ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 32

ตอนที่ 32 “อีเมลจากเดียร์เนียว”

ผมพยายามจะหลับ พยายามไม่คิดอะไรเพื่อให้สมองนิ่ง หลับตาสู่สีดำ ผ่อนลมหายใจเข้าออกเบาๆ เบาๆ ช้าๆ ช้าๆ แต่ก็ไม่หลับ ผมพยายามอีกครั้ง หลับตาสู่สีดำ ผ่อนปรนสมองสู่ความว่างเปล่า…จมลึก…จมลึก…สู่จุดๆเดี่ยว สุดท้ายก็หลับไม่ลง (ทำไมน่า…หรือเป็นเพราะอีเมล 2 ฉบับจากผู้ที่ใช้นามแฝงว่า เดียร์เนียว) ผมคิดแล้วลุกนั่งทั้งๆ ที่มีผ้าห่มยังคลุมหัว หยิบโทรศัพท์แล้วเข้าไปใน Yahoo Mail แบบคนเร่งรีบและหงุดหงิดมากกว่าอยากรับรู้….

……….e-mail……….

จาก : เดียร์เนียว

เรื่อง : เปลี่ยนไฟท์กลับกรุงเทพฯ

วันที่ : 20 กรกฎาคม 2017 เวลา : 08.15 น.

ถึง : ทิมมี่

                พยายามเปลี่ยนไฟท์จากฮองกง-กรุงเทพฯ แต่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้…จะด้วยเหตุผลอะไรผมไม่สน….ไม่เป็นไร ให้น้องแจงซื้อตั๋วกลับในชั้นธุรกิจไว้ให้ใหม่ละ…หวังว่า 2 วันที่ฮ่องกง จะเป็น 2 วันที่สามารถชดเชยให้กับเราได้…คิดถึงอนุชายเสมอ…แล้วเจอกันครับ

                                                                จาก ดร…………รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวง…………

                                                                                        เดียร์เนียว

……….e-mail……….

 

ผมเฉยๆ แต่ก็เผลออมยิ้มแบบคนสะใจนิดๆ มือก็ไล่อ่านไปอีกเมลฉบับหนึ่งที่ส่งจากเดียร์เนียว

……….e-mail……….

จาก : เดียร์เนียว

เรื่อง : กล้องถ่ายรูป

วันที่ : 20 กรกฎาคม 2017 เวลา : 08.45 น.

ถึง : ทิมมี่

ผมกำลังจัดกระเป๋า พี่ต้องใช้กล้องไหม กล้องตัวเดิมที่เราเคยใช้นะ ถ้าต้องการจะได้ติดกระเป๋าไปด้วย….ทิ้งไว้นานเสียดาย ซื้อมาหลายแสน..เมลบอกด้วยนะครับ

จาก ดร…………….รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวง……..

                                                                                        เดียร์เนียว

……….e-mail……….

                ข้อความจากอีเมลนี้ทำให้ผมระลึกถึงวันเก่าๆ นานมาแล้วกล้องถ่ายรูปตัวใหญ่ที่ผมเผลอทำหล่นที่อยุธยาจนเกิดปากเสียง ไอ้คุณมันโกรธผมมากถึงมากที่สุด จนหลังๆกล้องตัวนั้นเลยทำให้ผมขยาด ไม่อยากเข้าใกล้ไปโดยปริยาย แต่วันนี้ไอ้คุณกลับนำเสนอ “เออ ทำไมต้องเสนอวะ” ผมพึมพำสงสัยและคันไม้คันมือจึงตอบอีเมลกลับไปอย่างคนเร่งรีบ

……….e-mail……….

จาก : ทิมมี่

เรื่อง : กล้องเจ้าปัญหากับคนมีปัญหา

วันที่ : 20 กรกฎาคม 2017 เวลา : 04.01น.

ถึง : เดียร์เนียว

ยังเก็บกล้องตัวนั้นไว้อีกรึ! นึกว่าท่านขายไปนานแล้ว ขอบคุณครับที่เสนอ แต่ผมไม่จำเป็นต้องใช้ อีกเรื่องที่คาใจ อยากถามท่านสักหน่อย ทำไมคนในวงการพวกท่านจึงติดยศ ติดตำแหน่งกันนัก ขนาดไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น สส. หรือรองรัฐมนตรีแล้ว ยังใช้ชื่อยศนำหน้าราวกับปกติ ถ้ามุมมองส่วนตัว ผมว่าพวกท่านกำลังป่วยหนักนะครับ

                                                จากทิมมี่หนุ่มพเนจร

……….e-mail……….

ผมกดส่งอีเมลลฉบับนั้นพร้อมกับวางโทรศัพท์ลงข้างๆ รัตติกาลสีเทาเข้ม ก็ยังเป็นเทาเข้าเช่นเดิม มีเพียงแสงหลังม่านสีฟ้าฝั่งถนน 88 เท่านั้นที่บอกสถานะเจิดจ้า ผมค่อยๆลุกแง้มผ้าม่านเพื่อจะได้เห็นสีรัตติกาลของแวนคูเวอร์ชัดๆ  ภาพถนน 88 เชอร์รี่ เวลา 03.40 น.ยังคงอาบไปด้วยแสงโคมสีส้ม นานๆแสงสีขาวจากไฟหน้ารถถึงจะไล่กวาดเงาทุกๆสรรพสิ่งให้วูบวาบสักครั้ง (บางทีความวังเวงก็ทำให้คนคิดได้และบางทีความวังเวงก็สังหารคนได้เช่นกัน) ผมกำลังฟุ้งซ่านกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจปิดม่านล้มตัวหลับตาสู่สีดำอีก แต่สัญญาณเสียงปีบๆจากโทรศัพท์มือถือก็ดังรบกวนขึ้นในเวลาเดียวกัน ผมจึงคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คอย่างเสียไม่ได้ ใช่!เป็นอีเมลจาก เดียร์เนียว เวลาที่เมืองไทยตอนนี้น่าจะบ่ายๆ เย็นๆ แล้วละ

……….e-mail……….

จาก : เดียร์เนียว

เรื่อง : คำนำหน้า

วันที่ : 20 กรกฎาคม 2017 เวลา : 18.25 น.

ถึง : ทิมมี่

เรื่องยศและคำนำหน้า สำหรับผมเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี ผมจงใจจะใช้เฉพาะกับพี่เท่านั้นแหละ เพราะคนที่เป็น สส.และรองรัฐมนตรีตัวจริงไม่ใช่ผม แต่เป็นพี่ต่างหาก ผมมันคนเหลวแหลกเรียนปริญญาตรีจะไม่จบด้วยซ้ำถ้าไม่มีพี่คอยช่วย…ไม่อยากจะทะเลาะกับพี่ละ….เจอกันที่ฮ่องกงนะครับผมจะเอารถไปรอที่ประตู 10 ตามเวลาไฟท์เดิม วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 เวลา 06.15 น. เช้าที่ฮ่องกง

พี่ก็รู้ที่เมืองไทยผมขยับตัวยาก จะไปจิบกาแฟกับพี่สักแก้วยังต้องเช็คแล้วเช็คอีก เข้าใจผมนะ

จาก ดร……..รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวง……..

                                                                                        เดียร์เนียว

……….e-mail……….

                ภายนอกผมคล้ายจะเป็นคนเย็นชา ไม่หือไม่อือกับข้อความในอีเมล แต่ข้างในกลับระส่ำลุ่มร้อนราวกับมีกองเพลิงสีแดงฉานกำลังลุกไหม้ “คนโลเลก็ยังลังเลไม่จบสิ้น ไอ้ห่าเอ้ย!” ผมสบถคำหยาบกับตัวเองก่อนจะสะบัดผ้าห่มที่คลุมตัวทิ้งแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไปยังบ้านเล็กกลางป่าสนที่แลงเลย์ (Langley) ถนน 24 ซึ่งห่างจากชายแดนประเทศสหรัฐอเมริกาเพียง 7.5 กิโลเมตร ผมตั้งใจจะใช้ชีวิตแบบสงบๆ ตัดขาดจากโลกภายนอก ตัดขาดจากทุกๆสิ่งที่นั้น เพื่อแบตเตอร์รี่ชีวิตจะได้เติมเต็มก่อนจะต้องบินกลับไปใช้ชีวิตวุ่นๆที่ประเทศไทยอีกครั้ง

                และเมื่อแดดแรกสาดฉาย 07.45 น.บ้าน 2 ชั้นทรงบาวาเรียนสีขาวบนถนน 88 เชอร์รี่ แวนคูเวอร์ก็เริ่มต้นอึกทึกอีกรอบ

                “บักหล่าคำแพงก้อนเท่าแคงเอื้อย ขาเอื้อยใหญ่รึเปล่า ฮิฮิ”

                “อาเจ่เคยเล่นสนุ๊กเกอร์รึเปล่าละ” ผมสวนกลับทั้งๆ ที่นางฟ้าตัวกลมยังพูดไม่จบประโยค

                “เคย…สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ทำไมเหรอ”

                “นั้นละขาโต๊ะสนุ๊กใหญ่แค่ไหน ขาอาเจ่ก็พอๆ กันแหละ” ผมจงใจแกล้งจ้องไปที่ต้นขานาง…พลางทำเสียง “จุ๊ จุ๊ จุ๊ แต่ผมมันน่าจะใหญ่กว่า 2 เท่านะ”

                “ขาฉานเล็กกว่าขาโต๊ะสนุกเกอร์ใช่ไหมละ” นางสวนกลับเกือบๆจะทันที

                “ใหญ่กว่านะ…ผมว่า”

                “อ๊าก….อี่ทิมมี่ ฉานจะฆ่าแก….ฉานจะฆ่าแก”

                ก็เป็นเสียแบบนี้แหละครับนางฟ้าตัวกลมของผม

                “เธอนั่งรถเมล์ไปเองเลยนะ อย่าหวังว่าฉานจะไปส่ง” นางฟ้าตัวกลมโวยวายแบบเอาเป็นเอาตาย “อ้อนวอนให้ตายฉานก็ไม่ไป” น้ำเสียงหนักแน่น แต่ผมกลับซดกาแฟร้อนกับครัวซองแทนอาหารเช้าแบบอร่อยและสบายใจที่สุดในสามโลก…นานๆ จะหันไปยิ้มเยอะนางสักครั้ง และยิ้มเยอะนางอีก และอีกครั้ง “ทิมมี่นะ ว่าเค้า อะ อะ อะ อะ”

ผมยักไหล่ใส่แบบเดียวกับฝรั่งพร้อมกับกัดครัวซองซดกาแฟอึกสุดท้ายจนรู้สึกอิ่มอุ่นวาบถึงลำไส้เล็ก…. อร่อยที่สุดในสามโลก

                “พร้อมละ…” ผมพูดพร้อมกับถือถ้วยกาแฟและจานไปล้างที่เคาน์เตอร์ครัวรูปตัวแอล เมื่อเสร็จก็กลับมายกกระเป๋าไปไว้ที่ประตูทางออก “ไปนะ….” ผมเอ่ยเบาๆ

                “ทิมมี่นะ….พูดใหม่ๆ ขาฉานใหญ่ไหม?”

                ผมยิ้มอย่างคนมีชัยก่อนจะส่งรอยยิ้มขำๆ “นางฟ้าถึงจะตัวบาง ตัวกลม ขาใหญ่ ขาเล็ก ผิวดำ ผิวขาว นางฟ้าก็ยังเป็นนางฟ้าวันยันค่ำแหละเจ่” ผมพูดช้าๆ เนิบๆ เพื่อให้เข้าใจในครั้งเดียว รอยยิ้มที่มุมปากของนางฟ้าตัวกลมค่อยกระจ่างขึ้น (มันได้ผลแฮะ)ผมคิด “อาเจ่คือนางฟ้าตัวกลมสำหรับผมนะ…รู้ตัวรึเปล่า”

                นางฟ้าตัวกลมยิ้มกว้างแบบคนขี้อาย… “อย่ามาพูดดีกับฉานนนนเลย….ข้าวของบางอย่างไม่ต้องขนไปหรอกวันกลับก็ต้องมานอนที่นี้อยู่แล้ว จะขนไปขนมาให้เหนื่อยทำไมกานนนน”นางลากเสียงยานๆแบบเด็กสาวอะโนะเนะ! “…อยู่เงียบๆ คนเดียวกลางป่ามันดีตรงไหน ใน Downtowns เดียร์เนียวก็อุตส่าจองโรงแรมไว้ให้ก็ไม่อยู่ ของฟรีไม่ชอบว่างั้น อยากจ่ายคืนละ 200 เหรียญ โอ้ยฉานนนนจะบ้า….58khd2354%$#+Qwmcbfgi$#@ หรือว่าเธออยากจะอยู่ใกล้ๆไอ้เบ๊บ” นางฟ้าตัวกลมบ่น บ่น แล้วก็บ่น จนประโยคสุดท้ายเหมือนนางพึ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้โดยฉับพลัน นางชะโงกหน้าแบบคนอยากรู้กระซิบแบบเดี่ยวกับคนเจ้าเล่ห์ จนผมเผลอซี๊ด!ในใจ “หรือว่าฉานคิดผิด”

                “คิดอะไรเนี้ย….อุ้ยยยย ไป ไป ถ้าไม่ไปจะได้ไปเองแล้วนะ” ผมตัดความรำคาญ

                “แหมมมมม…ฉานเดาผิดหรือไง….บ้านไอ้เบ๊บอยู่ตรงข้าม ฉานจะฟ้องเดียร์เนียว” นางยังเล่นไม่เลิก ผมไม่ใส่ใจก่อนจะเปิดประตูขนกระเป๋าตรงดิ่งไปยังรถ…. “เอาเธอขับ” นางฟ้าตัวกลมโยนกุญแจรถให้

                “ผมไม่มีใบขับขี่สากลมา”

                “ขับช้าๆ ตำรวจไม่สนใจหรอก….เชื่อฉัน”

                “ถ้าโดนปรับ เจ่จ่าย”

                “เออๆ…………………………” นางฟ้าแหกปากกระแทกเสียงดังใส่หน้า จนได้กลิ่นบลูเบอร์รี่ที่นางพึ่งจะโยนใส่ปากชัดเจน

“ฮาๆๆๆๆ ในที่สุดผมก็เป็นคนขับ….โดนปรับเจ่จ่าย สบายอุรา”

“เดี๋ยวๆ….ถ้าโดนจับขึ้นมาจริงๆ ฉานจะถลกหนังหัวแกก่อนกลับเมืองไทย…ฮึๆ”

ถนน Fraser Hwy. ยังคงอบอุ่นไปด้วยแดดเช้าสีน้ำนม ต้นเมเปิ้ลสีม่วงเข้มที่เกาะกลางต่างเต็มใจโบกใบกลางแสงสีเดียวกัน….นกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้อมยิ้มขณะกำลังสะบัดปีกโฉบถลาเข้าป่าสนที่มันคิดว่าเป็นบ้าน….

                ผม Timmy Buto มีความสุขมากๆ ในขณะที่นางฟ้าตัวกลมเอาแต่นั่งนิ่งๆ ไม่ชวนคุยอยู่กับข้างๆ นางเกร็งหรือนางกลัวกันน่า อยากรู้จัง…..โพสต์หน้าผมรับรองว่าเราจะถึง “บ้านเล็กกลางป่าสน” แน่นอนแล้วเจอกันครับ บาย บาย…..

(Visited 1 times, 1 visits today)

Facebook Comments

TIMMY BUTO

TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป