อนุชาย ตอนที่ 15

วันหนึ่งหลังเลิกเรียนนิยาย เรื่อง อนุชาย ตอน วันหนึ่งหลังเลิกเรียน

หลังเลิกเรียนอนุชัยหลบชานนท์อกทางประตูหนีไฟ บ่าย 4 โมงละเขาไม่ได้นัดหรือคุยกับอาจารย์พิชัยเกี่ยวกับโปรแกรมในวันนี้ รถมอเตอร์ไซด์รับจ้างหลังมหาวิทยาลัยจึงเป็นทางออก และขณะที่กำลังจะดันประตูเล็กทางโรงรถเพื่อเข้าไปเอาเสื้อผ้ากับกระเป๋าจะออกไปทำงานที่สวนอาหารสะบันงาตามปกติ เสียงอาจารย์สรวงสุดากับอาจารย์พิชัยก็ดังลงมาจากชั้น 2

“โดนยิงตั้ง 2 นัดเธอจะให้ฉันกับลูกๆ หลับลงได้อย่างไรกัน ย้ายไปสอนที่โคราชกับฉันเถอะนะ ถือว่าทำเพื่อลูกนะคะ”

“สรวงคือผมกำลังถูกเสนอตัวให้เป็นหัวหน้าแผนกเลยนะ เงินเดือนเพิ่มขึ้นอีกหลายตัง แล้วยังต้องดูแลงานให้ บริษัทเอเชียนกรุ๊ปอีก  คือไอ้เกรียงช่วงนี้มันแย่นะ ผมเลยต้องดูแลแทนหลายๆ เรื่อง”

“สรุปง่ายคือคุณยังไม่พร้อม คุณจะปล่อยให้ฉันเลี้ยงลูกคนเดียวอย่างนั้นหรือ”

“อีกอย่างผมสงสารอนุชัยเค้าด้วย” เมื่อมาถึงตรงนี้อนุชัยถึงกับสะดุ้งโหยง

(เพราะว่าเราคือตัวปัญหาจริงๆ หรือนี้) อนุชัยคิด….

“คุณไม่ต้องเอาคนอื่นมาอ้างเลย เด็กมันโตๆ แล้ว เขาเอาตัวรอดได้ แต่ลูกเราซิคะพิชัย พึ่งจะ 5 ขวบกับ 3 ขวบเอง พวกเขาถามหาคุณพ่อก่อนนอนทุกคืน จนสรวงไม่รู้จะอ้างคำไหนแล้ว”อาจารย์สรวงสุดาไม่มีท่าทีจะลดละความพยายาม เมื่อเสียงทั้งครู่เงียบไปพักใหญ่ “พิชัย ย้ายไปสอนที่โคราชกับสรวงเถอะนะคะ เราพ่อแม่ลูกจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนครอบครัวอื่นๆ ซะที”

“ผมขอคิดดูก่อนนะสรวง”

“อย่าลืมนะคะลูกๆ ต้องการพ่อ ต้องการให้พ่อเขาไปเล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง….ยิ่งตาบอลนะตัวดี ละเมอหาพ่อจนบางคืนสรวงต้องลุกขึ้นมานั่งร้องไห้คนเดียว”

อาจารย์พิชัยเงียบ เสียงของคนทั้งคู่เงียบ อนุชัยจึงค่อยๆเดินออกจากบ้าน เมื่อพ้นเขตปลอดภัยเขาจึงกดโทรออก

(นี้นายยังไม่ลงมาอีกรึไง จะห้าโมงเย็นแล้วนะ) เสียงชานนท์แทรกแบบคนกำลังฉุนเฉียว

“นายมารับฉันที”

(รับ รับที่ไหนกันก็ฉันรอนายใต้ตึกสถาปัตย์ที่เดิมแล้วเนี่ย!)

“ฉันอยู่บ้านอาจารย์ จะเดินไปรอหน้าหมู่บ้าน”

(บ้า! ชะมัด…นายแอบหนีฉันได้ไงวะ!…เออๆ รอฉันตรงนั้นนะ แป๊ปเดี๋ยวไปถึง)

เมื่อทั้งคู่นั่งอยู่ภายในรถ อนุชัยจึงปรึกษาชานนท์เกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองกำลังจะสร้างปัญหาใหญ่ให้กับครอบครัวอาจารย์พิชัย ชานนท์จิ! ปากเสียงดัง ดิกๆๆๆ แบบคนกำลังคิดวน…..

“ช่วงวันหยุดยาวอาทิตย์หน้า…เพื่อนพ่อฉันมีโรงแรมที่หัวหิน  ฉันจะลองคุยขอส่วนลดสัก 70-80% น่าจะได้ ที่เหลือเป็นหน้าที่ของนายไปนำเสนอกับอาจารย์เอง โดยอ้างไปว่าเป็นโปรโมชั่นพิเศษสำหรับทริฟครอบครัว ต้องไปแบบพ่อแม่ลูกเท่านั้น โอเคไหม”

อนุชัยคิด นาน นาน “แล้วจะเป็นอย่างไรต่อละ”

“อาจารย์เป็นห่วงนายใช่ไหมละ นายก็บอกไปว่า นายต้องย้ายมาอยู่กับฉันไง” ชานนท์พูดหน้าตาย อนุชัยถึงกับควันออกหู

“หือ! แผนการนายนี้เห็นแก่ได้ชะมัด” เขาปาดชานนท์ด้วยหางตา “แผนสูง…นะพ่อ”

“ฮึๆ ใครอยากให้นายเกิดมาหน้าตาดีเล่า….”

“จะเล่นอีกแล้วใช้ไหม” อนุชัยขึ้นเสียง

“ฉันตั้งชื่อบ้านของเราไว้แล้วนะ” ชานนท์ปายตามองอย่างคนประเมิน ขณะรถกำลังจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนวงแหวนตะวันออกบางนา-บางปะอินทร์ เมื่ออีกคนยังไม่ขยับ “นายไม่อยากรู้รึว่าฉันตั้งชื่อบ้านของเราว่าอะไร”

“สองคำก็บ้านของเรา สามคำก็บ้านของเรา ตกลงนายจะไปสู่ขอฉันเมื่อไรกันเนี่ย” อนุชัยหยุดคิดนาน นาน กระทั้งรถกำลังจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนรามอินทรา “ว่าแต่นายตั้งชื่อบ้านหลังนั้นว่าอะไรละ”

ในที่สุดรอยยิ้มแบบผู้ชนะก็สว่างวาบขึ้น ชานนท์ยกมือปิดปากหัวเราะก่อนจะบอกไปดังๆ “Loft Love House”

อนุชัยอ้าปากค้าง “หา!….อะไรนะ”

“นายก็ได้ยินแล้วนี้”

Loft Love House เหรอ….เออดีเนอะภาษาไทย บ้านลอฟท์เลิฟ น่าขนลุกดี”

“นายชอบชื่อนี้ไหมละ ถ้าไม่ชอบจะเปลี่ยนใหม่ก็ได้นะ”

“ฉันมีสิทธิ์จะชอบหรือไม่ชอบรึไง ก็มันบ้านนายนิ” อนุชัยสวนกลับ

ชานนท์ดึงมืออนุชัยมากุ่มพลางเขี่ยนิ้วชี้ที่หลังมือเขาเล่น “ไม่ใช่บ้านของฉัน แต่เป็นบ้านของเรา” ฟ้าเริ่มสลัวละ อาหารเย็นของคุณชาย ชานนท์ สายสกุล กับ อนุชัย ธารากรณ์ จบที่สวนอาหารสะบันงาตามปกติ เจ่ดวงแอบมองภาพคนทั้งคู่ผ่านกล้องวงจรปิดภายในห้องผู้จัดการด้วยความเคลิบเคลิ้ม นางยิ้มลอยๆ มาเป็นชั่วโมงก่อนเสียงหญิงสาวจะดังขึ้นที่ประตู..

“เจ่…..”

“อุ้ย! ตกใจหมดขวัญเอ้ยขวัญมา”

“เป็นไรอะเจ่ ใจลอยมานานแล้วนะ”

“นี่…” เจ่ดวงกวักมือเรียกแบบต้องการให้อีกคนรีบๆ ด่วนๆ “เธอ…เธอดูสองคนนั้นซิ…น่ารักไหมอะ”

“ต๊าย ต้าย ตาย!….เจ่ขาหนูฟินเวอร์ได้ทุกวันแหละ เมื่อคุณชายมาทานข้าวที่นี้ บิลโต๊ะ 12 นะคะ หนูไปละเดี๋ยวไม่ทันฉากเด็ด”

“ยายบ้าเอ้ย!…ฮ่าๆๆๆ”

แสงสุดท้ายที่หัวหิน

นับตั้งแต่ ชานนท์ สายสกุล ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ดร.ชวนนท์ สายสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ย้ายมาเรียนคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ช่องว่างระหว่างอาจารย์หนุ่มกับลูกศิษย์ก็นับวันแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อนุชัย ธารากรณ์ แทบจะนอนห้องพักคนงานเล็กๆ หลังเรือนครัวของสวนอาหารสะบันงาเป็นหลัก ยกเว้นแต่คืนอาจารย์หนุ่มเมาจนครองสติไม่อยู่เท่านั้น

“แบล็คเลเบิ้ล ทำอารัย เพ่ไม่ได้หรอก” อาจารย์พิชัยพูดสะเปะสะปะ หน้ากลมเคลือบไปด้วยสีแดงเฉดชมพู กระนั้นกรอบแว่นหนาๆแบบคนแก่ก็ยังทำให้เขาดูไม่ต่างจากเด็กหนุ่มไร้เดียงสา “นุวันนี้กลับบ้านกับพี่นะ…”

“เบล็คเลเบิ้ลทำอะไรอาจารย์ไม่ได้ เกรงว่า เอ่อ….ผมจะทำให้อาจารย์เมาหนักกว่าเดิมนะชิ” อนุชัยก้มกระซิบขณะเก็บถ้วย จานที่เปื้อนเศษอาหารใส่ลงในถังพลาสติก

อาจารย์หนุ่มลดแว่นจ้องลอดผ่านมาที่เขา “นุ…” เสียงเรียกเบาๆ ดังขึ้นทางด้านหลัง

“ครับอาจารย์” เขาหยุดทุกสิ่งขยับไปยืนใกล้ พลางยิ้มที่มุมปาก “ครับอาจารย์” เขากระตุ้นอีก

“เมื่อไรจะเรียก พี่ ได้เต็มปากซะที” คำพูดเรียบๆ นิ่งๆ ทำให้คนถูกถามรู้ทันทีว่าเบล็คเลเบิ้ล ทำอะไรชายคนนี้ไม่ได้จริงๆ

อนุชัยค่อยหย่อนก้นลงนั่งข้างๆ พร้อมกับดึงแผ่นพับโปรโมชั่นพิเศษลด 80% สำหรับทริฟครอบครัวของโรงแรมแห่งหนึ่งที่หัวหินวางให้เขาเห็น “เผื่อว่าเบล็คเลเบิ้ลทำให้อาจารย์เมาได้บ้าง” เขาหยุดสายตาไว้ที่สายตา จนความเงียบก่อความวังเวงขึ้นมาขั้นกลาง “ไม่ใช่ผม”

อาจารย์พิชัยค่อยๆ ถอดแว่นวางไว้กับโต๊ะก่อนจะหลับตาสู้กับแสงดาวไลท์กลางห้อง กระทั้งเสียงหัวเราะระเบิดขึ้นพ้อมกับเพลง “Let it be” ของเดอะบีเทิลส์ อาจารย์พิชัยเลยคว้าไมล์ลอยเดินขึ้นเวทีพร้อมกับร้องเพลงนี้อย่างคนบ้าคลั่ง

When I find myself in times of trouble
Mother Mary comes to me
Speaking words of wisdom, let it be.
And in my hour of darkness
She is standing right in front of me
Speaking words of wisdom, let it be.
Let it be, let it be.
Whisper words of wisdom, let it be.

And when the broken hearted people
Living in the world agree,
There will be an answer, let it be.
For though they may be parted there is
Still a chance that they will see
There will be an answer, let it be.
Let it be, let it be. Yeah
There will be an answer, let it be.

And when the night is cloudy,
There is still a light that shines on me,
Shine on until tomorrow, let it be.
I wake up to the sound of music

Mother Mary comes to me
Speaking words of wisdom, let it be.
Let it be, let it be.
There will be an answer, let it be.
Let it be, let it be,
Whisper words of wisdom, let it be.

นิยาย เรื่อง อนุชาย ตอน วันหนึ่งหลังเลิกเรียน

ประโยคสุดท้ายที่อาจารย์พูดผ่านไมล์ลอยเสียงดังก้องไปทั้งห้อง “วันหนึ่งเบล็คเลเบิ้ลจะทำให้พี่เมาจนได้ นายรอดูละกัน” จบอาจารย์ก็เดินมาหยิบแผ่นโปรโมชั่นพิเศษสำหรับทริฟครอบครัว เขาหยิบแว่นตาขึ้นมาสวมแล้วเดินไปหยุดที่ประตู “ขอบใจมาก” พลางโชว์แผ่นโปรโมชั่นที่ว่าให้อนุชัยเห็น

“อาจารย์ไม่รอผมเลิกงานรึครับ จะได้ขับรถไปส่ง”

“คืนนี้พี่อยากนั่งรถเบนซ์สปอร์ตของคุณชายแห่งบ้านสายสกุลมากกว่า ฮ่าๆๆๆ” ก่อนประตูจะปิดลง “วันหนึ่งข้างหน้าพี่จะทำให้นายเรียกพี่ว่า พี่ชาย ให้จงได้นายคอยดูละกัน ฮ่าๆ”

อนุชัยมองตามหลังอย่างคนเข้าใจเพียงครึ่งเดียว ก่อนจะไปผลักประตูชะโงกออกไปข้างนอกเห็นชานนท์ยกมือให้ เขาพึ่งรู้ว่าไอ้หมอนี้มันยังไม่กลับ หรือพึ่งจะกลับมาอีกอย่างละ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่เขาก็ยกมือตอบก่อนจะกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปจนกระทั้งเสร็จ

อีก 1 ชั่วโมงต่อมา ชานนท์ก็เร่งฝีเท้าตามหา กระทั้งลากเขาไปหยุดที่หลังน้ำตกด้านหน้า “นายไปพูดอะไรกับอาจารย์นะ อาจารย์ถึงมาลงที่ฉันซะมากมายขนาดนั้น”

อนุชัยทำหน้า งงๆ “อะไรฉันไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับนายซะหน่อย ว่าแต่อาจารย์พูดอะไรกับนายมั่ง บอกมาให้หมดเลยนะ”

ชานนท์ยืนยิ้มแบบเดียวกับผู้ชนะ “เรื่องอะไรจะบอก….” เขากรุ่มกริ่มลอยๆ “หรือไม่จนกว่านายจะย้ายเข้าไปอยู่กับฉันที่ Loft Love House”

“ไอ้คุณ!” อนุชัยคำรามชื่อเขารอดไรฟัน

“ฮ่าๆ ตกลงคืนนี้นายไม่กลับกับฉันใช่ไหม”เมื่ออีกคนไม่หือไม่อือ “ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะนอนกับนายซะที่นี้แหละ” ว่าแล้วเขาก็เดินตรงไปห้องพักเล็กๆ หลังสวนอาหารสะบันงา ปล่อยให้อีกคนยืนไม่หือไม่อืออยู่ที่เดิม

“ไอ้คุณ….นะ…นายนี้ร้ายกาจมากๆ เลยนะ”

………………..หั  ว  หิ  น……………….

แสงสุดท้ายที่หัวหินเริ่มต้นขึ้นแล้ว เฉดอำพันเหนือทะเลสุดขอบฟ้ากำลังจมลงสู่สีดำทีละนิด ครอบครัว “พลแสน” พ่อ แม่ ลูกชายวัย 5 ขวบ กับลูกสาววัย 3 ขวบกำลังเล่นน้ำอาบแสงสุดท้ายอย่างกับไม่มีใครยอมใคร อนุชัยนั่งมองภาพนี้อิ่มๆ เขาเผลอยิ้ม เผลอล่องลอยเข้าไปในฝัน เมื่อครั้งลุงศักดิ์ดาพาแม่กับยายมาที่นี้ ภาพอาจารย์พิชัยกับลูกชายก็ไม่ต่างจากลุงศักดิ์ดากับเขาในวัยเดียวกัน เขาเผลอปาดน้ำตาทิ้งแล้วทิ้งอีก จนเกิดความคิดบ้าๆ ขึ้นในหัว (ทำไมแม่ถึงไม่ยอมแต่งงานกับลุงศักดิ์ดาสักทีน่า ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ต่างก็รักและเอื้ออาทรแก่กันและกันหลายสิบปีจนเกิดข้อครหาขึ้นในชุมชนกลางหุบเขา หากแม่ยอมตกลง เขาคงจะเบาใจมากกว่าที่เป็นอยู่) เขาคิด คิดๆ ยิ้มๆ ล่องลอยในแสงสุดท้ายอย่างคนไม่ยอมอิ่มหนำ กระทั้งอาจารย์พิชัยในชุดกางเกงว่ายน้ำตัวเดียวนั่งลงข้างๆ พร้อมกับโอบไหล่เอาไว้นิ่งๆ

“อาจารย์ครับ” เสียงพูดราวกับคนละเมอ

“หือ!….” อาจารย์พิชัยตอบห้วนๆ สายตาของพวกเขายังไม่ละไปจากภาพเด็กๆกับคุณแม่ที่ใส่เสื้อยืดพลิ้วๆ โปกสะบัดในแสงสุดท้าย เสียงคลื่นไม่ทิ้งช่วง เสียงหัวเราะของเด็กๆ ก็ก้องกังวานไปไกลแสนไกล

“อาจารย์เห็นภาพเดียวกับผมไหม?….ภาพนางฟ้า ภาพลูกสาวนางฟ้า ภาพลูกชายนางฟ้า กำลังจะโต มันเป็นภาพเดียวกับผมเมื่อยังเด็ก  ถึงแม้ผมจะขาดพ่อแต่ผู้ชายคนหนึ่งก็ยังเป็นต้นแบบให้ เหมือนภาพเดียวกันมาซ้อนทับอย่างลงตัว หากวันนั้น ภาพๆ นี้ผมมีเพียงแม่คนเดียว ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมจะแกร่งได้เหมือนกับวันนี้หรือเปล่า”

อาจารย์พิชัยเงียบ เงียบ แต่ฝ่ามือก็เพิ่มแรงบีบนวดที่หัวไหล่หนักขึ้น และหนักขึ้นเรื่อยๆ

“เด็กๆ จะขาดพ่อซึ้งเป็นต้นแบบให้พวกเขาไม่ได้หรอกครับ ผมเองก็มีลุงศักดิ์ดาเป็นต้นแบบมาโดยตลอด ถึงจะไม่มีพ่อเหมือนชาวบ้านเขาก็ตาม…” อนุชัยปล่อยให้เสียงคลื่นเสียงลมทะเลหัวหินเข้าแทรก “ผมปรารถนาอยากจะเห็นน้องๆ โตเป็นผู้ใหญ่ที่แกร่งรอบด้าน อยากเห็นพวกเขายืนเด่นอยู่ในสังคมได้อย่างมั่นคง มั่นใจ และเชื่อมั่น”

อยู่ๆ….“นุ พี่ ขอโทษ”….อาจารย์พิชัยปล่อยมือจากหัวไหล่มากอดเข่าตัวเอง “แต่ แต่ พี่น้องกัน จะแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันมันก็ไม่ผิดอะไรนิ ว่าไหม หึๆ”

อนุชัยหันไปมองแบบจริงๆ จังๆ…… “………” เขาได้แค่มอง…..

“ขอบคุณนะ ที่ไม่ยอมเป็นอนุชายของพี่….”

“พิ…..”

“พี่หมายถึง นุ ไม่ยอมเป็นเมียน้อยของพี่นะ” อาจารย์หนุ่มหัวเราะขณะก้มหน้าลงระหว่างเข่าทั้ง 2 ข้าง “หึๆ น่าขายหน้าชะมัด ว่าไหมละ”

“ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เบล็ค เลเบิ้ล คงจะทำให้พี่เมาจนลืมผมได้แน่นอน” อนุชัยพูดยิ้มๆ

“ฮ่าๆ ก็หวังจะให้เป็นเช่นนั้น ว่าแต่พี่น้องกัน แก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันไม่ผิดใช่ไหม” อาจารย์พิชัยยิงคำถามเดิมพร้อมๆ กับจ้องเข้ามาในดวงตาของเขาตรงๆ “ใช่ไหม นุ….ตอบพี่ซิ ใช่ไหม”

อนุชัยยิ้ม ยิ้ม จนน้ำตาปริ่มรื่นๆ ให้เห็น เขาปาดมันดัวยหลังมือเพียงครั้งเดียว “ครับ..ใช่ครับพี่….”

อีกคนตาเหลือกโพลงเมื่อเด็กหนุ่มเรียกสรรพนามที่เขาหวังจะได้ยินดังออกมาจากปาก

“ใช่ครับ ใช่ครับ พี่ พี่ ชายยยยยยย” ทั้งคู่กอดกันแน่น แสงสุดท้ายที่หัวหินอาบทั้งคู่สู่เฉดสีเดียวกับแรกรัตติกาล “ใช่ครับพี่ชัย”

“ขอบใจมากน้องชาย” อาจารย์พิชัยพูดพร้อมกับผลักเขาออก “ขอบใจมาก ขอบใจจริงๆ” อาจารย์พิชัยเช็ดน้ำตาให้บางๆ “ไปเถอะ คุณชายจะรอนาน…แล้วก็ย้ายเข้าไปอยู่บ้านลอฟท์เลิฟเลยละ ออกแบบสวยเหมือนกับเจ้าของเลยว่าไหม ฮาๆๆๆ”

“ครับ ครับอาจารย์ เอ้ย!…พี่ชาย”

เมื่ออนุชัยเดินมาอยู่กับชานนท์ที่จอดรถรออีกมุมหนึ่ง ภาพพ่อแม่ ลูก ฉายชัดเจนในแดดสุดท้าย ชานนท์โอบเขาเอาไว้หลวมๆ พลางยกมืออีกข้างปิดปากราวกับจะกลั้นบางสิ่งเอาไว้ไม่อยู่

“แสงสุดท้ายที่หัวหินสวยมากๆ เลย นายว่าไหม”

อนุชัยผงกหัวแทนคำตอบที่ไม่อาจจะบรรยายเป็นคำพูดได้

“นาย! อยากมีลูกกับฉันไหม นุ….”

อนุชัยหันขวับไปจ้องแบบเดียวกับเสือดำได้กลิ่นเหยื่อ “คุณ….” เขาคำรามใส่

“ก็นายอยากมีลูกกับฉันไหมละ….” ชานนท์ยังดื้อตาใส “เอาสัก โหล เป็นไง”

“ไอ้คุณ…..”

“ฉันสัญญาจะเป็นพ่อที่ดีแบบเดียวกับอาจารย์ให้ได้”

“ไอ้เฮี้ย!…คุณ”

“ฮา ฮ่า ฮาๆ…….ไปกลับบ้านเรากันเถอะ”

“ฉันยังไม่จบ”

“เออนะ….ค่อยไปเคลียร์กับต่อที่บ้านลอฟท์เลิฟนะจ๊ะที่รัก ฮ่าๆๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะยาวๆ ดังไล่ตามเสียงรถสปอร์ตสีดำที่กำลังมุ่งหน้ากลับเข้ากรุงเทพฯ อีกครอบครัวก็กำลังกอบโกยความสุขอันล้นเหลือจากหัวหินไม่มีวันอิ่มเอม

“ตกลงคุณทำเรื่องย้ายไปสอนที่โคราชเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะพิชัย”

“ครับ….ก็ชีวิตผมอยู่ที่นั่นนี่นา”

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →