สมรภูมิปักษา13

สมรภูมิปักษา13

อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร Part2 สมรภูมิปักษา13

สมรภูมิปักษา13

กระแสจิตในคืนเพ็ญ

(อูคาชิ เซดะ โคทาโร่คุง เจ้ากำลังเดินเข้าสู่ความตาย…)

(ความตายที่ติดมาพร้อมกับคำสาปในสายเลือดซามูไรของมินาโมโต…มันเป็นมรดกที่เจ้าปฏิเสธไม่ได้…) เสียงสื่อจากกระแสจิตดังก้องในหัว ขณะที่โคทาโร่กำลังหลับสนิท มันเหมือนพลังงานบางอย่างกำลังดึงร่างพรางของนินจาให้หลุดลอยออกจากร่างซามูไรที่ยังคงหลับลึก  (เซดะคุง…โคทาโร่) ร่างพรางของโคทาโร่เดินตามเสียงเรียกออกไปข้างนอกที่แสงจันทร์สาดฉายลงมาถึงพื้น พลันภาพชายชราในชุดกิมิโนสีขาวก็ปรากฏกายนิ่งอยู่กลางวงแสงสีเงินไม่ต่างอะไรกับภาพฉายจากเครื่องสามมิติ

“ท่านพ่อ…” โคทาโร่คุ้นจะเรียกสรรพนามนี้มากกว่า

(ใช้จิตคุยกับข้าเถอะเซดะ) เสียงสื่อแนะ

(ท่านพ่อ…) โคทาโร่ตอบสนองด้วยความรู้สึกที่นิ่ง

(ข้าเป็นตาของเจ้านะ…) รอยยิ้มที่อบอุ่น ส่งให้เขาจนหมดหัวใจ…

(ขอให้ข้าเรียกท่าน…ตามแบบที่ข้าคุ้นเคยเถอะ) โคทาโร่ตอบกลับด้วยความรู้สึกที่หน่วงลึกจวนเศร้า

(ข้าอยากจะเรียกเจ้ากลับไปเป็นคุณชายอูคาชิ เซดะเช่นวันเก่าๆ )

(เพื่อ อะไร…เพื่อให้ข้าพ้นจากคำสาปซามูไรที่ท่านไม่ยอมบอกอย่างนั้นหรือ)

(ข้ารู้ว่ามันเป็นเรื่องยาก…เพราะในขณะที่เจ้ายังอยู่ในโลกชิโนบิ แต่มือของเจ้ายังกำดาบคาตานะไม่ยอมปล่อย)

“ข้า…” โคทาโร่หลุดเสียงดังอีก

(เซดะคุง…โคทาโร่ข้าเสียใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรเจ้าได้ หลังความตาย จิตส่ง ที่เจ้าผูกติดกับดาบคาตานะมูโตะจะนำสู่ภพใหม่…ใกล้ๆ กับสายน้ำตามวิถีแห่งซามูไร)

(ท่านพ่อ…ข้าต้องตายในสนามรบอย่างนั้นหรือ)

(สนามรักต่างหาก…เป็นความจริง ที่ถูกสาปเอาไว้แล้ว…)

(ใครเป็นต้นกำเนิดของคำสาปนี้…)

(ข้าบอกกับเจ้าไม่ได้…และมันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะรับรู้) เสียงสื่อค่อยๆ เบาลง พร้อมๆ กับร่างของชายชราในชุดกิมิโนสีขาวก็ค่อยๆ เลือนรางก่อนจะค่อยๆ หายไปกับความมืด

(ท่านพ่อ..ท่านพ่อ…) “ท่านพ่อ…ท่านพ่อ…” โคทาโร่สะดุ้งตื่นท่ามกลางความมืด…นาฬิกาที่แขวนไว้ที่ข้างผนังบอกว่าเพิ่งจะหลับไปได้แค่ 2 ชั่วโมง เขาลุกขึ้นเดินมานั่งเก้าอี้โต๊ะทำงานและพยายามทบทวนความฝันที่เสมือนจริงในนาทีนั้นอีก

คำสาปซามูไร.คำสาปซามูไร

………..

แม้จะเอาช้าง 1,000 เชือก………….มาฉุดลาก

แต่มิอาจหยุดหัวใจ…………………..ไม่ให้รัก

มินาโมโต โคทาโร่

………..

หัวใจอมม่วง

เดือนสิงหาคม 1944 หน่วย โอ.เอส.เอส. ของอเมริกาและหน่วย 136 ของอังกฤษที่อินเดีย ได้ให้ความร่วมมือกับขบวนการ เสรีไทย มากขึ้น เจ้าหน้าที่ราชการลับถูกส่งเข้าในไทยด้วยวิธีต่างๆ สนามบินหลายต่อหลายแห่งกลายเป็นที่ขนส่งเครื่องบิน อาวุธยุทโธปกรณ์ ยาที่จำเป็นสำหรับใช้ในงานเสรีไทย ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรได้โดดร่มลงมาเพื่อเตรียมการฝึกอาวุธให้กับคนไทยในหลายๆ ที่ แผนการทั้งหมดจะเริ่มต้นขึ้นพร้อมกันราวเดือนมีนาคม ปี 1945 โดยค่ายสำหรับฝึกทหารของหน่วย โอ.เอส.เอส. ตั้งเป้าเอาไว้ทั้งหมด  13 ค่าย และค่ายฝึกของหน่วย 136 อีก 11 ค่าย แต่ละค่ายจะต้องมีแนวร่วมในครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 500 คนขึ้นไป พวกเขาจะเริ่มเปิดค่ายในพื้นที่ภาคกลาง  แล้วค่อยกระจายออกไปตามภาคต่างๆ ทั่วประเทศ

แต่ในเวลาเดียวกันขบวนการเสรีไทยที่อยู่ในประเทศก็ได้เริ่มต้นเป็นรูปธรรมขึ้นมา ทั้ง 2 ฝ่ายได้ร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิด มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันแทบทุกเรื่อง ฝ่ายขบวนการเสรีไทยก็คอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นให้ฝ่ายสัมพันธมิตรได้รู้เป็นระยะๆ โดยมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่อาสาเป็นสายลับ ในขณะเดียวกันพวกเขาก็คอยสกัดกั้นและทำลายกองกำลังของญี่ปุ่นไปในตัว ยกตัวอย่างเช่นการทำลายสะพานที่สำคัญๆ ทางยุทธศาสตร์ ขโมยอาหาร เสบียง น้ำมันและอาวุธ ทั้งหมดนี้ได้สร้างความลำบากใจให้กับญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก…เพราะสาเหตุข้างต้น…พิธีแต่งงานของ มินาโมโต โคทาโร่ และ จันทร์หอม ธารารักษ์ จึงต้องรีบเร่งเพื่อกลบข่าวจากวงในมิให้แพร่กระจายออกไป

“ถึงเวลาแล้ว จันทร์หอม ทางส่วนกลางกำลังติดต่อให้หนังสือพิมพ์ทุกฉบับร่วมกันประโคมข่าว เพื่อช่วยขบวนการเสรีไทยเข้าประเทศ” มยุรีกระซิบในขณะที่ทั้งสองปิดไฟเตรียมเข้านอนเรียบร้อยแล้ว

“ฉันเกลียดเขายิ่งกว่าหนอน” จันทร์หอมพ่นเสียงลอดไรฟันเบาๆ

“บ้านเมืองกำลังอยู่ในสภาวะเป็นเบี้ยล่างของญี่ปุ่น…”

“เขาฆ่าสามีฉัน…”

“ถ้าอย่างนั้น มันก็ถึงเวลาแก้แค้น…มิใช่หรือ” มยุรีว่าต่ออย่างมีเชิง

“หากการแต่งงานของฉัน เป็นเพียงหน้าที่หนึ่งของพลเมืองไทยที่จะช่วยประเทศให้รอดพ้นจากสงครามได้ ฉันก็ยินดี” จันทร์หอมพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด เวลา 1 ปีที่ผ่านมาทำให้นางเปลี่ยนไป…และจะต้องเปลี่ยนไปจนกว่านางจะได้ฆ่าเขาด้วยมือของนางเอง “เขาสังหารพี่โมกอย่างกับไม่ใช่คน”

“มันต้องอย่างนี้…” มยุรียุส่งเสียงอย่างสมหวัง

……….

เช้าวันต่อมาหนังสือพิมพ์ทุกฉบับต่างเล่นข่าวการแต่งงานของคนทั้งสองอย่างเอิกเกริก….

ซามูไรพบรักกลางสนามรบ

ประวัติส่วนตัวรูปถ่ายและเรื่องราวความรักของคนทั้งคู่ถูกแต่งขึ้นราวเป็นเรื่องปาฏิหาริย์  มันได้ผลเมื่อทหารญี่ปุ่นและผู้คนในสังคมต่างหันมาให้ความสนใจจนแทบลืมว่าเวลานี้สงครามยังคงดำเนินอยู่และกำลังดำเนินต่อไปด้วยหลากหลายกลยุทธ์…ไม่มีใครบอกได้ว่าเมื่อไฟสว่างขึ้น หมายถึงหลังสงครามสิ้นสุดลง ผลของมันจะออกมาเช่นไร….แต่สำหรับนายทหารที่เป็นทายาทของซามูไรแห่งตระกูลมินาโมโต กลับตื่นเต้นดีใจเป็นที่สุด วันแรกที่เขารักนางอย่างไร วันนี้รอยยิ้มที่นางใช้หัวใจยิ้มให้เขาก็ยังเป็นเช่นเดิม

“คุณชายข้ามีเรื่องจะคุยด้วย” เสียงไอซึเกะ เรียวตะดังขึ้นใกล้ๆ ในขณะที่เขาอยู่ในชุดลำลอง โคทาโร่เงยมองหน้าเพื่อนพร้อมกับยิ้มบางๆ เขาพยักหน้าให้นั่งลงเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่

“อื้อ!…สีหน้าเจ้าไม่ค่อยสบาย มีเรื่องอะไรหรือ” โคทาโร่ชิงถามขึ้นก่อน

“คุณชาย…คุณชายเอ่อ…”เขาไม่กล้าจะพูดในสิ่งที่อยากบอก โคทาโร่จ้องเขาไม่กระพริบ เรียวตะนั่งก้มหน้าสักครู่เขาก็เงยหน้าขึ้นมาสั่นๆ แต่ก็ต้องหลบไปอีก…

“ข้าเห็นว่าไม่ควรมีงานแต่ง” เรียวตะตัดสินใจพูดเร็ว…และเกร็งมือทั้ง 2 ข้างซุกไว้ระหว่างขา

“เจ้าว่าอะไรนะ ไอซึเกะ” โคทาโร่ลากเสียงต่ำถามพลางจ้องเพื่อนลึกเข้าไปอีก เรียวตะเงยหน้าขึ้นมามองแวบหนึ่งแล้วรีบหลบไป

“อย่างจ้องข้าด้วยสายตาอย่างนั้น หากเป็นในห้องนอนข้าถึงจะยอมหลับเพราะมัน…” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนาจากส่วนลึกได้หลุดออกมา

“เพราะเจ้ารักข้าใช่ไหม ถึงไม่อยากให้ข้าแต่งงานกับนาง” โคทาโร่โพล่งถามตรงๆ

“คุณชาย!…ข้า” เรียวตะหน้าซีด

“ไอซึเกะ…เพราะเจ้ารักข้าใช่ไหม” โคทาโร่ถามย้ำประโยคเดิม…และเหมือนเขาอดทนต่อความรู้สึกนี้ของเรียวตะมานานพอดู

“คุณชายอย่าเรียกข้าด้วยสกุลเลย มันดูห่างเหินจนทำให้ข้าเจ็บปวด” น้ำเสียงเกือบจะสะอื้นทำให้โคทาโร่นิ่งและก็เป็นเรียวตะที่พูดขึ้นมาก่อน “นางเกลียดคุณชายเสียยิ่งกว่าอะไร…นางไม่มีทางรักคุณชายได้หรอก” เสียงเบาลงจนไม่มีน้ำหนัก เรียวตะกุมมือที่กำลังสั่นจนเหงื่อชุ่ม…ขณะในหัวใจก็กำลังหน่วงหนักในคราเดียวกัน

“อีกอย่างที่ข้ารู้มา ตระกูลมินาโมโตจะไม่มีวันได้สมหวังความรักกับหญิง หากนางไม่ตาย คุณชายก็ต้องตาย หรือไม่ก็เป็นนางที่ต้องหนี”

“เรียวตะคุง!…เจ้ารู้ไหมว่าพูดอะไรออกมา” โคทาโร่ตะโกนใส่อย่างสุดจะทน เขากระชากคอเสื้อเพื่อนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเข้ามาจ้องเข้าไปในดวงตาในระยะประชิด

“เพราะข้าเป็นชาย…”

“เรียวตะคุง!…”

“ถึงข้าจะเป็นชาย…ข้าก็หวังจะหลับในอ้อมแขนตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ…คุณชายที่ปราสาทฮันโต” คำบอกเล่าของเรียวตะทำให้โคทาโร่ถึงกับอึ้ง

“ปราสาทฮันโต…” เขาทบทวนในความผิดพลาดครั้งนั้น

(ได้โปรดทำให้ข้าหลับ…คุณชายได้โปรด) เสียงของเขาเปลี่ยนที่ มันดังขึ้นจากเสียงสื่อในหัว ดวงตารี่ลงเพราะอำนาจของมนสะกดที่เหนือกว่า โคทาโร่ดีดตัวข้ามโต๊ะที่ขวางอยู่ไปยืนข้างๆ เขาโอบรับร่างที่กำลังหลับของเรียวตะเอาไว้ในอ้อมแขน

“เรียวตะ…อย่าพึ่งหลับนะ…เรียวตะคุง” โคทาโร่ตะโกนเรียกเสียงดังแต่เรียวตะก็หลับลึกไปแล้วทั้งๆ ที่น้ำตาของความผิดหวังค่อยๆ เอ่อล้นออกมาอาบแก้ม

“ข้าจะต้องรักชายอย่างเจ้าใช่ไหม คำสาปซามูไรถึงจะเล่นงานข้าไม่ได้…แต่ข้าก็ได้มอบชีวิตให้นางไปแล้วตั้งแต่แรก” โคทาโร่พึมพำอย่างคนไม่เหลือทางออก… “ถึงข้าจะตายเพราะนาง…มิใช่สงครามข้าก็ยอม…เรียวตะ”

……….

ความรัก…………………..ย่อมสวยงามเสมอ

ถึงแม้…………….จะอยู่ในมุมสีม่วงก็ตามที

ไอซึเกะ เรียวตะ

……….

จดหมายจาก รู้ธ

ในวันแต่งงาน

มินาโมโต โคทาโร่อยากจะแจ้งข่าวการแต่งงานของตัวเองให้ทางบ้านมินาโมโตได้รู้ แต่ในสถานการณ์สงครามที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ การสื่อสารหยุดชะงัก แต่เขาก็ให้สัญญากับตัวเองว่า…วันหนึ่งทุกคนที่คาโกคุมะจะต้องรับรู้เรื่องนี้

ในวันแต่งงาน จันทร์หอม ธารารักษ์ อยู่ในกิมิโนสีขาว มีผ้าคลุมหน้าบางๆ ปิดย้วยคลุมจนถึงไหล่ นางคือเจ้าสาวที่แสนวิเศษสำหรับซามูไรอย่างมินาโมโต โคทาโร่  ความรักที่กำลังเบ่งบานแต่ในเวลาเดียวกันพรสวรรค์พิเศษเยี่ยงชิโนบิในตัวกลับค่อยๆสูญเสีย คำสาปซามูไรได้อุบัติขึ้นกับเขาแล้ว

“จันทร์หอม เจ้ารักข้าบ้างไหม” โคทาโร่เทียวถามคำๆ นี้กับนางในคืนแรกเป็นรอบที่ 15

“…………” แต่ก็ไม่มีเสียงตอบ นอกจากรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากเป็นครั้งที่ 15

“ชีวิตข้าเป็นของเจ้าแล้วนะ” โคทาโร่พูดออกจากหัวใจและรอยยิ้มของจันทร์หอมก็เหมือนจะปรารถนาเช่นนั้น แต่มินาโมโต โคทาโร่จะไม่ทันฉุกคิดในอีกความหมายที่แฝงอยู่ เขาเริ่มถอดหมวกผ้าของจันทร์หอมออกวางไว้ข้างๆ

“………” นางยินยอมให้เขาทำทุกสิ่งอย่าง แต่ข้างในกลับซ่อนปกปิดหลายอย่างเอาไว้อย่างแนบเนียน

“ข้ารักเจ้าเหลือเกิน โปรดบอกข้าสักคำเถอะว่ารัก…” โคทาโร่กระซิบ…น้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือพร้อมกับชุดกิโมโนหลุดลงไปกองอยู่ที่พื้นทีละชิ้น จนกระทั้งน้ำตาของจันทร์หอมเอ่อล้นออกมา

“เจ้าร้องให้…ข้า ข้าขอโทษ…หากทำให้ลำบากใจ”

“………” จันทร์หอมส่ายหน้าพร้อมกับใช้หัวใจยิ้มให้เขาแบบเดียวกับวันแรก

“ถ้าอย่างนั้นน้ำตาที่กำลังไหลออกมาข้าจะหมายความว่า เจ้ายินดี” โคทาโร่พูดอย่างคนได้ใจ เขาใช้หลังมือเช็ดน้ำตาให้จันทร์หอมอย่างทะนุถนอมและก้มลงจุมพิตนางที่แก้มอีกครั้ง ขณะเดียวกันมือก็รูดชุดกิโมโนของตัวเองไปด้วย

“ใจข้าจะขาดอยู่แล้ว…รักข้าเถอะนะคนดี”

“……….” แต่ก็ยังไม่มีเสียงพูดจากปากของอีกคน นอกจากลมหายใจที่เริ่มติดเกร็งติดเป็นช่วงๆ

“ข้าจะจูบเจ้าให้ครบพันครั้งก่อนฟ้าสาง…สุดที่รัก”

…………

                                                                 24 สิงหาคม 1944

เรียน คุณจันทร์หอม ธารารักษ์

ขอบคุณมากที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ…ผลของการเสียสละของคุณในครั้งนี้ จะเป็นความดีที่ประเทศต้องตอบแทน ชื่อของคุณจะถูกจารึกเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ไปตราบชั่วนิรันดร

                                          รู้ธ

…………

 กระดาษจดหมายสีน้ำตาลขุ่นที่มีข้อความสั้นๆ ซุกซ่อนมากับชุดกิมิโนก่อนวันแต่งงาน…ทำให้จันทร์หอมรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นตา ใจคอนางสั่นเหมือนจะเป็นไข้ ภารกิจสำคัญที่ได้รับกำลังจะหมายถึงทั้งชีวิต และชีวิตของนางก็หมายถึงประเทศชาติในเวลาเดียวกัน

“รู้ธ…รู้ธ เขาเป็นใครกัน” จันทร์หอมถามหญิงวัยกลางคนที่นำชุดมาส่ง นางจ้องหน้าจันทร์หอมนิ่งๆ ก่อนจะตอบกลับอย่างใจเย็น

“ไม่สำคัญว่าเขาจะเป็นใคร…วันหนึ่งข้างหน้าทุกอย่างจะเฉลย” นางพูดพลางกุมมือจันทร์หอมเอาไว้เหมือนจะปลอบในเชิง

“เธอคือคนสำคัญของเรา…” เสียงจากอีกคนวัยใกล้เคียงกันแทรกขึ้น พร้อมกับดึงจดหมายฉบับนั้นกลับคืนแล้วจุดไฟเผาทำลายทันที…

“เอ้!…ทำไม”

“มันเป็นความลับ จงฝังมันเอาไว้ใต้ดินเฉกเช่นอุดมการณ์…เพื่อประเทศชาติ จันทร์หอม” เป็นประโยคสุดท้ายของผู้หญิง 2 คนที่ผุดขึ้นมาสั่นหลอนนางในเวลานี้

(คุณฆ่าพี่โมก…ฉันเกลียดคุณยิ่งกว่าหนอน…โคทาโร่) จันทร์หอมคิดอาฆาต ในขณะมือก็ควานหามีดปลายแหลมที่นางแอบซ่อนไว้ใต้ที่นอน “ฉันเกลียดคุณ…โคทาโร่…เกลียดคุณยิ่งกว่าหนอน” นางพึมพำพร้อมกับกำมีดสั้นด้วยสองมือแน่นจนสั่นเกร็งในความมืด นางพยายามเพ่งสายตาไปที่ร่างเปลือยเปล่าของโคทาโร่ “เวลา 04.00 น.” นางอุทานเมื่อเข็มนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังบอกจากพรายน้ำสีเขียว และนางก็ตัดสินใจพาร่างที่เปลือยเปล่าขึ้นไปนั่งค้อมทับอยู่ด้านบนอย่างตั้งใจจะกระทำบางอย่าง…เวลานี้นางแยกไม่ออกแล้วว่าส่วนไหนคือเรื่องส่วนตัว ส่วนไหนคือเรื่องของประเทศชาติ และส่วนไหนคือความรักหลังวันแต่งงาน

“ฉันเกลียดคุณ ฉันเกลียดคุณยิ่งกว่าหนอนโคทาโร่” นางกดเสียงรอดไรฟันพร้อมๆ กับชูมีดขึ้นจนสุดแขน นางหมายตำแหน่งไว้ที่หน้าอกด้านซ้ายให้ตรงกับหัวใจ แรงแค้นบีบบังคับนางได้ผล แต่ว่าอยู่ๆ มือที่กำมีดก็เริ่มไม่มั่นคง เมื่อบางอย่างของโคทาโร่เริ่มขยับขยาย

“ฉันเกลียดคุณ โคทาโร่…ฉัน…ฉัน…เกลี…” และน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นเมื่อครู่ก็เริ่มสั่นคลอน นางหายใจเข้าออกแรงขึ้น แรงขึ้นบัดนี้ความรักครั้งใหม่กำลังถูกฝังเข้าไปในเรือนร่างของนางเข้าแล้ว

“จันทร์หอม…” เสียงโคทาโร่เรียกทั้งๆ ที่ยังไม่ลืมตา “ข้าจะจูบเจ้าให้ครบหนึ่งพันครั้งก่อนฟ้าสาง…จันทร์หอม จันทร์หอม…” โคทาโร่ลุกขึ้นโอบรัดร่างที่เปลือยเปล่าที่ค้อมทับอยู่เอาไว้แน่น…

“ฉันเกลียด…ฉันเกล…”

“ข้าจะจูบเจ้าให้ครบพันครั้ง…สุดที่รัก”

………

อย่าถามหาเหตุผล……………………………………เมื่อมีรัก

เพราะมันจะมืด 8 ด้าน…….พร้อมๆ กับดวงตาอีก 2 คู่

มินาโมโต โคทาโร่

……….

## จบ สมรภูมิปักษา13 ##

ทรงอาจแนะนำ

สมรภูมิปักษา24
สมรภูมิปักษา23
สมรภูมิปักษา22
สมรภูมิปักษา21
สมรภูมิปักษา20
สมรภูมิปักษา19
สมรภูมิปักษา18
สมรภูมิปักษา17
สมรภูมิปักษา16
สมรภูมิปักษา15
สมรภูมิปักษา14
สมรภูมิปักษา12
สมรภูมิปักษา11
สมรภูมิปักษา10
สมรภูมิปักษา9
สมรภูมิปักษา8
สมรภูมิปักษา7
สมรภูมิปักษา6
สมรภูมิปักษา5
สมรภูมิปักษา4
สมรภูมิปักษา3
สมรภูมิปักษา2
สมรภูมิปักษา1
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 23
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 22
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 21
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 20
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 19
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 18
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 17
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 16
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 15
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 14
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 13
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 12
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 11
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 10
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 9
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 8
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 7
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 6
"อนุชาย" คืออะไร? เร็วๆ นี้ รู้เรื่อง!
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 32
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 31
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 30
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 26
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 25
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 24
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 21
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 17
TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →