียด ข้างๆชานนท์ “ไม่ซีเรียตนะคะ นะคะ นะคะ”

                “คะ…แต่พี่ชายเตรียมไว้แค่ 2 ที่นะคะ” ชานนท์แกล้ง

                “แต่หญิงเพิ่มเส้นสปาเก็ตตี้สำหรับ 3 คนเรียบร้อยแล้วคะ ฮิๆๆๆ”

                อนุชัยหัวเราะหึๆ จนชานนท์เข้าไปกระแทกชนด้านหลังแรงๆ “นายก็อีกคน” เขาก้มกระซิบข้างหู ก่อนจะเงยหน้าตะโกนบอก “พี่ว่าน้องหญิงไปนั่งเช็คเมลรอที่โต๊ะทำงานโน้น ก่อนดีไหมคะ ทางนี้พี่กับพี่นุจะจัดการเอง”

                “บ้านลอฟเลิฟที่พี่นุออกแบบสวยจังนะคะหญิงซักอยากมาอยู่ด้วยซะแล้วซิ”

                “หญิงรัดดา” ชานนท์กดเสียงต่ำ

                “คะ คะ หญิงไปแล้วคะ”

                ทั้งสามร่วมโต๊ะอาหารกลางวันด้วยกันอย่างสนุกสนาน ยิ่งหญิงรัดดาด้วยแล้ว ดูเหมือนเธอจะมีความสุขมากกว่าปกติหลายเท่า….ชานนท์กำลังคิดอะไรอยู่นะ หญิงรัดดาละ และอนุชัยอีกคน สายตาที่คนทั้ง 3 จ้องกันไปๆ มาๆ ชั่งขัดแย้งกันทุกแง่ ทุกมุมเหลือเกิน…

                “พี่นุคะ…ทานนี้หน่อยซิคะ หญิงซื้อมาระหว่างต่อเครื่องที่ญี่ปุ่นนะคะ อร่อยดี”

                “หญิงรัดดา…” ชานนท์คำรามเสียงในลำคอ จนคนที่นั่งอยู่ข้างอดขำไม่ได้

                “อ้อๆ….พี่ชายก็ชิ้นหนึ่ง ชิมด้วยนะคะ”

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →