หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น

หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น

หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ประโยคนี้เป็นพุทธศาสนสุภาษิต

หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น

เห็นพืชที่ปลูกในสวนแล้ว ทำให้คิดถึงพุทธศาสนสุภาษิตบทดั่งกล่าวมานั้น ซึ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า พุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์ มีเหตุมีผล พิสูจน์ได้ สิ่งที่ไม่มีเหตุมีผลมารองรับ ย่อมไม่ใช่ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้

ถ้าจะยกประโยคที่เป็นภาษาบาลีก็ตามนี้ ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ แปลออกมาแล้วก็ตามหัวข้อเลย หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น

ความจริงพุทธศาสนสุภาษิตบทนี้ยังมีต่ออีก คือ กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ เมื่อแปลโดยอรรถแล้วทุกคนต้องร้องอ๋อทันที ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นั่นเอง

ทำสวนไปก็พิจารณาข้อธรรมไป การที่จะได้ชื่อว่าได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นไม่ยากเลย อะไรที่คิดว่าดีแล้วก็ปฏิบัติ แค่นี้ก็ได้ชื่อปฏิบัติธรรมแล้ว ผลของการปฏิบัติดีก็ย่อมได้ดี เหมือนกับอยากกินอะไรก็ปลูก เพราะปลูกอะไรก็ย่อมได้กินสิ่งนั้น ปลูก มะเขือ ก็ได้กินมะเขือ ปลูกกล้วยก็ได้กินกล้วย

ขอความเจริญในธรรมจงมีแก่ทุกท่าน ห้องพระ ทรงอาจดอททูเดย์

เผยแพร่โดย

Avatar photo

อาจ อัมพวัน

ช่วยเหลือ ประสานงาน และ เขียนเรื่องราวทั่วไป