หยวนๆ

Mr. หยวนๆ ครับๆ

หยวนๆครับๆ

หยวนๆครับๆ คิดบวกความสุขในมุมเล็กๆ

หยวน หรือ หยวนๆ ความหมายตามพจนานุกรมไทยว่า ยอม, ประนีประนอมนะครับ… และที่หลายคนเข้าใจว่า เป็นการยืมคำมาจากภาษาจีนนั้น……ขอบอกตรงนี้ไว้เลยว่าคุณเข้าใจผิดอย่างแรง….เพราะคำว่า ยอมหรือประนีประนอม… ภาษาจีนจะใช้คำว่า “ฉินใช้”  ฉะนั้นคำว่า  “หยวนหรือหยวนๆ” ไม่มีในความหมายตรงๆ ในภาษาจีนเลย…แต่ว่าเวลาซื้อ-ขายสินค้าที่ลูกค้ามักจะต่อรองราคากับพ่อค้า-แม่ค้าว่า

หยวนๆ น่าอาเฮีย เลามางโคลบ้าเรียวกาน”… คำว่า หยวน เป็นเพียงชื่อสกุลเงินของจีนเท่านั้น…ไม่ได้แปลว่า ประนีประนอมหรืออะลุ้มอล่วยตามความเข้าใจของคนไทยเลย….เปงไงล่า!….หน้าแตกหมอม่ายละเย็กเลยช่ายไหม้…ตุ่งแช่! ตุ่งแช่!…

แล้วเกี่ยวอะไรกับ “คิดบวก ความสุขในมุมเล็กๆ ตอน Mr.หยวนๆ ครับๆ”ไม่ทราบ….เออ!… นั้นนะซิ

มา!….เดี๋ยว Timmy จะขยายความให้ฟังกัน

คุณเชื่อไหมตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผมทำงานอยู่บริษัทรับสร้างบ้านแห่งหนึ่ง ผมก็มักจะได้ยินคำว่า หยวน หรือหยวนๆ หลุดออกมาจากปากทั้งลูกค้าและพนักงานขาย ตลอดจนกรรมการผู้จัดการบริษัทเป็นประจำ  จนหลงเข้าใจว่าคำๆ นี้ต้องเป็นคำพูดที่ใช้ต่อลองราคาสินค้าในภาษาจีนอย่างแน่นอน แต่เมื่อมีประสบการณ์ทั้งไปซื้อของที่เมืองจีนด้วยตัวเอง คลุกคลีกับลูกค้าที่เป็นคนจีนแท้ๆ…พวกเขากับไม่เคยใช้คำๆ นี้เลย แต่ใช้คำว่า “ฉินใช้” แทน สรุปก็ตามบทความข้างต้นนั้นแหละครับ

หยวนๆ คำนี้แหละครับคือจุดพลิกของชีวิตผมเพราะตลอดระยะเวลาที่ทำงานอยู่กับบริษัทรับสร้างบ้านที่ว่า…ผมมักคลุกคลี คุ้นเคยและเป็นคนดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับสถาปนิก-วิศวกรเป็นประจำและพวกเขาเหล่านั้นก็มักจะติดนิสัยคนไทยคือเป็นคนขี้เกรงใจเสมอ…ยกตัวอย่าง

“เฮ้ย!…บุญชัย (วิศวกรโยธา) ค่าคำนวณและเซ็นรับรองแบบหลังนี้ คุณคิดเท่าไรวะ” พี่บุญชัยหรือพี่วัฒที่ผมรู้จักและสนิทสนมก็มักจะพูดประโยคที่คล้ายๆ กันว่า

“แล้วแต่พี่จะพิจารณาให้ครับ” หรือไม่ก็ “พี่คิดว่าเท่าไรเหมาะสมก็ว่ามาเลยครับ”

“อ้าวๆ…สัก 8000 บาทนะ หยวนๆน่า เรามันคนกันเอง”

พี่วิศวกร 2 คนก็มักจะตอบเร็วๆ ว่า “ครับๆ”…ประมาณนี้ แต่สุดท้ายก็มักจะได้ยินเสียงบ่นลับหลังเป็นประจำ

จนหลายเดือนหลายปีผ่านไปพี่ทั้ง 2 ก็ยังเป็น Mr.หยวนๆ ครับๆอย่างสม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปลง

หากมองมุมบวกทั้งพี่บุญชัยและพี่วัฒก็ถือได้ว่าเป็นคนดี มีมารยาท ขี้เกรงใจ คบง่าย จบง่ายแบบไทยแท้ในระดับที่น่าพอใจ…แต่พอผมทำงาน-ไปมาหาสู่กับพี่ๆ เกิน 10 ปี ความเป็น Mr.หยวนๆ ครับๆ ของพวกเขาก็ส่งผลในมาตรฐานวิชาชีพอย่างใหญ่หลวง จากปีแรกสู่ปีที่ 10 Mr.หยวนๆ ครับๆ ก็ยังเป็น Mr.หยวนๆ ครับๆ คงเส้นคงวา จนเกิดมาตรฐานเรื่องค่าตอบแทนขึ้นมาในแบบเฉพาะ กลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ว่างั้น-พี่ทั้ง 2 คงไม่รู้เนื้อรู้ตัว…ด้วยเหตุดังกล่าวการจะขอเพิ่มค่าตอบแทนให้ได้ระดับมาตรฐานภายหลังจึงเป็นเรื่องยาก….เผลอๆ อาจจะเสียเพื่อนเสียงานไปเลยก็ได้

“บ้านพักอาศัย 2 ชั้น สัก 5,000 บาท หยวนๆ น่า หลังเล็กๆ เอง”

“ครับๆ…พี่ว่ามาเลยครับ….จะให้ผมเข้าไปเซ็นเอกสารเมื่อไร ก็แจ้งล่วงหน้าสัก 3-4 วันแล้วกัน” คำๆ นี้ ประโยคๆ นี้จึงติดหนึบในสมองของผมเองจนเกือบจะกลายเป็นสนิม

เมื่อผมลาออกจากบริษัทรับสร้างบ้าน ความไม่ได้มาตรฐานในแบบ  Mr.หยวนๆ ครับๆ  จึงส่งผลต่อมาตรฐานเรื่องค่าตอบแทนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“Timmy มีสัก 2,000 ไหม” หรือ “Timmy โอนตังให้พี่ก่อน 4,000 แล้วค่อยหักจากค่าคำนวณโครงสร้างภายหลัง”

OK…. ผมสามารถควบคุมค่าตอบแทนของพวกเขาได้  ผมได้เปรียบ ผมได้กำไร ผมเป็นผู้ควบคุม…ก็น่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี คุณว่าไหม… (ผมคิด)… แต่หากผมต้องการจะทำงานหรือคบกับพี่ๆ เขาในระยะยาว ผมต้องเปลี่ยนแปลงต้องรีบ-เร่งสร้างมาตรฐานใหม่ของทีมงานขึ้นมา… ผมรวย พี่ๆ เขาก็ต้องรวยตามไปด้วย… เราถึงจะอยู่รอดประมาณว่า

“น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า-น้ำดูแลเรือ เสือก็ต้องมีหน้าที่ดูแลป่าไปด้วย” ผมคิดถูกไหม?ละ….

เบื้องต้นผมเองก็ไม่รู้ว่า มาตรฐานค่าตอบแทนวิชาชีพที่สภาวิศวกรรมควบคุม..เท่าไรกันแน่…ผมจึงหาข้อมูลและเมื่อได้ข้อมูลมาถือไว้ในมือ….มาตรฐานของ Mr.หยวนๆ ครับๆ  จึงถูกรื้อทิ้งแล้วเร่งสร้างมาตรฐานใหม่ขึ้นมาแทน

ครับ….หลังจากผมลาออกจากบริษัทรับสร้างบ้าน ก็มีผู้ใหญ่หลายบริษัทที่เคยทำงานด้วยกันเรียกเข้าไปคุย…ก่อนเดินเข้าห้องที่ปิดทึบ… ประสบการณ์-บทเรียนจากความเป็น Mr.หยวนๆ ครับๆ ก็เป็นโจทย์ทำให้ผมคิดหนัก

“ถ้ากูตกลงสักแต่ว่าขอให้มีงานทำ…อีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า กูก็เป็นได้แค่ไพ่รองบ่อนให้เขาเล่น มาตรฐานงานกับมาตรฐานค่าตอบแทนต้องเหลื่อมล้ำกัน สุดท้ายชีวิตผมก็จะไม่ต่างจาก Mr.หยวนๆ ครับๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…เอาวะถึงจะเป็นลูกหม้อของบริษัทเก่า หรือจะเสนองานกับบริษัทใหม่ จะใหญ่-เล็ก มหาชนหรือห้างหุ้นส่วน…ผมก็ต้องมีมาตรฐานของผมเอง….ยึดมาตรฐานของทีมที่สร้างขึ้นมาใหม่ให้แน่น ถึงแม้เบื้องต้นหรือระยะแรกงานจะไม่ค่อยดี-ไม่ค่อยมี…ก็ต้องทนผ่านไปให้ได้ เมื่อผู้ใหญ่เห็นความเป็นมืออาชีพ-ยอมรับในความเป็น PROFSSIONAL….วันนั้นผมจะเป็นผู้ควบคุม-กำหนดมาตรฐานได้เอง….เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างทุกเงื่อนไข-ทุกๆ รายละเอียดเข้าที่เข้าทาง…จากมาตรฐานส่วนตัว ก็จะกลายเป็นมาตรฐานของทีมงานจนเป็นที่ยอมรับในที่สุด”

ครับ….ผมกำลังสร้างมาตรฐานตัวเองขึ้นมาใหม่ เสนองานตามมาตรฐานของทีม…ถ้าค่าตอบแทนต่ำเราจะไม่ลังเลที่จะเจรจา-ต่อลองหากไม่จบตามมาตรฐาน ผมก็ไม่ลังเลจะตอบปฏิเสธ… แต่เป็นการปฏิเสธที่ต้องใช้จิตวิทยาเข้ามาช่วย  ผมต้องคิด ทุกคนต้องสร้างคำปฏิเสธในแบบของตัวเองขึ้นมา…ปฏิเสธแต่ไม่ตัดขาด ปฏิเสธแบบแบมือรับหากผู้ใหญ่หรือบริษัทนั้นๆ เห็นความเป็นมืออาชีพของเราในวันหลัง….และเราเองก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นความเป็นมืออาชีพให้เขาเห็นเช่นกัน….ความลับของมืออาชีพง่ายๆ มีดังนี้

1.งานต้องได้มาตรฐาน

2.เวลาต้องเปะ!

3.หากมีการแก้ไขเราต้องมีมาตรฐาน มาตรการและมีไหวพริบในการพิจารณา หากลูกค้าต้องการแก้ไขจุดใดจุดหนึ่ง-เราต้องกล้าแสดงความเป็นมืออาชีพออกมา เสนอทั้งด้านบวกและด้านลบ ที่เหลือเป็นหน้าที่ของลูกค้า…ไม่ใช่เรา

ช่วงแรกๆ ผมบอกเลยว่า ไม่ค่อยมีบริษัทไหนกล้าจ้าง….เพราะตัวเลขที่นำเสนอมักจะสูงกว่าเพื่อนๆ ในวิชาชีพเดียวกันเสมอ….งานน้อยลง…เราก็กินน้อยลง เสื้อผ้าซื้อจากตลาดนัดก็ได้…. เที่ยวแบบเสียตังเสียเวลาก็ผ่อนๆ… หาอาชีพเสริมไปตามเรื่อง… เมื่อมีบริษัทไหนกล้าจ้าง… เราก็ต้องกล้าแสดงความเป็นมืออาชีพแบบไม่มีกัก….งานต้องได้มาตรฐาน เวลาต้องเปะ ไม่เลส…เวลาแก้ไขงานถ้าอยู่ในขอบเขตก็อย่าลังเล….ความเป็นมืออาชีพจะทำให้หลุดพ้นจาก Mr.หยวนๆ ครับๆ ลูกค้ายอมรับ…ห้ามหัวเสีย-ห้ามทะเลาะ เจรจาด้วยเหตุผล กล้าขอโทษ-กล้ายอมรับหากตัวเองผิด…คิดบวกๆ แล้วจะผ่านมันไปได้

ช่วงแรกๆ….วิศวกรหรือพี่บุญชัยแนะนำให้รู้จักนายทุนคนหนึ่ง ชื่อพี่เอ พื้นฐานก็เป็นผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่ง แต่ขึ้นชื่อว่านายทุนก็เป็นนายทุนวันยังค่ำ

Project แรก :

พี่เอมีที่ดินแปลงหนึ่งแถวๆ จังหวัดสมุทรปราการต้องการจะทำหมู่บ้านจัดสรร บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ขายประมาณนั้น… ผมวาง Master Plan ราคาตกลงกันเบื้องต้นผ่านฉลุย-ได้ตามมาตรฐาน แต่ค่าเซ็นรับรองทีมงานเราขอแยกคุยเป็นหลังๆ เบื้องต้นประมาณนี้  พองานออกแบบ- เขียนแบบจบก็ขึ้นป้ายโปรโมทฯ-ต่อมาวันดีคืนดีก็มีทีมอื่นเข้าไป เสนอโน้น นั่น นี่ หน่ำซ้ำยังเสนอราคาใหม่ตัดหน้าต่ำกว่าทีมงานเรามากๆ ซ้ำร้ายยังเอาแบบเราไปแก้ไขใหม่ จนพี่บุญชัยวิศวกรรับไม่ไหวเลยโดดหนีตามออกมา เราเจ็บช้ำกับโครงการนี้ไม่ถึง 10 ปี ข่าวการทรุดตัวของอาคาร-ทาวน์เฮ้าส์ของโครงการก็โผล่ออกมาให้เห็น เราติดตามข่าวด้วยความเศร้าใจ พร้อมๆ กับถอดบทสรุปเป็นบทเรียนไปพร้อมๆ กัน… ถึงนายทุนจะกอบโกยผลกำไรได้มากมายในเบื้องต้น สุดท้ายก็หนีไม่พ้นการถูกฟ้องร้องเรียกค้าเสียหายเป็นเรื่องเป็นความกันในศาล…..

Mr.หยวนๆ ครับๆ หากมองมุมบวก พวกเขาเป็นคนคุยง่าย-จบเร็ว แต่หากมองในอีกมุม พวกเขาจะเป็นคนที่น่าสงสารน่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ช่วยไม่ได้หาก Mr.หยวนๆ ครับๆ ยังไม่กล้าลุกขึ้นมานำเสนอ ยังไม่กล้าเป็นผู้ควบคุมนอกจากเป็นผู้ถูกควบคุม

ใครก็ตามที่เป็น Mr.หยวนๆครับๆ ในขณะนี้ จงเชื่อเถอะว่า “คุณยังอยู่ห่างจาก PROFESSIONAL หรือมืออาชีพหลายขุม”

เลิก หยวนๆ ครับๆ เลิกเป็นคนขี้เกรงใจ….เลิกนิสัยไทยๆ…หันมายกระดับ-สร้างมาตรฐานตัวเองให้สูงขึ้น “คิดบวก ความสุขในมุมเล็กๆ”… งานที่เรารักก็จะมาพร้อมกับความสุขที่ควรจะได้รับ….โชคดีทุกๆ ท่าน….

เผยแพร่โดย

TIMMY BUTO

TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป