อนุชาย ตอนที่ 18

อนุชาย นิยายอ่านฟรี Loft Love House

ในที่สุดอนุชัยก็ย้ายเข้ามาอยู่กับชานนท์ในบ้าน ปูนเปลือยโมเดิร์นลอฟท์ ที่มีป้ายหินแกรนิตสีน้ำตาลดำแกะกัดกรดลึกเป็นอักษรภาษาอังกฤษสไตล์โรมัน ลงด้วยสีโอโรสสดว่า “Loft Love House” ด้านข้างประดับกุหลาบขาว 2 ดอกพัวพันกันไปมาตามคำแนะนำของเจ่ดวงและคุณหญิงพวงพรที่เทียวมาอ้อนวอนเขาทุกๆ อาหารเย็น โดยมีสายตาของชานนท์คอยลุ้นอยู่ข้างๆ

ความจริงอีกด้าน บ้านลอฟท์เลิฟ หลังนี้ รวมทั้งรถ BMW ที่ชานนท์แอบไปดูๆ ไว้ไม่ใช่เป็นเงินของบ้านสายสกุลซะที่เดียว แต่มันเป็นเงินจากอนุชาติ เชาว์ ที่ต้องการจะชดเชยสิ่งที่เขาผิดพลาดในอดีตให้ลูกชายที่รอดเงื้อมมือมัจจุราชมาได้อย่างหวุดหวิด  การได้แต่เฝ้าติดตาม เฝ้าแอบมองอยู่ห่างๆ เป็นเรื่องที่เจ็บปวด

(ถ้าเปิดตัวว่าอนุชัยคือทายาทของบ้านตระกูลเชาว์เมื่อไร เขาจะกลายเป็นเป้าสังหารเมื่อนั้น) เขามักจะขุดคำพูดของคุณหญิงพวงพร สายสกุล ขึ้นมาเตือนสติทุกครั้งหากไม่อยากผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่ 2 น้ำตาลูกผู้ชายไหลย้อนลงสู่กระเพาะแทนอาหาร 3 มื้อ ทำให้เขายิ่งตระหนักว่าตัวเองเป็นคนไม่เอาไหนที่สุดในโลก  หลายครั้งเขาแอบหนีมายืนจ้องรูปอดีตภรรยาตัวเองในชื่อ พร ธารากรณ์  ที่สถูปวัดเล็กๆในหุบเขา จนคนขับรถต้องหามเข้าโรงพยาบาลมาแล้วถึง 2 ครั้ง 2 ครา หากได้เผชิญหน้ากับอนุชัยตรงๆ เขายังคิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะขุดคำๆ ไหนออกมาแก้ตัว หรือลบล้างความสะเพร่า หลงผิดเป็นถูกให้หมดไปได้

และเย็นวันพุธขณะที่ชานนท์กับอนุชัยกำลังขับรถกลับบ้าน ลอฟท์เลิฟ ชานนท์จึงเอ่ยขึ้นมาในลักษณะคนกำลังลุ่นบางอย่าง “นี้!….ฉันถามอะไรนายสักอย่างหน่อยดิ!” เขาเหลือบมองอนุชัยแล้วเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง “เอ่อ….ถ้านายจะซื้อรถสักคัน นายชอบสีอะไรเหรอ”

“เฮ้อะ!…คนอย่างฉันเนี่ยนะจะมีปัญญา เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ” อนุชัยสะบัดหน้าหนีราวกับวัวโกรธ

“เออน่า….อย่าโยกโย้ได้ปะ…แค่ขำๆ” ชานนท์นิ่งกัดริมฝีปากตัวเองลุ่นตัวโก่ง เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่ขำแบบคนไม่ใส่ใจ “เร็วๆดิ…”

“นกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้อย่างฉัน นายคิดว่ามันจะชอบสีอะไรละ” อนุชัยพูดแบบไม่ต้องคิด ก่อนรอยยิ้มของชานนท์จะบรรเจิดขึ้นกลางแดดสีวะนิลา “นายยิ้มอะไร”

“เปล่าๆ….ฉันเห็นนายชอบกุหลาบสีโอโรส ฉันก็นึกว่านายอยากได้รถสีเดียวกัน”

“ไปตายซะไอ้คุณชาย…หึ!”

“ฮ่าๆ”

อนุชาย ตอนที่ 18 Loft Love House

เมื่อเบนซ์สปอร์ตขับผ่านประตูไม้ดิบๆ สีดำของบ้านลอฟท์เลิฟเข้ามาถึงลานกว้างๆ  รถยนต์ BMW ซีรี่ส์ 5 สีน้ำตาลดำก็จอดนิ่งรอเจ้าของในโรงจอดรถ อนุชัยคิดว่าเป็นรถจากบ้านสายสกุลแวะมาหาชานนท์

“อ้าว! แม่นายมาหาเหรอ” อนุชัยถาม ขณะชานนท์กำลังดับเครื่องยนต์

“เปล่า!…ลงไปเถอะฉันมีเรื่องเซอร์ไฟรส์นิดหน่อย” ชานนท์บอกก่อนจะเปิดประตูเดินนำไปยังรถยนต์คันดังกล่าวก่อน เสียงเปิดล็อคจากกุญแจอีกดอกที่เขาถือในมือ จนทำให้อนุชัยเริ่มแปลกใจมากขึ้น

“เซอร์ไฟรส์อะไรของนาย ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย”

ชานนท์เปิดประตูด้านคนขับรอ เขายิ้มตาหยี “เร็วดิ ลองนั่งดู” เขากระตุ้น

“อะไรของนายวะ!…”

“เออน่า อย่างเรื่องมากนักเลย” ชานนท์จึงคว้าแขนอนุชัยลากมายัดเข้าในรถแบบคนรำคาญ “เป็นไงนั่งสบายไหม”

“รถใครอ่ะ…สีน้ำตาลเปลือกไม้ซะด้วย”

“รถของนกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้ไงเล่า จะรถใครซะอีกละ” ชานนท์พูดไปยิ้มไป จนอีกคนถึงกับอึ้ง นิ่ง นิ่ง เดาทางไม่ออก เมื่อความเงียบเข้าหล่อเลี้ยง….สติก็ค่อยๆ กลับมา

“ไหนนายบอกฉันอีกทีซิ!”

“นายก็ได้ยินชัดเจนแล้วนิ” ชานนท์สวนกลับแล้วก็ยิ้ม  พร้อมกับเอื้อมมือข้ามตัว “ปุ่มสวิทซ์ปรับเบาะตรงนี้ และตรงนี้ กระทั้งตัวอนุชัยแทบจะนอนราบชานนท์ถึงขึ้นค่อมข้างบนตัวเขา

“นาย นายจะทำอะไรนะ”

“เป็นไงสบายไหม….” ชานนท์ถามแบบคนเจ้าเล่ห์ อนุชัยได้แต่พยักหน้าแดงๆ “จะไม่จูบตอบแทนสามีสักทีเหรอ” เขาพูดต่อ และก็เป็นทันทีที่อนุชัยผลักให้พ้นตัว

“ไปเลยจะไปไหนก็ไป” อนุชัยก้าวลงจากรถหันหลังเดินฉับๆ ขึ้นบ้านแบบคนต้องการซ่อนความรู้สึก

“อายเหรอ ทำไมต้องอาย อายทำไม” เสียงชานนท์ไล่ตามไม่หยุด

“หุบปากไปเลย”

“ฮ่าๆ….จูบสามีให้ชื่นใจหน่อยซิจ๊ะเมียจ๋า ฮ่าๆๆ”

และคืนนั้น ชานนท์ใช้ข้ออ้าง ต่างๆ นานา จนได้มานอนข้างๆ อนุชัยได้สำเร็จ

“นายจะมากอดฉันทำไมเนี่ย”

“ฉันหนาว”

“หนาวก็ลดแอร์ซิ ฉันนอนไม่หลับ”

“แต่ฉันหลับดีจะตาย”

“เอาขาออกไปปปปป”

“นายยังไม่ตอบแทนฉันเลยนะ”

“ตอบแทนเรื่องอะไร”

“ก็เรื่องรถไง ฉันอุตส่าห์นั่งคิด นอนคิดหลายอาทิตย์ ว่านายชอบสีอะไร ในที่สุดฉันก็เดาไม่ผิดใช่ไหมละ จูบสามีหน่อยซิจ้ะเมียจ๋า”

“ไปไกลๆ ฉันเลย” อนุชัยคลุมโปงนอนหันหลังให้

“จะเอาท่านี้เลยเหรอ ไม่ไวไปหน่อยมั่ง”

อนุชัยโมโหลุกขึ้นนั่ง “นายจะนอนในห้องนี้หรือจะให้ฉันไล่ไปนอนในห้องนาย”

ชานนท์เห็นท่าไม่ดีเลยใช้ลูกออดอ้อนเข้าช่วย “เอ่อน่า นอนๆ….” เขาดึงอนุชัยให้นอนลงจนได้แต่ก็ไม่วายเอาขามาเกยไว้ระดับเป้า แต่เมื่อมีผ้าห่มกั้น อนุชัยเลยปล่อยเฉย

            “นกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้เจ้าเอย….ถึงจะโผบินสู่ถิ่นแคว้นแดนใด….ไกลสักแค่ไหน…..ถิ่นศัตรูหรือเพชฌฆาต….ข้าก็จะตามเจ้ากลับ….ตัวข้าคือรังหลับ….ตัวข้าจะเป็นคอนเดียว…..ข้าจะลูบหัวแทนคำบอกรักที่ไม่อาจเอ่ย….ข้าจะเขกกะโหลกยามใดที่ไม่ฟัง….ข้าจะยอมให้เจ้าตบหน้าข้าในฐานะภรรยาเท่านั้น….แต่หากเราต้องชกกัน….ข้าก็จะชกกับเจ้าจนกว่าเราทั้งคู่จะตายไปด้วยกัน” ชานนท์รำพึงรำพันบทกลอนขึ้นมาลอยๆ จนอนุชัยอดหันไปกระซิบถามไม่ได้

“นายไปจำมาจากนิยายเล่มไหนวะ!”

“ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ก็นิยายของนายไง”

“ฉันไปเขียนนิยายเห่ยๆ นี้ตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ”

“ไม่รู้ดิ! อีก 20 ปีข้างหน้ามั่ง….ไม่เอาๆ นอนเถอะ”

โคมไฟที่หัวเตียงดับแล้วรัตติกาลสีดำก็เข้าครอบคลุม อนุชัยเหลือบมองชายหนุ่มที่กำลังหลับข้างๆ อย่างบอกอารมณ์ไมถูก เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายหลับสนิท เขาจึงค่อยก้มลงจูบที่หน้าผากเบาๆ

อีกคนถึงกับอมยิ้มสู่ฝันหวานที่กำลังก่อตัว (ฉันปรารถนาให้นายหลับในอ้อมกอดฉันแบบคืนนี้ตลอดไป อนุชายยยยย)

(อนุชัยโวย! ออกเสียงคำสุดท้ายให้สั้นหน่อย ขนลุกหมด)

(อ้าว! นี้ฉันฝันไปรึ….ขายหน้าชะมัด)

ด้าน ดร.ชวนนท์ สายสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขณะนั่งคุยกับภรรยาที่โต๊ะอาหารเช้า ภายในบ้านสายสกุล เขาเห็นพฤติกรรมบุตรชายที่ปฏิบัติต่ออนุชัยจนเกิดความไม่สบายขึ้นมา

“เออคุณ หมู่นี้ตาชายไปค้างที่บ้านลอฟท์เลิฟ ทุกคืนเลยเหรอ” ดร.ชวนนท์พูดขึ้น ขณะคุณหญิงพวงพรกำลังตักข้าวต้มปลากะพงเข้าปาก

คุณหญิงพวงพรเคี้ยวกลื่นเอาผ้าซับปากบางๆ “คะ ก็มหาวิทยาลัยตาชายอยู่แถวนั้นนี้คะ คุณมีอะไรรึเปล่า”

“อ้อ! ปะ เปล่าๆ….ผมก็แค่ถามไปตามเรื่อง”

“ไม่มีอะไรแน่นะคะ”

“เปล่าๆ กินๆ กำลังร้อน อุ้ย! คุณเนี้ย สงซง สงสัย อะไรไม่เข้าเรื่อง” ดร.ชวนนท์ก้มหน้าก้มตาตักข้าวต้มเข้าปากเร็ว ขณะที่คุณหญิงพวงพรยังจ้องเขาไม่กระพริบ เมื่อคุณหญิงพวงพรกำลังจะตักข้าวต้มเข้าปากตัวเองมั่ง ดร.ชวนนท์จึงเอ่ยขึ้นมาอีก

“เออ นี่ คุณๆ”

คุณหญิงพวงพรชะงัก พร้อมกับวางช้อนลงชามข้าวต้มเสียงดัง “คุณมีอะไรก็ว่ามาตรงๆ เลยคะ”

“ในฐานะที่คุณเป็นหมอ คุณ เอ่อ คุณ ว่า เอ่อ……”

“คุณกำลังสงสัยอะไรลูกเราเหรอคะ” คุณหญิงพวงพรยิงคำถามตรงๆ เมื่ออีกคนนิ่ง “คุณคะ คุณกำลังสงสัยว่าตาชายเป็นเกย์หรือเปล่าใช่ไหม”

ดร.ชวนนท์ไม่ตอบ เขาจึงเลี่ยงเข้าสู่เรื่องอื่น “ลูกสาวท่านนายยก หนูกุ๊งกิ้งนะคุณ พึ่งกลับมาจากอังกฤษ ผมว่าจะทาบทามให้ตาชายคุณเห็นว่าเป็นไงบ้าง”

คุณหญิงพวงพรส่ายหน้าเอือมละอา ก่อนจะหยิบช้อนตักข้าวต้มเข้าปาก ปล่อยให้อีกคนนั่งเอ๋อ รอคำตอบกระทั้ง “ก็แล้วแต่คุณซิคะ ดิฉันไม่ขอยุ่งด้วย”

“คุณหญิง”

“พอเถอะคะ เรื่องผิดพลาดในอดีตไม่เคยเป็นบทเรียนให้คุณเลยใช่ไหมคะ” คุณหญิงพวงพรลุกอย่างคนโมโหแต่ก็ยังเก็บอาการ “ดิฉันขอบาย แล้วแต่คุณละกัน”

และคืนต่อมาที่โรงแรมมาริแอทพลาซ่า ถนนวิทยุ ดร.ชวนนท์ สายสกุลก็ลากคอบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนมาร่วมโต๊ะรับทานอาหารเย็นกับ ดร.ทักพงศ์ ชีวาวัฒนะ นายกรัฐมนตรี โดยมีหนูกุ๊กกิ้ง บุตรสาวแสนสวยร่วมโต๊ะด้วย บรรยากาศภายในโรงแรม 5 ดาวเป็นไปอย่างแช่มช้อย หนุ่มสาวได้แต่สบตากันและกันไปมา คุณหญิงพวงพร ไม่มาด้วย ปล่อยให้ ดร.ชวนนท์ฉายเดียวแต่ก็มีบรรดารัฐมนตรีกระทรวงอื่นๆ คุณหญิง คุณนายมากหน้าหลายตารวมถึงท่านผู้หญิงแขไขก็ขนเครื่องเพชรมาอวดเดินวนไปมาไม่หยุด แสงโคมหลากสีปะปนกับแสงเทียนกลางโต๊ะผลักพวกเขาเด่นลอย มองเผินๆไม่ต่างอะไรกับบรรดาเทพพิมานกำลังเสพสุขกับอาหารทิพย์  กระทั้งเกือบๆ จะเที่ยงคืน ชานนท์จึงขอตัวลุกไปเข้าห้องน้ำ แต่เมื่อมาอยู่มุมมืดเขากลับควักโทรศัพท์ขึ้นมาใช้งาน….

เมื่อปลายสายเปิดรับ “นายหลับรึยัง”

(…กำลังจะ)

“ปิดไฟรึยัง”

(ครับ)

“ห่มผ้ารึยัง”

(ครับ)

“หลับตานะ ฉันกำลังมุดเข้าผ้าห่มแล้วละ”

(ครับ)

“ฉันนอนข้างๆ นายแล้วนะ”

(ครับ)

“ขอจูบหน่อย”

(ครับ)

“ฝันดีนะ นายนกป่าของฉัน”

ด้านท่านผู้หญิงแขไข

เมื่อกลับมานั่งในรถ เธอก็บ่น บ่น บ่นให้คนขับรถคู่ใจฟัง “แครี่ นะแครี่ บอกให้มาก็ไม่มา…ถ้านู๋กุ๊งกิ้งคาบคุณชายไปแดกนะ…โอ้ย! คิดแล้วก็เครียด ฉันจะทำอย่างไรดี เดี๋ยวอย่างพึ่งออกรถ ฉันจะไปนั่งหน้าดีกว่า” เธอเปิดประตูหลังพร้อมกับก้าวมาเปิดประตูนั่งคู่กับคนขับรถเร็วๆ “นี้ปกรณ์เธอดูนะไอ้เครื่องเพชรปลอมๆที่ฉันเช่ามาเนี่ยก็แพ้ง แพง เธอว่าเขาจะดูออกไหม”

“ไม่หรอกครับท่านผู้หญิง” ปกรณ์พุดเรียบๆ แต่เมื่อโดนสายตาท่านผู้หญิงแขไขเล่นงาน เขากลับสั่นเป็นเจ้าเข้า “ไม่ ไม่ ดูไม่ออกหรอกครับพี่แข”

“รอดตัวไป…โอ้ย! ฉานเครียดทำไงดีอ่ะ ปกรณ์ขา”

เด็กหนุ่มจึงเอื้อมมือมาคลึงเต้านมที่ล้นทะลักชุดราตรีแบบคนรู้ใจ “เป็นไงบ้างครับพี่แข ดีขึ้นไหม”

“ดีมาก ดีมากๆ คะปกรณ์ขา….อุ้ยยยย!….”

“เราจะกลับเซอร์แจ๊กสัน หรือบ้านตระกูเชาว์ ดีครับ”

“เธอไม่อยากสว่างกับพี่เหรอ….ชั่วโมงเดียวเอง กลับเซอร์แจ๊กสันเถอะทูนหัว โอ้ยยยยยยย! “

“ครับๆ ได้ครับ”

“ดีมากเลยคะปกรณ์ขา…….”

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →