อนุชาย ตอนที่ 17

วันแต่งงาน

ค่ำๆ ก่อนวันแต่งงาน ชานนท์ยืนคุยกับสมรหลังจากช่วยเธอเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว 5 โมงเย็นสมรก็ให้ชานนท์เข้าไปเรียกอนุชัย  แต่ก็ไม่ได้บอกอะไร อนุชัยพาลนึกว่าต้องไปเรื่องที่เกี่ยวกับงานแต่งของแม่กับลุงศักดิ์ดาที่จะจัดขึ้นวันพรุ่งนี้เลยไม่อิดออด ขณะที่รถแลนด์โรเวอร์เลี้ยวเข้าไปจอดในวัด

“ถึงแล้วลูก” สมรพูดเสียงไม่มีน้ำหนักกับอนุชัย

“ผมไม่เข้าไปด้วยนะครับ อยากเดินเล่นสักหน่อย” ชานนท์เอ่ย ขณะที่ดวงตากล่ำ สมรพยักหน้าก่อนจะลากแขนลูกชายเดินไปยังทิศที่ไม่น่าจะไป

“แม่…นี้เราจะไปไหน กุฏิหลวงพ่ออยู่ทางโน้นไม่ใช่หรือ” อนุชัยทัก

“ไปเถอะแม่จะพาไปหาใครบางคน” เธอออกเสียงได้เพียงครึ่งเดียวจากปกติ อนุชัยมองซ้ายแลขวา แต่ก็ต้องเดินฝ่ากอหญ้า ฝ่าพุ่มไม้เตี้ย ลอดต้นยางสูงกระทั้ง มาหยุดหน้าสถูปสีขาวเล็กๆ องค์หนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มไทรรกครึ้ม รูปผู้หญิงสาวสวยผมยาวปะบ่า วัย 24 ปีที่อนุชัยแอบบวกลบตามวันเดือนปีเกิดที่แปะไว้ด้านล่าง  ก็ยิ่งทำให้เขาสับสนหนักขึ้นไปอีก สมรหันหลังตัวสั่นเทิ้มเสียงร้องไห้ที่ไม่อาจจะปิดบังยิ่งทำให้อนุชัยใจคอไม่ดี กระเป๋าที่ถือมาด้วยถูกวางไว้ใกล้ๆฐานสถูป เมื่อครองสติได้เกือบปกติ เธอจึงเรียก  แดดสีวะนิลายิงลำแสงผ่านกิ่งไม้กระจัดกระจายทั่วลานหญ้าราวกับดวงดาวที่นับจำนวนได้กำลังเฝ้าดูสองแม่ลูก

“นุ….เข้ามานั่งใกล้แม่ซิลูก” สมรเอ่ยพร้อมกับนั่งพับเพียบลงกับพื้นแบบไม่ต้องการเสื่อหรือผ้ามารองรับ

อนุชัยเริ่มประหวั่นขึ้นมาเงียบๆ เขาอ่านพฤติกรรมของแม่สลับรูปหญิงสาวที่แปะไว้หน้าสถูปไปมา ก่อนจะยอมทำตาม….

“วันฝนตกปอยๆ แม่ไปหาซื้อของสดที่ตลาดกลางดง วันนั้นตรงกับวันที่เท่าไร แม่จำไม่ได้ แม่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งวัยไล่เลี่ยกับแม่กำลังทอดกล้วยขาย ข้างๆมีทารกแรกเกิดกำลังร้องไห้เสียงดังลั่น  มือหนึ่งกวนกล้วยที่กำลังสุกได้ที่ อีกข้างคอยตบปลอบลูกน้อยราวกับงาน 2 อย่างคือเรื่องเดียวกัน…แว๊บแรกแม่รู้สึกเย็นวาบขึ้นในใจและมีคำถามมากมายว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง” สมรหยุดพลางสะอื้นจนตัวสั่น เธอซับน้ำตาด้วยหลังมือและนิ้วทีละข้าง

“เกิดอะไรขึ้นกับเธอครับแม่” อนุชัยกระตุ้นหวังให้แม่ตั้งสติได้ไวขึ้น

“แม่นั่งลงข้างๆ เด็กทารกคนนั้น และขอนางอุ้มปลอบ เพื่อให้นางได้ตักกล้วยในกระทะใบเล็กให้เสร็จ  เมื่อทารกร้องไม่หยุดแม่เลยแกะผ้าอ้อมดู ก็ปรากฏเพศชายให้เห็น ทารกนอนจมน้ำเยี่ยวตัวเองนานแค่ไหนไม่รู้ แต่ผ้าอ้อมที่นางเตรียมมามีแค่ชุดเดียวแม่เลยเอาผ้าขนหนูที่แม่คลุมศีรษะทำการเปลี่ยนให้….ไม่นานทารกเพศชายคนนั้นก็หลับปุ๋ยคาอกแม่….เขาหลับในอกแม่อนุชัย หลับนาน หลับยาวจนแม่นึกเอ็นดูขึ้นมาจริงๆ แม่พยายามถามมากมาย แต่นางก็ได้แต่สั่นหัว บอกแค่ชื่อตัวเองคำเดียวสั้นๆ ว่า พร สุดท้ายในวันนั้นแม่ก็ต้องปล่อย 2 แม่ลูกซุกใต้หลังคาสังกะสีตามลำพัง….วันรุ่งขึ้นดวงตาของทารกยังหลอกหลอนแม่ไม่จบสิ้น แม่คิดถึงเขา คิดถึงดวงตาสีฟ้าของเขา ไม่ทันเที่ยงวันแม่ก็ตัดสินใจไปหานางและลูกน้อยอีก แต่วันนั้นนางไม่ได้เปิดร้าน….ใต้เพิงสังกะสีจึงว่างเปล่า….แม่ไล่ถามแม่ค้าและชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นไปทีละหลัง ทีละคน ทุกกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่รู้จัก แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งบอกว่าเห็นนางอุ้มลูกน้อยเดินออกมาตรอกเล็กๆที่อยู่ข้างตลาดสด แม่เลยไปตามที่บอก มาพยายามมองหา ไล่ไปทีละบ้าน ทีละหลังแต่ก็ไม่เจอ จนแม่อดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า…ทำไมแม่ต้องมาตามหาคนที่แม่ไม่รู้จักเลยสักนิด สักพักเสียงป้าบ้านไม้หลังในสุดก็ดังคล้ายกำลังขับไล่ใครบางคนให้ออกไปจากบ้านตัวเอง แม่จึงค่อยๆ เดินตามเสียงเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้แม่แทบจะล้มทั้งยืน”

“แม่” อนุชัยกระทุ้ง

สมรเช็ดน้ำตาอีกรอบ….“แม่เห็น นางกำลังป่วยหนัก และไม่ยอมให้ทารกดื่มนมจากเต้า ป้าแก่ๆ หันมาเห็นแม่ยืนอยู่ เธอจึงเล่าบางเรื่องให้ฟัง ว่า….เธอเห็นผู้หญิงคนนี้ยืนอุ้มลูกอยู่ครึ่งวัน สงสารเลยให้มาอาศัยด้วย แต่นางก็ไม่ยอมให้นมลูก ทั้งตัวเองก็ไม่สบาย  เลยกลัวว่าจะมาตายในบ้าน แต่ก็จนปัญญา แม่ถลาเข้าไปนั่งเคียงข้างและดึงทารกในอ้อมกอดที่กำลังจะหมดแรงมากระตุ้นด้วยฝ่ามือและใช้นมกระป๋องที่นางชงทิ้งไว้นิดหน่อยค่อยๆ หยอดเข้าปาก วันนั้นแม่น้ำตาไหลทั้งๆ ที่ไม่ได้สะอื้น เมื่อถามไปถามมา นางจึงยอมเปิดปากถึงสาเหตุที่ไม่ยอมให้ลูกชายดูดนม….ว่านางกำลังจะเป็นมะเร็งด้วยยาพิษชนิดหนึ่ง นางบอกชื่ออะไรนะ….คัทตาร์ท หรือคัดตาด…..อะไรนี้แหละ นางรู้จักมันดีเพราะนางเรียนจบด้านนี้มา และยาพิษชนิดนี้ร้ายแรงมากๆ แม้แต่น้ำนม สารพิษชนิดนี้ก็ยังปนเปื้อนจำนวนมาก นางจึงไม่กล้าเสี่ยง….สุดท้ายแม่ก็อาสาจะเลี้ยงลูกเธอให้เอง แม่พานางและลูกมาไว้ที่บ้าน….นางสอนแม่เรื่องสูตรทำกล้วยทอดที่คนติดอกติดใจไปทั้งตลาด แม่ให้แม่ของแม่เลี้ยงทารก ส่วนเรา 2 คนก็ช่วยกันขายกล้วยทอด จนเธอทนไม่ไหว….” สมรสะอื้น ลมเย็นๆพัดพาความเย็นชื้นๆ มาจากไหนสักแห่ง  2 แม่ลูกจ้องหน้ากัน กระนั้นสมรก็ยังกัดฟันพูดต่อ “เธอเสียชีวิตก่อนลูกชายเธอจะหัดคลานไม่กี่วัน…. ฮื้อออๆ…..หื้อๆ” สมรร้องไห้อย่างหนักพร้อมกับดึงพวงมาลัยออกมาจากกระเป๋า “อนุชัย…..คือชื่อของทารกคนนั้น…”

อนุชัยหน้าซีดๆ ราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ เขาจ้องรูปสาวสวยที่แปะไว้กับสถูปจริงจังกว่าเดิม

“อนุชัย  ไหว้  แม่  ซิลูก….นี้  แหละ  คือ  แม่  แท้ๆ  ของลูก” สมรพูดได้ทีละคำ

“พร ธารากรณ์” อนุชัยอ่านชื่อเธอช้าๆ

“ใช่!…ชื่อพร แต่นางไม่ยอมบอกนามสะกุล แม่กับยายเลยใส่นามสะกุลเราให้ อนุชัย นี้คือแม่จริงๆ ของลูก… แม่ขอโทษ แม่ขอโทษที่ปิดปังลูกมาโดยตลอด”

“แม่…..” น้ำตาไหลอาบแก้มแต่ก็ไร้เสียง  “แม่….แม่…” เขามองสมรที่นั่งพับเพียบสลับกับภาพผู้หญิงบนสถูปสลับกันไปมา ก่อนสมรจะยัดพวงมาลัยใส่ในมือ

“ไหว้แม่ของลูกซิ!อนุชัย….” สมรกระตุ้นเสียงสั่น เขาจึงค่อยๆ คลานเข้าไปนั่งนิ่งแบบคนเหม่อลอย นาน นาน

“แม่….แม่”

“พี่พรฝากกับแม่ไว้หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชื่อของลูก และ” สมรดึงกล่องบรรจุแหวนเพชรมาถือกำไว้ในมือ  และขณะแสงสุดท้ายกำลังจะเข้าสู่สีดำ อนุชัยจึงค่อยๆ หันใบหน้าแดงกล่ำมาหา “นี้คือสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่พี่พรฝากแม่ไว้ให้ลูก” เธอยัดกล่องบรรจุแหวนเพชรที่คุณหญิงพวงพรฝากมาใส่มือบุตรชาย

อนุชัยถือมันลอยๆ สักพักเขาก็เปิดออกดู….. “แม่….” เขาอุทานพร้อมกับโผเข้ากอดสมรไว้แน่น แน่นจนยากจะแยกคนทั้ง 2 ออกจากกัน สมรตบปลอบหลังบุตรชายเบาๆ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ไหว  “แม่ครับ….ทำไมแม่ต้องบอก นุ ด้วย ทำไมละแม่ ทำไมครับ ฮื้อๆ ทำไมต้องบอก นุ ด้วย…”

“ความลับไม่มีในโลก วันนี้…วันหน้า หรือวันหนึ่งลูกก็ต้องรู้ความจริง แม่เลยตัดสินใจให้ลูกรู้จากปากแม่เอง….ดีกว่า…อนุชัย แม่รักลูกมากนะ ฮื้อๆๆๆ”

“นุ รักแม่  นุ รักแม่ นุ รักแม่ครับ ฮื้อออ”

ตะวันตกดินไปแล้ว ฟ้าเริ่มต้นรัตติกาลเต็มตัว ชานนท์ที่นั่งรออยู่ในรถผละเปิดประตูเดินออกมารับ ทั้งๆ ที่ได้ทำใจเอาไว้ล่วงหน้า

“นายรู้เรื่องนี้นานแค่ไหนแล้ว” อนุชัยถามขึ้นทันทีที่เห็นหน้า

“ฉันก็พึ่งจะรู้ก่อนนายไม่กี่ชั่วโมง….” ชานนท์พูด ตาที่แดงกล่ำก็ยังแดงกล่ำไม่จบสิ้น  “กลับบ้านกัน พรุ่งนี้ก็เป็นงานแต่งแล้ว ต้องเตรียมของอีกเยอะ…”

อนุชาย ตอนที่ 17 วันแต่งงาน

งานแต่งงานของสมรกับศักดิ์ดาเป็นไปอย่างเรียบง่าย มีพระช่วงเช้าสั้นๆ  ลูกๆหลานๆ ลุงศักดิ์ดามาร่วมงานครบทุกคน  เพื่อนบ้านเดินเข้าเดินออกขวักไขว่ เจ่ดวงมาในฐานะเพื่อนเก่า ส่วนคุณหญิงพวงพรมากับคนขับรถเพื่อเอาของขวัญมาให้…เธอร่วมกินข้าวสักพักก็ขอตัว โดยกำชับให้ชานนท์อยู่ช่วยงานจนกว่าจะจบ อาหารเครื่องดื่มทยอยมาทั้งวัน กระทั้งผู้คนเริ่มบางตา….ก็ถึงเวลาส่งตัวเจ้าบ่าว-เจ้าสาวเข้าเรือนหอพอดี อนุชัยเมาแอ่นหน้าแอ่นหลังไปหลายรอบ ดูเขาสนุกจนลืมทุกสิ่งจนกระทั้ง

“ไอ้คุณ ฉัน อยาก ไป ใน….ที่ ที่ กว้างๆ ไกลๆ” เขาเอ่ยทีละคำนัยน์ตาแดงกล่ำทำให้อีกคนรีบเข้าไปหิ้วปีก

“ได้ๆ นายรอเดี๋ยว” ชานนท์วิ่งหายเข้าไปในบ้านแป๊บหนึ่งก็ออกมาประคองเขาไปที่รถ สมรและศักดิ์เดินออกมาสมทบ ทันทีที่เห็นหน้า อนุชัยก็โผเข้ากอดแม่แน่น แน่นที่สุดในสามโลกแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร สักพักเขาก็โผเขากอดศักดิ์ดาอีกคนพร้อมกับพูดกับเขาว่า “คุณ เป็น พ่อ ผม ได้ ไหม”

ศักดิ์ดาจ้องตาเขาไม่กระพริบ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงแน่นๆว่า “พ่อก็เป็นพ่อของลูกมาตั้งแต่แรกแล้วนิ” เขาผลักอนุชัยออกเพื่อให้เห็นใบหน้าชัดๆ “และจะเป็นจนกว่าจะเบื่อกันไปข้างหนึ่งนั้นแหละ….ไปเถอะไอ้อ้วนของพ่อ”

“ตกลงไม่ค้างรึคุณชาย” สมรถามยิ้มๆ

“แหมม! คืนนี้เป็นคืนเข้าเรือนหอ ผมจะรบกวนได้ไงละครับ” ชานนท์สวนกลับทำเอาทั้งสมรและศักดิ์ดาถึงกับสะอึก

“พอเลย ไป ไป เราไปได้แล้ว” อนุชัยลากแขนชานนท์ไปยังรถ

“ดูพูดเข้า ไอ้เด็กพวกนี้….”

รถแลนด์โรเวอร์วิ่งไปตามถนนมิตรภาพที่มืดสนิท พวกเขากำลังมุ่งหน้าสู่อำเภอปากช่อง ลำแสงสีขาวสาดนำทางไปไกล อนุชัยนิ่งไม่พูดไม่จา กระทั้งรถมาถึงเขื่อนลำตะคอง แลนด์ดรเวอร์ ก็จอด พอประตูรถเปิด เขาก็เริ่มพูดอีก พูดอย่างคนเมาปนความในใจผสมความวังเวงจนแยกกันไม่ออก ชานนท์หิ้วปีกไม่ไหวเลยเอาเขาขึ้นใส่หลังแล้วเดินหายเข้าไปในสวนป่าช้าๆ  โคมไฟสนามนำทางเขาสู่ตลิ่งพื้นหญ้า แสงจันทร์ข้างขึ้นกระจ่าง ท้องฟ้าคืนนั้นจึงเจิดจะรัดราวกับต้องการขับไล่ความวังเวงให้พวกเขา

“ฉัน ฉันต้องการไปที่โล่ง ไกลๆ ฮื้อๆ” หลายอย่างในใจถูกขับเคลื่อน แผ่นหลังชานนท์เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ

“ได้ๆ…” ชานนท์บอกขณะแบกเขาสู่ท้องเขื่อนที่แห้งสนิท…แสงจันทร์นำทางทั้งคู่ไปเรื่อยๆ  เมื่อได้ที่กว้างๆ สุดสายตา ชานนท์จึงค่อยๆ ว่างอนุชัย โดยใช้ตักตัวเองให้อีกคนหนุนแทนหมอน “ฉันจะอยู่ข้างๆนายเสมอ”

“ฮื้อ! ฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว นายได้ยินไหม ฉันไม่เหลือใครในโลกนี้อีกแล้ว” อนุชัยทยอยหลุดความในใจออกมาทีละอย่าง “เวลานี้….ฉันฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร” เขาครองสติลุกนั่งข้างๆ “ชานนท์ นายรู้ไหมว่าฉันเป็นใครกันแน่…หรือฉัน ฉันกับแม่มาจากดาวดวงอื่น ฮื้อๆ”

ชานนท์ลูบวนหัวอนุชัยไม่หยุด ตัวเองก็สุดจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ “ฉันอยู่ตรงนี้ นายยังมีฉันอย่าลืมซิ”

“ฉันเป็นใครกัน  แม่ฉันเป็นใคร ใครทำอะไรเธอ แล้วไอ้สารพิษคัตตาร์ทที่ฆ่าแม่และหวังจะฆ่าฉัน ใครเป็นคนทำ….ฮื้อๆ ตกลงฉันกับแม่ก็แค่คนบาป 2 คนบนโลกใช่ไหม”

“สักวันนายจะรู้ความจริงทั้งหมด ฉันจะอยู่ข้างนาย ทั้งกลางวันและกลางคืน”

“นายอย่าทิ้งฉันนะ…เพราะฉัน ฉันไม่เหลือใครแล้วจริงๆ ฮื้อๆ”

“ฉันสัญญา ฉันจะไม่ยอมปล่อยมือจากนาย แม้แต่วันที่เราโกรธกันสุดๆ…แต่ถ้าฉันโกรธถึงขั้นอยากจะฆ่านายทิ้ง ฉันจะเลือกฆ่าตัวเองก่อน”

“คุณ ไอ้คุณ….ฮื้อๆ…..ไอ้เฮี้ยคุณ…..”

ลำตะคองประดับคบเพลิงจันทรา ไร้แสงดาวในรัศมีเจิดจะรัด 2 คน กับ 2 ร่างเกลียกเกยกันและกัน……พร้อมกับลำนำเพลงจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าที่ชานนท์จำจากแม่มาแปลงเพื่อเขา

“……จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง……ขอแหวนทองแดง ผูกมือพี่ข้า……ขอช้างขอม้า ให้พี่ข้าขี่……ขอเก้าอี้ ให้พี่ข้านั่ง…..ขอเตียงตั้ง ให้พี่ข้านอน…..ขอละคร ให้พี่ข้าดู……ขอยายชู เลี้ยงพี่ข้าเถิด……ขอยายเกิด เลี้ยงตัวข้าเอง……”

“อย่าทิ้งฉัน ชานนท์ นายอย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวในโลก…. อย่า อย่า ทิ้ง ฉัน ฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว” อนุชัยละเมอ

ชานนท์ปาดน้ำตาด้วยหลังมือ “ฉันจะทิ้งนายได้อย่างไรละ…เพราะฉันรักนาย…อนุชายยยย”

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →