อนุชาย ตอนที่ 2

แครี่กำลังจะไป นิยายอ่านฟรีจบเรื่อง เรื่อง อนุชาย ตอนที่ 2

แครี่กำลังจะไป                โทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กๆ ในกระเป๋ากางเกงสั่นบอกว่ากำลังมีสายเรียกเข้าขณะอนุชัยกำลังนั่งฟังบรรยายอยู่ในหอประชุมใหญ่ เด็กหนุ่มหน้าขาวปากแดงรูปร่างสูงโปร่งล้วงมันออกมาก้มดูหน้าจอ ขณะนั่งอยู่กับเก้าอี้พลาสติกแถวเกือบหลังสุด “แคราย” เขาอุทานเสียงในลำคอตามชื่อที่ปรากฏให้เห็นก่อนจะกดสายทิ้งแล้วลุกทำความเคารพเดินออกจากห้องไปแบบเงียบๆ

                “ไอ้นุไปไหนวะ” เพื่อนชี้รูปร่างพอๆ กัน ทรงผมหยิกฟูบานรูปดอกเห็ดสีน้ำตาลกระซิบถาม

                “นิดหน่อย”เขาตอบสั้นๆ ขณะเดินผ่านราวจะตัดความรำคาญ

                “แครี่ ละซิ!….อย่าไปเลยนะ ตัวเอง อยู่กับเค้าเถอะ นะ นะนะ” สายตายั่วยวนเหมือนจะรู้ทันไล่ตามแผ่นหลัง….แต่ก็เพียงแค่นั้น “ไอ้ห่านี้ ทำบุญด้วยอะไรวะ! มีสาวขาเป! แวะตลอด”

                “ฮึ!…มันเป็นเรื่องของคนหล่อเค้า” อีกคนปราม

                “เออนั้นซิ….กูนะโคตรอิจฉามันเลยวะ หญิงแต่ละนางนะแจ่มๆ ทั้งนั้น”

                รถเก๋งสีขาวบอกระดับแล่นผ่านลานหินกว้างๆ หน้าหอประชุมสีครีมขนาดใหญ่ภายในวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งของจังหวัดสระบุรี หญิงสาวในชุดน้อยชิ้นเผยหัวไหล่ขาวกว้างๆ เลื่อนกระจกส่งยิ้มให้ขณะที่อนุชัยยืนกำโทรศัพท์รออยู่

                “อนุชัย” เธอมักจะเรียกเขาด้วยชื่อเต็มเสมอ…โดยให้เหตุผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ขอคบเป็นแฟนว่า เธอชอบชื่อนี้

                “แครี่! ตัวเอง มีอะไรหรือเปล่า….” อนุชัยยื่นหน้าขาวๆ เข้าไปถามในรถ

                “ขึ้นรถก่อนเถอะน่า เค้า….เอ่อ…” เธอบอกด้วยใบหน้าบูดบึ้ง แถมอ้ำอึ้งคล้ายคนมีความลับ “ตัวเอง เร็วเถอะน่า!”

                อนุชัยอ่านกิริยาของแครายสักพัก เมื่อลางบอกว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญ เขาจึงเดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่ง เวลา 14.15 น.แดดบ่ายกำลังปะแป้งให้ทุกๆ สิ่งจนขาวผ่อง แต่มันก็มาพร้อมอุณหภูมิที่สูงลิบลับ ถนนเลี่ยงเมืองโล่งจนสุดระยะที่มองเห็น เด็กหนุ่มกับสาวสวยยังนั่งเงียบไร้เสียงพูดคุยกระทั้งถึงสี่แยกที่มีป้ายบอกทางไปทะเลสาบขนาดใหญ่ กระนั้นความเร็วของรถเก๋งก็ไม่มีท่าทีจะผ่อนลงเลยสักนิด

                “แครี่….ไฟแดง” อนุชัยกระทุ้ง แต่…..

                “หุบปากเถอะน่า” เธอวี้ด!ใส่เสียงแหลมๆ

                “แครี่…แครี่…” เขาก็ยังอุทาน แต่เธอก็ไม่มีท่าที ซ้ำยังเร่งความเร็วฝ่าไฟแดงไปอย่างกับพายุ

                “ผู้ชายอาไร้!” เธอขึ้นเสียงสูงขณะหางตาไปตกที่เขา “ ใจเปาะชะมัด ตัวเองนะ ฮา ฮา ฮา”

                “อู้! “อนุชัยเป่าลมออกทางปาก “ตัวเองมีเรื่องอะไรอ่ะ…คุยกับเค้าที่วิลัยก็ได้นี่” อนุชัยพูดช้าๆ แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาจากหญิงสาว ซ้ำความเร็วของรถยนต์ก็ยังเพิ่มขึ้นไปอีก จนอนุชัยเผลอบีบเบาะหนังแน่น  “แครี่…ตัวเองขับเร็วเกินไปแล้วนะ”

                “ฮา ฮา ฮา เค้าอยากสนุกให้โลกลืมไปเลยยยยยยยยยย”

                แดดสีวะนิลาเบนเงายอดป่าที่ขึ้นหนาทึบทางทิศตะวันตกของทะเลสาบกว้างๆ ไปทาบสองร่างของหนุ่มสาวที่เคล้าคลอกันอย่างไม่รู้จักอิ่ม บนเนินหญ้าสีเขียวเวลานั้นไม่มีใคร รถเก๋งสีขาวจอดอยู่ในระยะมองเห็น การพลอดรักของวัยแรกรุ่นกินเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ก่อนหญิงสาวจะพลิกตัวเองขึ้นไปนั่งค่อมร่างที่เอาแต่อมยิ้มนอนเหยียดยาวอยู่นิ่งๆ

                “อนุชัย….” เธอเอ่ยชื่อเต็มๆ เขายันลำตัวขึ้นมาโอบสะโพกที่มีเพียงกระโปรงลายกุหลาบสีขาวสั้นๆ ปิดบัง สายลมกำลังบอกกระซิบแผ่วๆ ปลายผมที่ยาวสลวยของเธอคลอเคลียผ่านใบหน้าของเขาไปมา “รู้ไหมทำไมเค้าจึงชอบเรียกตัวเองว่า อนุชัย เต็มๆ แทนที่จะเรียก นุ เฉยๆ”

                “สำคัญด้วยรึไง…” อนุชัยหอมแก้มใสๆ ราวกับกลัวจะบอบช้ำ  “ถ้าเป็นตัวเอง” เขาสบสายตาที่กำลังหวานฉ่ำ

                “สำคัญซิ….ทุกๆ อย่างของอนุชัยสำคัญกับเค้าเสมอแหละ” เธอโน้มหน้าอกที่ปลดกระดุม ไว้2 เม็ดหวังให้ใกล้จมูกของเขาให้มากที่สุด จนอีกฝ่ายอดใจฝังมันลงตรงนั้นไม่ได้ “อนุชัย เป็นชื่อที่พ้องกับชื่อคุณพ่อของเค้ารู้ไหม”

                อนุชัยชะงัก….เขาเงยใบหน้าขาวๆ ขึ้นสบตาราวจะวิงวอนให้เธอพูดให้จบ “หือ!”

                “คุณพ่อเค้าชื่อ อนุชาติ…..” เธอเขี่ยปลายนิ้วชี้เรียวงามที่จมูกเขาเล่นพลางยิ้มอย่างร่าเริงก่อนจะพูดต่อ “ถ้าคุณพ่อรู้ชื่อว่าที่ลูกเขย คุณพ่อคงจะแปลกใจมากๆ ว่าไหม ฮ่าๆๆ”

                “อนุชาติเหรอ….” อนุชัยทวนแต่ก็ราวกับไม่ได้ใส่ใจ “แปลกดีนะ” เขาเงยหน้าพูดเสียงละเมอก่อนจะฝังจมูกไว้ที่ร่องอกและขยี้มันแรงๆ ราวกับเด็กน้อยกำลังหมั่นเขี้ยว

                “ฮาๆๆๆ ตังเองนะบ้าจริงเลย”

                “ว่าแต่แคร์เถอะ มีอะไรจะบอกเค้ารึ….อุตส่าห์ไปลากเค้าออกจากหอประชุมมาเนี่ย”

แครี่กำลังจะไป

                เธอเชิดหน้าขึ้นสูง ผมที่ยาวสลวยยังอิสระในสายลม แดดสีวะนิลาค่อยๆ เข้าสู่เฉดสีเบจ ขณะที่ผิวน้ำสุดสายตาที่สะท้อนเปลวแดดสุดท้ายเต้นระริกราวกำลังมีฝูงปลาจาระเม็ดนับล้าน กำลังดีดดิ้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แครายนิ่งและปิดกระดุมเสื้อ 2 เม็ดให้เข้าที่แบบคนเฉยชา

                “แคร์….” น้ำเสียงอนุชัยวิตกหรือเสียดายอย่างละครึ่ง “ตัวเองมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”

                แครายลุกจากตักที่กำลังโก่งนูน พร้อมกับฉุดดึงอนุชัยให้ลุกตาม เมื่อทั้งคู่อยู่ในระยะแสงทาทับ เธอจึงหันใบหน้าไปเผชิญ  “อนุชัย ถ้าเค้าไม่อยู่เมืองไทยสักระยะ ตัวเองจะรอเค้าไหม”

                “แครี่!” อนุชัยอุทานตัวแข็งทื่อ….สายลมที่แผ่วผ่านก็ยังเป็นสายลมที่ไม่รู้สึก แดดก็ยังเป็นแค่แสงที่ไม่เหลืออุณหภูมิให้นึกถึง “ตัวเองหมายความว่า”

                “คุณแม่จะส่งเค้าไปเรียนต่อที่แคนาดา” เธอตั้งใจจะพูดเพียงครั้งเดียว และเป็นครั้งเดียวที่เหมือนมนต์สะกด ทุกอย่างนิ่งมีเพียงเวลาเท่านั้นหมุนต่อไป เมื่อแดดกำลังเคลื่อนเข้าสู่สีอำพัน  ลมหนาวเย็นๆ ก็เริ่มต้น อนุชัยฉุดแขนแครายเดินกลับไปยังรถก่อนเขาจะเป็นคนขับออกจากบริเวณนั้นซะเอง

                “ตัวเอง…ตัวเองเป็นบ้าอะไร อนุชัย ลดความเร็วลงเดี๋ยวนี้นะ”

                “ใช่ๆ แครี่เค้ากำลังจะเป็นบ้า….เค้ากำลังจะเป็นบ้า”

ก่อนหน้านั้น-ที่บ้านภายในสนามกอล์ฟ “เซอร์แจ็กสัน” กลางดง

                “แครี่ หนูจะทำตัวเป็นว่าวลอยไปลอยมาแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ” หญิงวัยกลางคนกับผมทรงฟาร่า ใบหน้าและริมฝีปากบอกยี่ห้อท่านผู้หญิงชัดเจน  เธอเดินเข้ามาหยุดในห้องแต่งตัวของบุตรสาวที่กำลังปัดแก้มราวกับไม่ใส่ใจ แต่แครายก็พยักหน้าให้เธอนิดๆ “แม่จะให้หนูไปเรียนต่อที่แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา”

                หญิงสาวชะงัก! มาสคาร่าที่กำลังจะปัดคิ้วค้างนิ่งในมือ เธอเหลือบมอบผู้เป็นแม่ผ่านกระจกเงาแบบคนมีคำถาม “หญิงแม่”

                “ลูกชายเพื่อนคุณพ่อที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย บริติช โคลัมเบีย”

                “หญิงแม่คะ….หญิงแม่กำลังคิดอะไรอยู่”

                “ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะเรียนจบหรือไม่จบ….เข้าใจนะ” ท่านผู้หญิงตอบบุตรสาวสั้นๆ “ลูกแม่เป็นคนสวย น่ารักและหัวเร็ว….ไม่น่าจะต้องอธิบาย”

                “หญิงแม่….นี่แคร์นะคะ….แคราย เชาว์ ลูกสาวคนเดียว หญิงแม่จะทำแบบนี้ไม่ได้”

                “ได้ซิ!!!…ทำไมจะไม่ได้” เธอปัดรวบผมบุตรสาวให้เข้าที่แล้วเดินอ้อมไปส่องเทียบใบหน้าใกล้ๆ ก่อนจะฉายแววตาที่เธอฝันผ่านกระจกเงาให้บุตรสาวได้เห็น “เพราะฉันมั่นใจว่า ฉันกำลังทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเธอ…แครี่ลูกรัก”

                “ไม่คะ แคร์ไม่ไป”

                “ถ้าคุณพ่อขี้โรคของหนูรู้ว่า” เธอยิ้มแบบผู้กำชัยชนะอยู่ในมือ  “หนูกำลังคบกับใคร…รู้ใช่ไหมคะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา” เธอยืดตัวขึ้นปกติแล้วเชิดหน้าสูง “ผู้ชายอย่างไอ้เด็กคนนั้น เหมาะมีไว้สำหรับบางเวลา..แครี่” และก้มกระซิบส่งสายตาบอกความนัยบางอย่างกับเธออีก “แต่ผู้ชายอย่างคุณชาย ชานนท์ ลูกของ ดร. ชวนนท์ สายสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คือคนที่หนูควรจะมีไว้ข้างกายตลอดเวลา” มุมปาก 2 ข้างแสยะยิ้มพลางรวบปลายผมของบุตรสาวกำกระตุกจนศีรษะเธอสั่นไปมา“ แม่รู้ว่าหนูฉลาดพอแครี่” แครายหลับตานิ่งราวกับกำลังคิดตาม สักพักเธอก็ดึงมาสคาร่าออกมาปัดคิ้วต่อ “พี่ชาย ชานนท์ นั้นซิ!นะ…แคร์ลืมเขาไปได้อย่างไรกัน”

                “เห็นรึยังจ้ะแครี่ เห็นประตูสวรรค์รึยัง”

                “คะ หญิงแม่…ชัดเจนคะ”

            แคราย เชาว์ ถึงร้ายกาจในบางเวลา แต่ในหลายๆ เวลาที่อยู่กับพ่อ  เธอจะกลายร่างเป็นสาวสวยเรียบร้อยอย่างไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญ เธอเป็นคน เรียนเก่ง และฉลาดเป็นกรดเลยทีเดียว

วันสอบสัมภาษณ์

                ภายในห้องขนาดไม่ทำให้อึดอัดมากนัก อาจารย์หนุ่มวัย 30 ต้นๆ ใส่สูทดำทับเสื้อเชิ้ตขาวผูกเนคไทด์สีแดง สวมแว่นกรอบหนาเตอะแบบคนแก่ แต่เมื่ออยู่บนใบหน้าหล่อตี๋อินเตอร์ เขากลับดูเด็กลงหลายปี  อนุชัยประเมินขณะค้อมศีรษะทำความเคารพ เขายืนนิ่งจนเห็นสัญญาณผายมือให้นั่ง เขาสอบถามอนุชัยแบบอิสระ ยิ้มไป คุยไปราวกับไม่ต้องการให้อึดอัด กระทั้ง

                “มีชื่อเล่นไหม นายอนุชัย”

                “เพื่อนๆ เรียกผมว่า นุ ครับอาจารย์”

                “แต่ผมจะเรียกนายด้วยชื่อเต็มจะดีกว่า” อาจารย์วิศวกรหนุ่มจับหมุนแผ่นป้ายชื่อตัวเองที่วางอยู่ต่อหน้า หวังจะให้เขาเห็นมันชัดๆ

                “อาจารย์ พิชัย พลแสน” อนุชัยทวนชื่อและนามสกุลเต็มประโยค

                “ครับเรียกผมว่าอาจารย์ชัย หรือพี่ชัย ก็ได้นะ อนุ….ชัย” อาจารย์หนุ่มตั้งใจจะเรียกชื่อเขาให้แยกออกจากกันชัดๆ แถมยังยิ้มมุมปากอย่างคนมีนัยยะซ่อนเร้น “ไม่ต้องกังวลหรอกเตรียมมารายงานตัวได้เลย…อนุ….ชัย”

                ถึงจะไม่ค่อยพอใจกับการเรียกชื่อเขาแบบนั้น  แต่เมื่อเป็นทางเดียวที่จะได้หนีออกจากห้องโดยเร็ว อนุชัยจึงยอมฝืนยิ้มให้ในแบบของเขา “ขอบคุณครับอาจารย์ชัย”

                “ครับ แล้วพบกันครับ นิสิตใหม่….อนุ….ชายยยย”

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →