อนุชาย ตอนที่ 4

แสงแรกที่หาดจอมเทียนแสงแรกที่หาดจอมเทียน อนุชาย ตอนที่ 4

แสงแรกตื่นสลัวที่ขอบฟ้าทางทิศตะวันออก มันเริ่มต้นจากเฉดสีเทา-ขาวแกมอำพันระเรื่อบางๆ ขณะที่ปลายคลื่นมหาสมุทร ณ จุดเดียวกันยังไม่เปลี่ยนสถานะ อาจารย์วิศวกรหนุ่มกับนิสิตใหม่นั่งนิ่งอยู่กับพื้นทรายสีขาวที่อาบแสงจันทร์สุดท้ายจนเด่นลอยขึ้นจากเงาของรัตติกาล ลมทะเลหอบเกลียวคลื่นฟาดกับฝั่งทรายมัวๆส่งเสียงคำรามเป็นระยะๆ แต่ก็ยังไม่สามารถกลบเสียงของคนทั้งคู่ที่พึ่งจะเอนหลังเหยียดยาวในระยะเกือบชิดกันและกันได้

“นุ…ทำไมต้องทำงานหนักขนาดนี้ด้วยละครับ รับงานพิเศษจากเอเชียนกรุ๊ป บริษัทเดียวก็หนักพออยู่แล้วนะ” อยู่ๆ อาจารย์พิชัยพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สายตาถูกปล่อยให้เคว้งคว้างขึ้นไปบนท้องฟ้าสีน้ำเงินจมดำ

อนุชัยหันขวับ!  แบบเดียวกับคนพึ่งจะฉุกคิดกึ่งแปลกใจอย่างละครึ่ง “อาจารย์รู้ได้อย่างไรว่าผมรับงานจากเอเชียนกรุ๊ป”

“อ้อ หึ หึ สงสัยจำไม่ได้….พี่กับเกรียงศักดิ์เป็นเพื่อนกันและพี่ก็เป็นที่ปรึกษา “เขาจิ ปากเสียงดัง จิ๊ๆ 3 ที “ไม่ซิ! เป็นแค่วิศวกรบางโครงการให้เอเชียนกรุ๊ปนะ เข้าประชุมที่บริษัทเห็น นุ กำลังนั่งเขียนแบบอยู่กับเพื่อนในห้องกระจกหลายครั้งและก็ดันมาเจอกันในห้องสัมภาษณ์”

“และยังเป็นเพื่อนเจ่ดวงอีก….จะบังเอิญมากเกินไปรึเปล่าครับอาจารย์” อนุชัยสวนกลับ พลางจิ๊! ปากแบบเดียวกับเขาหลายที ก่อนจะเบนสายตากลับไปที่เดิม

“วงการนี้มันแคบ นัก” อาจารย์หนุ่มตอบ เขาเว้นให้ความเงียบละลายอารมณ์กลับสู่เสียงคลื่น “ทั้งเรียน ทั้งทำงานหนักแบบนั้นไม่ไหวแน่ๆ….นุ” เขาหยุดราวจะนึกถึงความเหมาะสม “นุ…พอจะเล่าเรื่องครอบครัวให้พี่ฟังได้ไหม…แต่ถ้าลำบากใจก็ไม่เป็นไร”

อนุชัยเงียบ ทั้งคู่เงียบมีเพียงเสียงมหาสมุทรเท่านั้นที่สม่ำเสมอ แสงแรกกำลังจะเริ่มต้นแบบจริงๆ จังๆ  มันอำพันเด่นชัดในเงาสลัว ผิวทะเลเลาะขอบฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสถานะเป็นสีเดียวกันแล้ว  “ผมมีแค่แม่ ยาย และหมาพันธุ์ผสมชื่อแมวเหมียวสีขาวดำ” เขาหยุดกึกราวกับมีอะไรดุลขึ้นมาปิดกล่องเสียง สักครู่ก็พ่นลมหายใจทิ้งทางปากยาวๆ ขณะที่อาจารย์ก็ยันตัวเองขึ้นนั่งรับฟังตรงๆและขยับเข้าหาจนเกือบชิด เขาวางฝ่ามือไว้ที่หัวไหล่ด้านที่ไกลสุดของอีกคนที่ลุกนั่งอยู่ในท่าเดียวกัน “เราอยู่กัน 4 ชีวิต แม่ขายกล้วยทอด ยายอายุจะ 75 ปี เกือบจะช่วยตัวเองไม่ได้ แต่ก็พยายามจะอยู่อย่างไม่ยอมเป็นภาระให้กับใคร”

“เออ…..แล้ว พ…”

“อย่าถามถึงพ่อผมเลยครับ…เพราะผมเองก็ไม่เคยรู้จักมาตั้งแต่แรก เขาทิ้งเพียงชื่อบ้าๆ ราวต้องการจะตอกย้ำสถานะที่แม่เคยเป็นไว้ไม่ต่างจากมรดกบาป” อนุชัยเป่าลมออกจากปากดังๆ อาจารย์พิชัยก็ขยับชิดเข้าไปอีก มือที่แปะไว้ที่หัวไหล่บีบเค้นลักษณะปลอบประโลม  “ชื่ออนุชัยคือมรดกบาปเพียงชิ้นเดียว แม่บอกพ่อตั้งใจจะให้มันคล้องเสียงกับชื่อของเขาและไม่ยอมให้ผมเปลี่ยนทั้งๆที่ความหมายของมันตอกย้ำสถานะเมียน้อยของแม่อย่างไม่เป็นธรรม”

อาจารย์พิชัยชะงักราวกับคนสำนึกผิด “พี่ขอโทษ” เขาเอ่ยลอยๆ

“พี่ขอโทษ….” และเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง “นุ…เห็นแสงแรกนั้นไหม สีของมัน อำนาจของมัน จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากจุดต่ำสุด….อนุชัยก็เช่นกันเชื่อพี่สิ!” อาจารย์ตบไหล่ปลอบจนหัวของเด็กหนุ่มที่เคยตั้งตรงแบบคนหยิ่งผยองค่อยๆ เอียงซบที่ไหล่กว้างๆ ของเขา  โปรยกลิ่นของแก้มหนุ่มแรกไว้ใกล้ๆ จมูก ได้ไออุ่นจากอีกคนผสานเข้าด้วยกันมันช่างวิเศษดีแท้ๆ  แสงแรก แดดแรก ดวงอาทิตย์แรกกำลังโผล่จากเส้นขอบฟ้า เสี้ยวใบ ครึ่งใบ แต่คนทั้งคู่ยังอยู่ในสถานะเดิม กระทั้ง “ขอให้พี่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสานฝันของ นุ ได้ไหม” อาจารย์เอ่ยเสียงละเมอ แบบเดียวกับคนเจียมเนื้อเจียมตัว

“อาจารย์ครับ”

“เรียกพี่เถอะ….ได้โปรด”

อนุชัยกลับสู่ท่าเดิมอย่างคนระมัดระวัง “ผมง่วงนอนจัง” เขาเอ่ย อีกฝ่ายยังนิ่ง มือที่จับคลึงที่หัวไหล่ตบเบาๆอีก “นั้นซิ พี่ก็สร่างเมาพอดี…”

“แบล็ค เลเบิ้ลทำอะไรอาจารย์ไม่ได้หรอก” อนุชัยแหย่พลางยิ้มล้อในแบบของเขา

อาจารย์หนุ่มจ้องใบหน้าอาบยิ้มที่กำลังฉาบบางๆ ด้วยแสงแรกอย่างคนหลงใหล “นุใช้หัวใจยิ้ม ไม่ใช่ริมฝีปากแน่นอน….” เขาพูดแล้วปล่อยช่องว่างให้เสียงคลื่น  “มันจะทำให้พี่เมายิ่งกว่าแบล็ค เลเบิ้ลหลายเท่า…รู้ตัวบ้างไหมเนี่ย หือ!”

“อาจารย์”

“เรียกพี่เถอะน่า!”

“ครับอาจารย์ ผมง่วงละ”

“อย่าทำให้พี่เมานะอนุชัย….”

แสงแรกและสายลมที่หาดจอมเทียนเอ่ยลาคนทั้งคู่ด้วยเสียงคลื่นฟาดกระทบฝังทรายแรงๆ และผ่อนเสียงเบาแผ่วตามระยะที่ 2 คนเดินห่างออกไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ….เพียงแค่แสงแรกก็อิ่มเอม….ช่างตรงข้ามกับแบล็ค เลเบิ้ลที่จะหอมหวานในตอนท้ายๆ หรืออย่างไรน้อ!….เจ้านกปีกบางสีน้ำตาลเปลือกไม้เจ้าเอย….

เรียกพี่ได้ไหม?

ตั้งแต่แครายไปเรียนต่อที่แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดากระทั้งถึงวันนี้ก็ปีกว่าเข้าไปละ

(อนุชัย ถ้าเค้าไม่อยู่เมืองไทยสักระยะ ตัวเองจะรอเค้าไหม) คำพูดของเธอดังก้องในหัว เธอมักจะมีอิทธิพลเหนือเขาในบางเวลา ส่วนเวลาที่เหลือเขาจะทุ่มเทให้กับงาน เงินและ เรียนปะปนกันยุ่งเหยิงเป็นส่วนใหญ่….และคืนวันเสาร์ต่อมา….อีก 30 นาทีจะถึงเวลาปิดสวนอาหาร อยู่ๆ น้องแอมป์เด็กสาวจากภาคเหนือซึ่งกำลังเรียนอยู่ ปวช. 2 ลูกสาวแม่ครัวก็เดินตรงเข้ามาหา “พี่นุ เจ่ดวงเรียก”

เขาพยักหน้า เมื่อเช็ดโต๊ะในอาคารคาราโอเกะห้อง 20 เสร็จ เขาจึงเดินตรงไปยังห้องบัญชีที่มีเจ่ดวงและพนักงานหญิงรุ่นพี่อีก 2 คนกำลังวุ่นกับบิลเรียกเก็บที่กองอยู่ต่อหน้า “เจ่…เห็นแอมป์บอกเจ่เรียก”

“ใช่ๆ…รอเจ่แป๊บ” เธอพูดโดยไม่หันมามอง เมื่อกองเอกสารตรงหน้าถูกแบ่งแล้วโยนให้พนักงานทั้งคู่เสร็จ “ไปๆ…ไปคุยกันที่ห้องดีกว่า” เธอผลักหลังเด็กหนุ่มไปยังห้องข้างๆ ที่มีชุดรับแขกครบ

เขาเริ่มกังวลกับท่าทีของเธอไม่น้อยและพยายามตั้งข้อสันนิษฐานเอาไว้ต่างๆ นานา เขาถูกลากให้นั่งลงฝั่งตรงข้ามแบบรีบๆ “เออ….”

“นุกินอะไรบ้างรึยัง….” เธอเปิดประเด็นด้วยคำถามง่ายๆ อนุชัยพยักหน้าอย่างคนหวาดระแวง “นุ…เจ่ขอพูดแบบเปิดอกเลยนะ” เธอเว้นจังหวะให้ภาพปิศาจในหัวสยายปีกสีดำจนเกือบครอบคลุมโสตประสาทไปทุกๆ ส่วน “เจ่รักพี่สมรเหมือนกับพี่สาวของเจ่จริงๆ….และเจ่ก็รักเธอไม่ต่างกับน้องชายคนหนึ่ง” คำพูดรื่นๆ ทำให้เขาเริ่มผ่อนคลายไปในทางที่ดีขึ้น “กลางๆ อาทิตย์หน้าก็จะเปิดเทอมแล้ว มหาวิทยาลัย นุ ก็ไกลจากที่นี้พอควร ไป-กลับคงลำบาก เจ่คุยกับพิชัย และได้ตัดสินใจไปแล้วด้วยว่าจะให้ นุ ไปอยู่กับมันช่วงวันธรรมดา ส่วนวันหยุดหรือวันไหนๆ ถ้ามาทำงานได้ ก็ให้มาพักกับเจ่ที่นี้…นุจะว่าไง”

เขาอึ้งปนปลื้มลึกๆ…น้ำลายเหนียวกลืนลงคอยากกว่าปกติ กระนั้นก็ไม่เหลือทางอื่นให้เลือก “อาจารย์เขาอยู่กับครอบครัว แฟนเค้า ลูกชายลูกสาวตัวเล็กอีก 2 คน จะสะดวกหรือเปล่าเจ่ ผมพอช่วยเหลือตัวเองได้นะ” อนุชัยพูดช้าๆ

“อ้อ!….พอดีอาจารย์สรวงสุดา แฟนพิชัยทำเรื่องย้ายกลับไปสอนที่โคราช นะ อาทิตย์ที่แล้วเห็นไปค้างที่พัทยาด้วยกันอาจารย์เธอไม่เล่าให้ฟังเลยรึไง” เจ่ดวงพูดเร็วๆ เผยสีหน้าไม่เข้าใจให้เห็น

“เปล่าครับ”

“เออนั้นแหละ….พิชัยมันเลยต้องอยู่คนเดียว….และมันก็ขอร้องให้เจ่ช่วยพูดกับนุ ในเรื่องนี้ให้ด้วย” เธอหยุดประเมิน สักครู่ “เออๆ….ถึงอย่างไรเจ่ก็ไม่ปล่อยให้เธอไปเช่าห้องพักอยู่คนเดียวแน่ๆ….เดี๋ยวเอาสาวๆ ขึ้นห้องได้เมียตั้งแต่เรียนไม่จบ แม่เธอจะได้ถลกหนังหัวเจ่พอดี…ตามนี้ๆ แหละ”

(แบล็ค เลเบิ้ลทำอะไรพี่ไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็นนายไม่แน่) คำพูดสุ่มเสี่ยงที่หลุดออกมาจากปากอาจารย์หนุ่มมันมีอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่าน้อ! แต่คงไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอาจารย์ก็มีเมีย ทั้งสาวทั้งสวย มีลูกชายวัย 5 ขวบกับลูกสาววัย 3 ขวบกำลังน่ารักออกปานนั้น

(ไอ้ นุ เอ้ย! มึงคิดอะไร พิเรนของมึงอยู่เนี่ย!) เขาคิดทวนหลายๆ เหตุการณ์ กระทั้งใบหน้าหล่อตี๋อินเตอร์ใต้กรอบแว่นหนาๆ แบบคนแก่ฉายขึ้นมาในหัว อนุชัยเผลอยิ้มให้มัน กระทั้งลืมคนรักชื่อแครายไปจนหมดสิ้น

(อาจารย์….อย่าครับ)

(เรียกพี่ได้ไหม เรียกพี่เถอะนะคนดี)

(ครับๆ แต่ เราผู้ชายด้วยกัน….)

(ก็เพราะผู้ชายด้วยกันไง อาบน้ำด้วยกันจะเป็นไรไปเล่า)

(อาจารย์ครับ)

(เรียกพี่ซิ!  เรียกพี่นะ  เรียกพี่เถอะ พี่ขอร้อง อนุ….ชัย)

ความคิดบ้าๆ แอบเข้ามาจู่โจมเขาแบบไม่รู้จักเบื่อ ทำไมกับผู้ชายคนนี้ เขาถึงไม่รู้จักคำว่าขยะแขยงเลยสักนิดน่า! ซ้ำหัวใจยังเต้นแรงมากกว่ารักแรกที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับแครายซะอีก….เขาคิด คิด และคิดยันหลับ….กระทั้งความฝันได้ส่งเสียงเพรียกภายในคอนโดมิเนียมหน้าหาดจอมเทียนขึ้นมาเงียบๆ

(หลับเถอะนะคนดี)

(ครับ) อาจารย์หนุ่มบรรจงจูบที่หน้าผากเขาแผ่วเบาๆ มันน่าจะขยะแขยง ใช่ๆ ควรจะก่ออารมณ์นี้ขึ้นมา แต่กลับฝังรสชาติแปลกใหม่สู่จุดดำมืดที่ลึกสุด ราวกับจะปลุกเรียกสัตว์ประหลาดที่แฝงเร้นอยู่ในกายให้สำแดงตัวตน….

(อนุ…ชัย อนุ…ชัย อนุชายยยยยยยยยยยย)

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →