สมรภูมิปักษา24

สมรภูมิปักษา24

อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร Part2 สมรภูมิปักษา24

สมรภูมิปักษา24

อีกมุมหนึ่ง

“ปลดสลัก” โคทาโร่ในร่างที่กำลังนำเครื่องบินซีโร่จิกหัวดำดิ่งสู่เป้าหมาย และกรอกเสียงเตือนเครื่องบินคุ้มกันให้ปลดสลักลูกระเบิดที่ติดอยู่ใต้ท้องเครื่องเช่นเดียวกับตัวเอง

#รับทราบ#

                #ข้าชื่อ มินาโมโต โคทาโร่อายุ  25 ปี บุตรของซามูไรแห่งเมืองคาโกคุมะ สืบตระกูลต่อจากมินาโมโต ฟูจิกาว่า เป็นซามูไรลำดับที่  201 ข้าคือนักรบผู้เกรียงไกร ได้รับมอบหมายจากเทพวาตะ นำหน่วยรบพิเศษ อาซาฮี 2กระทำ กามิกาเซ่กับเรือบรรทุกเครื่องบิน อินเทรบริด ภารกิจที่พิกัด 730131 บัดนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ขอให้ซามูไรแห่งมินาโมโตเจริญสืบต่อไป#

        บึ้ม! เครื่องบินซีโร่ 2 ลำ พุ่งเข้าชนลิฟต์ยกหน้าห้องควบคุมของเรือบรรทุกเครื่องบิน “อินเทรบริด” พร้อมๆ กัน แต่ความตายมิได้พรากนินจาเลือดซามูไรไปในนาทีนั้น แรงดึงจากที่ไหนสักแห่งฉุดร่างเขาให้หลุดออกมาลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ

“ความตายเป็นเรื่องบางเบายิ่งกว่าขนนก…เรียวตะข้าฝากนางด้วย…” เสียงโคทาโร่พูดจากร่างพรางพร้อมกับพาร่างที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงเดินเข้าหยุดนิ่งใกล้ๆ เพื่อน…ความร้อนจากกายสัมผัสของคนหนึ่งทำให้เรียวตะสะดุ้ง “คุณชาย!…” เขาอุทาน โคทาโร่ใช้มือเชิดคางเพื่อนขึ้นมาจุมพิต…ความร้อนกำลังไหลจากร่างไปยังอีกร่าง…แต่เรียวตะก็ยังอดทนนิ่งรับ

“ข้าให้เจ้าได้แค่นี้จริงๆ…”

“ในที่สุดคุณชายก็หนีคำสาปไม่พ้น” เรียวตะพูดเหมือนจะคาดหวังให้โคทาโร่ได้ยิน…แต่ร่างสีแดงของเพื่อนก็สะลายไปก่อนแล้ว…“ข้ารู้ว่าคุณชายไม่เคยหันหลังให้ความตาย” เรียวตะตะเบ็งสุดเสียง…เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา

ทำไมข้าต้องเจ็บปวดไม่แพ้นาง…โคทาโร่…โคทาโร่!

……….

อีกมุมหนึ่ง

“แกร๋…แกร๋…แกร๋ๆ” นกกระเรียนมงกุฎแดงตัวใหญ่บินวนรอบๆ ตัวเขา ดวงตาของมันกำลังออกคำสั่งให้โคทาโร่รวบร่างพรางทั้งหมดให้เป็นหนึ่งเดียว สัญชาตญาณสุดท้ายทำให้เขาต้องหลับตาก่อนร่างพรางที่กระจายอยู่ตามสถานที่ต่างๆ จะโผวูบเข้ามารวมกันอยู่ในร่างที่ลอยนิ่งในอากาศ และบัดนี้เขาพร้อมจะเผชิญหน้ากับคำสาปที่เลี่ยงไม่ได้แล้ว

:บึ้ม!…บึ้ม! เสียงระเบิดเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง ทำให้ลูกไฟสีแดงขนาดใหญ่ไม่ต่างอะไรกับดวงอาทิตย์ทางทิศใต้ มันกำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา พร้อมๆ กับขยายใหญ่ขึ้น…ใหญ่ขึ้น

“ข้าต้องตายพร้อมกันทั้ง 12 ร่าง” โคทาโร่พูดพร้อมกับหันหน้าสู่เปลวเพลิงนรกกลางมหาสมุทร

“แกร๋ๆ…แกร๋ๆ…” เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ดวงตาสีแดงของมันก็บอกเขาในความหมายนั้น “แกร๋ๆๆ…” มันกระพือปีกขณะหยุดนิ่งอยู่ทางด้านหลัง…จนผิวน้ำสีดำเบื้องล่างกระเพื่อมขยายวงรัศมีออกไปทุกทิศทาง

“แกร๋ๆ…แกร๋ๆ…” เสียงมันดังถี่ขึ้นไปอีก จนโคทาโร่ต้องเอามือป้องหู

ฝากข้าไว้กับดาบคาตานะ…มูโตเพื่อแรงแค้นของเจ้าจะได้ตามไปสังหารข้าอีกครั้งในภพหน้าเถอะเป็นคำวิงวอนสุดท้าย กระนั้นดวงตาสีแดงของมันก็ยังลุกโพลง “แกร๋ๆ…” มันบินอ้อมมาด้านหน้า จ้องเขาด้วยดวงตาที่เดาความหมายไม่ถูก

“ได้โปรดข้าเพียงแต่อยากอยู่ใกล้นาง” โคทาโร่ต่อรองก่อนจะปล่อยร่างพรางทั้ง 12 ร่างแยกออกจากกันอีกครั้ง

“แกร๋ๆ”

“ข้ามีเท่านี้…ได้โปรดทำตามที่ขอด้วย” โคทาโร่ทั้ง 12 ร่างพูดออกมาพร้อมๆ กัน

“แกร๋ๆ” มันนิ่งสักครู่ก่อนจะร่อนถลาไปรอบๆ ลูกไฟ ภาพของมันเวลานี้มันไม่ต่างอะไรกับตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลที่แขวนไว้บนผนังหน้าทางเข้าห้องลับที่ปราสาทมินาโมโตบนเนินเขาทางทิศตะวันออกของเมืองคาโกคุมะ

“ข้าพร้อมแล้ว” โคทาโร่พูดเด็ดขาด เขาเบิกม่านตาให้กว้างขึ้นเพื่อเผชิญหน้ากับความตายที่รออยู่ ขณะเดียวกันลมใต้ปีกของนกกระเรียนที่บินอ้อมกลับไปด้านหลังก็โหมกระพือเข้าใส่อย่างไร้ความปรานี “แกร๋ๆ…” มันส่งร่างพรางของนินจาเลือดซามูไรทั้ง 12 ร่างลอยหายเข้าไปในลูกเพลิงสีแดงทีละร่าง ที่ละร่างจนหมดสิ้น…อวสานแล้วสำหรับเขา…มินาโมโต โคทาโร่

“แกร๋ๆ…แกร๋ๆ…แกร๋ๆ…”

……….

วันที่ 6 สิงหาคม 1945

“เป็นไงบ้างมยุรี…คลอดหรือยัง” ขามตะโกนถามเสียงดังเข้าไปในห้อง

“ยัง….”

“อ้าว อีกนิดจันทร์หอม หายใจเข้าลึกๆ อีกนิดเดียว อีกนิดเดียว” เสียงหมอตำแยพื้นบ้านและบรรดาผู้หญิงที่มารวมกันอยู่ในห้องเล็ดรอดออกมา

……….

อีกมุมหนึ่ง

“เจ้าได้ยินเสียงนางไหม เรียวตะ นางคลอดหรือยัง” จิโระกระซิบถามเพื่อน ที่เวลานี้ยังมีผ้าก็อตสีขาวพันปิดตาทั้งสองข้างเอาไว้ เรียวตะกระสับกระส่ายเหมือนจะเจ็บแทนก่อนจะตอบกลับไป “ยัง…ใกล้แล้ว”

“อุแวๆ…อุแวๆ…อุแวๆ”

“นั้นไง…” เขาหลุดเสียงยินดีออกมา

“อะไร” จิโระถาม

“คลอดแล้ว นางคลอดแล้ว” เรียวตะกระซิบด้วยท่าทีตื่นเต้น

“รึ!…เป็นหญิงหรือชาย”

“ชาย…เป็นชาย” เรียวตะบอก แต่ความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็พลันหายไป…“ข้าดีใจนะ…ที่จิตพิรุธไม่ได้บอกว่าเด็กคนนี้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์พิเศษเยี่ยงชิโนบิ”

“ข้าไม่เข้าใจ”

“เด็กคนนี้ไม่ได้เกิดมาเป็นอาวุธ…ของนินจา” ไอซึเกะ เรียวตะพูดนิ่งๆ

……….

ในห้องทำคลอด

“เป็นไงบ้างจันทร์หอม” มยุรีถามเสียงสั่นเหมือนจะเหนื่อยยิ่งกว่านางหลายเท่า

“ลูกฉัน” จันทร์หอมหลุดเสียงออกมาจากแรงที่เหลือ

“ชาย…เป็นผู้ชาย หน้าตาเหมือนพ่อเขาไม่มีผิด” หมอตำแยบอก

“เหมือนพี่โมก…ลูกพี่โมกก็ต้องเหมือนพี่โมก” จันทร์หอมกัดฟันพูดดังๆ ลมหายใจถูกสูดเข้าและปล่อยออกหลายครั้ง หน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงกำลังบอกความรู้สึกผิดแปลก…

“จันทร์หอม!…”มยุรีสะดุ้งโหยง…

“บอกทุกคน…ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกพี่โมก”

“แต่…”

“ไม่มีแต่…เด็กคนนี้เป็นลูกพี่โมก พี่โมก ธารารักษ์” จันทร์หอมย้ำคำเดิมก่อนน้ำตาจะไหลล้นอาบแก้มทั้ง 2 ข้าง

#เป็นหญิงหรือชายวะมยุรี#

“ชาย เหมือนกับโมก พ่อเขาเลย” มยุรีตะโกนบอก ขามชะงัก…ก่อนเขาจะหันไปบอกเด็กสำลีที่นั่งล้อมวงอยู่ข้างๆ “สำลี…ไปบอกทหารญี่ปุ่นสองคนที่นั่งอยู่มุมนั้นซิ…พวกเขาจะได้กลับๆ เสียที…”

“ครับน้า”

………

แม้จะสูญสิ้น…………………………ในวันที่สิ้นสูญ

แต่ดอกตะแบกสีม่วง…………ก็ยังเบ่งบานอยู่ดี

จันทร์หอม ธารารักษ์

……….

โรนินชัย ธารารักษ์
งานศพของทหารญี่ปุ่น 

จันทร์หอม กับ เรไร อยู่ในชุดกิโมโนสีดำสนิทที่ ฮาราชิ จิโระ และ ไอซึเกะ เรียวตะ จัดเตรียมมาให้ นางยืนมองเปลวไฟจากกองเพลิงที่นางเผาสิ่งของแทนร่างของสามีอย่างใจลอย ดวงตาแดงกล่ำเต็มไปด้วยน้ำใสๆ กำลังมองตามกลุ่มควันสีขาวเทาที่กำลังลอยม้วนเป็นเกลียวขึ้นสู่ท้องฟ้า มือข้างหนึ่งก็อุ้มทารกเพศชายที่พึ่งคลอดได้ไม่ถึงเดือนอย่างทะนุถนอม และอีกข้างจับแขนเรไรลูกสาววัย 8 ขวบเอาไว้แน่น โดยมีทหารญี่ปุ่นเพียงไม่กี่คนมาร่วมงาน หนึ่งในนั้นคือนายแพทย์สนามที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างบอดสนิท เขายืนนิ่งคู่กับนายทหารอีกคนที่ชื่อ ฮาราชิ  จิโระ

“โคทาโร่คุง…ข้าทำตามสัญญาแล้วนะ…บุตรเจ้าเป็นชายแข็งแรง ผิวขาวเหมือนพ่อไม่ผิดเพี้ยน…”

“จิโระหมายถึงโมก…” สำเนียงอูราคามิเสริม ทำเอาจิโระถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “เขามิได้เกิดเป็นชิโนบิ…อย่างเรา” เรียวตะพูดต่อและหยุดกลืนน้ำลายลงคอ…“ข้าดีใจ…อย่างน้อยคำสาปซามูไรก็เล่นงานเขาไม่ได้”

“เรียวตะคุง” จิโระปลอบเพื่อนในขณะที่ตัวเองก็กลั่นความรู้สึกไว้ไม่ได้

“คุณชาย…วันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมาสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูที่นางาซากิ ครอบครัวข้าที่อูราคามิ ไม่มีใครรอด…” เรียวตะหยุดหายใจพลางห่อไหลทั้ง 2 ข้างเข้าหากัน “ทหารตาบอดคนนี้…ไม่เหลือใครให้กลับไปหาแล้วละ…”

“เรียวตะคุง…ข้าไง ดวงตาอีกคู่หนึ่งของเจ้า” จิโระโอบไหล่ปลอบเพื่อน “ข้าไง…” เขาย้ำอีกเพื่อหวังจะให้ความมั่นใจตามนั้น

“ข้าจะเป็นภาระให้กับเจ้าตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะ จิโระ…” เรียวตะพยายามบีบน้ำเสียงให้เข้มแข็ง “ข้าเตรียมทางออกไว้ให้ตัวเองแล้วละ”เขาพูดเชิดหน้าขึ้น

“เรียวตะ…” จิโระทำอะไรไม่ถูก ดีที่สุดในเวลานี้คือกอดเพื่อนให้แน่นที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้…

………..

ญี่ปุ่นยอมจำนนสงครามในวันที่ 14 เดือนสิงหาคม  1945 และประกาศยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไขในวันที่ 15 สิงหาคม 1945 เพราะในวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา อเมริกาได้ทิ้งระเบิดปรมาณูที่ชื่อ ลิตเติลบอย ที่เมืองฮิโรชิม่า บนเกาะฮอนชู ไฟจากแรงระเบิดปกคลุมพื้นที่กว่า 11 ตารางกิโลเมตร ชาวเมืองตายทันทีเกือบ 80,000 คน บาดเจ็บและพิการอีกกว่า 70,000 คน  เป้าหมายต่อไปคือเช้าวันที่ 9 สิงหาคม ปรมาณูอีกลูกที่มีชื่อว่า แฟตบอยก็ถูกทิ้งลงอีกที่เมืองนางาซากิ บนเกาะกิวชิว  ครั้งนั้นชาวเมืองตายไปอีก 40,000 คน บาดเจ็บและพิการอีกนับไม่ถ้วน…

“โคทาโร่… ลูกชายของเรายังไม่มีชื่อช่วยตั้งชื่อให้เขาด้วยนะ” จันทร์หอมพูดลอยๆ อย่างไม่คาดหวัง เสียงเพลงจากทหารญี่ปุ่นจบลง เปลวเพลิงจากเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นก็ดับพร้อมๆ กัน แต่เสียงกระซิบทางทิศตะวันตกก็หยุดลมหายใจของนางได้

(โรนิน…จันทร์หอม เขาชื่อว่าโรนิน…ซามูไรอิสระ…ที่ไม่ใช่มินาโมโต…ข้าหวังว่าเขาจะรอดพ้นจากคำสาป) จันทร์หอมเบิกตาค้าง…แต่สักพักมันก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่นางใช้หัวใจยิ้มแทนริมฝีปากที่กำลังจะร้องไห้

“โรนิน…โรนินชัย…ใช่ โรนินชัย ธารารักษ์” จันทร์หอมพูดเสียงติดอยู่ในลำคอ “เขาเป็นลูกชายพี่โมก…โรนินชัย” นางพึมพำพลางหันไปมองดวงอาทิตย์สีแดงกลมโตที่กำลังจะลับไปกับเหลี่ยมเขา ซึ่งนางเชื่อว่าเสียงกระซิบของโคทาโร่ดังมาจากทางทิศนั้น “ขอบคุณโคทาโร่”

—แกร๋ๆ—แกร๋ๆ—สักพักฝูงนกกระเรียนก็ร้องประสานเสียงมาแต่ไกล พวกมันค่อยๆ โบกสะบัดปีกขึ้นลงผ่านเข้าไปในวงดวงอาทิตย์อย่างอิสระ…“และพวกมันก็บินผ่านออกไปอีกด้าน…เหมือนตราสัญลักษณ์ที่ด้ามจับของดาบซามูไรของคุณเลย โคทาโร่” จันทร์หอมพึมพำต่อ

“ซะโยะนะระ…มินาโมโตซัง” ฮาราชิ จิโระ พูดเศร้าๆ พร้อมกับสะกิดเพื่อนทันทีที่เห็นจันทร์หอมกำลังจะหันหลังเดินจากไป พวกเขาก้มหัวให้นิดๆ จันทร์หอมมองทั้งคู่ สักพักนางก็ก้มหัวให้ในแบบเดียวกัน

“กลับบ้านกันเถอะลูก น้องเริ่มหนาวแล้ว” นางพูดกับเรไรพลางกระชับชายผ้าอ้อมให้แน่นขึ้น

“ข้าขอโทษกับทุกเรื่อง” และอยู่ๆ ไอซึเกะ เรียวตะ ก็โพล่งขึ้น จันทร์หอมหยุดหันกลับมาพยักหน้าอย่างคนให้อภัย…ดวงตาที่มองไม่เห็นจับตำแหน่งในทิศที่คาดว่าจะเป็น จิโระกระซิบบอกและเขาก็ปล่อยยิ้มเศร้าๆ ตอบกลับในความมืด

“ขอบคุณ…ซะโยะนะระ…มันถึงเวลาของข้าแล้วละคราวนี้” เรียวตะพูดแผ่วเบา…ที่แม้แต่ฮาราชิ จิโระที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ยังไม่ได้ยิน

แสงสุดท้ายสาดกระทบทุ่งตาลโตนดของจังหวัดเพชรบุรี มันทาบเงาทุกสรรพสิ่งราบไปกับพื้น จันทร์หอมจูงแขนเรไรอีกข้างก็อุ้มบุตรชายเดินตรงไปข้างหน้า สักครู่เงาแรกแห่งรัตติกาลก็กลืนนางและลูกๆ ที่อยู่ในชุดสีดำจนมองไม่เห็น โลกมืดที่เริ่มต้นก็พลันสื่อสายสัมพันธ์แห่งนักฆ่าไปยังอีกชีวิต…เด็กน้อยลืมตาขึ้นมาในอ้อมแขวน บัดนี้เขามองเห็นความมืดเป็นแสงสีเขียวอมเหลืองเข้าแล้วโดยที่ผู้เป็นแม่ยังไม่ทันสะกิดใจเลยแม้แต่น้อย…

(อูคาชิ  เซดะ…อูคาชิ  เซดะ…อูคาชิ  เซดะ)

## จบ สมรภูมิปักษา24 ##

ทรงอาจแนะนำ

สมรภูมิปักษา23
สมรภูมิปักษา22
สมรภูมิปักษา21
สมรภูมิปักษา20
สมรภูมิปักษา19
สมรภูมิปักษา18
สมรภูมิปักษา17
สมรภูมิปักษา16
สมรภูมิปักษา15
สมรภูมิปักษา14
สมรภูมิปักษา13
สมรภูมิปักษา12
สมรภูมิปักษา11
สมรภูมิปักษา10
สมรภูมิปักษา9
สมรภูมิปักษา8
สมรภูมิปักษา7
สมรภูมิปักษา6
สมรภูมิปักษา5
สมรภูมิปักษา4
สมรภูมิปักษา3
สมรภูมิปักษา2
สมรภูมิปักษา1
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 23
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 22
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 21
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 20
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 19
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 18
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 17
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 16
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 15
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 14
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 13
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 12
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 11
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 10
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 9
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 8
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 7
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 6
"อนุชาย" คืออะไร? เร็วๆ นี้ รู้เรื่อง!
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 32
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 31
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 30
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 26
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 25
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 24
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 21
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 17
Spread the love

เผยแพร่โดย

TIMMY BUTO

TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป