อนุชาย ตอนที่ 16

แม่ครับแต่งงานเถอะแม่ครับแต่งงานเถอะ นิยายเรื่อง อนุชาย ตอนที่ 16

ภายในห้องทำงานคุณหญิงพวงพร สายสกุล

ตั้งแต่ยังไม่ 8 โมงจนกระทั้งเวลานี้ 9 โมงจะ 10 โมงเข้าไปแล้ว คุณหญิงพวงพรยังนั่งจ้องแหวนเพชรขนาด 2 กะรัต ตัวเรือนเป็นทองคำขาวด้านในสลักอักษรภาษาไทยโบราณว่า “สายสกุล” มันเล็กแทบจะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แว่นขยายที่ถืออยู่ในมือจึงมีประโยชน์มากในเวลานั้น  อีกราว 10 นาทีหลังจากเธอวางแว่นขยายแล้วหยิบกระดาษทิชชู่ซับที่หางตาทีละข้าง โทรศัพท์บ้านจึงถูกใช้งาน

(ฮัลโหล) เสียงปลายสายเป็นผู้หญิง ที่ไม่สามารถเดาอายุอานามได้

“สวัสดีจ้ะสมร ฉันพวงพรเอง”

(สวัสดีคะคุณหญิง) สมรลดระดับเสียงเบาลงจนคล้ายความมั่นใจลดตามไปด้วย

“มันเป็นแหวนเพชรที่ฉันให้น้องสาวฉัน จริงๆ นั้นแหละ…สมรจ้ะ”

(ดิฉันเสียใจด้วยคะ แต่ก็ดีใจแทนอนุชัยด้วย)

“สมรจ้ะ….ไม่วันใดวันหนึ่ง อนุชัยจะต้องรู้เรื่องนี้จนได้…ในฐานะเธอเป็นแม่ที่ประเสริฐสุดสำหรับเขา ฉันจึงไม่อยากให้เขารู้เรื่องนี้จากคนอื่น เธอเข้าใจฉันไหมจ๊ะ”

(แต่คุณหญิงคะ คือ ดิฉันไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน หรือดิฉันอาจจะไม่กล้าพอ)

“ฉันเชื่อว่าเธอทำได้ หากเรื่องนี้อนุชัยรู้จากคนอื่น มันคงไม่ดีสำหรับเธอแน่ๆ…เอออีกเรื่อง ฉันจะฝากแหวนเพชรกับตาชานนท์ไปให้คืนนะจ๊ะ เห็นแพลมๆว่าจะไปเที่ยวบ้านเธอพร้อมอนุชัยอีกไม่กี่วัน”

(แต่มันเป็นแหวนของคุณหญิงนะคะ ดิฉันดีใจที่ได้เก็บรักษามันไว้เพื่อส่งคืนเจ้าของที่แท้จริง)

“ไม่ ไม่ ไม่…มันเป็นแหวนของเธอ น้องสาวฉันให้เธอ มันก็ต้องเป็นของเธอซิจ๊ะ ฉันต้องขอบคุณและไม่รู้จะตอบแทนเธอด้วยอะไรด้วยซ้ำที่พาฉันไปไหว้สถูปน้องสาวของฉัน…ฉันตายตาหลับแล้วละสมรเอ้ย”

(คุณหญิงคะ…ดิฉัน ดิฉัน!)

“เธอฟังฉันดีๆ นะ ความลับไม่มีในโลก สักวันหนึ่ง อนุชัย ก็ต้องรู้ความจริง ฉันจึงอยากให้เขารู้จากปากของผู้หญิงที่เขาเรียกว่า แม่ มาทั้งชีวิต….สมรจ๊ะ เธอเป็นแม่ของอนุชัยโดยสมบูรณ์แบบและเธอก็จะเป็นแม่เขา จนกว่าความตายจะพลัดพรากโน้นแหละ…สมรจ๊ะ….ฉันเชื่อว่าเธอทำได้”

(ขอบพระคุณคะคุณหญิง)

ปลายมีนาคมแดดร้อนหวนกลับมาเยือนอีกครั้ง ดอกทองกราวข้างถนนมิตรภาพก็เริ่มเบ่งบาน สีส้มแดงมองเผินๆ ยิ่งทำให้อุณหภูมิสูงกว่าความเป็นจริงหลายองศา กระนั้นพวงช่อก็ยังดึงดูดสายตาได้ในระยะไกล ชานนท์เปลี่ยนจากรถเบนซ์สปอร์ตสีดำเป็นแลนด์โรเวอร์สีบลอนเมื่อต้องออกต่างจังหวัด โดยเขาให้เหตุผลง่ายๆ กับอนุชัยว่าต่างจังหวัดรถสิบล้อเยอะ ต้องขับคันใหญ่มองเห็นง่ายๆ จึงจะปลอดภัย ซึ่งมันก็น่าจะเป็นเช่นนั้น

เมื่อรถคันใหญ่แล่นเข้าไปจอดข้างตึกไม้โทรมๆ ที่ซ่อนตัวในหุบเขา ภาพชายหญิงวัยกลางคนกำลังง่วนอยู่หน้ากระทะทองเหลืองกับหญิงชรานั่งตัวตรงบนแคร่ไม้กึ่งเก่ากึ่งใหม่ก็ปรากฏให้เห็น อนุชัยเปิดประตูเดินเข้าไปสวมกอดหญิงวัยกลางคนจากด้านหลังจนเธอสะดุ้ง

“ไอ้ลูกคนนี้นิ….แม่ตกใจหมด” เธอหันกลับมาทั้งๆ ที่มือยังถือตะหลิ่วค้างอยู่ “มาก็ไม่บอกไม่กล่าว”

“หวัดดีครับแม่….หวัดดีลุงศักดิ์ดา” แล้วเขาก็เดินอ้อมเอาหัวซุกเข้าไปในตักหญิงชราที่ตาพล่ามัวเต็มที

“นี้ใครกันละ” เธอใช้มือลูบๆ คลำไปจนครบทุกส่วน “ใครกันละสมร” เธอเอ่ยถามอีกจนลุงศักดิ์ดาอดหัวเราะไม่ได้ “ใช่ไอ้อ้วนของยายไหมเนี่ย” เธอพูดดังๆ จนอีกคนที่ยืมมองอยู่… ถึงกับหัวเราะลั่น

“ฮ่าๆ อ้วน เป็นชื่อเล่นนายรึไง ไม่เห็นบอกฉันเลย” ชานนท์พูดไปหัวเราะไป เขาทักทายจนครบทุกคน ก่อนจะหย่อนก้นนั่งข้างๆ “ตกตงนายชื่ออ้วนรึเปล่า”

“เปล่าซะหน่อย….ตอนเด็กฉันอ้วน ยายเลยพูดติดปาก ก็แค่นั้นแหละ”

“หึๆ หึๆ ไอ้อ้วนกลับบ้านแล้ว” ยายเสียงดังอีกพลางใช้มือลูบหัวเขาไปมา ส่วนชานนท์เมื่อตั้งตัวได้ ก็ตรงดิ่งไปยืนหน้ากระทะทองเหลืองที่มีกล้วยกำลังดิ้นพล่านๆ เหนือเตาถ่านแบบคนไม่เคยเห็นมาก่อน

“หอมจังเลย”

“เหม็นเปล่าๆ…คุณชายไปนั่งเถอะ” สมรพูด…จนอนุชัยลุกหันขวับไปยังคนทั้งคู่

“เอ้!….แม่รู้จักชื่อเขาได้อย่างไง ผมยังไม่ทันแนะนำเลย”

“ก็เขาเป็นผู้ชาย แม่เลยเรียกเขาว่า คุณชาย ไม่ถูกรึไง” สมรบอก

ชานนท์หัวเราะตัวงอ “นี้แหละคือผลดีของชื่อฉัน นายควรจะจำมันให้ขึ้นใจด้วยนะ ฮ่าๆๆ”

“ไปๆ เอาของขึ้นไปเก็บบนห้อง เมื่อวานลุงทำความสะอาดไว้ให้ละ” สมรสั่งขณะหันหลังกำลังตักกล้วยชุดใหม่ไปวางไว้บนหิ้งพักน้ำมัน จนชานนท์อดเอื้อมไปหยิบมากัดไม่ได้

“โอ้ยยย ร้อน”

“ฮ่าๆ… ” ทั้งหมดหัวเราะขึ้นพร้อมกัน รวมทั้งยายที่มองไม่เห็นก็พลอยหัวเราะตามอีกคน

“อันที่เย็นในถาดมีก็ไม่กิน สมน้ำหน้านายแล้วละ ฮ่าๆๆๆๆ”

“ร้อนๆ อร่อยกว่าไม่ใช่รึไงเล่า….” ชานนท์สวนกลับ  ขณะลุงศักดิ์ดาเดินถือแก้วน้ำเย็นออกมายื่นให้

“อ้าวๆ คุณชายดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนที่ปากจะพอง”

“ขอบคุณครับ”

ชานนท์เหมือนจะเข้ากับครอบครัวของอนุชัยได้เร็ว หลังจากทั้งคู่เก็บของเข้าที่เสร็จ งานหลักของเขาก็อยู่ที่หน้ากระทะอย่างกับคนเจอของเล่นชิ้นใหม่ จนอนุชัยที่แอบมองอยู่ห่างอดสงสัยไม่ได้ว่า ใครคือลูกชายของแม่กันแน่….

เช้าวันต่อมาแสงแรกปลุกพวกเขาตื่นจากที่นอนที่สีฟ้า ม่านสีขาวสะอาดบังแดดได้เพียง 50 % ชานนท์ลุกแบบคนงัวเงียมายืนมองผ่านหน้าต่างข้ามไปยังหุบเขาที่เห็นถนนมิตรภาพเลื้อยอ้อมไปมาราวกับลำตัวของงูยักษ์ เขาเพลินกับวิวสวยๆ จนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกคนมายืนชิดด้านหลังกี่นาทีมาแล้ว และเมื่อทั้งคู่วาดสายตามาตกที่หน้าร้าน ภาพลุงศักดิ์ดากำลังตั้งเตาไฟ แม่กำลังปลอกกล้วยโยนใส่ชามสแตนเลสทีละใบ โดยมีหลานชายลุงศักดิ์ดาตัวเล็กๆน่าจะ 7 หรือ 8 ขวบวิ่งวนไปรอบๆ สร้างเสียงหัวเราะดังสลับกันขึ้นๆ ลงๆ จนทำให้ภาพอีกครอบครัวที่หัวหินผุดขึ้นมาในหัว

“พวกเขาน่ารักดีนะว่าไหม” ชานนท์พูดขึ้นก่อน

“อื้อ…..” อนุชัยละเมอตามพลางเบียดตัวเข้ากับแผ่นหลังราวกับอยากเห็นใกล้ๆ

“นายไม่อยากให้แม่แต่งงานรึไง…ฉันว่าลุงศักดิ์ดาก็ชอบแม่นายไม่น้อยเลยนะ ดูซิ เวลาพวกเขาอยู่ด้วยกันน่ารักจะตาย” ชานนท์พูด

“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”

“ก็ฉันพูดผิดตรงไหนเล่า ลุงศักดิ์ดาก็อยู่คนเดียว แม่นาย ถ้าพูดไปแล้วก็ยังสวย  หากทั้งคู่ลงเอยกันได้ นายก็จะได้หมดห่วง….” ชานนท์ปล่อยเวลาให้อีกคนคิดตาม…. สักพัก “และนายจะได้ย้ายไปอยู่กับฉันที่บ้านลอฟท์เลิฟ  ไม่ดีรึไงละ”

“แผนสูงจริงนะ…” พูดจบอนุชัยก็เดินไปอาบน้ำ

และเย็นๆ ของวันนั้น ขณะที่ชานนท์อาสาขับรถพาลุงศักดิ์ดาไปเอากล้วยในไร่ เมื่อพวกเขาอยู่ด้วยกันลำพัง ชานนท์จึงกระแอมขึ้นมาดังๆ

“เป็นอะไรรึคุณชาย ไหวไหม บอกให้อยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่เชื่อ”

“สบายมาก…เอ่อ!…นี้ลุง ขอถามอะไรหน่อยดิ!” ชานนท์ใช้เสียงระดับต้องการรักษาความลับ จนลุงศักดิ์ดาต้องเอียงคอทำหน้าสงสัย “ลุงชอบแม่สมรอยู่ใช่ไหม?” เขากระซิบ จนเห็นใบหน้าของลุงศักดิ์ดาแดงระเรื้อขึ้นมา

“คุณชายอย่าไปพูดที่ไหนน่า!”

“ครับ….ว่าแต่ลุงชอบแม่สมรไหมละ…” ชานนท์ยังไม่ยอมจบ จนลุงศักดิ์ดาพยักหน้าให้ “ก็เท่านั้นแหละ ไม่เห็นยากเลย ฮิๆๆ”

อีกคน…อนุชัยที่คอยจับโน้น จับนี้อยู่ใกล้ๆ กระทะ เขาลอบมองแม่ตัวเองแล้วยิ้มๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า จนสมรต้องลากมานั่งลงกับแคร่ไม้….

“นุ นุมีอะไรจะพูดกับแม่รึเปล่าลูก”

อนุชัยเงียบ แต่ก็ยังอมยิ้มแบบคนมีเลศนัย “แม่….” เขายิ้มให้เธออีกก่อนจะขยับลงนั่งยองๆ กับพื้น โดยแขนทั้ง 2 ข้างพาดไว้กับตักอุ่นๆ  “แม่”เขาเรียกเธอซ้ำ…แล้วก็ยิ้มอีก “แม่แต่งงานเถอะ”

สมรอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก…นางมองความว่างเปล่าแบบคนกำลังหลงทิศ

แม่ครับแต่งงานเถอะ

“แม่แต่งงานกับลุงศักดิ์ดาเถอะ ผมจะได้หมดห่วง” อนุชัยพูดต่อ เมื่อสมรยังไม่ปริปาก “เพื่อลบคำครหาด้วย….” สมรนิ่ง เธอปล่อยให้สายลมแห่งหุบเขาพัดผ่านก่อนจะดึงลูกชายเธอขึ้นมากอดไว้แน่น….

“แสดงว่าแม่ตกลงแล้วนะ”

อาหารเย็นที่มวกเหล็กคืนนั้นเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในสามโลก ลุงศักดิ์ดาตักข้าวใส่ปากคำเล็กกว่าปกติ สมรได้แต่ก้มหลบสายตาทุกๆ คน มีเพียงอนุชัยกับชานนท์เท่านั้นที่กินข้าวไปยิ้มไป หัวเราะไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้คุยอะไรกัน

เช้าวันรุ่งขึ้นขณะทั้งคู่ เอ่ยคำอำลาจนครบทุกคนแล้ว รถแลนด์โรเวอร์สีบลอนคันใหญ่ก็ได้เวลาเดินทางกลับ ระหว่างทางกำลังเข้าอำเภอแก่งคอย ชานนท์จึงเอ่ยขึ้น

“เป็นไงสำเร็จไหม”

“สำเร็จอะไรของนาย” อนุชัยพอเดาทางออก แต่ก็ทำเป็นซื่อบื้อไปตามเรื่อง

“อย่ามาทำตาใสกับฉัน นายนะ ฉลาดเป็นกรด” ชานนท์กระทุ้งสีข้างเขานิดๆ “ว่าไงสำเร็จไหม”

“จอมวางแผนดีนักนะ…”

“แสดงว่า สำเร็จ ไชโย!ไชโย!….ฮ่าๆ” ชานนท์ปล่อยอารมณ์ดีใจออกมาสุดเสียง จนอนุชัยจ้องตาค้าง….

“นายจะดีใจไปทำไม….ไม่ใช่กงการอะไรของนายสักหน่อย….”

“ฮ่าๆๆๆ” ชานนท์ยังหัวเราะไม่หยุด

“แม่ฉันจะแต่งงานโว้ย! ไม่ใช่นายซะหน่อย” อนุชัยสอยหมัดเย็บ จนอีกคนเงียบกริบ สักพัก

“ต่อไปก็จะเป็นฉันกับนายไงละ” ชานนท์พูดเสียงทุ้มจริงจัง แต่สายตาก็ยังอยู่บนถนน ขณะกำลังชิดซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมือง

“ไอ้คุณ….” อนุชัยเรียกชื่อเขาเสียงดังลั่นห้องโดยสาร

“คราบบบคุณนุ….แต่งงานกับผมนะครับ”

“ไอ้เฮี้ยคุณณณ…..”

“ครับผม….แสดงว่าตกลงแล้วนะเมียจ๋า”

“ไอ ไอ่ ไอ้……..”

“ผมชื่อ ชาย ชานนท์ครับคุณอ้วน  ฮ่าๆๆๆ”

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →