สมรภูมิปักษา11

สมรภูมิปักษา11

อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร Part2 สมรภูมิปักษา11

สมรภูมิปักษา11

รอพี่นะจันทร์หอม…

โมกลอยคอตามลำธารไปเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็เจอสะพานไม้เก่าๆ อันเป็นเป้าหมายแรก รอยยิ้มจางๆ ฉายออกมา… “อีกไม่ถึง 5 กิโลเมตรแล้ว…จันทร์หอม พี่รอดแล้ว” แรงขับจากข้างในทำลายกำแพงความเหน็ดเหนื่อยจนหมดสิ้น “พ่อรอดแล้วเรไร” เขาตะเบ็งเสียงทั้งหมดที่มีดังก้องไปทั้งคุ้งน้ำ…ไม่มีความเกรงกลัวว่าจะมีทหารญี่ปุ่นคนไหนจะได้ยินอีกแล้ว…

แสงแรกกำลังกระจ่างขึ้น…เขาเริ่มมองเห็นใบไม้สีเขียวเป็นสีเขียวเข้ม เห็นคลื่นน้ำจากแสงสะท้อนเป็นสีขาวอยู่ทางหลัง แต่ตอนนี้โมกกลับเริ่มรู้สึกเหนื่อยและหนาวจนแทบจะว่ายน้ำต่อไม่ไหว “จันทร์หอม” เขาเรียกหากำลังใจเพื่อต่อสู้กับร่างกายที่กำลังจะหมดแรง สะพานสีขาวที่ทหารญี่ปุ่นพึ่งจะสร้างเสร็จใหม่ๆรอเขาอยู่อีกไม่ไกลแล้วในเวลานี้ “พี่  รอด  แล้ว  จันทร์หอม…” เขาพร่ำเสียงสั่นในขณะที่กำลังเดินฝ่าดงหญ้าปีนขึ้นไปบนฝั่งดิน แต่สายลมก็เสริมให้ความเหน็บหนาวสำแดงอาการเด่นชัดเจนออกมา เขาใช้ฝ่ามือแตะหน้าผากแขนและขา มันรู้สึกได้ถึงความร้อนที่ออกมาจากข้างใน “เราเป็นไข้…” เขาพึมพำแต่ก็กัดฟันเดินต่อไปข้างหน้า

“จันทร์หอม พี่รอดแล้ว เรไร พ่อรอดตาย” เสียงตะโกนเพื่อเรียกความหวังให้ตื่นแต่มันกลับไม่มีเสียง เขากัดฟันเดินต่อไปจนเกือบถึงพื้นหญ้าตรงคอสะพาน แต่ในหัวของเขากำลังจะหมุนเป็นลูกข่าง ร่างกายก็กำลังควบคุมไม่อยู่ โมกใช้มือทั้งสองข้างกดขมับเพื่อหวังจะให้มันหยุด แต่…

“โอ้ย!…” ปากที่เปิดกว้างเหมือนจะระเบิดคำๆนี้ออกมา…แต่ก็ไร้เสียงตะโกนโดยสิ้นเชิง “จันทร์หอม…เรไร” โมกเอ่ยชื่อภรรยาและบุตรสาวกระนั้นก็ยังเงียบสนิท ดวงตาที่เคยใช้การได้ดีตลอดการเดินทางกำลังจะพล่ามัว จนแทบจะเปิดไม่ขึ้น… “โคทาโร่ นายอยู่ไหน โคทาโร่ ช่วยด้วย นาย นาย” โมกพึมพำเหมือนคนกำลังจะขาดใจ แต่พลันเสียงคนๆ หนึ่งก็กรอกเข้าหูในระยะประชิด…

“ข้าคือมินาโมโต โคทาโร่…เจ้าไม่มีทางรอดหรอก ฮึๆ…” โมกพยายามใช้สติที่เหลือน้อย…เปิดเปลือกตาเพื่อหวังจะเห็นใบหน้าเจ้าของสำเนียงที่ไม่คุ้นหู

“ข้าคือมินาโมโต โคทาโร่…ฮาๆ…” เสียงนั้นยังตอกย้ำมิให้ลืมชื่อที่ต้องการฝังเข้าไปในหัว แต่บางอย่างที่คล้ายกับปลายเข็มก็ทิ่มเข้าที่หัวไหล่…แรงขัดขืนขาดผึงลง “หากเจ้าตาย…ข้ามินาโมโต โคทาโร่ก็จะสมหวัง ฮาๆๆ” สำเนียงหัวเราะที่โคทาโร่ไม่เคยทำ สร้างแรงเฮือกสุดท้ายให้เขาบังคับตัวเองลืมตาขึ้น มันสำเร็จแต่ภาพของชายในชุดพลางสีดำช่างเลือนรางจนแทบจะรวมเป็นสีเดียวกับความมืดที่ยังเหลืออยู่ในเวลานั้น “ไม่…อย่า…อย่า…” เขาพยายามขัดขื่นแต่ของเหลวสีม่วงในหลอกฉีดยา…ในระยะที่สามารถเอื้อมถึงก็ค่อยถูกดันเข้าสู่ร่างกายของเขาจนหมด  “ฮาๆ…ข้าอยากได้ภรรยาของเจ้า ข้าก็ต้องได้” เขาพูดออกมาจากความสะใจ…และเสียงหัวเราะที่โคทาโร่ไม่เคยทำก็ดังขึ้นอีก “ฮาๆๆ ข้ามินาโมโต โคทาโร่…โคทาโร่ โคทาโร่” แล้วเงาสีดำรางๆ ก็โผวูบทิ้งเงาพาดเป็นทางยาวหายไปทันที

“คุณเป็นใคร คุณไม่ใช่….” สติที่เหลือน้อยทำได้เพียงเท่านั้น ดวงตาปิดสู่สีดำ แต่กายสัมผัสสุดท้ายที่พอรู้สึกนั้นก็คือฝ่ามืออันหยาบกร้านของใครบางคนมาอุ้มร่างของเขายกลอยขึ้น…แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไม่รู้สึกใดๆ อีกเลย…

……….

คนฉลาด…………………………ปรารถนาที่จะให้

แต่คนโง่………………….กลับปรารถนาที่จะรับ

มินาโมโต โคทาโร่

……….

แผนร้ายของปิศาจ

คืนวันที่ 20 กรกฎาคม 1943 ที่ บ้านธารารักษ์ จังหวัดเพชรบุรี

จันทร์หอมเดินผ่านเงามืดสู่ระเบียงโล่งติดแม่น้ำเพชรบุรี นางไม่รู้สึกกลัวในเมื่อมีดาวนับล้านคอยกระพริบแสงเป็นเพื่อนอยู่เต็มท้องฟ้า และนาทีนั้นเสียงฝ่าเท้าย้ำใบไผ่ที่หน้าบ้านก็ทำให้นางยิ้มออกมาได้

“พี่โมก…พี่โมก” นางมั่นใจว่าต้องเป็นสามีที่ถูกจับไปแน่ๆ

“พี่โมก…นั้นพี่ใช่ไหม” นางเรียกชื่อสามีซ้ำขึ้นอีก แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบกลับมา…นางเริ่มกระวนกระวายใจ…แต่ในแววตายังมั่นคงเช่นเดิมว่าเสียงฝี่เท้าถี่ๆ ที่นางได้ยินมากว่า 8 ปีต้องไม่ใช่คนอื่น

“พี่โมก…พี่โมก” และนางก็ตะโกนเสียงดังขึ้นไปอีกระดับ ขาที่สั่นเทากำลังก้าวลงบันไดไปช้าๆ

“จันทร์หอม…จันทร์หอม…” และสำเนียงที่นางคาดหวังก็ดังขึ้น

“พี่โมก!…” นางตื้นตันจนเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ “พี่โมก..” นางปล่อยเสียงออกมาสุดอารมณ์ พร้อมๆกับวิ่งเข้าไปหาทั้งๆ ที่ยังมองไม่เห็น “พี่โมก!…” แต่แล้วนางก็ร้องลั่นเมื่องูหลามลายดาวตัวใหญ่เลื้อยเข้ามารัดรอบร่างของนางเอาไว้

“พี่โมก..ช่วยด้วย พี่โมก!” นางตะโกน แต่ดวงตาสีแดงฉานของมันกลับจ้องนิ่งเหมือนจงใจจะใช้ดวงตาของนางแทนกระจกเงา  แต่เมื่อนางจ้องกลับเข้าไปในลูกตาคู่นั้น นางกลับเห็นภาพของ มินาโมโต โคทาโร่ยืนยิ้มอยู่ “โคทาโร่” ทุกความรู้สึกหยุดนางให้นิ่ง สักครู่เสียงสามีที่จากไปนานก็เรียกขึ้นมาอีก “จันทร์หอม…ช่วยพี่ด้วย จันทร์หอม” นาทีเดียวกันงูหลามลายดาวก็ออกแรงรัดร่างของนางแน่นขึ้นไปอีก

“พี่โมก ช่วยฉันด้วย พี่โมก” นางเริ่มจะหายใจไม่ออก แต่ในดวงตาสีแดงยังปรากฏภาพของโคทาโร่ยืนยิ้มอย่างมีความสุขเช่นเดิม

“จันทร์หอม…จันทร์หอม…จันทร์หอม” เสียงเรียกของโมกค่อยๆ เบาลง เบาลงจนเงียบไป “พี่โมก!…” นางตะโกนสุดเสียง พร้อมๆกับน้ำตา งูหลามลายดาวใช้กำลังรัดจนนางล้มลง

“พี่โมก พี่โมก พี่โมก” เสียงนางเริ่มเบา แต่ก็เฝ้าแต่เรียกชื่อเขา จันทร์หอมกำลังจะหายใจไม่ออกในที่สุดนางก็ฝืนสติช่วงสุดท้ายจ้องอาฆาตเข้าไปในดวงตาของงูตัวนั้น…

“โคทาโร่ คุณฆ่าสามีฉัน คุณฆ่าพี่โมก” นางหลุดความแค้นออกมา…ภาพของโคทาโร่ดูเศร้าลงถนัด แรงโอบรัดของงูหลามก็ค่อยๆคลาย “พี่โมก!…” นางตะโกนเพียงครั้งเดียวยาวสุดเสียงพร้อมกับน้ำตาที่ล้นทะลัก ก่อนเสียงเคาะเสาบ้านเป็นจังหวะจะปลุกให้นางสะดุ้งตื่น

—ป๊อกๆ…ป๊อกๆ—

“ฝัน เราฝันไป” จันทร์หอมอุทานเสียงสั่นกลัว —ป๊อกๆ— และเสียงเคาะเสาไม้ก็ดังขึ้นอีกครั้ง นางหันไปดูเรไรที่กำลังหลับใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ นางกระชับมันให้แน่นจนถึงหน้าอก ก่อนจะกระวีกระวาดลุกเดินจากห้องไปอย่างรีบร้อน

“คุณมนตรี…พี่ขาม” นางทักอย่างคนคาดเดาได้ถูกต้อง เงาตะคุ่มๆ ของคนสองคนกำลังนั่งรออยู่ที่ชานระเบียง

“เออๆ พี่เอง…”

“เอ็งเป็นอะไรไป…” ขามถามเมื่อสังเกตเห็นอาการสั่นกลัวผิดปกติ

“ปะๆ เปล่า ไม่มีอะไร” จันทร์หอมปฏิเสธติดๆขัดๆพร้อมกับมองซ้ายที ขวาที่อย่างคนอย่างคนวิตกจริต

“คืนนี้มยุรี มันเข้าไปส่งข่าวในเมือง เลยไม่ได้มานอนเป็นเพื่อน…แต่เอ็งไม่ต้องกลัวไปหรอกพวกพี่ก็วนเวียนอยู่แถวๆ นี้แหละ” ขามบอก…

“ขอบคุณมากพี่”

“จันทร์หอม…หากผัวเอ็งยังไม่กลับมาภายในเดือนนี้ก็แสดงว่า…เออเขาไม่รอด” มนตรีแทรกขึ้นอย่างระมัดระวัง และนั้นก็ทำให้หัวใจของจันทร์หอมหล่นวูบจมดิ่งลงเหวลึก

“พี่ฉัน ฉันกลัว” จันทร์หอมหลุดเสียงที่อ่อนแอสุดๆ ออกมา

“ไม่ต้องตีตนไปก่อนไข้…อย่างไรเสียเราจะหาทางช่วยอย่างเต็มที่” ขามปลอบ

“เวลานี้ขบวนการเสรีไทย ในอเมริกา และอังกฤษกำลังหาทางเข้ามาอย่างเงียบๆ…จันทร์หอมเราเป็นคนไทย…เราต้องสู้เพื่อแผ่นดินไทย…การเมินเชยก็ไม่ต่างอะไรกับนั่งรอความตาย…สงครามบังคับให้เราต้องสู้เพราะเป็นทางเดียวที่จะทำให้ลูกหลานของเรารอด…จันทร์หอมเวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดที่เจ้าจะได้ล้างแค้นให้…” มนตรีพูดไม่ออกเมื่อต้องเอ่ยชื่อสามีของนางอีก “…ทำเพื่อพี่น้อง ลูกหลานและตอบแทนประเทศชาติ”

“เรากับส่วนกลางวางแผนเอาไว้หมดแล้ว…เจ้าเพียงแต่อยู่นิ่งๆ…รู้แค่ไหนก็บอกแค่นั้น…ต่อไปนี้เราจะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไปเพราะขบวนการเสรีไทยหน่วย 136 จากอังกฤษและหน่วยโอ.เอส.เอส.จากอเมริกากำลังจะหาทางเข้ามาสมทบ” ขามเสริมต่อ น้ำเสียงคนทั้ง 2 เหมือนต้องการจะหวังบางอย่างจากนาง

“แล้ว…พวกเขาจะเข้ามาเมื่อไร…” จันทร์กัดฟันถาม…ทั้งๆ ที่ยังไม่มีสมาธิพอ

“ไม่รู้…เราเพียงแต่คาดการว่าอย่างเร็วที่สุดคงจะกลางๆ ปีหน้า…หากขบวนการเสรีไทยทั้งจากอเมริกาและอังกฤษสามารถประสานงานกันได้…” มนตรีหยุดเหมือนจะคิดต่อ “เวลานี้สายข่าวแจ้งว่าหน่วย 136 จากอังกฤษกำลังร่วมฝึกอยู่ที่อินเดีย…เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม…โดยเฉพาะเจ้า…” และเขาก็เจาะจงอย่างที่ตั้งใจตั้งแต่แรก จันทร์หอมอึ้งเมื่อสิ่งที่คนทั้ง 2 อยากจะบอกหมายถึงนาง

“ทันทีที่เราได้ข่าวว่าขบวนการเสรีไทยจะเข้ามาเมืองไทยเมื่อไร งานแต่งของเอ็งก็จะมีขึ้นในระหว่างนั้น” ขามตัดสินใจพูดต่อทันที

“แต่งงาน…ฉันนี้นะ”

“ใช่พวกพี่มองไม่ผิดแน่ โคทาโร่กำลังแอบชอบเอ็งอยู่” มนตรีเปิดเผยและสรุปให้ตรงประเด็นมากขึ้น

“ไม่…จะอย่างไรพี่โมกก็ต้องกลับมา” จันทร์หอมปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมเอามือปิดปากเหมือนจะบังคับไม่ให้ความเศร้าเล่นงาน

“เรื่องนั้นข้ารู้…แต่นี้เป็นเพียงแผนเท่านั้น…เป็นแผนการที่เจ้าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม…หากว่า…” ขามพยายามแก้ต่างเพื่อให้จันทร์หอมรู้สึกดีขึ้น มนตรีที่นั่งใกล้ๆ ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู พรายน้ำสีเขียวบอกเวลา 03.00 น.

“จันทร์หอม…เราต้องไปแล้วละ…จงเตรียมตัวให้พร้อม”

“…เอ็งต้องแต่งงานกับ มินาโมโต โคทาโร่…เพื่อชาติ” ขามสรุป

“แต่พี่…ฉัน” จันทร์หอมพูดได้เพียงเท่านั้นนางก็ปล่อยโฮออกมา

“พี่เสียใจที่ไม่เหลือทางเลือกอื่นให้เอ็ง” มนตรีพูดสั้นๆ ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาอีก

“มีข่าวด่วนไปหาข้าที่บ้าน…แต่อย่าให้เป็นที่สงสัยอย่างเด็ดขาด” ขามแนะ พวกเขาลุกพร้อมๆ กันและเดินหายเข้าไปในความมืด…แต่เงาของคนทั้งคู่ยังหยุดอยู่ในศาลาท่าน้ำ พวกเขารอจนเห็นจันทร์หอมเดินเข้าไปในห้อง แล้วจึงเร่งเดินลงไปนั่งในเรือ เสียงไม้พายกระทบผิวน้ำจะดังห่างออกไปเรื่อยๆ

……….

“หากโมกมันรอดกลับมาจริงๆ ละ จะเอาอย่างไรต่อ”

“คงจะซ่อนตัวเขาเอาไว้ที่ไหนสักแห่ง รอจนกว่าสงครามจะจบ…เรื่องนี้ผมคิดว่า ทั้งโมกและจันทร์หอมน่าจะเข้าใจได้”

……….

การยืนหยัดอยู่…………….สู้กับความสูญสิ้น

คือหัวใจของนางสิง……………………ราชินี

จันทร์หอม ธารารักษ์

……….

                (หึๆๆ…ข้าจะทำให้นางเกลียดโคทาโร่ไปจนวันตาย…นางจะต้องเกลียดเขา…เพียงข้า…เพียงข้า…) ไม่มีเสียงพูดใดๆ ในความมืดนอกจากความรู้สึกส่วนตัวของใครบางคนที่อยู่ในชุดพลางสีดำ…ก่อนคนๆ นั้นจะดีดตัวลอยสูงเหนือยอดไผ่และโผวูบหายไปราวกับปิศาจจากโลกที่ 3…

……….

## จบ สมรภูมิปักษา11 ##

ทรงอาจแนะนำ

สมรภูมิปักษา24
สมรภูมิปักษา23
สมรภูมิปักษา22
สมรภูมิปักษา21
สมรภูมิปักษา20
สมรภูมิปักษา19
สมรภูมิปักษา18
สมรภูมิปักษา17
สมรภูมิปักษา16
สมรภูมิปักษา15
สมรภูมิปักษา14
สมรภูมิปักษา13
สมรภูมิปักษา12
สมรภูมิปักษา10
สมรภูมิปักษา9
สมรภูมิปักษา8
สมรภูมิปักษา7
สมรภูมิปักษา6
สมรภูมิปักษา5
สมรภูมิปักษา4
สมรภูมิปักษา3
สมรภูมิปักษา2
สมรภูมิปักษา1
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 23
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 22
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 21
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 20
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 19
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 18
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 17
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 16
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 15
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 14
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 13
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 12
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 11
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 10
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 9
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 8
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 7
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 6
"อนุชาย" คืออะไร? เร็วๆ นี้ รู้เรื่อง!
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 32
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 31
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 30
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 26
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 25
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 24
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 21
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 17
TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →