สมรภูมิปักษา16

สมรภูมิปักษา16

สมรภูมิปักษา16

อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร Part2 สมรภูมิปักษา16

สมรภูมิปักษา16

กรีดเลือดซามูไร

“เรียวตะคุง…เรียวตะ” ฮาราชิ จิโระ ตะโกนใส่หน้านายแพทย์หนุ่มที่ยังนั่งเป็นหินไม่ยอมรับรู้กับความรู้สึกอยู่ภายในห้อง “ได้ยินไหม ข้าจะอาสาไปฟอร์โมซากับโคทาโร่…ข้าจะไปกับโคทาโร่…เขียนชื่อข้าลงไปเดี๋ยวนี้!”

“อาสา…ไปตายชัดๆ” เรียวตะพึมพำในลำคอ ดวงตาประหนึ่งไร้ชีวิตเมื่อครู่ค่อยๆแดงอาบสีเลือด “อาสาไปตายชัดๆ” เขาลุกขึ้นตะคอกกลับเสียงดัง จนมือที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวสั่นเกร็ง “เจ้าได้ยินไหม จิโระ…อาสาไปตายชัดๆ”

“โคทาโร่อยู่ที่ไหน ข้าจะอยู่กับเขา เขาอาสาไปตาย ข้าก็จะไปตายที่เดียวกับเขา” ฮาราชิ จิโระ โต้เสียงสูงอย่างไม่เกรงกลัว

“นั้นนะ…ควรจะเป็นคำพูดของข้า…เจ้าไม่เกี่ยว” เรียวตะกดเสียงต่ำลอดไรฟัน เขาหันหลังเพื่อปิดปังไม่ให้เพื่อนเห็นน้ำตาที่กำลังล้นทะลัก

“แต่เจ้าเป็นแพทย์…มิใช่นักบิน…”

“เจ้าเองก็มิใช่…ที่นั่งสุดท้ายต้องเป็นของข้า…ไปได้แล้ว ข้ามีงานต้องทำ” ไอซึเกะ เรียวตะกดต่ำไล่ และพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ…แต่ก็สุดจะบังคับให้นิ่งได้  “ออกไป!…” เขาตวาดไล่ แต่จิโระก็ยังนิ่ง “ข้าสั่งให้ออกไป!” และเรียวตะก็ตวาดจนเส้นคอปูดเกร็ง…

“เปลี่ยนเป็นชื่อข้า…” จิโระไม่ยอมแพ้

“ชิ!…” เรียวตะพ่นเสียงรำคาญ เขาปาดน้ำตาทิ้งในทีเดียว ก่อนจะหอบเอกสารเดินแยกไปเสียเอง

“เรียวตะคุง… เรียวตะ…ไอ้บ้าเรียวตะ” จิโระตะโกนไล่ตามหลัง แต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ นอกจากยืนนิ่งเป็นหินเพื่อทบทวนตัวเองอยู่ที่เดิม “ทำไมต้องแค่ 9 ไม่เป็น 10 ข้าหมดหวังแล้วจริงๆใช่ไหม โคทาโร่” เขาพึมพำอย่างท้อใจ ก่อนจะพาร่างที่ไม่ต่างอะไรกับซากศพเดินแยกไปอีกทาง

……….

อีกมุมหนึ่ง

(อูคาชิ …อูคาชิ ยาสุ…ท่านพ่อข้าเป็นอะไรไป) เสียงสื่อไม่มั่นคงถูกปลุกขึ้นมาถามหาใครอีกคนที่โคทาโร่หวังจะให้ตอบกลับในสื่อกระแสเดียวกัน ขณะที่กำลังยืนนิ่งอยู่เหนือยอดตาลโตนด แรงกดฝ่าเท้าที่เคยเบาหวิว แต่เวลานี้มันกลับหนักอึ้ง จนใบตาลที่แผ่เป็นพัดรองรับ ถึงกับอ่อนยวบยาบ แทบจะทานน้ำหนักไม่อยู่

(ท่านพ่อ ตอบข้าที…ท่านพ่อ) น้ำเสียงแผ่วเบาลงเหมือนจะถอดใจยอมแพ้… “ท่านพ่อ ท่านพ่อ!…” เขาป้องปากตะโกน อย่างไม่เกรงว่าจะมีใครมาได้ยิน…“ท่านพ่อ!”

(โคโร่อาจได้โดนคำซาไร) และในที่สุดสื่อเสียงที่รอคอยก็ดังขึ้นในหัว แต่มันยังคงไม่สมบูรณ์เหมือนที่เคยปกติ

“ไม่ ท่านพ่อ ทำไม…เป็นไปไม่ได้…” โคทาโร่รู้สึกทั้งดีใจและตกใจพอๆ กัน เมื่อพรสวรรค์พิเศษเยี่ยงชิโนบิที่เกิดมาพร้อมๆ กับดาวแห่งนักฆ่าเปลี่ยนไป “ไม่!….” เขาตะโกน พร้อมๆ กับชักดาบคาตานะมูโตตวัดสูง จนแรงกดที่ปลายเท้าทำให้ยอดตาลทั้งต้นไหวเอน ไม่ต่างอะไรกับเมื่อครั้งโดนลมพายุกระชาก “ท่านพ่อ…มันเกิดอะไรขึ้นกับข้า” เขาตะโกนอีกพร้อมๆ กับลดปลายดาบชี้ลงไปที่พื้น “มันเกิดอะไรขึ้นกับข้า!…” ในที่สุดแรงกดดันก็ถูกระบายออกมา “มันเกิดอะไรขึ้นกับข้า!…” คมดาบคาตานะ ฟาดฟันไปกับทุกสิ่งตรงหน้า จนก้าน ใบ ที่แหลมคมปลิวว่อนในอากาศใบแล้วใบเล่า “ย๊าก!…” ก้านแล้วก้านเล่า “ท่านพ่อ!…” จนในที่สุดมันก็เหลือเพียงเขาที่ยืนรำพึงรำพันอยู่บนต้นตอสูงสีดำที่ไร้ชีวิต…ความเป็นนินจาในตัวอาจจะหมดลงในวันพรุ่งนี้…

……….

คมก้านกรีดฉีกเฉือนข้าซามูไร

เลือดรินไหลท่วมกายคล้ายดั่งฝัน

แผลกรีดลึกนึกว่าฟ้าพาลลงทัณฑ์

จำต้องกลั้นเจ็บทั้งตัวแลหัวใจ

……….

“ท่านพ่อ…ข้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อลูก ท่านช่วยให้ข้ารอดพ้นจากความตายที่ฟอร์โมซาได้…”โคทาโร่พึมพำ “เลือดชิโนบิ…ท่านเห็นเลือดชิโนบิของข้าไหม” เขาหยุดสำรวจเลือดสีแดงที่กำลังไหลซึมทั่วร่าง

“ท่านเป็นคนเดียว ที่จะปลุกพรสวรรค์พิเศษเยี่ยงชิโนบิกลับคืนมาให้ข้าได้…ท่านพ่อ” ประโยคสุดท้ายหายลงไปในลำคอ เขากลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ พร้อมกับหลับตานิ่งเหมือนจะลองเริ่มต้นสื่อเสียงใหม่ด้วยสมาธิสุดท้าย…

(ถ้าเพื่อชาติ ข้าไม่เคยกลัวตาย…แต่ข้าอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อลูก…ท่านต้องช่วยข้าก่อนภารกิจสำคัญจะมาถึงในไม่ช้า) เขาหยุดรออีกฝ่าย…สักครู่ก็มีรอยยิ้มปรากฏฉายออกมา…

(สงครามไม่สามารถสังหารเจ้าได้…โคทาโร่)

(ท่านพ่อ) น้ำตาแห่งความปิติไหลพล่าน

(เจ้าจะตายเพราะผู้หญิง…มิใช่สงคราม…) เสียงสื่อได้ยิน…ชัดเจนเช่นเดิม…และตัวเขาเองก็รู้สึกเบาหวิวขึ้นมาในนาทีนั้น “ท่านพ่อ!” แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้เขาเศร้าหนักลงไปอีก…

“ท่านพ่อหมายถึงนาง”

………

ข่าวการโจมตีของฝ่ายสัมพันธมิตรเล่นงานค่ายทหารญี่ปุ่นในยุโรปแตกย่อยยับ  ทางแถบเอเชียมะนิลาถูกสหรัฐตีแตก และกองทัพอังกฤษเวลานี้ก็โหมบุกเข้าตีพม่าอย่างหนัก สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ ทหารญี่ปุ่นที่ประจำการตามที่ต่างๆ ก็พร้อมจะสู้รบเป็นครั้งสุดท้าย รวมทั้ง 9 นายทหารที่อาสาไปฝึกเพื่อเตรียมตัวเป็นหน่วยบินอาสาตายกามิกาเซ่ ที่ฟอร์โมซาหรือประเทศไต้หวันในปัจจุบัน

และเวลาเดียวกันสงครามประสาทระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ่นยิ่งเพิ่มอุณหภูมิเดือดมากขึ้น  เดือนพฤษภาคม  1945 รัฐบาลญี่ปุ่นขอกู้เงินเพิ่มจากเงินกู้มหาศาลที่รัฐบาลไทยให้กู้เป็นประจำอยู่แล้วถึงหนึ่งพันล้านบาท ซึ่งในเวลานั้นฐานะการเงินของรัฐบาลไทยเองก็กำลังยอบแยบลงเต็มที  ไม่มีเงินให้รัฐบาลญี่ปุ่นกู้ได้อีก จึงเจรจาขอต่อรองเหลือเพียงห้าร้อยล้านบาท…เพราะสาเหตุนี้เอง ที่เพิ่มความสงสัยให้รัฐบาลญี่ปุ่นมากขึ้น

ในเมื่อไม่เห็นทางออก รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้วางแผนจัดงานเลี้ยงเพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่าง  แผนการถูกกำหนดขึ้นในคืนวันที่ 28 มิถุนายน 1945 พวกเขาหวังว่าทุกอย่างจะต้องจบลงในคืนนั้น

#งานเลี้ยงใหญ่ เราจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯและตามหัวเมืองใหญ่ๆ ที่สำคัญทั่วประเทศ…มันจะต้องจบลงเช่นเดียวกับขบวนการใต้ดินในประเทศอินโดจีน…จะต้องจบไม่มีทางเลือกอื่น#เป็นเสียงพูดของนายทหารคนสำคัญที่รับผิดชอบ ซึ่งมันก็ยังก้องอยู่ในหัวของโคทาโร่อย่างไม่มีวันลืม

………..

ตอนสายๆ ในวันเดียวกันที่บ้านธารารักษ์

“โคทาโร่…คุณบาดเจ็บ” จันทร์หอมตกใจแทบทรุดเมื่อเห็นโคทาโร่เดินขึ้นบ้านมาพร้อมกับเลือดอาบโชกไปทั้งตัว นางวางทุกอย่างในมือประคองเขาไปนั่งกับเก้าอี้ไม้ทางเข้าห้อง “ฉันจะไปเอายามาทำแผลให้” พูดไม่ทันจบนางก็วิ่งหายเข้าไปข้างใน ทิ้งให้โคทาโร่มองตามหลังด้วยสายตาที่อ่อนล้าเต็มที…ครู่เดียวนางกลับมาพร้อมกับกล่องยาและอุปกรณ์ทำแผล “มันไม่ใช่แผลจากค่ายทหารใช่ไหม” นางถามพร้อมกับถอดเสื้อให้เขา โคทาโร่ยิ้มจางๆ

“ข้าบอกเจ้าไม่ได้หรอก…มันเป็นความลับ” โคทาโร่พูดแบบไม่จริงจังนักพลางเขย่าเสียงหัวเราะให้ดังขึ้นในลำคอ

“ฉันว่าคุณต้องไปรบกับต้นตาลมาแน่ๆ…ดูซิเศษใบตาลในเสื้อเต็มไปหมดเลย…” จันทร์หอมพูด ซึ่งมันก็ถูกตามที่นางคาดเดา โคทาโร่หน้าเสียเล็กน้อย แต่ดีที่นางมัวแต่สาละวนกับการใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดเลือด จึงไม่ทันเห็นรอยยิ้มเจื่อนๆ ของคนถูกจับโกหก…

“คุณมีอะไร…บอกฉันได้นะ อย่าเก็บไว้คนเดียว…ฉันเป็นห่วง” มันเป็นคำพูดจากปากที่ตรงกับใจของจันทร์หอมมากที่สุด และเวลานี้โคทาโร่เอง ก็สัมผัสได้

“เจ้าไม่ควรเป็นทุกข์ในขณะที่กำลังตั้งท้อง”

“แต่ฉันเป็นเมียคุณ…โคทาโร่” จันทร์หอมพูดจริงจัง โคทาโร่อึ้งสะดุด…ความสุขเมื่อครู่หยุดในทันที

“ข้าต้องเปลี่ยนชุด…” เขาตัดบทเสียงแข็ง จิตพิรุธความเป็นนินจากลับคืนมา พร้อมๆ กับอาการหน่วงลึกที่จันทร์หอมมอบให้…

“คุณจะกลับไปค่ายอีกหรือ”

“……” โคทาโร่พยักหน้าแทนคำตอบก่อนจะลุกเดินเข้าไปในห้อง สักครู่เขาก็เดินกลับออกมาในชุดลำลองที่ไม่คุ้นตา

“ข้ากลับดึก…ไม่ต้องรอ” เขาบอกและเดินหายลงบันไดไปทันที

……….

หลังจากนั้น 

“พี่โมก…พี่บอกฉันซิ…ว่าสิ่งที่ฉันทำเป็นการแก้แค้น…ฉันเกลียดเขา ฉันเกลียดเขา” จันทร์หอมพึมพำเหมือนจะตอกย้ำให้ตัวเองหนักแน่นกว่าที่เป็นอยู่ “ฉันเกลียดคุณยิ่งกว่าหนอน โคทาโร่” และกดเสียงต่ำไล่ตามหลัง…โคทาโร่ชะงักเหมือนจะรู้สึกได้ แต่เขาก็ยังก้าวต่อไปไม่หยุด…

“แม่สอนหนูเขียน ก. ไก่ หน่อย…” เสียงเรไรดึงจันทร์หอมกลับมา นางใช้ปลายนิ้วเช็คน้ำตาจนแห้ง ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาบุตรสาว “ไหนแม่จะสอนให้” แต่เรไรก็เปลี่ยนเรื่องในขณะที่นางนั่งลงแล้ว

“หนูคิดถึง…พ่อโมก” เรไรเอ่ยลอยๆ พลางโอบกอดนางด้วยความรู้สึกนั้น “พี่โมก!…” จันทร์หอมอุทานขณะลูบหัวบุตรสาว  #นายโคทาโร่คือผู้สังหารผัวเอ็ง…หมอบอกว่าไอ้โมกถูกวางยาพิษ# เสียงกระซิบที่ขามเป็นคนบอกดังขึ้นมาจากความจำ จันทร์หอมกระชับลูกสาวในวัยที่ควรจะได้ไปโรงเรียนให้แน่นขึ้น…

“แม่…ก็คิดถึงพ่อเช่นกัน….”

……….

ดารดาษเพริดพราววับวาวฟ้า

หมื่นดาราล้านแสงดาวราวสวรรค์

กระพริบพร่างเพลินพิศพริ้มแพรวพรรณ

คิดถึงวันสองเราเฝ้าคลอเคลีย

หนาวน้ำค้างพลางพี่กอดก็คลายได้

คลาหนาวใจใคร่พี่เคียงก็คลายเศร้า

หนาวลมเหนือเพียงอกอุ่นหนุนบรรเทา

หนาวเพลงร้าวเล่าหนาวรักพี่จักคลาย 

……….

พี่โมก…ฉันคิดถึงพี่

……….

บางเวลา……………………เพียงน้ำตาก็หวานล้ำ

แต่บางคำที่ชมชื่น…………………..กลับขื่นขม

มินาโมโต โคทาโร่

……….

สวรรค์เปิดตอนตีสาม

จนกระทั้งเกือบตีสาม

(จันทร์หอม เจ้าเป็นห่วงข้า…เจ้ารักข้าใช่ไหม) โคทาโร่กลับมาในสภาพที่มึนเมา แต่เขาก็พอจะควบคุมสติได้ เขานั่งลงข้างๆ ร่างที่กำลังหลับลึกเหมือนจะรอเขาอยู่ที่ชานระเบียง

“จันทร์หอม…เมื่อก่อนข้าไม่อยากให้มีสงคราม…แต่บัดนี้ข้ากลับไม่อยากให้มันจบ…หากญี่ปุ่นแพ้…ซามูไรแห่งคาโกคุมะก็ต้องจบ บอกข้าซิว่า…ข้าดีพอที่จะมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อลูก” โคทาโร่พึมพำขณะล้มตัวลงนอนเคียงมือก็โอบกอดภรรยาเอาไว้หลวมๆ เหมือนเกรงว่านางจะตื่น

“ข้ารักเจ้าเหลือเกิน แต่ภารกิจที่ฟอร์โมซาก็ทิ้งไม่ได้” เขาพร่ำต่อ แต่กลิ่นเหล้าก็ปลุกนางจนได้

“โคทาโร่….”

“ข้า…”

“กลิ่นเหล้า…คุณไม่เคยกินเหล้านิ…เกิดอะไรขึ้น” จันทร์หอมถามอย่างตื่นตระหนก แต่โคทาโร่กลับยิ้มเมื่อรับรู้ว่าคำถามออกมาจากหัวใจที่ห่วงหาเขาจริงๆ

“ยิ้มอยู่ได้ บอกมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น” จันทร์หอมคาดคั้น แต่โคทาโร่ก็ได้แต่นอนยิ้มกลบเกลื่อน

“จันทร์หอม…บอกรักข้านะคนดี” โคทาโร่กระซิบ พร้อมๆ กับประทับจูบแรกที่หน้าผาก ในเวลาเดียวกันน้ำตาของซามูไรที่มีค่ายิ่งกว่าเพชรอะโออิก็พลันไหลออกมา “บอกรักข้าสักครั้ง” เขาวิงวอน…

“มันเกิดอะไร…ขึ้น”

“จันทร์หอม…” โคทาโร่กระซิบไปพร้อมกับแรงปรารถนา

“นาย…โค…ทา…” เสียงหายใจติดๆขัดๆ “โคทาโร่…มันเกิด อะไร ขึ้น” และคำถามของจันทร์หอมก็ไม่มั่นคง โคทาโร่ยิ้มพลางไล่จูบต่ำลงไป  เสื้อผ้าของพวกเขาทั้งคู่ หลุดออกจาก 2 ร่างทีละชิ้น…ทีละชิ้น จนเพลงรักใต้แสงดาวไม่เหลือสิ่งใดมาขวางกั้น

“โค ทา โร่…”

“บอกข้าเถอะ ว่ารัก” โคทาโร่ยังเรียกร้องในคำตอบเดิม แต่มันก็ไม่มั่นคงเช่นเดียวกับนาง “ข้าจะจูบเจ้าให้ครบหนึ่งพันครั้ง…” ร่างเปลือยเปล่ากระซิบ…

“โคทาโร่…อย่า…”

“ข้าจะจูบเจ้าให้คร…จันทร์หอม…”

“โคทาโร่…ฉัน…”

“ข้าจะจูบเจ้าให้ครบหนึ่งพันครั้งก่องฟ้าจะสาง…สุดที่รัก”

……….

ล้านดวงดาวกระพริบแสง………………………..เรียกข้า

เพียงหนึ่งดารา………………………เพียงเจ้าที่เฝ้ารอ

มินาโมโต โคทาโร่

……….

## จบ สมรภูมิปักษา16 ##

เผยแพร่โดย

TIMMY BUTO

TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป