สมรภูมิปักษา18

สมรภูมิปักษา18

อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร Part2 สมรภูมิปักษา18

สมรภูมิปักษา18

จดหมายฉบับสุดท้าย

……….

20 มิถุนายน 1945

                ถึงมินาโมโต  ฟูจิกาว่า

                ท่านพ่อ ท่านแม่ ขอบคุณสำหรับความรักที่มอบให้ข้าด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ เกียติยศใดๆ ที่ข้าได้รับจากสงครามในครั้งนี้ ข้าขอ มอบให้ของขวัญแด่ท่านทั้งสอง

                ข้าไม่อยากบอกลาด้วยจดหมายฉบับนี้ เพราะความตายสำหรับซามูไรเป็นสิ่งบางเบายิ่งกว่าขนนก 

                ฉะนั้นท่านพ่อ ท่านแม่ อย่าได้เสียใจหากข้าไม่มีโอกาสกลับบ้านหลังสงคราม ข้าจะสวดอ้อนวอนขอให้ท่านทั้งสองมีความสุขชั่วนิรันดร์…  

คิดถึงแสงแรกเหนือขุนเขาพระอาทิตย์เสมอ

มินาโมโต  โคทาโร่

 

 นกกระเรียนสยายปีกออกศึก

โผทะยานเหนือผืนน้ำทะเลใต้

ผงาดฟ้าประกาศท้า ข้าซามูไร

จากแผ่นดินอาทิตย์อุทัย…ให้โลกลือ

……….

มินาโมโต โคทาโร่ค่อยๆ วางดินสอลงช้าๆ เขาพับแผ่นกระดาษสีน้ำตาลเป็น 4 ส่วน ไม่เคยมีวันไหนเหนื่อยล้าเท่านี้มาก่อน เขายัดมันใส่ในซองสีน้ำตาลแล้วจึงเขียนจ่าหน้าซองถึงบุคคลที่เมืองคาโกคุมะ ประเทศญี่ปุ่นอย่างบรรจง

“คงเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายจริงๆ ซินะ” เขาพึมพำขณะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เขากำลังจะหลับ แต่อยู่ๆ มือสัมผัสที่อุ่นนุ่มของบางคนก็คลึงนวดที่ต้นคอ

“เรียวตะ…” โคทาโร่อุทาน แต่ก็ไม่แปลกใจและไม่ห้ามในสิ่งที่เพื่อนกำลังทำให้

“หลับตาเถอะคุณชาย” เรียวตะพูดเรียบๆในสำเนียงอูราคามิ

“ทำไมเวลาข้าเหนื่อยจึงนึกถึงเจ้าเป็นคนแรก” โคทาโร่พูด ซึ่งมันก็ทำให้เรียวตะฉายยิ้มความสุขออกมา

“ขอบคุณ ที่นึกถึงข้า…” ทั้งสองเงียบแต่มือยังคลึงนวดไม่หยุด จนโคทาโร่รู้สึกผ่อนคลายจวนหลับ “เพียงเท่านี้ก็ดีมากแล้ว”

“อีกไม่กี่วัน…แล้วซินะ” โคทาโร่พูดลอยๆทั้งที่ยังหลับตาอยู่ในท่าเดิม

“กามิกาเซ่ไม่เคยโผทะยานในเวลากลางคืน…ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมแผนการในครั้งนี้ถึงเปลี่ยนไป…เหมือนทางกองทัพจงใจจะใช้เราไปตายให้เร็วขึ้น”

“มันเป็นความตั้งใจของข้าเอง…ข้ามองเห็นทุกอย่าง…และข้าก็เอาตัวรอดได้ในเงามืด อีกร่างหนึ่งแหลกสะลายไปกับเครื่องบินซีโร่ แต่อีกร่างยังต้องการจะทวงถามกับคนที่ข้ารักว่า…ข้ายังดีพอจะอยู่ต่อเพื่อลูกหรือไม่…” โคทาโร่พูดจบ มือของไอซึเกะ เรียวตะก็หยุดชะงัก

“ข้ามิได้ทรยศต่อทางกองทัพหรือตัวเอง…แต่นางกำลังตั้งท้องลูกของข้า เพราะฉะนั้นข้าจึงต้องถามความปรารถนาของนางให้แน่ชัด” โคทาโร่อธิบาย

“คุณชายจะต้องตายเพราะผู้หญิง มิใช่สงคราม…จำไม่ได้หรือไง” เรียวตะกดเสียงต่ำที่กำลังจะทนไม่ไหว

“อย่าดูถูกน้ำใจของนาง…นางไม่มีวันสังหารข้า” โคทาโร่สวนกลับทันควันพร้อมกับสะบัดตัวให้พ้นไปจากมือ เขาลุกเดินห่าง

เรียวตะก้มหน้าต่ำ สักครู่ “ข้าเป็นหมอ…ข้าควรจะดูแลนางและลูกของคุณชายให้ดีที่สุดซินะ” เป็นความน้อยใจที่ตั้งใจจะประชด…“คุณชาย…ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ปราสาทฮันโตจนกระทั้งวันนี้…ข้าก็ไม่เคยลืมดวงตาสีอำพันที่จ้องข้า….แม้จะพยายามลืม”

“เจ้ารักข้า…ได้อย่างไร” โคทาโร่หันกลับมาพร้อมกับเดินเข้าหา เขาหยุดยืนในระยะประชิด “เจ้าก็ชาย ข้าก็ชาย” โคทาโร่พูดช้าๆเนิบๆ เรียวตะได้แต่มองเขานิ่งๆ

“ข้าเองก็ไม่เข้าใจตนเอง…เช่นเดียวกับที่คุณชายไม่เคยเข้าใจข้า…” เรียวตะพูดไม่ทันจบ โคทาโร่ก็ดึงเขามาจูบ น้ำตาของเรียวตะไหลพรากพร้อมๆ กับอาการสั่นตึง สักพักโคทาโร่ก็ถอนจูบและจ้องลึกเข้าในดวงตาที่กำลังเปียกชุ่ม (คุณชาย) เสียงสื่อจากเรียวตะอุทานในอาการตกใจและพึงพอใจปนอยู่ สักครู่พลังลึกลับที่เป็นมรดกมาจากนินจาก็ทำให้อีกคนค่อยๆ หลับ โคทาโร่ช้อนร่างเพื่อนเอาไว้ในอ้อมแขน

(ข้าดีใจที่ได้หลับในอ้อมกอดคุณชาย…)

“ข้าให้เจ้าได้เท่านี้จริงๆเรียวตะ” โคทาโร่พูดและเฝ้าวนเวียนมองใบหน้าของเพื่อนไปมา “ข้าไม่เข้าใจเจ้า เช่นเดียวกับที่เจ้าไม่เคยเข้าใจตัวเอง” พูดจบเขาก็อุ้มร่างที่หลับใหลเดินเข้าไปในห้องพยาบาล ก่อนจะกลับเข้ามาหยิบซองจดหมายบนโต๊ะแบบคนชั่งใจอยู่นาน…

“ข้าปรารถนาจะอยู่ต่อเพื่อลูกอย่างชายไร้ศักด์ศรี แต่สิทธิ์ขาดอยู่ที่เจ้าคนเดียว…จันทร์หอม”

……….

อย่าคาดหวังความรู้สึก……………………….จากคนอื่น

เพราะสมหวังและผิดหวัง……………………..พอกัน

มินาโมโต โคทาโร่

……….

ชะตากะอนาคะ

(มินาโมโต โคทาโร่…เจ้าต้องเปิดจิตเดี๋ยวนี้…โคทาโร่…ทะเลทางทิศใต้กำลังจะลุกเป็นไฟ  นางจะหักหลังเจ้า…โคทาโร่…มินาโมโต โคทาโร่ จิตของเจ้ากำลังจะสั่นคลอน…อูคาชิ เซดะ…เซดะคุง) เสียงสื่อโหมกระตุ้นประสาททุกส่วนที่กำลังหลับสนิท ไม่ต่างอะไรกับเปลวไฟในเบ้าหลอมโลหะ แต่นายทหารที่ชื่อ มินาโมโต โคทาโร่ก็ยังไม่รู้สึกตัวจากอีกมิติหนึ่งของความฝัน ชะตากะอนาคะ  ชะตากรรมอนาคต ที่สวรรค์ไม่ได้ลิขิต แต่เป็นเพราะคำสาปซามูไรที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด กำลังจะบอกบางสิ่ง

: เรือลำน้อยมีข้านั่งอยู่คนเดียวกลางมหาสมุทรอันเวิ้งว้าง…

: มันลอยนิ่งอยู่ในเงามืดของราตรีที่มองไม่เห็นสิ่งใด…

: นอกจากดาวสีแดงเหนือทะเลใต้

: มันเป็นเพื่อนข้ายามเหงา…

: “ดวงดาวแห่งนักรบ” ข้าพูดขึ้นจากความรู้สึก

: (ดาวแห่งนักฆ่า) เป็นเสียงกระซิบจากคนที่คุ้นเคย

: (เจ้าต้องเปิดจิตเดี๋ยวนี้) เป็นเสียงของคนๆนั้น

: ฮาๆ…และยังมีเสียงหัวเราะที่ก้องไปทั้งมหาสมุทร…

: (จิตเจ้ากำลังสั่นคลอน อูคาชิ เซดะ)

: ข้าพยายามจะดีดตัวขึ้นจากเรือเพื่อไปหาดาวสีแดง

: แต่ก็ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า

: มิหนำซ้ำแรงดีดส่งกลับทำให้เรือค่อยๆจมสู่มหาสมุทร

: กำลังจะจมลงสู่สีดำ

: (โคทาโร่ อูคาชิ…เซดะ) เสียงเรียกเหมือนจะมีคนช่วย

: และดาวสีแดงก็กำลังหายไป…

: ขณะตัวข้าก็กำลังจมดิ่งไปพร้อมกับเรือ

: แต่พลันเกือบจะสิ้นลม

: แสงเพลิงจากขอบทะเลทิศใต้ ก็สว่างขึ้นมา

: มันทำให้ข้ามีแรงฮึดสู้ลอยตัวได้อีก…

: “แสงอาทิตย์กำลังเบิกฟ้าวันใหม่…”

: ข้าพูดเบาๆ…โดยไม่เอะใจเลยว่า…นั้นไม่ใช่ทิศบูรพา

: ดวงไฟสีแดงค่อยๆโผล่ ลอยสูง

: ขยายใหญ่ช้าๆ…ช้าๆ…จนเห็นเป็นวงกลมสีแดงเต็มดวง

: “อาทิตย์ยามเช้า”ข้าอุทานอย่างกระเรียนหลงฟ้า

: และภาพตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลมินาโมโต

: ก็ผุดขึ้นมาในหัว…(อูคาชิ เซดะ)เสียงสื่อที่ข้าไม่ตั้งใจจะได้ยิน

: แรงฮึดสู้ครั้งสุดท้ายกลับเพิ่มมากขึ้น

: ในที่สุดข้าก็ดีดตัวลอยพ้นจากเกลียวคลื่นได้สำเร็จ

: และค่อยๆ…กางแขนทั้งสองข้างเพื่อรับแสงนั้น

: มันช่วยพยุงตัวได้อย่างที่คาดหวังดั่งลมหนุนใต้ปีก

: ข้านึกถึงนกกระเรียนมงกุฎแดงในกลางวงกลมสีแดงขึ้นมา

: ร่างของเขาเวลานี้ก็ไม่ต่างอะไรกับกระเรียนตัวนั้น

: ประหนึ่งตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลมีตัวข้าแทนที่

: แต่แล้วแรงโน้มถ่วงก็ฉุดร่างที่หนักอึ้งจมลงไปอีก

: ข้ากางแขนทั้งสองข้าง ให้มากกว่าเดิม

: สัญชาตญาณบอกให้ทำเช่นนั้น

: นัยน์ตาเต็มเปรี่ยมไปด้วยความหวังเริ่มหรี่ลง

: เมื่อดวงอาทิตย์ที่เข้าใจ กำลังขยายขึ้น ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

: อุณหภูมิก็เพิ่มขึ้น…จนแสบผิว

: ความร้อนกำลังทำให้ทะเลเดือด

: และข้าก็เริ่มรู้แล้วว่า นั้นมิใช่ดวงอาทิตย์

: แต่เป็นลูกเพลิงสีแดงที่ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา

: จิตพะวงได้ปลุกสัญชาตญาณกลัวให้ตื่น

: “อะไรกัน”ข้าพะวงถาม

: รอยยิ้มแห่งความหวัง…เปลี่ยนไป

: กรามทั้งสองข้างขบกันแน่น

: ดวงตาทั้ง 2 ข้างก็แข็งกร้าว เพื่อเผชิญกับความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

: มันกำลังจะเปลี่ยนร่างข้าให้เป็นผงถ่าน

: มินาโมโต โคทาโร่ นกกระเรียนบนตราสัญลักษณ์

: ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลซามูไรเก่าแก่

: เมื่อความตายใกล้เข้ามา

: ร่างของข้ากลับลอยสูงขึ้นอีก

: ความรู้สึกบอก มันช่างบางเบาเสียยิ่งขนนก

: เขาไม่ยอมหันหลังให้มัน

: จนกระทั้งลูกไฟจากนรก…ค่อยๆกลืนกิน

          “ไม่ๆๆๆๆๆๆๆ………………อูคาชิ เซดะ)

มินาโมโต โคทาโร่ ตะโกนสุดเสียงทั้งๆที่ยังหลับตา กระแสจิตที่ดังก้องในคำสุดท้ายยังค้างอยู่ในหัว เขาได้ยินปลายเสียงห่างๆว่า…อูคาชิ เซดะ) เหงื่อกาฬแตกพล่านเปียกชุ่มราวกับนอนแช่อยู่ในบ่อน้ำพุ  เขาหลับตาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติให้กลับมารวมกัน เขาทำอย่างเดียวกันนี้ซ้ำๆ อีก 3 รอบ แต่ในหัวซีกซ้ายกลับรู้สึกเหมือนมีใครเอากลองมาตีรัวๆ ปวดรำคาญจนต้องกุมไว้ทั้ง 2 มือ

“จันทร์หอม…ข้า” โคทาโร่เรียกทั้งๆที่ยังไม่ได้สติดี แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ และนั้นเองที่ทำให้เขาตื่นได้เร็วขึ้น (นางไปไหน เวลาเช่นนี้) เขาถามตัวเอง โคทาโร่ลุกจากที่นอนเดินออกประตูไปอย่างแผ่วเบาเหมือนกลัวว่าเรไรที่อยู่ห้องข้างจะตื่น

(อูคาชิ เซดะ…อูคาชิ เซดะ…) เป็นเสียงสื่อจากคนคุ้นเคยที่ดังแทรก  โคทาโร่หยุดนิ่งและปล่อยจิตให้ว่างเพื่อเปิดรับ

(อูคาชิ เซดะ…เจ้าจงฟังข้า อูคาชิ เซดะ)

(ท่านพ่อ…) เขาตอบกลับในทันที แต่เสียงของอีกหลายคนที่ศาลาท่าน้ำก็ดึงดูดเขาได้ไม่แพ้กัน โคทาโร่ถอดร่างตัวเองทิ้งไว้ที่เชิงบันได แต่ก็ทำได้ไม่สมบูรณ์นัก…มรดกจากนินจาที่ขาดการฝึกฝนกำลังทำให้เขาเป็นบ้า (ท่านพ่อ…)

(เจ้ากำลังโดน…คำสาปซามูไรเล่นงาน…โคทาโร่ วงกลมสีแดงที่ล้อมรอบนกกระเรียนไม่ใช่ดวงอาทิตย์อย่างเข้าใจ…แต่มันเป็นลูกไฟจากคำสาป…โคทาโร่มีทางเดียวที่เจ้าจะพ้นพันธะจากมันได้โดยสมบูรณ์…เจ้าต้องกลับมาเป็นอูคาชิ และลืมดาบคาตานะมูโต เล่มนั้นซะเลือดมินาโมโตที่มีเพียงครึ่งเดียวจะถูกเลือดอูคาชิละลายจนกระทั้งจางหาย..เซดะฟังข้าอยู่หรือไม่…อูคาชิ อูคาชิ เซดะ)แต่อีกร่างหนึ่งของโคทาโร่ก็ยังเดินเข้าไปหยุดอยู่ไม่ไกลจากศาลาในเวลานั้น

“เขาฆ่า…พี่โมก…ถึงฉันจะแต่งงานและท้องกับเขา…แต่มันก็เป็นเพียงหน้าที่…มันเป็นภารกิจหนึ่งเท่านั้น ฉันเกลียดเขา…เกลียดเขายิ่งกว่าหนอน…” เป็นน้ำเสียงของจันทร์หอมอย่างชัดเจนโคทาโร่ชาไปทั้งตัว ราวกับความเกลียดชังที่ปนออกมากับสำเนียงยิ่งกว่าหนอนกำลังไหลซึมเข้าสู่ตัวเขาเต็มๆ

(ไม่…ข้าไม่ได้ฆ่าโมก นางกำลังเข้าใจผิด) โคทาโร่อุทาน

(ถึงจะรักนางเพียงใด แต่ในที่สุดก็เป็นนางที่จะสังหารเจ้า…โคทาโร่…เซดะ…) เสียงสื่อยังคงไม่ยอมลดละ

“เอ็งต้องรู้ให้ได้…ว่าพวกญี่ปุ่นมีแผนการอะไรในงานเลี้ยงคืนวันที่ 28 มิถุนายน ที่จะถึง…เราต้องรู้ก่อน มิฉะนั้นขบวนการใต้ดินและเสรีไทยส่วนหนึ่งจะถูกสังหารเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดจีน…บทเรียนเก่าสอนเราได้ดีเชียวนะจันทร์หอม” เสียงมนตรีเบาลงไปอีกเหมือนจะระแวง โคทาโร่เดินผ่านต้นชบาเพื่อหวังจะให้ใกล้เข้าไปอีก เขากระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับมาใช้แสงสีเขียวอมเหลือง…แต่มันก็ไม่ชัดเจนเท่าที่เคยเป็น แต่ก็พอเห็นจันทร์หอมพยักหน้าให้กับชายฉกรรจ์ที่ยืนพูดอยู่ติดกับบันไดลงแม่น้ำเพชรบุรีได้ไม่ยาก

(จันทร์หอม…)

                (อูคาชิ…เซดะ…อูคาชิ เซดะ)เสียงสื่อยังเรียกไม่ขาดระยะ…จนโคทาโร่เริ่มรู้สึกรำคาญ

(…ท่านพ่อ)

(เจ้าต้องกลับคืนสู่โลกชิโนบิ…ปล่อยดาบคาตานะมูโตเล่มนั้นซะ หากต้องการรอดพ้นจากคำสาปซามูไร)

(คำสาป คำสาป คำสาป…มันคืออะไร ท่านได้แต่พูดคำๆ นี้เพื่อหวังจะขู่ข้า) โคทาโร่สื่อกลับด้วยอารมณ์อีกด้าน

(ทำตามที่ข้าบอก…แล้วเจ้าจะรอด…มันเป็นเรื่องจริง ข้าไม่ได้ขู่)

(ตอนข้าอยู่ในหุบเขาอิงะ ท่านก็ผลักไสให้ข้ามาเป็นมินาโมโตเช่นเดียวกับเวลานี้ ที่ท่านก็บอกให้ข้ากลับคืนสู่โลกมืด…เห็นข้าเป็นสิ่งของ…คิดจะโยนทิ้งก็โยน…ข้าเกลียดโลกมืดยิ่งกว่าปลิงลม…ข้าเกลียดปลิงลมยังกับหนอนหมื่นตัวในซากเน่า) โคทาโร่ตอกกลับ อย่างสุดอารมณ์

(คุณชาย…)

(อย่าเรียกข้าอย่างนั้น…ข้าคือมินาโมโตความตายของข้าบางเบาเสียยิ่งกว่าขนนก…ข้าจะไม่หันหลังหากข้าจะตายเพราะสงคราม หรือแม้แต่จะถูกนางสังหารก็ตามที)

(อูคาชิ เซดะ)

(อย่าเรียกข้าอย่างคนหนึ่งในหุบเขา…ข้าเกียดอูคาชิ ข้าเกียด เซดะ ข้าเกียดชิโนบิ และข้าจะไม่มีวันหวนกลับไปหุบเขาอิงะอีก)

(คุณ…ชาย อู…คา…ชิ…)

(ข้าชื่อมินาโมโต…โคทาโร่…) เขาสวนกลับในลมหายใจเดียว ดวงตาที่แดงกล่ำกำลังฟ้องให้ภาพวันสุดท้ายในหุบเขาอิงะผุดขึ้นมาหลอกหลอน…เสียงอูคาชิ ยาสุ ตะคอกใส่เพื่อตัดขาดความเป็นพ่อลูกยังก้องอยู่ในความทรงจำ  แสงสีเขียวอมเหลืองที่เต็มไปพลังจากมนต์สะกดของชิโนบิไหลออกมาจากดวงตาสู่ดวงตาครั้งสุดท้าย มันเป็นภาพความเจ็บปวดที่เจ็บลึก…เกินจะเยียวยาแล้วเวลานี้

(ข้าเสียใจ…เจ้าก็คงจะเกลียดโลกมืด พอๆ กับแม่ของเจ้า)

(ใช่…ข้าขอตายเยี่ยงซามูไร…เพราะตอนนี้ข้ากำลังจะมีลูกกับนาง…) โคทาโร่พูดเสียงสั่นเครือ (ลูกข้าคนนี้จะต้องเป็นคนไทย คนไทยธรรมดาๆ มิใช่ทั้งชิโนบิและซามูไร)

“เอ็งจะต้องเข็มแข็ง…พวกเราทุกคนไม่มีวันทิ้งเอ็ง…สบายใจได้” เป็นเสียงผู้หญิงที่ดังมาจากหนึ่งในจำนวนกลุ่มคนที่อยู่ในศาลา

(หากเขาเกิดมาพร้อมพรสวรรค์วิเศษเยี่ยงชิโนบิจริงๆ มันก็ไกลพอที่เขาจะปลอดภัย) โคทาโร่ใช้เสียงสื่อตอบ (ถ้าข้ายังมีดีพอที่จะอยู่ต่อเพื่อลูก เพื่อปกป้องเขาจากปิศาจ…ถึงจะไร้ศักดิ์ศรีข้าก็จะอยู่…แต่หากจะต้องตายข้าก็จะให้นางเป็นผู้ตัดสิน)

(เจ้าคิดว่าเราควรจะต้องบอกลากันและกันแล้วใช่ไหม ก่อนจะไม่ได้บอกลาอีกเป็นครั้งที่ 2 )

(…มันควรจะเช่นนั้น…) โคทาโร่สื่อไม่ทันคิด

(…..) แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากอีกคน

“หากเกิดอะไรขึ้น เราต้องยอมรับมันให้ได้…เอ็งไม่ได้อยู่คนเดียวหรอกนะ” เป็นเสียงของผู้ชายแต่ดูเหมือนน้ำเสียงจะอบอุ่นมาขึ้น โคทาโร่ไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้ากันได้แล้ว

(…ข้าบอกลาเจ้าไม่ได้…) เสียงของอูคาชิ ยาสุสั่นเทา ก่อนเขาจะตัดเสียงสื่อหายไปเฉยๆ

“พวกพี่กลับไปก่อนเถอะ…มีอะไรเดี๋ยวฉันส่งข่าว” เสียงจันทร์หอมดังขึ้น เขาเห็นสายตาของนางกวาดมองไปรอบๆ เหมือนจะระแวงบางอย่าง ซึ่งอาจจะเป็นเขาในเวลานี้

“เออ…มีอะไรเร่งด่วนให้ไปหาข้าที่บ้าน” เสียงขามพูดก่อนจะเดินลงบันไปที่ทอดตัวลงสู่ผิวน้ำไปเป็นคนแรก

“ตูม!!” เขาล้มหัวขม่ำจนน้ำแตกกระจาย จันทร์หอมเอามือปิดปากเหมือนจะขำไม่ออก

“ทีหลังมัดเชือกให้ต่ำๆ หน่อย…ข้าจะได้ไม่สะดุด” ขามค่อนแคะเบาๆ ก่อนจะลอยคอนำคนทั้งหมดหายไปที่โค้งน้ำทางทิศเหนือ

“จันทร์หอมทำงานให้กับขบวนการใต้ดินหรือนี้”

                (…เจ้าจะตายเพราะผู้หญิงที่มี แววตาคมยิ่งกว่าดาบคาตานะ…ไม่ใช่สงคราม) และเสียงที่อยู่ในความทรงจำก็ผุดเตือนขึ้นในหัวอีก

“จันทร์หอม…” โคทาโร่หลุดอุทานเป็นเสียงลม

“ฉันขอโทษคุณไม่ได้…โคทาโร่…ฉันขอโทษคุณไม่ได้” และจันทร์หอมก็พูดในอารมณ์เดียวกันแล้วก็ร้องไห้ออกมา

(นั้นน้ำตา…นางรักข้า…ข้าสัมผัสได้…นางรักข้า) โคทาโร่บอกตัวเอง (ยามนี้นางไม่จำเป็นต้องเสแสร้ง)

“ฉันขอโทษคุณไม่ได้โคทาโร่….ฮื้อๆ”

 

……….

หน้าที่ต่อประเทศชาติ………………………

………..ย่อมสำคัญกว่าความรู้สึกส่วนตัว

จันทร์หอม ธารารักษ์

……….

## จบ สมรภูมิปักษา18 ##

ทรงอาจแนะนำ

สมรภูมิปักษา24
สมรภูมิปักษา23
สมรภูมิปักษา22
สมรภูมิปักษา21
สมรภูมิปักษา20
สมรภูมิปักษา19
สมรภูมิปักษา17
สมรภูมิปักษา16
สมรภูมิปักษา15
สมรภูมิปักษา14
สมรภูมิปักษา13
สมรภูมิปักษา12
สมรภูมิปักษา11
สมรภูมิปักษา10
สมรภูมิปักษา9
สมรภูมิปักษา8
สมรภูมิปักษา7
สมรภูมิปักษา6
สมรภูมิปักษา5
สมรภูมิปักษา4
สมรภูมิปักษา3
สมรภูมิปักษา2
สมรภูมิปักษา1
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 23
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 22
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 21
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 20
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 19
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 18
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 17
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 16
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 15
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 14
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 13
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 12
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 11
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 10
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 9
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 8
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 7
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 6
"อนุชาย" คืออะไร? เร็วๆ นี้ รู้เรื่อง!
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 32
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 31
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 30
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 26
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 25
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 24
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 21
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 17
Spread the love
TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →