ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 39

ตอนที่ 39 “วันพี่น้องแห่งจักวาล 2”

                เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าดังขึ้น 2 ที ใกล้จะ 2 ทุ่มละแดดที่ White Rock B.C. Canada เริ่มเปลี่ยนสีเข้าสู่เฉดวะนิลาบางๆ ฟองเบียร์ที่ฟูล้นปากแก้วที่ 2 ยังสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ผมคิดว่าน่าจะเป็นนางฟ้าตัวกลมที่โทรตามแน่ๆ แต่เมื่อยกขึ้นมาดูกลับเป็นอีกคนหนึ่ง

                “Hey…Mom” ผมดัดจริตตอบรับเป็นภาษาอังกฤษ

                “ทิมมี่….ไอ้เบ๊บเอาบลูเบอร์รี่มาฝากไว้ให้ แวะมาเอาก่อนไปสนามบินนะลูก….” แม่พูดช้าๆ “ยากนะที่ฝรั่งจะเอาของมาให้นะ”

                “OK…..อาจจะประมาณ 4 ทุ่มนะแม่….ไฟท์บิน ตี 2 ครึ่ง”

                “OK….แม่กับป้าจั๊กกี้จะได้รอ” ผมวางสายแล้วยกเบียร์ขอชนแก้วแบบพี่น้อง

                “For Friendship” เราพูดเกือบจะพร้อมกันราวกับให้สัญญาว่า White Rock คือครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้น ผมสูดอากาศเย็นๆ เข้าสู่ปอด

                “หมด เลย นะ แก้ว สุด ท้าย แล้ว”เบนพูดเป็นภาษาอังกฤษที่ละคำคงจงใจให้ผมเข้าใจในรอบเดียว  “ขึ้น เครื่อง กี่โมง ทิมมี่”เบนถามต่อหลังจากดื่มน้ำสีอำพัน จนเหลือให้เห็นเพียงฟองขาวๆ จับรอบๆ ริมฝีปาก

                “ไฟท์ตี 2 ครึ่ง ก็คงต้องไปถึงสนามบินราวๆ 5 ทุ่มครึ่งนะ” ผมตอบกลับเป็นภาไทย เบนพยักหน้า ลมทะเลที่พัดเข้าสู่ฝั่งเริ่มเย็นจนต้องรูดซิบเสื้อแจ๊คเกตให้ปิดถึงคอ “Thanks to everyone for friendship, I never forget this, Thank you so much” ผมส่งท้ายด้วยภาษาอังกฤษรัวๆ เร็วๆ อันหมายความว่า “ขอบคุณทุกคนสำหรับมิตรภาพ ฉันจะไม่มีวันลืมที่นี้”

…ยิ่งค่ำลมทะเลยิ่งแรง ยอดเมเปิ้ลสีม่วงบนลานหินไหวเอน เส้นแสงสีวะนิลาไล่ขนานไปกับพื้นคอนกรีตจนคล้ายตารางหมากฮอสกว้างๆ เมื่อแดดสุดท้ายเริ่มเข้าสู่เฉดสีอำพันความเจ็บปวดนานาก็เข้าจู่โจมอีกรอบ เบนไม่รอให้ถึงเวลานั้นมันลุกขึ้นขอจับมือ เราทุกคนต่างจับมือราวจะบอกอำลาแต่ก็ยังเก็บเงียบไว้ในใจ รถเก๋งคันเล็กสีน้ำตาลแล่นกลับไปตามถนน Kingeorge Bivd อย่างช้าๆ เสียงเพลงป๊อบซึ้งๆพริ้วไหวราวกับเสียงทะเล White Rock ค่ำคราญอยู่เบื้องหลัง เมื่อแสงเปลี่ยนเป็นสีอำพันชัดเจนเราก็กลับมาถึงบ้าน ผมหมุนตัวเข้าประตูด้านข้างก่อนจะขึ้นไปชั้น 2 เพื่อตั้งใจจะบอกลาพี่น้องทุกๆคน แต่พวกเขาก็พูดขึ้นเกือบจะพร้อมกันว่า “ปาร์ตี้ก็ยังไม่จบ…เอากระเป๋าขึ้นรถแล้วไปเจอกันที่บ้านพี่หน่อง…เราจะกินข้าวมื้อเย็นและบอกลากันที่นั้น ไป ไปเตรียมตัว” พี่วร พี่สาวคนที่ 2 ผลักหลังผมลงบันได “เอื้อยโมน่าจะพาไป…กินข้าวเย็นค่อยบอกลากัน”

……เมื่อแสงสุดท้าย ณ.ปลายฟ้า……

……เฉดสีอำพันบาง บาง……

……เสียงรำพึงรำพันก็บางเบา……

……นกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้ ขับขาน…...

……ไนติงเกลกางปีกสะบัด ตามเสียง…...

……เปลวแดดบอกกำลังร่ายรำ……

…..เงาแรกรัตติกาลก็บอกเช่นนั้น……

……ยิ่งค่ำ คำอำลาก็ยิ่งเจ็บปวด……

……นกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้ เจ้าเอย…...

……พงไพรแห่งเจ้าอยู่อีกฝั่งของแปซิฟิก…....

……ไกลแสนไกล ราวกับดาวคนละดวง…….

……ข้ามฟ้า ข้ามเวลา เหินหาวสู่ปุยเมฆ……

……แรงหมด แปซิฟิกก็ไร้คอน…...

..….ไร้ร่มใบ บังน้ำค้างยามเช้า……

..….เจ้าต้องบินและหลับกลางสายลม……

……หลับทั้งๆบิน ปีกของเจ้าก็ต้องกางกว้างๆ…...

……ให้ลมหนุนสู่โลกทิศบูรพา…...

……แต่เจ้าต้องมุ่งหน้าสู่ทิศประจิม จากที่นี้…...

..….เจ้าไม่แกร่ง ก็ต้องแกร่ง……

..….เจ้าไม่ไหว ก็ต้องไหว…….

……นางฟ้าบนฟ้าจะเฝ้ามอง……

……นางฟ้าบนฟ้าจะคอยดูแล……

……นางฟ้าบนฟ้า จะนำทาง…...

…..แต่นางฟ้าอย่างข้ากลับไม่ไหว…...

……หวังสะบัดปีกนำทางส่งเจ้าให้ถึงฝั่ง……

……แต่ปีกของข้า บางเกินไป…..

…..เล็ก เล็ก เล็กเกินไป……

……จนไม่อาจแบกน้ำหนักตัวข้าได้ เจ้าเอย…..

……ข้าจะไม่ค่ำครวญ แม้จะใจสั่น…...

……คำภาวนาจะปะปนไปกับน้ำตาไม่ได้ ข้ารู้……

……บักหล่าคำแพงก้อนเท่าแคงเอื้อย……

..….จงคิดถึงข้า ยามเมื่อเจ้าหลับตา……

……ข้าจะอบอุ่นอยู่กับเจ้าเสมอ ในใจ……

………….นางฟ้าตัวกลม……………

                5 ทุ่ม 15 นาที ณ.ลานจอดรถชั้น 2 ท่าอากาศยานนานาชาติแวนคูเวอร์หรือ Vancouver International Airport ผมยืนกอดนางฟ้าตัวกลมที่กำลังสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ผมอยากจะบอกอำลานาง แต่ปากก็ไม่ยอมขยับ เมื่อสายตาเราทั้งคู่ประสานกัน นางจึงเริ่มต้น “บักหล่าคำแพงก้อนเท่าแคงเอื้อย” นางหยุดประเมิน ผมใช้แววตาเว้าวอนให้นางพูดให้จบ “สัญญาระหว่างเอื้อยน้อง เราจะเป็นพี่น้องกันตลอดไป”

                ผมพยักหน้าเร็วๆ ขณะที่ริมฝีบากเม้นติดกันจนเป็นเส้นตรง อารมณ์ตื้นตันจากทั้งสามโลกกำลังจู่โจมเล่นงานอย่างหนัก

                “เอื้อยไม่รู้จะอยู่ได้อีกกี่ปี….เอื้อยเหนื่อยลงทุกวัน สิ่งที่เอื้อยบังคับ อยากให้รู้จักพี่สาว พี่ชาย น้องสาว น้องชายของเอื้อยก็เผื่อวันที่เอื้อยอยู่บนโลกนี้ไม่ไหว บักหล่าคำแพงจะได้มีพี่น้องที่พึ่งพาอาศัยได้ที่แคนาดา อยู่ประเทศไทยไม่ไหวก็มาอยู่ด้วยกันซะที่นี้….แคนาดาจะรอคำตอบ ทุกเมื่อเชื่อวัน”

                “Thanks  Love you Mona, take care yourself and waiting for me” ผมบอกนางด้วยภาษาอังกฤษของคนโง่ๆ ช้าๆ ทีละคำ พลางกอดแน่นจนนางฟ้าตัวกลมแทบหายใจไม่ออก

                “อย่ายอมเป็น อนุชาย นี้คือสิ่งสุดท้ายที่เอื้อยขอ รับปากกับนางฟ้าซิ! ทิมมี่” เสียงนางฟ้าตัวกลมพึมพำระดับอก ผมปล่อยนางให้เป็นอิสระช้าๆ ก่อนจะดึงแผนเดินทางกลับประเทศไทยอันใหม่ที่ไอ้คุณส่งมาให้ออกมาจากกระเป๋าโชว์ให้นางฟ้าตัวกลมเห็น

                “ผมต้องฉีกมันทิ้งใช่ไหม” ผมถาม

                “ไม่จำเป็น….ทั้งหมดอยู่ที่หัวใจ ทิมมี่!” นางฟ้าตัวกลมดึงกระดาษในมือไปพับเป็น 4 ทบก่อนจะยัดไว้ในเป้สะพายหลังของผมอย่างเดิม “ทุกอย่างอยู่ที่หัวใจ ไม่ใช่อยู่ที่กระดาษเพียงแผ่นเดียว”

                ผมพยักหน้าให้นางเห็นชัดๆ….แต่หัวใจคนโลเลก็ยังลังเลไม่เลิก ผมบอกลานางฟ้าตัวกลมครั้งสุดท้ายตรงนั้นก่อนจะไล่นางไปยังรถ ผมยืนนิ่งกลางวงกลมแสงนิออนโบกมือบอกลานางกระทั้งเห็นรถยนต์สีขาวหายลงทางลาดสู่ชั้น 1 ความโดดเดี่ยวสารพัดจึงเข้าครอบคลุม

“กลับประเทศไทยเถอะทิมมี่” ผมบอกตัวเองเชิงบังคับ แต่มือก็ล้วงเอาแผนเดินทางจากเป้มาอ่านซ้ำไปซ้ำมาอีกหลายรอบ…..หลายรอบ….และหลายรอบ

“ผมคิดถึงคุณเหลือเกินเดียร์เนียว”

……………………………………..I & The Big Angels ฉันกับนางฟ้าตัวกลมยังไม่จบครับ…..เตรียมพบกับฉากสุดท้ายเร็วๆ นี้ ลองติดตามกันดูซิครับว่า ทิมมี่จะหาทางออกเรื่องของเขากับ ดร…….รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวง………..คนนี้อย่างไร…..เราจะไปจบเรื่องราวทั้งหมดด้วยกันกันที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง…….สวัสดีครับ

(Visited 12 times, 13 visits today)

Facebook Comments

TIMMY BUTO

TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป