สมรภูมิปักษา17

สมรภูมิปักษา17

อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร Part2 สมรภูมิปักษา17

สมรภูมิปักษา17

หน่วยอาสาตายที่ฟอร์โมซา

……….

                #ท่านพ่อ…หลังจากที่ข้าเรียนจบ ข้าอยากจะไปสอบโรงเรียนนักบิน…ถึงข้าจะบินได้แต่ข้าก็ไม่ใช่นก…ข้าก็เลยอยากจะเป็นนักบินอย่างนก#

……….

            “มันคือฝันเดียวที่ข้าปรารถนา…อูคาชิ เซดะ ก็คืออีกชื่อหนึ่งที่โลกของนินจาได้มอบให้ ข้าหวังว่าเลือดชิโนบิจะช่วยข้าให้รอดเพื่อลูก…ไม่ใช่เพื่อตัวตนที่อาสาไปตายตั้งแต่ต้น…ท่านพ่อ”

แดดสุดท้ายลาฟ้าไปพักใหญ่ มันเคยเป็นช่วงเวลาที่หลายคนจะได้พักผ่อน แต่ในสถานการณ์สงครามที่กำลังตีโอบล้อมไล่กดดันเข้ามาทุกด้าน จะมีทหารสักกี่คนที่จะข่มตาหลับลงได้ เสียงปืน เสียงเครื่องบิน และเสียงระเบิด ยังนำความตายและความสูญเสียมาเยือนไม่เว้นแต่ละวัน หลายชีวิตต้องจากไป และอีกหลายชีวิตต้องสู้ต่อจนกว่าจะได้ลิ้มลองรสชาติของชัยชนะ…ที่หลายๆ คนคิดว่าหอมหวาน

“จิโระ…ข้าฝากจดหมายฉบับนี้ให้จันทร์หอมด้วย” มินาโมโต โคทาโร่กระซิบพร้อมกับส่งจดหมายที่ถืออยู่ในมือให้เพื่อน

“หมายความว่าอย่างไร” จิโระถามกลับ

“นางกำลังตั้งท้องลูกของข้า…” โคทาโร่บอกและยัดจดหมายใส่ในมือ “จิโระคุง…ข้าฝากดูแลนางด้วย”

“นี้…เจ้าไม่ได้บอกนางหรือว่าจะไป…ฟอร์โมซา” จิโระกดเสียงต่ำถาม “โคทาโร่คุง” เขาย้ำอีกเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบ

“นางไม่ควรเครียดในเวลานี้…บอกกับนางว่าข้ามีภารกิจที่กรุงเทพฯ  2 อาทิตย์…” โคทาโร่แนะพลางเหลือบไปจ้องจดหมายที่จิโระกำแน่นจนยับ

“ในจดหมายเจ้าเขียนว่าอย่างนั้นด้วยหรือ” จิโระสวนทันควัน และโคทาโร่ก็พยักหน้า

“เป็นราชการด่วน”

“แล้ว…หากเจ้าเป็นอะไรไป….”

“ถึงยืนด้วย 2 ขาไม่ไหว…ข้าก็จะคลานกลับมา” โคทาโร่กัดฟันพูดด้วยท่าทีที่จริงจัง “ข้าก็จะคลานกลับมาหานาง” เขาย้ำต่อพลางยืดอกเชิดคอขึ้นสูงอย่างตั้งมั่น…

“โคทาโร่คุง…”

“ข้าจะกลับมาเพื่อถามนางว่า ข้ายังมีดีพอไหมจะอยู่ต่อเพื่อลูกหรือไม่” และโคทาโร่พูดด้วยท่าทีอ่อนแอสุดๆ…เขาก้มหน้าต่ำ สักครู่ดวงตาที่เหม่อลอยไร้จุดตกก็ดึงความในใจที่อัดแน่นขึ้นมาพูดต่อ “คำตอบของนางคนเดียวที่จะตัดสินชีวิตของข้า” จิโระถึงกับแน่นหน้าอกจนต้องเบี่ยงตัวออกจากมุมห้องเดินไปหยุดที่ประตูทางออก

“ข้าเสียใจ…ที่ไม่มีสิทธิ์ไปสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้าที่ฟอร์โมซา” จิโระพูดปนเสียงสะอื้นบางๆ “โคทาโร่”

“จิโระคุง นางและลูกคือชีวิตของข้า…การดูแลนางที่นี้ก็เสมือนได้สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับข้า…เจ้าเป็นคนที่ข้าไว้ใจที่สุด…” โคทาโร่พูดให้กำลังใจ พร้อมๆ กับเดินอ้อมโต๊ะเข้าไปโอบและตบไหล่ปลอบในท่าทีร่วมในความรู้สึกเดียวกัน

“อย่างนั้น ข้าจะไม่บอกลา…” จิโระดันตัวออก “ข้าจะภาวนาต่อเทพวาตะ ขอให้คุมครองเจ้า เพื่อนรัก”

“ขอบใจเพื่อน”

(คุณชายเราต้องไปแล้ว) และเสียงสื่อของเรียวตะก็ดังขึ้นในระยะใกล้ สักครู่เสียงของเขาเองก็ดังขึ้นอีก “คุณชาย เราต้องไปแล้วละ” ที่ประตู โคทาโร่หันไปพยักหน้าพร้อมกับกระชับดาบคาตานะมูโตให้เข้าที่

“ข้าจะดูแลนางยิ่งกว่าชีวิต…” จิโระให้สัญญา ทั้งสองจะถอดหมวกและก้มหัวให้กัน

“เราไปกันเถอะคุณชาย” เสียงของเรียวตะกระตุ้นขึ้นอีก ก่อนจะหมุนตัวเดินนำออกไปก่อน

……….

สนามบินไทชูบนเกาะฟอร์โมซา(ประเทศไต้หวัน)

3 พฤษภาคม 1945

          #ลูกรักของข้าทั้งหลาย พวกท่านคงรู้อยู่แล้วว่าประเทศชาติของเรากำลังตกอยู่ในภาวะคับขันอันตรายอย่างใหญ่หลวง โดยไม่รู้เลยว่าใครจะเป็นผู้ปลดเปลื้อง และนำพาชาติของเราให้รอดพ้น

                ถึงแม้ว่าความรับผิดชอบต่อการดำรงอยู่ของประเทศจะอยู่ในกำมือของรัฐมนตรี และผู้บังคับบัญชาระดับสูง แต่ในความเป็นจริง พลัง ที่จะปกป้องแผ่นดินญี่ปุ่นอยู่ในกำมือของนายทหารหนุ่มอย่างพวกท่าน

                ดังนั้นในนามของชาวอาทิตย์อุทัยทั้งมวล ข้าพเจ้าขอวิงวอนให้พวกท่านเสียสละตนเองในการปฏิบัติภารกิจครั้งสุดท้าย และขอสวดอ้อนวอนให้พวกท่านประสบความสำเร็จ

                นักบินพลีชีพอย่างพวกท่านเป็นเสมือน เทพเจ้า ที่จะบันดาลให้ชัยชนะบังเกิดขึ้นแก่ชาติบ้านเมืองของเรา ข้าจะเฝ้าดูผลงานของพวกท่านและกราบบังคมทูลให้องค์จักรพรรดิทรงทราบถึงวีรกรรมอันกล้าหาญและการเสียสละอย่างใหญ่หลวงในครั้งนี้

                ขอให้พวกท่านทุกคนจงปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด และพบกับการพักผ่อนอย่างสงบสุขชั่วนิรันดร์#

นายพลทาคิชิโร โอนิชิ

 ………

พลันเสียงให้โอวาทที่เปิดจากเครื่องกระจายเสียงจบลง…

“นี้คือคำให้โอวาท จากปากของบิดาแห่งกามิกาเซ่ ที่กล่าวให้แก่นักบินอาสาทั้ง 26 คน ที่จะออกปฏิบัติการพลีชีพครั้งแรก และคำพูดประโยคเดียวกันนี้จะกล่าวเป็นเกียติให้กับทุกคนสำหรับผู้ที่จะถูกเลือกให้ออกปฏิบัติภารกิจในครั้งต่อไป” เรือเอกเอกิ อิโนคูชินายทหารวัยกลางคนที่รับผิดชอบเป็นครูฝึกทหารอาสากล่าวด้วยถ้อยคำดุดัน เขาส่ายสายตาจับจ้องไปยังนายทหารอาสาทั้ง 28 คนที่นั่งรวมกันอยู่ในห้องก่อนจะพูดต่ออย่างใจเย็น “ขอตอนรับนายทหารอาสาทุกท่าน เข้าสู่ภารกิจการฝึกแบบเร่งรัด จากวันนี้จะเป็นเจ็ดวัน…เจ็ดคืนที่มีค่ายิ่งสำหรับตัวท่านและประเทศชาติ…” เขาหยุดหายใจกวาดสายตาหยั่งเชิง

“โดยเริ่มจากวันนี้และวันพรุ่งนี้จะเป็นการฝึกนำเครื่องบินขึ้น-ลงสนามบิน ทุกคนจะต้องผ่านมันไปให้ได้ วันที่สามและวันที่สี่จะฝึกการเกาะหมู่บินเดินทาง ส่วนอีกสามวันที่เหลือเป็นการฝึกเล็ดลอดเข้าสู่เป้าหมายเพื่อโจมตีด้วยมุม 45  องศา” เขาพูดเสียงแข็งกร้าว…พลางเหลือบมองนายทหารอีกกลุ่มที่ยืนนิ่งเป็นหินอยู่ข้างห้อง พวกเขาพยักหน้าให้    “แผนการฝึกทั้งหมดก็มีแค่นี้ เราไม่มีเวลากล่าวอะไรมาก  ต่อจากวินาทีนี้ไป ทุกท่านจะมีนายทหารพี่เลี้ยงคอยประกบในการฝึก ขอให้เชื่อฟังรุ่นพี่ที่มีชั่วโมงบินมากกว่า…” เขาผ่อนเสียงและกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง

“…เทพวาตะจงเข้าข้างทุกคน แยกไปฝึกประจำฐานได้”เรือเอกเอกิ อิโนคูชิกล่าวจบเขาทำวันทยหัตถ์ ก่อนครูพี่เลี้ยงเดินจะเข้ามาเรียกรายชื่อแยกพวกเขาออกไปทีละคน

……….

แผนปฏิบัติการจู่โจม

ขั้นที่ 1 เครื่องบินทิ้งระเบิด 4 ลำจะออกตรวจสภาพอากาศยังพื้นที่เป้าหมาย

ขั้นที่ 2 เครื่องบินทิ้งระเบิดอีก 4 ลำ จะออกไปทำหน้าที่ลาดตระเวนให้กับกองบินโจมตี

ขั้นที่ 3 เครื่องบินทะเล 4 ลำ จะออกไปเพื่อนำการโจมตี

ขั้นที่ 4 กองกำลังกามิกาเซ่จะขึ้นบินจู่โจม พร้อมกับติดระเบิด 1,760 ปอนด์ โดยจะมีเครื่องบินคุ้มกัน 4 ลำนำเครื่องบินกามิกาเซ่ไปให้ถึงเป้าหมาย

………

ยุทธวิธีเข้าสู่เป้าหมาย

                เมื่อนำเครื่องขึ้นจากทางวิ่งแล้วให้ทุกลำมุ่งหน้าสู่ทะเลเป้าหมาย ภาพสุดท้ายที่ทุกคนจะเห็นบนแผ่นดินก็คือแนวต้นมะพร้าวเหนือผืนทราย จากนั้นให้นักบินเปิดออกซิเจนแล้วนำเครื่องขึ้นระดับสูงขณะเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของข้าศึก

เมื่อพบกองเรือเป้าหมายที่ลอยลำอยู่บนผิวน้ำ ทุกลำจะต้องลดระดับลงพร้อมกับเร่งความเร็วสูงสุด เครื่องบินคุ้มกันที่อยู่ระดับบนและล่างของเครื่องบินโจมตีให้พร้อมป้องกันและขัดขวางเครื่องบินขับไล่ของข้าศึกให้พ้นทาง

เมื่อเข้าสู่ระยะสุดท้ายของการโจมตี นักบินต้องปลดสลักนิรภัยลูกระเบิดที่ติดอยู่ใต้ท้องเครื่อง ในตอนนี้คาดว่าเครื่องบินขับไล่ “เฮลล์แคท” ของข้าศึกจะขึ้นมาต่อต้านอย่างเต็มที่ เป็นหน้าที่ของเครื่องบินคุ้มกันจะต้องคอยปกป้องและยิงขัดขวางไม่ให้เฮลล์แคททำลายกามิกาเซ่ได้

เมื่อหัวหน้าหมู่บินกามิกาเซ่โคลงปีกให้สัญญาณ นักบินแต่ละนายจะต้องนำเครื่องของตนดำดิ่งลงหาเป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายหลักที่สำคัญที่สุดคือ เรื่อบรรทุกเครื่องบิน โดยเน้นจุดเล็งอยู่ที่ ลิฟท์ ยกเครื่องบินด้านหน้าของหอบังคับการ

………

ยุทธวิธีดำดิ่ง

“ในช่วงที่เข้าใกล้เป้าหมาย ควรหลบเลี่ยงเครื่องบินขับไล่ของข้าศึก โดยใช้ระดับความสูงไม่เกิน 6,000 เมตร และในทันทีที่เห็นเครื่องบินขับไล่ให้รีบลดระดับลงและใช้มุมดำดิ่งประมาณ 20 องศา” นายทหารพี่เลี้ยงพูดเสียงผ่านไมล์จากที่นั่งผู้ช่วย

“ทำไม” โคทาโร่ถามสั้นจ้องเขม็งไปยังกลุ่มเมฆข้างหน้า ก่อนเครื่องของพวกเขาจะหายเข้าไป

“พวกมันไม่ใช่เป้าหมายหลัก” นายทหารพี่เลี้ยงตอบสั้นๆ ก่อนจะเงียบไปอีกพักหนึ่ง

“โคลงปีกส่งสัญญาณบอกเพื่อน พร้อมจะลดระดับ” เขาแนะต่อเมื่อเห็นว่าเหมาะสม โคทาโร่รับคำสั่งพร้อมกับโคลงปีกเครื่องบินไปมาก่อนจะลดระดับลงไป

“ดีมาก…เราจะลดระดับในลักษณะนี้จนเครื่องบินอยู่ในระดับ 1,000 เมตร ถึง 2,000 เมตรแล้วเปลี่ยนไปใช้มุมดำดิ่ง 45 องศา ในการพุ่งเข้าชน...” เขาเงียบและโคทาโร่ก็กดหัวเครื่องบินซีโร่ลงตามที่เขาพูดทันที…” เชิดหัวเครื่องบินขึ้น…เชิดหัวเครื่องบินขึ้นเดี๋ยวนี้โคทาโร่” เขาตะโกนสุดเสียง เมื่อหัวเครื่องบินใกล้ผิวน้ำลงไปทุกขณะ

“เจ้ากลัวตายรึไง ทาเคดะ” โคทาโร่เชิดหัวเครื่องบินขึ้นทันก่อนที่มันจะกระแทก ดูเหมือนเขาจะไม่สะทกสะท้านกับสถานการณ์ในครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย

“ไม่หรอก…เครื่องบินหนึ่งลำน่าจะจมเรือบรรทุกเครื่องบินของฝ่ายพันธมิตรมากกว่าเจ้าว่าจริงไหม” เขาพูดด้วยสีหน้าที่ยังตื่นๆ พร้อมกับเป่าลมทิ้งทางปากแรงๆ “วู้!…สอนเจ้านี้เหนื่อยชะมัด”

“แต่ถ้าหากนักบินใช้ยุทธวิธีบินในระดับต่ำเรี่ยผิวน้ำ ควรอยู่ในความสูงไม่เกิน 15 เมตร เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับด้ายเรดาร์ ซึ่งจะมีระยะไกลสุดประมาณ 10 ไมล์ จากนั้นเมื่อเข้าใกล้ให้ดึงเครื่องเชิดหัวขึ้นไปอยู่ในระดับ 500 เมตร แล้วจึงจิกหัวลงสู่เป้าหมายอีกครั้ง” เขาแนะต่อ โคทาโร่พยักหน้าและยิ้มให้

“โคลงปีกแจ้งสัญญาณตามแผน 3”

“อื้อ…” โคทาโร่รับคำสั่ง เขาโคลงปีกเครื่องบินขึ้นลง 3 ครั้งก่อนจะลดระดับการบินลงระเรี่ยไปกับผิวน้ำ แสงสุดท้ายสะท้อนเกลียวคลื่นระยิบระยับ จนมันกลืนกินเงาเล็กๆของเครื่องบินฝึกหัดทั้ง 14 ลำหายไปทางทิศตะวันตก พวกเขากำลังมุ่งตรงไปยังฐานบินบนเกาะฟอร์โมซาอีกรอบ

#เอาเครื่องไปลงที่สนามบิน ไทนาน พวกเจ้าจะต้องกลับแล้วคืนนี้#

#ขอบคุณ ทาเคดะ…ขอบคุณ#

……….

ผงาดบนน่านฟ้าเหนือทะเลใต้

สร้างภารกิจอันยิ่งใหญ่ไว้แก่ชาติ

พิทักษ์ผืนแผ่นดินและภูมิบาล

ดั่งซากุระบานจึงร่วงโรย

……….

เป็นบทกวีท้ายจดหมายของนักบินกามิกาเซ่หนุ่มที่ชื่อ อิซาโอะ มัตซูโอกะที่เขียนถึงบิดามารดา…แด่เขา…เด็กหนุ่มที่พักผ่อนอย่างสงบชั่วนิรันดร์

 ……….

ถึงแม้จะบินได้……………………………อย่างนก

แต่ก็ไม่มีวัน………………………..เทียบได้อยู่ดี

มินาโมโต โคทาโร่

……….

## จบ สมรภูมิปักษา17 ##

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →