ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 11

ตอนที่ 11 “เกิดอะไรขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 1 Trans Canada Hwy.”

เรากินไอครีมของไอ้เบ๊บหน้าบ้านหลังคารูปตัว A ใต้ต้นเมเปิ้ลสูงจนหมดทั้ง 3 ถ้วย แดดเที่ยงที่แวนคูเวอร์ไม่ได้น้อยหน้ากรุงเทพฯ เลยแม้แต่น้อย….

(ลืมซันบล็อกอีกแหละ) ผมคิดขณะเลียช้อนตักไอครีมของไอ้เบ๊บเพลินๆ… “หมดกันชุดหนังกับเสื้อคอเต่าที่ถอยมาหลายพันบาท” ผมตั้งใจบ่นดังๆให้นางฟ้าตัวกลมได้ยิน

เธอหัวเราะรัวลั่นก่อนจะไอโขกๆ หลายทีจนหน้าเขียว “บักหล่าคำแพงเอ้ย! ไม่เชื่อใครดันไปเชื่อยายต้อย ฮาๆ”

เราออกจากฟาร์มพ่อไอ้เบ๊บ เที่ยงครึ่งพอดี จากถนนโดวเนส์ (Downes RD.) ก็เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 1 Trans Canada HWY. มุ่งหน้าสู่อับบอทฟอร์ด (Abbotstord) และชิลลีวีคซ์ (Chilliwack) อันเป็นเป้าหมาย ระหว่างทางไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นมากไปกว่าป่าสนที่ขึ้นเป็นแผงโดยมีต้นเมเปิ้ลเตี้ยๆสลับพื้นล่างให้หนาทึบ แต่ไม้เครือเถาวัลย์ที่คลุมโคนต้นเมเปิ้ลและพยายามโอบรัดต้นสนอยู่ละมันคืออะไร ช่างละม้ายคล้ายกับต้นแบรี่ที่ผมโพสต์รูปครั้งที่แล้วยิ่งนัก ผมจึงอดถามนางฟ้าตัวกลมไม่ได้

“นั้นแหละบักหล่าคำแพงต้นแบรี่ป่าละ…ขากลับฉันจะพาเธอแวะเก็บผลไม้ป่าจริงๆ” นางฟ้าตัวกลมพูดราวกับให้สัญญากับเด็กน้อย เธอบังคับรถไปเรื่อยๆแม้ทั้งถนนจะมีเพียงเธอก็ตาม

“ไม่เร็วกว่านี้สักหน่อยรึ” ผมพูดลอยๆ ตามนิสัยส่วนตัว

“ที่นี้ขับรถเร็วไม่โดนตำรวจทางหลวงแจกสั่งก็โดนจดหมายทวงเงินถึงบ้าน…เธอจ่ายให้ฉันไหมละ” นางฟ้าตัวกลมตอกกลับ

“เออ…รึ ถ้าเป็นที่เมืองไทยผมซัด 140 150 แล้วโล่งๆ แบบเนี้ย…ทิมมี่ชอบบบ!”

เราขับไปเรื่อยๆ ประมาณบ่ายโมงเกือบครึ่งก็มาถึงชิลลีวีคซ์ (Chilliwack) นางฟ้าตัวกลมเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าบ้านที่สร้างบนเนินดินเตี้ยๆ “ไปบักหล่าเปิดท้ายรถเอาบลูเบอร์รี่ไปให้เขา เราจะได้กลับกัน วิลเลี่ยมหิวแล้ว” ผมทำตามอย่างว่าง่าย เพื่อนฝรั่งนางฟ้าตัวกลมทำงานที่วอร์มาร์ท (Walmart) ด้วยกันถามผมว่าคุณอยู่ที่นี้กี่วัน ผมตอบด้วยภาษาง่ายๆว่า “ I been here 2 week” ฉันอยู่ที่นี้ 2 สัปดาห์เธอและสามีพยักหน้าขอบคุณ นางฟ้าตัวกลมโบกมือทักทายเพื่อนจากในรถ ผมบอกลา เธอและสามีก็ขอบคุณอีกเป็นครั้งที่ 2 แล้วเราก็แยก

ขากลับรถบนหลวงในช่วงชิลลีวีคซ์ (Chilliwack) ไปอับบอทฟอร์ด (Abbotstord) ยังคงปกติ แต่ขณะที่รถอยู่บนเนินเขา ภาพรถติดสุดลูกหูลูกตาบนถนนTrans Canada HWY. ก็ทำให้นางฟ้าตัวกลมถึงกับอุทานออกมาดังๆ คราวนี้ไม่ใช่ 8 หลอดละ…. “What Going on” จุ จุ จุ “Oh! My God”

“รถติดไง ปกติเห็นๆ” ผมตอบแบบคนชินตา

“มันจะปกติได้ไงเธอดูซินั้นนะ….ยาวหลายกิโล แบบเนี่ยนะปกติ” เธอส่ายหน้าแบบรับไม่ได้ “Mom, I Hungry” วิลเลี่ยมพูดจากเบาะหลัง ผมจึงแกะข้าวกล่องที่เตรียมไว้ตั้งแต่เช้าให้

“กรุงเทพแบบเนี้ย ถือว่าปกติมากๆ….” ผมบอก

“บ้าไปแล้วเธอ” นางฟ้าตัวกลมบ่นและบ่นยาวเป็นภาษาอังกฤษจนฟังไม่ทัน ส่วนวิลเลี่ยมเดี๋ยวก็ว่าร้อน เดี๋ยก็หิวน้ำ เดี๋ยวก็ง่วงนอน เดี๋ยวก็ฉันเบื่ออย่างมาก ต่อไปฉันจะไม่มากับพวกเธอแล้วตามประสาเด็ก…สุดท้ายเขาก็ปวดฉี่ รถก็ไม่ยอมขยับไปไหน 2 ชั่วโมงผ่านไป ผมพาวิลเลี่ยมลงไปฉี่ก็แล้ว เก็บลูกแบรี่สีแดงข้างทางกับครอบครัวฝรั่งที่ขนเรือไว้บนหลังคารถแวนก็แล้ว ขบวนรถร่วมทางก็ยังนิ่งอยู่ที่เดิม ขยับได้ก็แค่ 5 เมตร 10 เมตร ส่วนนางฟ้าตัวกลมนั่งจมเครียดอยู่กับพวงมาลัยไม่ต่างอะไรกับซาลาเปาบูดหลายวัน “Why…What Happen?”

จนผมต้องหาเรื่องชวนคุยเพื่อให้เธอรู้สึกดีขึ้น พลันสายตาผมก็เหลือบไปเห็นไม้กางเขนที่ปักอยู่บนเนินดินข้างทางหลวง อันที่จริงผมก็พอเดาออกแหละ แต่ก็อยากจะหันเหความสนใจของเธอ “มันคืออะไรเจ่” ผมแบะปากประกอบใช้สายตาชี้นำไปยังเป้าหมาย

“อ้อบักหล่าคำแพงนั้นนะ เป็นจุดที่เคยเกิดอุบัติเหตุแล้วมีคนเสียชีวิต เขาก็เลยสร้างขึ้นเพื่อเตือนใจ” เธอพูดขณะที่สายตายังนิ่งกับภาพขบวนรถเบื้องหน้า….

ผมนึกคงไม่ต่างจากศาลเพียงตาบ้านเรา “อื้อ…ดีเนอะ!”

“ดู ดู ผู้หญิงคนนั้นซิเธอ” น้ำเสียงนางฟ้าเริ่มสดใสขึ้น เธอชี้ป้อมๆ ไปยังสาวฝรั่งร่างอวบสวมเสื้อเขียวใส่หมวกแก๊บสีฟ้าเดินลงมาจากรถโวยวายยังกับคนบ้า ก่อนจะควักบุหรี่ออกมาสูบลึกจนสุดปอดแล้วก็พ่นควันสีขาวขึ้นฟ้าแรงๆ ไม่ต่างจากนาฬิกาไอน้ำที่แก๊สทาวน์เลย “What happen” เธอตะโกนระดับ 10 หลอดจนเกิดเสียงสะท้อนกลับจากหุบเขาข้างหน้า รถหลายคันเริ่มเปิดประตูลงมาคุยด้วย จากหนึ่งเป็น 2 จาก 2 เป็นสาม รวมทั้งผมและนางฟ้าตัวกลมและอีกหลายคน

เรายืนคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว ผมฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็พอสรุปได้ประมาณว่า ช่วงเวลาประมาณ 11 โมงมีรถขนซุง (ไม้สนขนาดใหญ่) เกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงหมายเลข 1 ก็คือ Trans Canada HWY. ระหว่างแลงเลย์จะเข้าเชอร์รี่ ตำรวจกำลังเคลียร์พื้นที่ พร้อมกับแจ้งให้รถบนทางหลวงที่กำลังมุ่งหน้าเข้าแวคูเวอร์ใช้เส้นทางสำรองที่เจ้าหน้าที่กำหนดให้ ประมาณนี้ เราจึงแยกกลับขึ้นรถที่ยังคงจอดนิ่งสนิทอยู่ที่เดิม

“ตาย ตาย ตาย บักหล่าคำแพงก้อนเท่าแคงเอื้อย ขาเอื้อยใหญ่หรือเปล่า”

(ตายละกู) ผมขนหัวลุกซู่ ขืนตอบพล่อยๆมีหวังต้องได้เดินกลับบ้านจริงละคราวนี้…ผมคิด “นางฟ้า ขาจะใหญ่เท่าไม้ซุงหรือตะเกียบก็เป็นนางฟ้าวันยังค่ำ” ผมคิดคำตอบอยู่พักใหญ่ มันได้ผลแฮะเมื่อเสียงหัวเราะรัวลั่นอันเป็นเอกลักษณ์ปลุกวิลเลี่ยมที่หลับอยู่หลังรถให้ตื่น วิลเลี่ยมจึงถามแบบงัวเงีย “What Happen Mom”

“Willeam you know about The Big Angels นางฟ้าตัวกลม” ผมตั้งใจจะเรียกเสียงหัวเราะให้กับวิลเลี่ยมต่อ แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะแหบๆออกมาอีกคน คงนึกถึงความลับที่เราคุยกันเมื่อคืนแน่ๆ

วันนี้เป็นวันศุกร์ เราติดอยู่บนทางหลวงหมายเลข 1 Trans Canada HWY. 6 ชั่วโมงเต็มๆ…พอถึงบ้าน ทุกคนอาบน้ำแยกย้ายกันนอนคนละมุม ผมก็แหมะลงบนโซฟาหน้าทีวีนั้นแหละ ขึ้นบันไดไม่ไหว…คืนนี้มีนัดเดทใน Dowtown ซะด้วย ต้องนอนสัก 2 ชั่วโมงเพื่อปรับใบหน้าให้สดใสซะหน่อย เจอกันคืนนี้ครับ “เดทแรกในแวนคูเวอร์” ตอนนี้ผม Timmy Buto เพลียสุดๆ ไปแล้วครับ บายยย

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →