สมรภูมิปักษา20

สมรภูมิปักษา20

อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร Part2 สมรภูมิปักษา20

สมรภูมิปักษา20

เครื่องรางบูชิโด

วันที่ 28 มิถุนายน 1945 

สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายนเป็นอีกวันที่ไม่มีเสียงปืน ไม่ได้ยินเสียงระเบิดเหมือนเช่นเมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่แผนการลับสุดยอดในงานเลี้ยงที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าก็ยังดำเนินต่อไป ระเบิดเวลาที่วางเอาไว้ได้อาศัยใช้งานรื่นเริง เหล้า และอาหารนานาชนิดมาเป็นตัวล่อหลายคนที่ทางกองทัพญี่ปุ่นหมายหัวให้เข้ามาติดกับดัก มินาโมโต โคทาโร่อยู่ในชุดทหารเต็มยศ ดาบคาตานะมูโตติดข้างเอวไม่เคยห่าง  เขาหยิบผ้าพันคอสีขาวอันเป็นสัญลักษณ์ของนักบินมาผูกและใช้มือยัดชายเข้าข้างในของคอเสื้ออย่างสงบ

“ทำไมข้าไม่ได้ขึ้นบิน พร้อมกับเจ้า” เรียวตะถามเป็นเชิงตำหนิกลายๆ โดยมีฮาราชิ จิโระยืนทำหน้านิ่งไม่แสดงความรู้สึกใดๆ อยู่ด้านหลัง

“ร่างหนึ่งแหลกระเบิดไปพร้อมๆกับเครื่องบิน อีกร่างจะยังคงอยู่เพื่อทวงถาม” โคทาโร่กระซิบ พลางปิดกระดุมเม็ดสุดท้ายที่คอเสื้อ “หากข้ายังดีพอ…ที่จะอยู่ต่อเพื่อลูก นางจะเป็นผู้ตัดสิน…” น้ำเสียงของโคทาโร่เหมือนจะมีความหวังอยู่ไม่น้อย เขายิ้มให้เรียวตะและจิโระสลับกันไปมาขณะหยิบผ้าแถบมาถือในมือ (ฮาชิมากิ…ในอดีตเคยเป็นอาภรณ์ประดับของเหล่านักรบหรือซามูไร ที่จะต้องคาดศีรษะก่อนออกทำศึก แต่คืนนี้โคทาโร่ต้องใช้มัน)

“เรียวตะ…กามิกาเซ่จะไม่ลงมือตอนกลางคืน…ครานี้เป็นครั้งแรก…และเจ้าก็ไม่ถนัด” โคทาโร่อธิบายเสียงดังและโน้มตัวเข้าไปกระซิบอีก “ความมืดจะนำทางอีกร่างหนึ่งของชิโนบิให้รอด…”

“แต่ก็จะเป็นนาง…ที่จะสังหารท่าน มิใช่สงคราม” เรียวตะกัดฟันกรามพูดในสำเนียงอูราคามิอย่างหมดความอดทน

“เรียวตะ!…” โคทาโร่เหลือกตากระแทกเสียงดุ จนโหนกแก้มกระตุกแต่ฮาราชิ จิโระก็ยังเฉยเหมือนจะไม่ได้ยิน

“นางไม่มีทางให้คำตอบอย่างที่คุณชายต้องการ…แน่นอน!”

โคทาโร่นิ่ง…เหมือนกำลังคิด ใจหนึ่งเชื่อแต่อีกใจก็ขัดแย้งกันอย่างหนัก

“ข้าเชื่อว่านางรักข้า…” โคทาโร่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพร้อมกับเขม่นหนังตาให้เรียวตะเห็น “ความรักจะเอาชนะทุกสิ่ง…แม้กระทั้งคำสาปซามูไร”

“ถ้านางตอบ…ไม่ ละ”

“มันก็จะเป็นคืนสุดท้าย…” โคทาโร่ตอบแบบสะท้าน…ทำเอาเรียวตะถึงกับเซถอยด้านหลัง จนชนกับเพื่อน

“เรียวตะคุง!…” จิโระช่วยดันประคอง…แต่เรียวตะก็ยังไม่กล้าจะหันไปมองหรือขอโทษ…เหมือนกลัวว่าจิโระจะจับอารมณ์ที่กำลังสั่นคลอนได้

“ข้าขอผูกผ้าแถบให้เจ้าเอง…มันเป็นช่วงเวลาสุดท้ายแล้วใช่ไหมที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน” ฮาราชิ จิโระเบี่ยงตัวจากเรียวตะเมื่อเห็นว่าเขายืนมั่นคงแล้ว พร้อมกับเดินเข้าไปดึงผ้าแถบไปจากมือ…โคทาโร่จ้องหน้าสักครู่เขาก็ดึงจอโระเข้ามากอด

“ขอบใจมากเพื่อนรัก” โคทาโร่พูดเสียงเรียบๆ เขาปล่อยมือจากผ้าแถบพร้อมกับก้มหัวให้จิโระผูกให้อย่างเต็มใจ

“ข้าสมควรจะบอกลา พวกเจ้าตอนนี้…และชั่วนิรันดร์…โคทาโร่” จิโระพูดจากหัวใจที่เด็ดเดี่ยว แต่น้ำตาแห่งความอ่อนแอก็ยังเอ่อล้นให้เห็น

“ความตายสำหรับข้า มันเบาบางยิ่งกว่าขนนก…เจ้าก็เช่นกันจิโระ”

“ข้า ข้า จะอยู่ ต่อ จน จน กว่า บุตรของเจ้า จะคลอดและปลอดภัย” จิโระพูดติดๆ ขัดๆ และพยายามบีบเสียงให้เข้มแข็ง “อีก 6 ชั่วโมง โคทาโร่”

(หากนางปฏิเสธละ…หากนางตอบว่าไม่ละ)และเสียงสื่อจากอีกคน ก็ยังวนถามในประโยคเดิม(ข้าอยากฟังซ้ำให้แน่ใจ…)

(เจ้าคงจะอยู่ในโลกชิโนบิ มากกว่าบูชิโด) โคทาโร่สวนกลับ

(ใช่…ข้าเกลียดซามูไรยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น) เรียวตะสื่อเสียงตอบกลับเมื่อภาพไอ้แก่ผิดเพศอย่างฮันโต ซาซากุมิผุดขึ้นมาหลอน

“การตายในหน้าที่ของทหารเป็นเรื่องที่มีเกียติต่อตัวเองและประเทศชาติ ศาลเจ้าคามิโคโซ ยาสุกูนิในกรุงโตเกียวจะปรากฏชื่อไปตราบจนชั่วลูกชั่วหลาน” โคทาโร่บอกเหมือนต้องการจะให้เพื่อนทั้ง 2 ได้ยินในคราเดียว

“โคทาโร่!…” เป็นเสียงร้องไห้ในสำเนียงอูราคามิเบาๆ “โคทาโร่” เรียวตะส่งผ้า  เซนิน บาริ ที่ทาเคดะให้ติดตัวมาตั้งแต่ไปฝึกที่เกาะฟอร์มูซา “เซนิน บาริ เศษผ้าที่เย็บจากด้ายสีแดงหรือด้ายที่ทำมาจากเส้นผมของสตรีบูชิโดจำนวน 1,000 คน มันจะช่วยให้เจ้ารอด…บางที!”

“แต่ข้าว่ามันน่าจะอยู่กับพวกเจ้านะ”

“ทำไม” จิโระแทรกขึ้นบ้าง

“เพราะพวกจ้าจะต้องอยู่ต่อจนกว่าลูกของข้าจะปลอดภัย”

“หากนางปฏิเสธละ” เรียวตะยังละเมอถามซ้ำๆ

“ข้ามั่นใจว่านางรักข้า…”

“โคทาโร่คุง…” จิโระตะโกนใส่เสียงดัง และโคทาโร่ก็ใช้มีดสั้นแบ่งผ้าเซนิน บาริออกเป็น 2 ส่วน

“พวกเจ้าเอาไปเก็บไว้คนละส่วน” ทั้งคู่ไม่ยอมรับ จนโคทาโร่ต้องยัดมันเข้าใส่กระเป๋าเสื้อ จิโระจ้องหน้าเพื่อนพักหนึ่งก่อนจะโผเข้ากอดแทนคำบอกลาที่ยากเกินกว่าจะพูดออกมาในเวลานี้

“ข้าจะอยู่ต่อจนกว่าบุตรเจ้าจะปลอดภัย” จิโระให้คำมั่นกลายๆ…สักครู่เขาก็ถอยห่างออกมา 2 ก้าวแล้วถอดหมวกก้มหัวให้  “ข้าจะจำชื่อ มินาโมโต โคทาโร่ไปตราบชีวิตที่เหลือ” จิโระเสียงสั่น สักครู่ก็พาใบหน้าที่แดงกล่ำก็เดินออกจากห้องไป ส่วนเรียวตะเขาพับธงผ้าผืนเล็กๆสีขาวตรงกลางมีวงกลมสีแดงอย่างใจเย็นก่อนจะยัดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อให้โคทาโร่..

“ข้าหวัง…ว่านางจะตอบรับท่าน…” พูดจบเรียวตะก็ถอดหมวกและก้มหัวในแบบเดียวกับที่จิโระ ก่อนจะดีดตัวหายออกไปทางหน้าต่างที่ยังไม่มืดสนิท

“เราคงได้พบกัน ในที่ไหนสักแห่งเรียวตะ” โคทาโร่ตะโกนไล่ตามหลัง…แต่แสงอาทิตที่เหลือน้อยลงก็กลืนร่างของเขาหายไปก่อนแล้ว

……….

ทุ่งหญ้าสีเขียว…………………..เทียวโบกใบสะบัด

ดุจล้านมือปรารถนา………ในล้านฝัน…แลล้านใฝ่

ไอซึเกะ  เรียวตะ

……….

 งานเลี้ยงคืนนรก

งานเลี้ยงที่ทหารญี่ปุ่นจัดขึ้น มีผู้หลักผู้ใหญ่ บุคคลสำคัญในจังหวัดเพชรบุรีและใกล้เคียงถูกเชิญมาร่วมงานเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะคนที่ทหารญี่ปุ่นคาดว่าจะเป็นหัวหน้าขบวนการใต้ดินและเสรีไทย…หึๆ…พวกเขาเหล่านี้จึงได้รับเกียติให้เป็นแขก วี.ไอ.พี.ที่ถูกหมายหัวเป็นอันดับต้นๆ

แสงไฟรอบๆ ค่ายถูกจุดขึ้นพร้อมๆ กัน มันสว่างไสวไปทั่วบริเวณที่เคยเป็นสนามฟุตบอล แขกหลายคนแต่งตัวตามสมัยนิยมแบบเต็มที่ พวกเขาเริ่มทยอยเดินเข้าไปในงานตั้งแต่แสงสุดท้ายยังไม่หมด  เพียงไม่ถึงชั่วโมงผู้คนก็แน่นขนัด เสียงเพลงถูกเปิดแทนเสียงปืน แสงไฟหลากสีที่กระจายอยู่รอบๆ ประหนึ่งใช้แทนแสงเพลิงจากระเบิดในคืนวิปโยค  สำรับอาหารทั้งคาวและหวาน รวมทั้งเหล้าสุรา ยาสูบจากเมืองนอกค่อยๆ ทยอยขนออกมาปรนเปรอแบบไม่มีอั้น ทุกคนต่างสำเริงสำราญแบบเต็มเหนี่ยว ดูเหมือนจะไม่มีใครเอะใจเลยว่า งานเลี้ยงกลางสมรภูมิในคืนนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่

……….

 อีกมุมหนึ่ง

“ก๊อกๆ…ก๊อกๆ” เสียงเคาะไม้เป็นจังหวะ ดังต่อเนื่อง 4 ครั้งทำให้จันทร์หอมที่กำลังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่กับเรไรถึงกับสะดุ้ง นางมองบุตรสาวที่กำลังนอนวาดรูปดอกไม้กลางวงล้อมรถถังและปืนใหญ่ที่เห็นเป็นประจำ สักครู่นางก็เอ่ยขึ้น

“เรไร อยู่บนนี้สักพักนะลูก แม่จะไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวมา” นางบอกผ่านๆ พลางลูบหัวบุตรสาวให้เชื่อตามนั้น  เรไรพยักหน้าในขณะที่ยังแต้มสีดอกไม้ยังไม่เสร็จ จันทร์หอมเปิดประตูและเร่งฝีเท้าเดินลงบันไดตรงไปยังศาลาท่าน้ำตามสัญญาณที่ได้นัดแนะอย่างเร่งรีบ

“พี่ขาม คุณมนตรี พี่มยุรี” จันทร์หอมทักทายทีละคน แต่สีหน้าที่เป็นกังวลของพวกเขาได้หยุดลมหายใจของนางเอาไว้ช่วงหนึ่ง

“ทางอังกฤษพึ่งตอบรับเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง เอ็งต้องไปอยู่ในที่ปลอดภัยกว่านี้” ขามพูดราวกับออกคำสั่งกลายๆ

“ฉันหรือ…” จันทร์หอมพูดเสียงสั่นจนเหมือนจะร้องให้ “มันเกิดอะไรขึ้น…” นางถามต่อด้วยน้ำเสียงที่หวาดหวั่น

“ไม่มีเวลามาอธิบาย…” ขามบอกพลางเร่งนางด้วยสายตาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“ใช่…เราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้ เรไรอยู่ไหน…” มนตรีกำชับอีกคน

“………” จันทร์หอมนิ่งเหมือนคนสติหลุดหาย…

“จันทร์หอม”

“เราแจ้งข่าวทันไม่กี่คน…คนของเราส่วนใหญ่ไปรวมอยู่ในงานเลี้ยงเวลานี้” มนตรีพูดอ่อนๆ…

“จันทร์หอมพาเรไรไปรวมอยู่ที่บ้านข้าก่อน…เร็วเข้า” ขามกระตุ้นอีก แต่จันทร์หอมก็ยังนิ่งเป็นหุ่นหินเช่นเดิม

“จันทร์หอม เป็นอะไรไป” มยุรีเดินเข้ามานั่งใกล้ๆเขย่าตัวเรียกสติ

“แล้วคนที่อยู่ในงานคืนนี้ละพี่ เราจะปล่อยให้พวกเขารับชะตากรรมอย่างนั้นรึ พวกเขาก็คนไทยนะพี่” จันทร์หอมพูดลอยๆ

“ข้าให้คนของเราปะปนเข้าไปแจ้งข่าวแล้ว…แต่ก็ไม่รู้จะช่วยได้สักกี่คน” มนตรีพูดด้วยใบหน้าที่ไม่มั่นใจเอาเสียเลย

“เราก็ได้แต่ภาวนาขอให้พวกเขาเชื่อ” ขามเสริม

“เรา 3 คนก็พึ่งปลีกตัวออกมาจากงานป่านนี้คงทราบข่าว และค่อยๆทยอยกันออกมาบ้างแล้วละ หากไม่เห็นแก่กิน” มยุรีพูดเสียงต่ำเหมือนจะเห็นคนส่วนใหญ่เป็นตามที่นางเห็น

“ฉันเป็นคนฆ่าสามีตัวเองหรือนี้”

“จันทร์หอม!” มยุรีอุทานกระตุกแขนเสื้อเหมือนจะเรียกสติอีก

“ฟังให้ข้าให้ดี…ฝ่ายสัมพันธมิตรในยุโรปกำลังจะชนะ…เวลานี้กองทัพญี่ปุ่นในพม่าก็มีท่าทีไม่สู้ดีนัก…ญี่ปุ่นกำลังจะแพ้สงครามในอีกไม่กี่วันข้างหน้า…โคทาโร่ต้องถูกจับหรืออาจจะถูกประหารชีวิต หากเขายังอยู่ที่นี้…เจ้าต้องทำใจ” ขามอธิบายเป็นฉากๆ…จันทร์หอมไล่มองพวกเขาไปทีละคนเหมือนแมวจนตรอกที่ไม่เหลือทางให้ไป

“สงคราม…กำลังฆ่าฉันด้วยมือของฉันเอง” เสียงจันทร์หอมสั่นเครือ นางใช้หลังมือเช็ดน้ำตาหลายครั้ง จนมยุรีขยับโอบกอดด้วยความรู้สึกเดียวกับนาง

“สามีฉันก็ตายเพราะสงคราม…”

“พวกพี่ไปกันก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะตามไป” จันทร์หอมแข็งใจบอก หลังจากได้ปล่อยลมหายใจออกมายาวๆ หลายครั้ง

“อย่าช้านะ…” ขามกำชับ และตบไหล่นางเบาๆ

“เราต้องอยู่ต่อให้ได้…เพื่อลูก” มนตรีลุกขึ้นและตบไหล่จันทร์หอมอีกคน ในที่สุดทั้งสามก็เร่งฝีเท้าหายลับมุมถนนเรียบแม่น้ำที่นางเคยใช้เมื่อวันก่อนไป

“คุณฆ่าสามีฉัน โคทาโร่” จันทร์หอมย้ำเหมือนจะขุดความเกลียดชังขึ้นมาปลุกใจในเวลาที่สุ่มเสี่ยงเช่นนี้

……….

เมฆสีดำค่อยๆแผ่ขยายข้ามฟ้าไปเรื่อยๆ มันไล่ปิดหมู่ดาวนับล้าน กลืนกินทางช้างเผือกที่ทอดตัวจากทิศใต้จรดทิศเหนือแบบเงียบๆ เป็นมรสุมแรกในรอบหลายเดือน หลายคนอดถามไม่ได้ว่า…ทำไมต้องเป็นคืนนี้

จันทร์หอมเฝ้าจดจ่ออยู่ที่ประตูหน้าบ้าน เหมือนกำลังรอใครบางคน แต่ในที่สุดสิ่งที่นางกลัวที่สุดก็ส่งเสียงคำรามเบิกฟ้ามาจากทางทิศใต้…มันคือเสียงฝูงบินของฝ่ายสัมพันธมิตร…

“ไม่!…เสียงฟ้าร้อง…ไม่นะ…”มือของจันทร์หอมสั่นพอๆกับน้ำเสียง…กล้ามเนื้อทุกส่วนเริ่มเกร็งกระตุก “โคทาโร่…โคทาโร่!” นางอุทานเรียกชื่อเขาซ้ำๆ แต่แล้วเสียงที่นางพยายามแปลงเป็นอย่างอื่นก็เป็นจริงอย่างที่ใจบอกตั้งแต่ต้น

“คุณฆ่าพี่โมก…คุณฆ่าสามีฉัน คุณสังหารสามีฉันโคทาโร่” นางปลุกความเกลียดชังขึ้นมาใช้งาน พร้อมๆกับเสียงเครื่องบินรบ…ที่ไม่ใช่เครื่องบินซีโร่ของญี่ปุ่น เวลาเดียวกันเสียงเพลงในงานเลี้ยงก็พลันเงียบลงพร้อมๆ กับแสงไฟที่สะท้อนขึ้นไปบนท้องฟ้า มีเพียงเสียงหวอเตือนภัยเท่านั้นที่ดังยาวข้ามทุ่งมาแทน

“เรไร!…” จันทร์หอมดับแสงตะเกียงเจ้าพายุวิ่งเข้าไปกอดบุตรสาวด้วยท่าทางสั่นผวา…

“แม่ๆ…”

 ……….

อีกมุมหนึ่ง

คนนับพันที่กำลังสนุกสนานต่างวิ่งหนีแตกกระเจิงไปคนละทางสองทาง หลายคนถูกทหารญี่ปุ่นจับลากตัวหายเข้าไปในความมืด และอีกหลายคนถูกยิงทิ้งทั้งๆ ที่ปากยังคาบบุหรี่อยู่ เสียงหวอยังดังต่อเนื่องไม่หยุด บนท้องฟ้าสีดำสนิท ลูกระเบิดที่ถูกปล่อยลงมาเป็นสายยังพอให้มองเห็น…พวกเขาวิ่งหนีเพื่อหวังจะให้รอดพ้นจากมัจจุราชที่ลอยอยู่บนหัว

—บึ้ม!—บึ้มๆ—บึ้ม—เสียงของมันดังกัมปนาทไล่เป็นทางยาวใกล้เข้ามาในบริเวณงาน เพลิงสีแดงสาดฉายขึ้นพร้อมกันทุกทิศทาง หลายคนติดอยู่ในวงล้อม และหลายๆคนที่หมอบอยู่กลางสนามก็ถูกแรงอัดอากาศส่งร่างลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า “อ๊ากๆ…”และพวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับนกหุบปีกที่จงใจทิ้งร่างตัวเองลงกระแทกกับพื้น…

……….

## จบ สมรภูมิปักษา20 ##

ทรงอาจแนะนำ

สมรภูมิปักษา24
สมรภูมิปักษา23
สมรภูมิปักษา22
สมรภูมิปักษา21
สมรภูมิปักษา19
สมรภูมิปักษา18
สมรภูมิปักษา17
สมรภูมิปักษา16
สมรภูมิปักษา15
สมรภูมิปักษา14
สมรภูมิปักษา13
สมรภูมิปักษา12
สมรภูมิปักษา11
สมรภูมิปักษา10
สมรภูมิปักษา9
สมรภูมิปักษา8
สมรภูมิปักษา7
สมรภูมิปักษา6
สมรภูมิปักษา5
สมรภูมิปักษา4
สมรภูมิปักษา3
สมรภูมิปักษา2
สมรภูมิปักษา1
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 23
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 22
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 21
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 20
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 19
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 18
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 17
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 16
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 15
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 14
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 13
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 12
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 11
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 10
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 9
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 8
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 7
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 6
"อนุชาย" คืออะไร? เร็วๆ นี้ รู้เรื่อง!
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 32
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 31
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 30
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 26
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 25
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 24
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 21
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 17
Spread the love
TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →