อนุชาย ตอนที่ 12

เธอไม่ใช่เธอเธอไม่ใช่เธอ อนุชาย นิยายอ่านฟรีจบเรื่อง ตอนที่ 12

ภายในเรือนรับรอง “บ้านสายสกุล”

โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส สีบลอนเงินแล่นตรงไปจอดเทียบหน้าเรือนรับรองชั้นเดียว ที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านทรงสเปนหลังใหญ่ โดยมีชายวัย 60 คอยตอนรับ เกือบจะบ่าย 2 โมงแล้วพวกเขามาก่อนเวลานัดเพียง 5 นาที สักพักบุรุษใส่สูทสีดำสวมแว่นตาสีเดียวกับเสื้อ 2 คนก็ถือกระเป๋าใบใหญ่ น่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ลงจากรถก่อนจะเดินเข้าไปนั่งรอด้านใน

สักพักคุณหญิงพวงพรที่กระตือรือร้นรออยู่ก่อนแล้วก็สาวเท้ากึ่งวิ่งฝ่าสนามหญ้านวลน้อยที่กำลังเขียวแทนการเดินอ้อมไปตามทางเท้าอย่างปกติ  ซึ่งทั้งหมดได้สร้างความสงสัยให้กับชานนท์ที่กำลังว่ายน้ำอยู่ในสระหลังบ้านเป็นอย่างยิ่ง

                “สวัสดีครับคุณหญิง” ทั้งคู่ยืนยกมือไหว้พร้อมกันก่อนคุณหญิงพวงพรจะโปกมือให้นั่งอย่างไม่เป็นทางการ            

                “สวัสดีจ้า! นั่งลงๆ ตามสบาย…เดี๋ยวลุงเย็นเดินไปบอกให้แม่เตย….” แล้วเธอก็หันมาทางชายทั้ง 2 “จะรับกาแฟหรือน้ำเปล่าดีคะ”

                “ขอเป็นกาแฟดำก็แล้วกัน”

                “ผมใส่น้ำตาลนิดหน่อย ครีมไม่ต้องครับคุณหญิง” อีกคนพูดต่อ

                “ได้จ้ะ…ให้แม่เตยจัดมานะส่วนฉันขอเป็นน้ำส้มค้นก็แล้วกัน”

                ทั้งหมดคุยกันไปต่างนานา บางครั้งเห็นคุณหญิงพวงพรยกมือทาบอกหน้าซีด…. แต่เธอก็สามารถควบคุมตัวเองให้อยู่ในสถานะมั่นคงพอจะรับฟังเรื่องราวสำคัญกว่าได้ เมื่อแม่บ้านชื่อเตยนำกาแฟกับน้ำส้มคั้นมาเสริฟและเดินออกไปแล้ว คนทั้ง 2 จึงนำคอมพิวเตอร์ขนาดกะทัดรัดขึ้นมาวางพร้อมกับเปิดฉายภาพประกอบคำอธิบายไปทีละเฟรม ทีละเฟรม คุณหญิงพวงพรได้แต่หรี่ตาก้มๆ เงยๆ ระหว่างหน้าจอแบบคนสงสัย ก่อนจะยกมือขึ้นมาทาบหน้าอกอีก

                “นี้พวกเขาลำบากขนาดนี้เลยรึ”

                “ก็ถือว่าลำบากครับคุณหญิง” ชายร่างท้วมบอก

                “ไหนฉันขอดูหน้าแม่ค้าที่กำลังทอดกล้วยข้างๆ กระทะชัดๆ สักหน่อยซิ!”

                “ได้ครับ ผมมีภาพหนึ่งคุณหญิงน่าจะเห็นชัดเจนกว่า” เขาคลิ๊กเม้าส์ลากผ่านไปทีละรูปจนกระทั้งภาพใบหน้าแม่ค้าทอดกล้วยโผล่ขึ้นมาชัดๆ

                คุณหญิงพวงพรตบหน้าอกตัวเองอีกก่อนก้มจ้องดูใกล้ๆ “วัยน่าจะใช่ แต่ใบหน้า ไม่ใช่เธอแน่ๆ…ไหนๆ ลองซูม ออกอีกนิดหนึ่งซิ….จุ๊ จุ๊ จุ๊ ยังไงเธอก็ไม่ใช่เธอ”

                “แต่ทีมสืบเรายืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์แล้วครับว่าผู้หญิงคนนี้แหละ คือแม่ของคนที่คุณหญิงส่งมาให้ เรามีภาพถ่ายยืนยันด้วย” แล้วทีมสืบก็เปิดภาพที่มีอาจารย์พิชัย อนุชัย ผู้หญิงที่วัยน่าจะเป็นแม่ หญิงชรากับผู้ชายวัยไล่เลี่ยกับแม่ค้าขายกล้วยทอดยืนยัน “นี้ไงครับคุณหญิง เธอผู้นี้มีสถานะเป็นแม่ของเด็กคนนี้จริงๆ และผู้ชายแต่งตัวดีคนนี้ก็คือ….”

เธอไม่ใช่เธอ

                คุณหญิงพวงพรยกมือห้าม “ฉันรู้จักเค้า….เธอลองเปิดภาพแม่ค้าคนนั้นให้ฉันดูอีกรอบซิ….จุ๊ จุ๊ จุ๊ อย่างไร เธอก็ไม่ใช่เธอแน่ๆ ฉันจำน้องสาวฉันได้ดี แม้จะไม่เคยเจอกัน 20 กว่าปีก็ตามทีเถอะ”

                “แล้วจะตามต่อหรือจะทำอย่างไรดีครับ”

                คุณหญิงพวงพรเงยหน้ามองเพดานแล้วทำเสียงคิกๆ ที่มุมปากแบบเดียวกับคนกำลังใช้ความคิด

                “ผมลองชิมกล้วยทอดของเธอแล้วเห็นว่าอร่อยไม่เหมือนใครเลยซื้อติดมือมาฝากด้วยครับ” ชายอีกคนยกถุงขนาดกลางๆ ส่งให้….คุณหญิงพวงพรจ้องตาไม่กระพริบ

                “ไหนๆ ลองมาให้ฉันชิมซิ!” ดูเธอกระตือรือร้นราวกับพึ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้ และทันทีที่กล้วยทอดเข้าปาก เธอก็หลับตาราวจะเห็นภาพในอดีตผุดขึ้นมาในหัว “นี้มันสูตรกล้วยทอดของน้องสาวฉันนิ” เธอตกใจพร้อมกับโยนมันเข้าไปในปากอีกคำ ก่อนจะเห็นรอยยิ้มแห่งความหวังฉายออกมาบางๆ “หน้าที่ของพวกเธอจบสมบูรณ์แล้วละ ที่เหลือคงเป็นหน้าที่ฉัน”

                “ครับคุณหญิงเราก๊อปปี้ข้อมูลทั้งหมดไว้ในซองเรียบร้อยแล้วครับ” พูดจบชายร่างท้วมก็ส่งซองจอหมายสีน้ำตาลขนาดเอ 4 ให้ คุณหญิงพวงพรรับก่อนจะยกแก้วน้ำส้มจรดริมฝีปาก

                “ฉันจะต้องไปคุยกับเธอด้วยตัวเอง เรื่องนี้มันชอบกลอยู่”

                “ถ้าไม่มีอะไรแล้วพวกผมต้องขอตัวเลยนะครับคุณหญิง”

                “จ๊ะ ขอบใจมาก”

…..เมื่อโตโยต้า โคโรลล่า อัลติส สีบลอนเงินพ้นประตูรั้วด้านหน้าไปแล้ว  ชานนท์ที่มีแค่ผ้าคลุมตัวก็ตรงดิ่งเข้ามาหา “มีอะไรกันรึคะคุณแม่”

                “ดีเลยตาชาย ลองมาชิมกล้วยทอดนี้ซิ!” คุณหญิงพวงพรขยับถุงกล้วยให้ ชานนท์หยิบมันเข้าปากก่อนจะพูดทั้งๆ ที่ยังเคี้ยวจับๆๆ

                “คุณแม่อย่าบอกชายนะคะว่า 2 คนนั้นมาหาเพียงแค่เอากล้วยทอดมาฝากเท่านั้นเองนะคะ…แต่อื้อ!…นี้มันสูตรกล้วยทอดของคุณยายไม่ใช่เหรอคะ อร่อยจัง”

                คุณหญิงพวงพรยิ้มกว้างจนเกือบจะเห็นน้ำตาเล็ดออกมา เธอใช้หลังนิ้วซับบางๆ ทีละข้าง “ชายจ๊ะนั่งก่อนคะ แม่มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง”

                แม่ลูกคุยกันไปสักพัก ชานนท์ก็ดึงรูปถ่ายในซองจดหมายออกมาพิจารณาทีละแผ่น ทีละใบ “ครับ ชายจะช่วยคุณแม่เองคะ….แต่กล้วยนี้ชายขอนะคะจะไปห่อขนมปังไปฝากคนบางคน”

                “อะไรนะ จะเอากล้วยทอดไปห่อขนมปังเนี่ยนะ”

                “เดี๋ยวชายจะทำเผื่อคุณแม่ด้วยคะ…ชายไปละ”

                “ไอ้ลูกคนนี้นิ!” เธอส่ายหน้ายิ้มๆ ตามหลัง ก่อนจะมาจบที่รูปภาพที่ชานนท์เพิ่งกระจายไว้เต็มโต๊ะอย่างคนครุ่นคิด….สักพักเธอก็หยิบโทรศัพท์แล้วโทรออก

                “จ๊ะ สวัสดีจ้ะ เด่นดวงใช่ไหม”

                (สวัสดีคะคุณหญิง)

                “เด่นดวง ถ้าช่วงนี้ชานนท์จะไปทานข้าวเย็นกับอนุชัยทุกวัน จะเป็นการรบกวนเวลางานของเขารึเปล่าคะ”

                (โอ้ย! ยินดีเลยคะ ดวงจะได้มั่นใจว่านุได้ทานข้าว เพราะปกติเด็กคนนี้เป็นคนขี้เกรงใจนะคะ บางคืนไม่ยอมทานอะไรเลยดวงก็อดเป็นห่วงไม่ได้)

                “รบกวนด้วยนะคะ บางวันอาจจะให้ตาชายไปรับเขาที่มหาวิทยาลัย คงไม่เป็นไรใช่ไหม”

                (ยินดีเลยคะดวงจะได้หมดห่วง)

                “ขอบใจมาก”

                (ดิฉันเองต่างหากละคะที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ คุณหญิง เพราะคุณชายมาทานทีไรเด็กของดวงอ้วนกันทุกคนเลยคะ ฮ่าๆๆ)

                “จ้ะ ยินดีจ้า….ขอบใจอีกครั้งนะ”

                (คะคุณหญิงสวัสดีคะ)

ที่มหาวิทยาลัย หน้าตึกสถาปัตยกรรม

                “นายมาทำบ้า!อะไรเนี่ย” อนุชัยถามขณะรถเบนซ์สปอร์ตสีดำแล่นเข้าไปจอดเทียบ

                “ก็มารับนายไง” ชานนท์พูดหน้าตาย ขณะขยับหมวกแก๊ปสีดำให้เข้าที่พร้อมกับดึงแว่นดำจากกระเป๋ามาสวม

                “หึๆ….แล้วแต่งตัวแบบนี้จะเป็นสายลับรึไงไม่ทราบครับคุณชายยย”

                “ไม่หรอกกลัวคนจำได้ต่างหาก…นี้ๆ” ชานนท์กวักมือเรียก ขณะที่อีกคนกำลังยืนหัวเราะในลำคอ หึๆ “เอ้!เร็วๆ…นายลองชิมขนมที่ฉันทำเองกับมือหน่อยดิ ว่าอร่อยไหม” ชานนท์เปิดประตูรถพร้อมกับหยิบกล่องพลาสติกที่บรรจุขนมปังปิ้งห่อเป็นหลอดยาวๆ ยื่นให้  “ลองหน่อยถือว่าช่วยกันทำมาหากิน”

                “อะไรของนายอ่ะ” อนุชัยทำหน้างงๆ แต่ขณะกำลังจะเปิดฝากล่อง “นายใส่ยาพิษมารึเปล่า” แล้วเขาก็ปิดมันไว้อย่างเดิม

                “บ้าเหรอ! ฉันกินก่อนก็ได้” ชานนท์แกะฝากล่องแล้วหยิบขนมปังหลอดยัดใส่ปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ ให้เห็นแบบเดียวกับเด็กๆ “เห็นไหมเนี้ย ฉันว่ามันอร่อยโคตรเลยละ เอาๆ ชิมให้ฉันที”

                “แน่ใจนะ” อนุชัยยังทำหน้าเป็นไก่เห็นผี

                “เออ! ชิมเถอะน่า ถ้าอร่อยฉันจะได้ทำขายซะเลย” ชานนท์จ้องหน้าอนุชัยไม่ยอมปล่อยวาง ประมาณกำลังลุ้นบอลโลก เมื่อขนมปังหลอดเข้าปาก เขาก็กลืนน้ำลายทำตาโตเท่าไข่ห่านรอผล

                “นายจะจ้องฉันอะไรนักหนา…แต้เอ้!……” อนุชัยเหมือนจะคิด และสงสัยบางอย่าง “ไส้ขนมปังของนายคืออะไรอ่ะ” เขาแกะขนมปังส่วนที่เหลือมาคลี่ดู “กล้วยทอดนิ” และเขาก็เลือกกินเฉพาะกล้วยอีกคำ ก่อนจะ…. “นี้มันเหมือนกับที่แม่ฉันทอดขายเลย”

                “อร่อยใช่ไหมละ….”

                “สูตรกล้วยทอดของแม่ฉันนิ นายไปซื้อมาจากไหนเหรอ”

                “ตกลงอร่อยไหมละ”

                “เออ!….นายไปซื้อมาจากไหน อย่าบอกฉันนะว่านายทอดเอง เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด”

                ชานนท์ยิ้มไม่หุบ “ฉันให้นายทั้งหมดเลย”

                “เฮ้ย! ลงทุนเอาขนมมาฝากถึงมหาลัย พูดมาตรงๆ ดิ! คิดพิเรนๆ กับฉันไหมเนี้ย”

                “เปล่า!…..” ชานนท์ปฏิเสธเสียงสูงลิ่ว แถมจิ๊!ปากแก้เขิน 2 ที “ไม่ได้แค่เอาขนมมาฝากอย่างเดียวหรอกนะ ฉันตั้งใจมารับนายไปทำงานด้วย”

                “ห่า อะ อะไรนะ”

                “เออ! ก็ได้ยินแล้วนิ จะตกใจไปทำไมกันเนี้ย เร็วเข้า รถยิ่งติดๆ อยู่”

                “แต่ฉันต้องเข้าไปเอาของที่บ้านก่อน”

                “เออ! นา ไปไหนสั่งได้เลยครับคุณอนุชายยยย”

                “ฉันไม่ใช่เมียน้อยของนาย เรียกฉันว่า นุ คำเดียวสั้นๆ….จบ!” อนุชัยกดเสียงต่ำแต่ก็ยอมเดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่ง

                “ครับคุณนุ”

                “แต่เอ้!….อย่างพึ่งสตาร์ทรถฉันขอถามนายอีกข้อหนึ่ง….ทำไมนายดีกับฉันจังเลย หวังจะเคลมฉันรึเปล่า บอกตรงๆ เลยนะฉันไม่ใช่เกย์ เพราะฉะนั้นนายไม่มีวันได้แอ้มฉันแน่ๆ”

                “ฮ่าๆ….หลงตัวเองไปหน่อยแล้วมั่ง” ชานนท์หัวเราะจนอิ่ม “ก็ฉันว่าง อีกอย่าง บอกตรงๆ นะ เวลาที่นายยิ้มนะ”

                “ทำไม ฉันยิ้มแล้วทำไม”

                “เวลาที่นายยิ้ม นายยิ้มไม่เหมือนคนอื่น” ชานนท์เปิดช่องว่าง

                “ไม่เหมือนคนอื่นตรงไหน พูดมาดีๆ นะ”

                “เวลานายยิ้มเหมือนกับนายใช้หัวใจยิ้มแทนริมฝีปาก” พูดจบชานนท์เงียบ อนุชัยก็เงียบ “นายได้ใจฉันไปเต็มๆ เลยละ รู้ตัวรึเปล่าหา!”

                “ไอ้คุณ”

                “ครับผม…ไปแล้วครับ” แล้วรถเบนซ์สีดำสปอร์ตก็วิ่งออกไป โดยมีสายตานิสิตทั้งชายและหญิงมองตามไม่กระพริบ

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →