อนุชาย ตอนที่ 20

นิยายอ่านฟรี เรื่อง อนุชาย ตอนที่ 20

นิยายอ่านฟรีจบเรื่อง อนุชาย ตอนที่ 20 ……ช่วงบ่ายที่ บ้านลอฟท์เลิฟ หญิงรัดดานั่งกอดหมอนดูรายการในทีวี อีกฝั่งเป็นชานนท์ที่กำลังนอนเหยียดยาวด้วยด้วยชุดลำลองสีขาวเทาในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น  ส่วนอนุชัยยังต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เร่งเขียนแบบให้กับบริษัทเอเชียนกรุ๊ปตามปกติ แต่ทั้งหมดก็รวมๆ อยู่ภายในห้องเพดานสูง คนใดคนหนึ่งกระแอมก็จะได้ยินถึงกันหมด อยู่ๆ หญิงรัดดาก็เอ่ยขึ้น

“พี่ชายคะ หญิงอยากไปเที่ยวอันดามันนะคะ พี่ชายช่วยพาหญิงไปนะคะ ถ้าบอกคุณพ่อมีหวังให้การ์ดไปเป็น 10 แน่ๆ” ชานนท์เฉย จนเธอกระโดดเข้าไปเขย่าตัวแรงๆ “พี่ชายคะ….ได้ยินที่หญิงพูดไหมเนี่ย!”

“อื้อ!….แล้วน้องหญิงจะอยู่เมืองไทยกี่วันคะ” เขาพูดเสียงผ่านหมอนทีน้องสาวทุ่มใส่หน้า

“เกือบๆ 2 เดือนนะคะ….”

“เดี๋ยวพี่ชายขอคุยกับพี่นุก่อนนะคะไม่รู้ไอ้บ้านั้นจะหยุดไปกับเราได้หรือเปล่า” เขาจงใจจะโยนหินก้อนหนักให้ถือ อนุชัยส่ายหน้าขำๆ

“ว่าไงคะพี่นุ…ไปเป็นบอร์ดี้การ์ดให้หญิงหน่อยนะคะ ถ้าพี่ไปทั้ง 2 คน คุณพ่อต้องอนุญาตแน่ๆ” หญิงรัดดาที่นั่งข้างๆพี่ชายตะโกนคล้ายจะออดอ้อนกลายๆ

อนุชัยพยักหน้าก่อนตอบกลับไป “ก็แล้วแต่ไอ้บ้านั้น…เช่นกันครับน้องหญิง”

“ฮ่าๆ พวกพี่ 2 คนตลกจังเลยคะ ฮ่าๆๆๆ”

วันออกเดินทางชานนท์กับอนุชัยลงทุนหยุดเรียน 2 วันเพื่อให้ได้ไปในวันปกติ  ซึ่งจะเป็นวันที่คนน้อยและสะดวกที่สุด ชานนท์จัดการเรื่องเรือยอร์ชเอาไว้ 2 วัน ตามแผนจะค้างที่หมู่เกาะพีพี 1 คืนแล้วข้ามมาพักในภูเก็ตอีก 1 คืนแล้วค่อยนั่งเครื่องกลับเข้ากรุงเทพฯ คุณหญิงพวงพรเห็นชานนท์กับอนุชัยไปด้วยเลยให้ลูกสาวแม่บ้านที่ชื่อตาลอายุไล่เลี่ยกับหญิงรัดดา ซึ่งทั้งคู่เองก็สนิทสนมกันพอสมควรไปเป็นเพื่อน  เมื่อวันเดินทางมาถึง  2 หนุ่ม 2 สาวก็พร้อมที่สนามบินดอนเมือง

หญิงรัดดาในชุดเสื้อผ้าพลิ้วๆ บางๆ ร่าเริงเป็นพิเศษ  เธอเกาะแขนพี่ชายสลับกับอนุชัยไปมา มองเผินๆ คล้ายกับทริฟนี้เธอควงแฟนไปเที่ยวพร้อมกันถึง 2 คนอย่างนั้น  ส่วนตาลลูกสาวแม่บ้านก็คอยเป็นเบ้รับใช้เธอตามระเบียบ…

เมื่อทั้ง 4 อยู่บนเรือยอร์ชลำใหญ่ที่มุ่งหน้าสู่หมู่เกาะพีพี เสื้อผ้าของหญิงรัดดาก็ยิ่งเหลือน้อยชิ้นลง ดีหน่อยที่เธอยังมีผ้าลูกไม้บางๆ เกี่ยวพันปกปิดส่วนโน้นส่วนนี้เอาไว้ จนเป็นสาเหตุให้ชานนท์เอาแต่นั่งทำตาขวางใส่น้องสาวเกือบตลอดเวลา

“พี่นุคะ พี่นุ มาถ่ายรูปให้หญิงหน่อยคะ” เสียงหญิงรัดดาจากหัวเรือที่พื้นปูด้วยไม้ลงแว็คจนเห็นเงาที่พื้นชัดเจน แต่ขณะอนุชัยที่นั่งเงียบๆ อยู่กับเก้าอี้นวมกำลังขยับ ชานนท์ก็วางฝ่ามือกว้างๆ ห้ามเอาไว้

“พี่ถ่ายให้เองคะน้องหญิง” ชานนท์อาสาในจุดที่มองไม่เห็น

“ได้ไงคะพี่ชาย..ก็หญิงอยากถ่ายรูปคู่กับพี่ชายอยู่เนี่ย…พี่นุ คะ พี่นุ”

ในที่สุดอนุชัยก็ต้องขยับอย่างเสียไม่ได้ เมื่อชานนท์ยื่นกล้องถ่ายรูปให้ หญิงรัดดาก็เอาแขนโอบคอพี่ชายสลับไปมาราวกับอันดามันที่กว้างสุดขอบโลกเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว “พี่นุคะ ทางนี้อีกรูปนึ่งคะ พี่ชายหันหลังแล้วยิ้มด้วยนะคะเดียวสาวๆ ที่ซานฟรานซิสโกไม่ปิ้งนะ….เอาๆ พี่นุมาถ่ายมั่ง พี่ชายไปถ่ายรูปให้เราหน่อยเร็วเข้า”

ชานนท์ถอดเสื้อแล้วเหวี่ยงทิ้งเข้าไปเก็บด้านใน ขณะนี้บนเนื้อบนตัวเขามีแค่กางเกงขาสั้นสีน้ำเงินฟิตๆ กับกล้ามท้องและหน้าอกเป็นหมัดเท่านั้น

“อู้! พี่ชายถอดเสื้อแล้วหล่อจังเลยคะ อย่าลืมซันบล็อกด้วยนะคะ ผิวไหม้ เดี๋ยวว่าหญิงไม่เตือน”

“นายนั้นแหละเข้ามาทาซันบล็อกให้ฉันก่อน” ชานนท์ปายตามาที่อนุชัยที่กำลังยืนจ้องเขาไม่กระพริบ “มานี้เลย…” เขาลากแขนอนุชัยเข้าไปด้านใน

“ตาลจ้ะ ตาล เรามาเซลฟี่ด้วยกันพลางๆ ก่อนมา….ปล่อยหนุ่มๆ เขาไว้ข้างในแหละเร็วเข้า แดดกำลังสวยเลย”

ในที่สุดภายในห้องโดยสารก็เหลือเพียงพวกเขา ส่วนคนขับเรือกับเด็กก็อยู่แต่ในห้องกระจกด้านหน้า…

“เร็วเข้า…มาทาครีมให้ฉันหน่อย” ชานนท์ลากแขนเข้ามาใกล้ๆ

“นายทาเองไม่เป็นหรือไงเล่า” อนุชัยพูดพลางหลบสายตาที่เอาจริง

“ก็ฉันทาด้านหลังเองได้ซะที่ไหน เอ้!….” ชานนท์จ้องอนุชัยแบบคนกำลังจับผิด “ว่าแต่นายเถอะหน้าแดงทำไหมอ่ะ เขินฉันรึไง…เขินฉันรึไงจ้ะที่รัก” แล้วเขาก็กระซิบข้างหูอีก “ฮาๆๆๆ”

“เปล่าซะหน่อย…”

“เปล่า เปร่ยอะไรก็เห็นอยู่…นายก็ต้องถอดเสื้อด้วยซิ ฉันจะได้ทาให้นายมั่งไง”

“ไม่ต้องมายุ่งกับฉันเลย” อนุชัยพูดปัดๆ แต่สุดท้ายชานนท์ก็จับเขาถอดเสื้อจนได้ เมื่อทั้งคู่ทาซันบล็อกให้กันและกันเสร็จ

“ผิวนายดีเหมือนกันเนอะ….หัวนมแดงเชียว….ว่าแต่คืนนี้….ฉันขอนะ….”

อยู่ๆ “พี่ชายกับพี่นุทำอะไรกันนะ…ทาครีมอะไรนานจัง เร็วเข้าคะ แดดกำลังสวย…พี่นุทางนี้….”

“ฝากไว้ก่อนเถอะ….” อนุชัยกดเสียงรอดไรฟันใกล้ๆ

“คืนนี้ไม่ต้องทวงนะ เดี๋ยวพี่จะให้ทั้งหมดเอง”

“ฉันต่างหากที่เป็นพี่นาย…..”

“ฮ่าๆๆๆ……ครับพี่ทิมมี่”

“ไอ้คุณ…..”

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ”

โลกของหญิงรัดดาสวยงามเสมอ แต่โลกของอีกคนกลับก่อเกิดบางอย่างขึ้นมาเงียบๆ อนุชัยเฝ้าถามตัวเองรอบแล้วรอบเล่าว่า ทำไมเมื่อก่อนเขาจึงรู้สึกพิเศษกับแครายได้อย่างง่ายดาย แต่พอมาวันนี้กับหญิงรัดดาเขากับเฉยๆ แต่อารมณ์เดียวกันกลับไปเกิดที่ชานนท์แทน  เขามือสั่นราวกับผีเข้ายามเมื่อลูบไล้เนื้อครีมไปตามเรือนร่างหนาๆ มีกล้ามเป็นมัดๆ เขาจะหน้าแดงยามที่ชานนท์ใช้ฝ่ามือลูบวนกับแผ่นหลัง และต้องห้ามทุกครั้งเมื่อฝ่ามือกำลังจะอ้อมสู่ด้านหน้า นี้คืออารมณ์ส่วนไหนกันแน่…. (ชานนท์ ชานนท์) และชื่อเขาพร้อมกับเรือนรางแข็งแกร่งก็มิอิทธิพลดึงดูดให้เขาโหยหาแทนเรือนร่างบอบบางของอิสตรีที่เคยผ่าน…..ทำไมน่า….ทำไม?

บ่ายๆ เมื่อเก็บของเข้าห้องเสร็จสับ เรือยอร์ชก็นำพวกเขาสู่มหาสมุทรแบบเต็มรูปแบบ อารมณ์เดียวกับเมื่อช่วงเข้ายังตามเล่นงานไม่เลิก ยิ่งยามที่เห็นชานนท์เหลือกางเกงว่ายน้ำเพียงตัวเดียวด้วยแล้ว ใจคอก็ยิ่งวุ่นวาย หัวใจเต้นตุบๆแทบระเบิดออกมาข้างนอก  ผิดกับหญิงรัดดาอยู่ในชุดทูพีชสีลูกไม้ชมพูหวานๆ แนบเนื้อยังทำอะไรเขาไม่ได้ (นี้เราเป็นเกย์ไปแล้วรึ!….มันเริ่มต้นขึ้นตอนไหนกัน…กับอาจารย์พิชัยก็ไม่เคยโหยหาเลยสักนิด แต่ชานนท์มันกลายเป็นโลกใบใหม่ที่สวยงามสำหรับเขา) ความตระหนักแน่นมึนอยู่ในหัวจนลามสู่ใบหน้าที่กำลังไม่กล้าสู้หน้า (เกิดอะไรขึ้น….ทำไมใจฉันเต้น ….เขากำลังเดินมาแล้ว กางเกงว่ายน้ำสีน้ำเงินรัดนูนค่อยใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ใจฉันกำลังจะระเบิด ไม่ ไม่นะ)

“นายเป็นไรเนี่ย….” ชานนท์กระซิบ “ไปเล่นน้ำกันที่รัก”

อนุชัยโดนลากลงน้ำอย่างว่าง่าย และขณะที่พวกเขากำลังพัวพันกันไปมา อันดามันก็หายวับ เหลือเพียงพวกเขาที่ต่างนิ่งขณะ 2 สิ่งกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

“ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครเลยจริงๆ” ชานนท์กระซิบแทบจะติดกับริมฝีปากแดงๆ

“เร็วเข้าพี่ชาย พี่นุ ปลาทางนี้สวยมากเลย ตามาเร็วๆ เข้า”

โลกของหญิงรัดดา ไม่ใช่ของหญิงรัดดาอีกต่อไปแล้ว แต่กลับเป็นโลกใบใหม่สำหรับผู้ชาย 2 คน  อู้!…..แดดใกล้จะจมอันดามันลงไปทุกขณะ…คืนนี้ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น อนุชัยกับชานนท์ยังจ้องตากันไม่กระพริบ จนเสียงหญิงรัดดาดังข้ามอันดามันมาเป็นรอบที่ 2 ทั้งคู่จึงได้สติ “พี่ชาย พี่นุ คะ…..เร็วเข้า”

“คืนนี้นายไม่รอดแน่ๆ”

“ไอ้คุณ…ไอ้คุณ….ไอ้เฮี้ยคุณณณ”

เราไม่ได้เป็นเกย์

หลังอาหารค่ำเมื่อหญิงรัดดากับตาลขึ้นห้องพักไปแล้ว สองหนุ่มก็ออกเดินเงียบๆขนานกันไปตามชายหาดรูปครึ่งวงกลม เม็ดทรายสีขาวสะท้องแสงดาว ล้าน ล้าน ดวงกระจ่างจนแสงโคมที่กระจายเป็นจุดไม่มีความหมาย ลมทะเลหอบคลื่นเล็กๆเข้าสู่ฝั่งเบาๆ มองไกลๆ ผิวอันดามันแทบไม่ขยับสีฟ้าน้ำเงินมืดๆกำลังจมดิ่งเข้าสู่เฉดสีเทาและดำสนิท กระนั้นอันดามันก็ยังห่างไกลจากความน่าสะพรึงหลายเท่า ขณะที่ความเงียบวาดวงแขนต้อนรับ ฝ่าเท้าของทั้งคู่จมสู่ผิวทรายที่ละเอียดราวแป้งฝุ่นไปที่ละก้าว ทีละก้าว กระทั้งมือกว้างมากุมมือของอีกคนเอาไว้ และอีกคนก็จงใจจะสอดประสานเข้าด้วยกันจนแทบไม่มีสิ่งใดมาแยกได้

“นั่งเถอะ….” ชานนท์เอ่ย เขาไม่รอคำตอบขณะที่อีกคนยังสูงเด่นปล่อยให้เป้านูนๆ ใต้กางเกงขาสั้นท้าทายสายตา แสงดาวถึงจะกระจ่างแต่ก็ยังสลัวกว่าหัวใจปรารถนา ชานนท์เงียบ นั่งมองมัน เขาจ้องมันแบบเอาเป็นเอาตาย ปล่อยให้ลมทะเลโชยกลิ่นอับๆเข้าประทะจมูก เมื่อสุดจะหักห้าม เขาจึงโอบกอดสะโพกกลมกลึงรั้งสิ่งนั้นเข้าหา ชานนท์ไม่ปรารถนาจะเห็นท้องฟ้า ไม่ปรารถนาจะเห็นหมู่ดาว ไม่ปรารถนารัตติกาลใดๆ ของอันดามันอีกแล้ว หากต้องจมสู่สิ่งนี้ เขาก็ปรารถนาจะจมหายไปพร้อมกับมัน

“คุณ….” อนุชัยเรียก

“ฮื่อ!….” เสียงจากด้านล่างดังทุ้มๆ…..

“นายว่าเรา 2 คนเป็นเกย์ไหม” อนุชัยถามขณะสิ่งนั้นกำลังขยายใหญ่จนแทบจะล้นทะลักโหนกแก้ม

“สำคัญด้วยรึไง” ชานนท์ใช้เสียงระดับเดิมตอบกลับ

“ฉันว่า…ฉันไม่ได้เป็นเกย์นะ” อนุชัยพูดแต่ก็ยังดันสิ่งนั้นเข้าใส่ราวกับปรารถนาให้มันหายเข้าไปในตัวเขา “ฉันไม่ใช่เกย์”

“ฉันก็ไม่ได้เป็นเกย์” ชานนท์ออกเสียงเพียงครึ่งเดียว แล้วนิ่งรอให้ เวลาผ่านไปช้าๆ แต่ก็ไม่สูญเปล่าเมื่ออนุชัยเอื้อมมือมาจับคลึงหัวและพยายามเกรงมันเอาไว้ในจุดที่หัวใจสั่ง “แต่ทำไมฉันถึงปรารถนานายเหลือเกินละ”

“ฉันก็แค่ผู้ชายที่รักผู้ชายอย่างนาย” ชานนท์สูดดมกลิ่นอันมีเสน่ห์จนเต็มปอด “คนเดียว”

อนุชัยหายใจลำบากมากขึ้น และมากขึ้น “ฉัน ฉัน ฉัน”

“ไม่ต้องพูดแล้ว”

“ถึงวันนี้ฉันยังไม่กล้าบอก แต่ถ้านายยังไม่ยอมปล่อยมือฉัน วันหนึ่งข้างหน้า ฉันจะแหกปากให้ก้องไปทั้งอันดามัน”

“ว่า….รักฉันใช่ไหม?” ชานนท์เงยหน้าขึ้นถาม นัยน์ตาสะท้อนแสงดาวบอกสถานะเจิดจรัส จนอีกคนเผลอทรุดเข่าก้มลงจูบปากที่กำลังเรียกร้อง

“ก็แค่ผู้ชายคนหนึ่ง ทำไมถึงจะรักผู้ชายอีกคนไม่ได้ นายว่าจริงไหม”

“นุ ทำไมฉันถึงรักนายขนาดนี้นะ”

“สัญญาซิ! หากเกิดอะไรขึ้นนายจะไม่ปล่อยมือฉัน” อนุชัยประจันหน้า ใช้ตาต่อตาเป็นพยาน “สัญญากับฉันซิ คุณ”

“ฉันสัญญา….หากนายจะสัญญากับฉันข้อหนึ่งก่อน” ชานนท์ลดระดับเสียงเป็นกระซิบ

“อะไร” อนุชัยถามกลับแล้วใช้ฝ่ามือบีบแก้มทั้ง 2 ข้างของเขาเล่น… “อะไรไอ้คนเจ้าเล่ห์”

“ถ้าวันนั้นมาถึง นาย นาย…..”

“อะไรบอกมาเร็วๆ ดิ!….”

“นาย…..นายต้องยอมเป็นเมียฉัน”

“ไอ้คุณ…..” อนุชัยขึ้นเสียงดุดังๆ จนได้ยินชัดเจนไปทั้งโค้งทราย

มีคนเคยบอกว่า : เมื่อคืนเดือนมืดมาถึง จึงจะได้เห็นความงามของแสงดาวชัดๆ ณ.เวลานี้ก็เช่นกัน… “ทำไมฉันถึงรักนายขนาดนี้น่า ทิมมี่”

เช้าๆ……………หลายวันต่อมา

หลังจากทั้ง 4 คนกลับมาจากทริฟอันดามัน เช้าวันรุ่งขึ้นอนุชัยก็รีบแต่ง เขาไม่รออาหารเช้าที่ชานนท์กำลังทำอยู่ในครัว ในหัวมีแต่คำเดียวที่แกะไม่ออก (ฉันไม่ใช่เกย์ ฉันไม่ใช่เกย์) เขาตรงดิ่งประยังรถ BMW สีน้ำตาลโดยไม่ยอมทักทาย จนอีกคนต้องใช้วิธีตะโกนไล่ตามแผ่นหลังไวไว

“เฮ้!….นายจะไม่รอไปพร้อมฉันรึไง….อาหารเช้าก็พึ่งจะเสร็จ ยังเช้าอยู่เลย ทานกับฉันก่อนดิ!”

“ไม่ละ ขอบใจ ฉันมีธุระอย่างอื่น”

“อะไรของเขาวะ…” ชานนท์งึมงำ จิ!ปาก….

สักพักอนุชัยก็โผล่หน้าผ่านประตูทางลงที่จอดรถตะโกนบอก “คืนนี้ไม่ต้องรอนะ บางทีฉันอาจไปค้างที่บ้านเพื่อน งานเร่งนะ” แล้วเขาก็ไม่รอฟังอีกเช่นเคย

“เขาเป็นอะไรของเขาวะ!…มาแปลกๆ” ชานนทบ่นคนเดียวก่อนจะตักไข่ดาวขนมปัง เบค่อน ไปนั่งกิน “แปลกแฮะ”

พอชานนท์มาถึงมหาวิทยาลัยเขาตามหาอนุชัยอย่างไรก็ไม่เจอ ตอนเที่ยงก็ไม่เห็น โทรเข้ามือถือก็ไม่ยอมรับสาย หากคิดอีกด้านราวกับเขาต้องการจะหลบหน้า แต่เหตุผลละ ชานนท์ยังไม่ได้คำตอบ กระทั้งเย็นวันที่ 4 รถ BMW. สีน้ำตาลดำก็วิ่งผ่านเขาไปแบบเดียวกับคนไม่เคยรู้จัก แถมคนที่นั่งมากับเขายังเป็นสาวสวยหน้าตาดีจากคณะบัญชี การสะกดรอยตามจึงเริ่มต้นขึ้น

“ไปไหนของเขานะ…ไหนบอกว่ามีงาน..ทำไมเลี้ยวเข้าโรงแรม…ห่า!รึว่า” สิ่งที่ชานนท์เดาไม่น่าผิด เขานึกถึงคืนสุดท้ายที่อนุชัยพูดแปลกๆ เขาขนลุกซู่พร้อมกับบังคับความตื่นตระหนกผสมปวดร้าวสารพัดให้นิ่งๆ….โรงแรมม่านรูด เขาและเธอคงไม่ได้เข้าไปอ่านหนังสือเตรียมสอบแน่ๆ

หลายวันต่อจากนั้นการเผชิญหน้ากันตรงๆ จึงเกิดขึ้นจนได้ ชานนท์มองเห็นสาวสวยคณะบัญชีกำลังตักข้าวป้อนขณะที่อนุชัยอ้าปากรับแต่ก็เฉยชาจนผิดธรรมชาติของเขา ชานนท์จึงตรงดิ่งเข้าไปนั่งลงตรงหน้า เขาพยายามจะจ้องเข้าไปในดวงตาที่กำลังส่ายหลบพัลวัน จนนาราสาวสวยทักขึ้นมาก่อน….

“คุณชายสวัสดีคะ”

แต่ชานนท์กลับไม่ได้ยิน เขาลากแขนอนุชัยไปยังมุมอับแบบไม่เกรงกลัวต่อสายตาที่กำลังกวาดจับพวกเขาราวกับเรด้าร์

“นายทำแบบนี้ทำไม นุ  โกรธฉันรึไง” ชานนท์เริ่มก่อน อนุชัยหลบและส่ายหัวไปมา เขามองต่ำ ก้มหน้าราวกับกำลังหาเศษสตางค์บนพื้น  “พูดอะไรบ้างซิ ถ้าไม่พูด นายจะให้ฉันตรัสรู้เองรึไง” เมื่ออีกฝ่ายยังเงียบ ชานนท์จึงคว้าคอเสื้อดึงใบหน้าหมองๆ เข้ามาจนเกือบชิด “บอกฉันมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

“คุณ…ฉัน…ฉันกลัว” อนุชัยเอ่ยทีละคำ จนอีกคนใจคอไม่ดี

“เกิดอะไรขึ้น….บอกฉันหน่อย” ชานนท์พยายามเรียบๆ เคียงๆ “ถ้าไม่สะดวกกลับไปคุยกับฉันที่บ้านลอฟท์เลิฟก็ได้นะ”

“คุณ…นายว่าเราเป็นเกย์ไหม”

“เป็นแล้วจะทำไมวะ!….” ชานนท์เสียงดัง ดวงตาที่แดงกล่ำกำลังไต่ทะยานสู้ความเจ็บปวด “เป็นแล้วมันจะตายรึไง…เกย์เนี่ยห่า!….ฉันไม่เข้าใจ”

“ทุกครั้งที่ฉันมีอะไรกับเธอ ในหัวฉันมีแต่นาย” อนุชัยสารภาพแต่ชานนท์กลับชะงักค้าง….ตาที่แดงกล่ำล่องลอยไปไกล ไกลมากๆ “ฉันนอนกับเธอ ฉันมีอะไรกับเธอแต่ในหัวฉันมีแต่นายคนเดี่ยว..คุณ ฉัน ฉันกลัว” อนุชัยเริ่มสั่น จนอีกคนอดรั้งนกป่าเข้าสู่อ้อมอกไม่ได้

“ฉันรู้ความหมายที่นายพยายามบอกฉันที่อันดามันแล้วละ….ฉันสัญญาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่ยอมปล่อยมือนายเด็ดขาด” ชานนท์กดอนุชัยให้นิ่ง กระทั้งเสียงแหลมๆ ของหญิงสาวดังขึ้นที่ด้านหลัง

“นุคะ…นาราจะกลับบ้าน”

“ฉันไปส่งเธอเอง……” ชานนท์สวนกลับทันควัน

“คุณชาย…..” นาราทำตาโตเสียงหวาน แต่อนุชัยกลับจมอยู่กับสีดำ เขาไม่กระดุกกระดิก หรือไม่ฝืนออกห่างจากอกของชานนท์ด้วยซ้ำ

“นายรอฉันที่นี้… เดี๋ยวฉันกลับมา” ชานนท์บอกแล้วผละอนุชัย เดินไปคว้าแขนหญิงสาวที่กำลังทำหน้าเบิกบานยิ้มกราดไปทั่วโรงอาหารให้เพื่อนๆ ราวกับความฝันที่จะได้นั่งเบนซ์สปอร์ตโดยมีลูกชายคนเดียวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นจริงขึ้นมา เธอปล่อยอนุชัยทิ้งอยู่ข้างหลัง และอนุชัยเองก็ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนร่วมชั่วโมง จนกระทั้งชานนท์กลับมายืนจ้องแผ่นหลังเขาอยู่เงียบๆ

มีความรู้สึกมากมายที่พวกเขายังอ่านกันและกันไม่ออก เจ็บปวด เจ็บแค้น หรือหลายๆอย่างรวมกัน สุดท้ายชานนท์ก็เป็นคนเดินเข้าไปจับมือเขา “ทิ้งรถไว้ที่นี้ก่อน นายต้องกลับบ้านกับฉัน”

“ชานนท์….ชานนท์ ทำไมนายต้องทำดีกับฉันขนาดนี้ด้วย ทำไม ทำไม ฮื้อๆ…” อนุชัยร้องไห้เสียงดังแบบไม่อายคนอื่นๆ “ฉันเป็นใครกับชานนท์ นายบอกฉันได้ไหม ฉันไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ แต่ทำไมลูกท่านรัฐมนตรีที่มีครบทุกสิ่งอย่างต้องมาแคร์ฉันด้วย”

อนุชัยทรุดลงกับพื้น แต่ชานนท์ก็โอบอุ้มร่างของเขาเอาไว้ “ถึงนายเป็นแค่นกป่าปีกสีอะไรก็ชั่ง…..ถ้าผู้ชายคนนี้มันได้รัก….มันจะรักจนสุด”

“ชานนท์….ชานนท์”

“ฉันสัญญากับนายว่าไง….ถ้าจะปล่อยมือก็ให้มันตายกันไปข้างหนึ่ง นายจำไม่ได้แล้วรึ”

“ชานนท์ ชานนท์ ฉันรักนาย ฉันรักนาย”

ชานนท์อึ้งจนแทบจะลืมหายใจ “นายว่าอะไรนะ….นายรักฉันเหรอ”

อนุชัยใช้มือ 2 ข้างขยี้ผมชานนท์จนยุ้งเหยิงเป็นรังนกกระจอก “ฉันอยากให้หัวนายเป็นรังนกกระจอก เป็นรังให้กับนกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้….“อนุชัยจับใบหน้าชานนท์ที่กำลังรื่นๆให้จ้องตาเขา “ได้ไหมครับคุณชาย”

ชานนท์รีบพยักหน้า เขากอดรวบอนุชัยไว้นิ่งๆ “นกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้เจ้าเอย….ถึงเจ้าจะโผบินสู่ถิ่นแคว้นแดนใด….ไกลสักแค่ไหน…..ถิ่นศัตรูหรือเพชฌฆาต….ข้าก็จะตามหาเจ้าให้กลับ….ตัวข้าคือรังหลับ….ตัวข้าจะเป็นคอนเดียวให้กับเจ้า…..ข้าจะลูบหัวแทนคำบอกรักที่ไม่อาจเอ่ย….ข้าจะเขกกะโหลกยามใดที่ไม่ฟัง….ข้าจะยอมให้เจ้าตบหน้าข้าในฐานะภรรยาเท่านั้น….แต่หากข้าต้องชกกับเจ้า…ข้าก็จะชกกับเจ้าจนกว่าเราทั้งคู่จะต้องตายไปด้วยกัน”

“กลับบ้านกันเถอะ” อนุชัยบอก “ก็แค่ผู้ชาย 2 คนรักกัน เราไม่ได้เป็นเกย์สักหน่อยนี้นะ”

“ถึงจะเป็นเกย์ มันก็ใช่โรคร้ายแรง นายว่าไหม”

“อื้อ! ขอบใจนะที่ไม่ยอมปล่อยมือฉัน” อนุชัยเอ่ยพลางกุมมือชานนท์ไว้แน่น

“นายสัญญากับฉันว่าไง จำได้ไหม” ชานนท์ทวงทันทีที่สติกลับมา

อนุชัยตาลุกโพลงก่อนจะก้มกระซิบใกล้ว่า “ทุกครั้งที่ฉันมีเซ็กกับผู้หญิง ฉันก็จินตนาการว่าถูกนายกระทำเสมอแหละ”

“ห่า!…..” ชานนท์ตาลุกวาว….จะโกรธลง จะเจ็บปวดได้ไงละทีนี้ “จริงๆนะ….”

อนุชัยหน้าแดง…แต่เขาก็ยังเดินจับมือชานนท์กระทั้งถึงรถ 2 คันที่จอดเรียงกันอยู่

“ยังขาดอีกข้อที่นายยังไม่ได้ทำ” ชานนท์ดึงอนุชัยเข้ามาใกล้ๆ “นายว่าจะตะโกนบอกรักฉันให้ก้องอันดามันไง”

“นายไม่อายชาวบ้านเขารึไง”

“อายทำไมละ ก็แค่ผู้ชาย 2 คนรักกันแค่นั้นเอง”

“ผม รัก คุณ นะ ชานนท์” อยู่ๆ อนุชัยก็แหกปากลั่นไปทั้งโรงอาหารที่มีนักศึกษาอยู่เต็ม ชานนท์จะเอามือปิดปากแต่ก็สายเกินไปซะแล้ว เพื่อนๆ พากันปรบมือให้ทั้งคู่ดังก้องและยาวนาน จนพวกเขาอดโค้งขอบคุณไม่ได้

“ใครกลับถึงบ้านก่อนได้อยู่บน” อนุชัยเอ่ยขึ้นพร้อมกับวิ่งอ้อมไปที่รถตัวเอง

“จะทำกันแบบนี้เลยเหรอ ได้เลย! นายไม่มีวันไดนั่งค่อมฉันแน่ๆ”

“มั่นใจขนาดนั้นเลยรึ คุณเดียร์เนียว……ฮ่าๆๆ”

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →