ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 27

วิกตอเรียรำลึก4วิกตอเรียรำลึก4 ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 27

ตอนที่ 27 “วิกตอเรียรำลึก4”

เรามีเวลาที่บุตชาร์ตการ์เดนส์ (Butchart Gardens) เพียงเล็กน้อย เดินเที่ยวในสวนสวรรค์ยังไม่ถึง 1 ใน 4 ด้วยซ้ำ ก็จำเป็นจะต้องเดินทางต่อ เพราะจุดมุ่งหมายเราอยู่ที่ แคมป์เบลล์ริเวอร์ (Cambell River) เมืองชนบทอันสงบเงียบของแคนาดา ซึ่งจะต้องขับรถตามถนนหมายเลข 1 Trans Canada HWY. หรือถนน Island HWY. ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะวิคตอเรีย (Victoria)ราวๆ 4-5 ชั่วโมง

                ใกล้จะเที่ยงแล้วเด็กๆ ยังอยู่ในโหมดของตัวเอง นางฟ้าตัวกลมก็ตามธรรมเนียม นางหลับลึกทันทีที่ประตูรถปิดราวกับไม่เคยนอนหรือเห็นรถเป็นเปลยวนอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมคุยภาษาอังกฤษโง่ๆ คำง่ายๆ พูดให้รัวๆ เร็วๆ ที่เหลือเป็นหน้าที่ของเฮียจัสจะต้องทำความเข้าใจเอง เราคุยกันได้เรื่อยๆ นะ แสดงว่าเฮียฝรั่งเข้าใจ ประเด็นที่ผมคุยไม่หยุดมีด้วยกัน 2 เหตุผลคือ

                1. อยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบรัวๆ ของฝรั่ง

               2. ไม่ต้องการให้บรรยากาศภายในรถเงียบจนเกินไป

เราแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันหลายเรื่อง มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมสงสัยมานานว่า ทำไมประเทศแคนาดาซึ่งเป็นประเทศเจริญในหลายๆด้านถึงยังไม่มีรถไฟฟ้าความเร็วสูงระหว่างเมืองใหญ่ของประเทศ ซึ่งหากลากเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงระหว่างเมืองที่ผมแอบปรารถนาจะเดินทางไปให้ถึงก็จะเริ่มต้นจากเมืองทางด้านทิศตะวันตกอย่างแวนคูเวอร์พาดผ่านประเทศที่กินพื้นที่ราวๆ ครึ่งโลกไปยังโตรอนโต (Toronto) เมืองอันเป็นที่ตั้งของน้ำตกไนแอการา (Niagara Falls) ที่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำจะเป็น North Tonawanda ของรัฐนิวยอร์ก (New York) ประเทศสหรัฐอเมริกา และจากโตรอนโต (Toronto) ขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือไม่ไกลเท่าไรก็จะเป็นเมืองหลวงของประเทศนั้นคือ ออตตาวา(Ottawa) แล้วออตตาวามีอะไรที่ทำให้ผมสนใจกระนั้นหรือ นี้คือคำถาม และคำตอบก็คือ

: ทรายออตตาวา (Ottawa Sand) หรือทรายที่ใช้ทดสอบความหนาแน่นของดินที่ผมเจอปัญหาระหว่างทำงานที่บริษัทเดิม ผมโดนเล่นงานและเสียค่าปรับเพราะทรายออตตาวาหลายตัง จนฝังใจว่าวันหนึ่งผมจะต้องเดินทางไปดูทรายเม็ดกลมเล็กๆมีขนาดเท่าๆกันที่เมืองแห่งนี้ให้ได้ด้วยตัวเอง หากมีเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงอย่างว่า ผมคงประสบผลสำเร็จในการเดินทางมาประเทศนี้เพียงเที่ยวเดียว และเหตุผลที่ได้จากปากเฮียจัสกับประเด็นดังกล่าวก็คือว่า

“ประชาชนแคนาดายังไม่ต้องการ รัฐบาลที่มาจากประชาชนเลยระงับโครงการดังกล่าวเอาไว้ก่อน” เออผมแอบคิดแทนไอ้คุณในฐานะที่มันเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีสมัยหนึ่งหากมันคิดได้เพียงครึ่งของคนแคนนาดาแล้วละก้อ ประเทศไทย จะไม่วุ่นวายเช่นปัจจุบันแน่นอน

                 ขณะที่รถยนต์สีขาววิ่งไปตามถนน Millstream RD. กำลังจะเลี้ยวเข้าถนนหมายเลข 1 Trans Canada HWY. หรือ Island HWY. มุ่งไปทางทิศตะวันตกของเกาะวิกตอเรีย ผมก็เพลินกับทัศนียภาพป่าสนสลับต้นเมเปิ้ลที่ขึ้นหนาแน่นทั้ง 2 ข้างทาง ตลอดจนเนินเขาและทิวเขาลูกแล้วลูกเล่า เฮียจัสอธิบายภูเขาลูกนั้นที ลูกนี้ที ทางเส้นนั้น ทางเส้นนี้ราวกับต้องการให้ผมครอบจักวาลของวิกตอเรียไว้ในคราเดียว ผมพยักหน้าไปถ่ายรูปไปตามเรื่อง ขณะที่ในหัวเผลอนึกถึงเพลงๆ หนึ่งของปู พงษ์สิทธิ์ ขึ้นมาโดยบังเอิญ จนแอบฮัมเพลงดังกล่าวในขณะที่รถกำลังทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วไม่น้อยกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เพลงหนุ่มพเนจร

บน ถนนหนทางซูปเปอร์ไฮเวย์
หนุ่มพเนจร ท่องไปกลางฝัน
ฝันของเจ้า ดูเลิศล้ำลาวัณย์
ฝันเจ้าฝัน ว่าโลกพิสุทธิ์ เมลืองมลัง

โอ้ยามนี้เรามีแต่แสง โรยรา
สกุณาเจ้าบินตัดฟ้า สู่รัง
บินไปเถิด เจ้านกน้อยดูน่าชัง
ตราบชีพยัง ชีวิตเจ้า ก็ต้อง บิน

บิน บิน บิน บิน ไป
บิน ไป บิน ไป เหมือนใจนี้
เสียงดนตรี บรรเลง เหมือนใจดิ้น
แม้จะเจ็บ ปวดช้ำน้ำตาริน
ปีกยังบิน ตายังจ้อง มอง ทาง

บน ถนนหนทางซูปเปอร์ไฮเวย์
หนุ่มพเนจร กระเป๋าเดินทาง
มุ่งไปเถิด สุดขอบฟ้าลางๆ
โลกไม่ร้างเพราะชีวิตเจ้า ยังเดิน
………….
โลกไม่ร้างเพราะชีวิตเจ้า ยังเดิน

…………

                แสงอาทิตย์ยามใกล้เที่ยงยังเย็นวูบวาบสำหรับผม เราแวะซื้ออาหารกาแฟจากแมคโดนัลที่ Ducan โดยไม่ยอมเสียเวลาลงจากรถ อาหารกลางวันรีบๆจึงจบลงในรถแบบตัวใครตัวมัน ผมมีเบอร์เกอร์กับกาแฟนมข้นๆ ส่วนเด็กๆ กับนางฟ้าตัวกลมที่พึ่งตื่นก็ได้ไปคนละอย่าง 2 อย่าง เมื่อจบจากอาหารเที่ยง นางฟ้าตัวกลมก็พูดเป็นภาษาไทยกับผม ซึ่งผมไม่ค่อยสบายใจนักเมื่อมีฝรั่งและหลานๆ ที่ฟังไทยไม่รู้เรื่องอยู่ด้วย จึงได้ขอร้องให้เธอใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนาเป็นหลัก บางจังหวะผมอยากจะได้ความคิดเห็นดีๆจากเฮียจัสด้วยเพราะชายฝรั่งที่มีคุณพ่อเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนความคิดไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

                “แหม….พอปล่อยให้คุยกับสามีฉันนิดหน่อย เป็นฝรั่งไปเลยนะเธอ” นางฟ้าตัวกลมทำตากลมๆ แซวแบบไม่ยิ้มพร้อมเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง นางดูจริงจังมากๆ

                “Sure!…When you Speaking Thai, I and Jaston can’t understanding” ผมยักไหล่แบะหน้าให้เธอเห็นแบบฝรั่ง “Sorry”

                นางฟ้าตัวกลมหัวเราะรัวลั่น ไอโขลกๆ ตัวงอคอหงาย “Ha Ha Ha ฉันก็ต้องหัวเราะเป็นภาษาอังกฤษด้วยใช่ไหมเธอถึงจะเข้าใจ Ha Ha Ha”

                “Sure!…”ผมตอบแน่นๆ เน้นๆ จนเฮียจัสกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่กระนั้นศิลปะการขับรถของเขาก็ไม่เคยตก….แต่ดันเป็นเป็นคนขี้ลืม

                “Jas,You have checked the Gasoline”นางฟ้าตัวกลมเอ่ยถามว่า คุณได้เช็คน้ำมันรถไหม ใบหน้าเฮียจัสตระหนกทันที

                “OH! My God….” พร้อมกับทำปากจุ!ๆ แบบคนเอเชีย ผมมองดูแสงสีแดงที่กระพริบถี่ตลอดเวลา บอกตรงๆ บนถนน Island HWY. ช่วงเลยทางเข้าท่าเทียบเรือนาไมโม (Naniamo) หรือตลอดทั้งเส้นบนเกาะนี้ ปั้มน้ำมันหายากมากๆ ซึ่งมันก็เป็นที่มาของนางฟ้าตัวกลมที่กำลังแปลงกายเป็นนางผีเสื้อสมุทรตีโพยตีพายอย่างไม่รู้จบ แต่คราวนี้มาลงที่ผมด้วย….

                “พวกผู้ชายนี้เป็นอย่างไรกันนะ….ไม่รอบครอบเอาเสียเลย 5gk#@ojildhg*^ioc bips#@!da” เอาแล้วไงนางลงที่ผมเป็นภาษาไทยแล้วต่อด้วยเฮียจัส

                “Mona Mona Mona…” จัสตั้นปรามเบาๆ แบบฝรั่งใจเย็น

                “ไม่ไหวเลยๆ ปั้มก็หายาก….2@#5nbv*oidfxd%#” นางฟ้าตัวกลมยังร่ายยาว เฮียจัสเลี้ยวเข้าไปตามถนนเล็กๆในเขตชุมชน ผมได้แต่นิ่ง นิ่ง และนิ่ง ราวกับรอพายุให้ผ่านแต่ไม่หรอกครับ อันที่จริงผมปวดฉี่จนหน้าเขียวต่างหาก ในที่สุดเฮียจัสก็หาปั้มเจอ ผมรีบลงจากรถได้ก็พุ่งหาห้องน้ำก่อนคนอื่นๆ…..

                “ตายๆๆ…” ผมวิ่งอ้อมร้านขายของไปทางด้านหลังตามแบบสถาปนิกผู้เคยวางผังปั้มน้ำมันในเมืองไทยอย่างโชกโชน แต่ก็ยังไม่เห็น

“ห้องน้ำอยู่ไหน” ผมมองหา วิ่งวนไป วนมา กระทั้งเจอวัยรุ่นฝรั่งยืนสูบบุหรี่คุยกันอยู่หลังร้าน ผมเลยพุ่งเข้าไปแทรกถามอย่างไม่กลัวตาย พวกเขาอธิบายยาวพร้อมชี้มือนำ ผมปวดฉี่จนไม่มีเวลาแปล มีเพียงคำๆเดียวที่พอจำได้นั้นก็คือ “In Shop” ผมกล่าวขอบคุณก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านขายของและทันทีที่เห็นป้ายสัญลักษณ์บอกสวรรค์ก็อยู่ตรงหน้า

                “OH my God” ผมอุทานจนไม่ได้ยินว่านางฟ้าตัวกลมถามว่าอะไรขณะที่เธอเดินสวนออกมา

                “ปวดเงี๊ยวๆ….” ผมตะโกนเสียงดังบอกเธอเป็นภาษาอีสานหลายครั้ง ซึ่งผมมั่งใจสุดๆ ว่าฝรั่งที่แน่นอยู่ภายในไม่มีใครเข้าใจคำๆ นี้แน่ๆ เธอได้แต่ตีหลังส่งแรงๆ พร้อมกับหัวเราะรัวลั่นอย่างไม่เกรงอายฟ้าดิน

                หลังกลับขึ้นรถ “บักหล่าคำแพงก้อนเท่าแคงเอื้อย….นางผีเสื้อสมุทรแปลว่าอะไร พูดมาดีๆซิ ฉันอยากรู้” นางฟ้าตัวกลมจับหน้าผมหันมาถามใกล้ๆ ดูเธอจะให้ความสำคัญกับคำๆนี้เป็นที่สุด

                “Butterfly on the ocean” ผมแปลตามตัว ผีเสื้อน้อยน่าสงสารบินกลางมหาสมุทร แล้วแอบหัวเราะในใจ

                “Oh! My God ฉันน่าสงสารขนาดนั้นเลยรึเธอ”

                HA HA HA HA ผมขอหัวเราะเป็นภาษาอังกฤษแบบคนโง่ๆ บ้างนะครับ…..เอาละถ้ายาวกว่านี้ผมโดนนางฟ้าตัวกลมฝังทั้งเป็นไว้ที่เกาะวิกตอเรียแน่ๆ….คราวหน้าผมจะพาทุกท่านไปเที่ยวเมืองชนบทเล็กๆที่ออกแบบมาเพื่อผมโดยเฉพาะชื่อแคมป์เบลล์ริเวอร์ (Cambell River) ตอนนี้ผม Timmy Buto ขอเวลานั่งชมทัศนียภาพป่าสนที่ขึ้นอยู่ 2 ข้างถนน Island HWY. ก่อนนะครับ เจอกันเร็วๆ นี้ บาย บาย

หมายเหตุ

เนื้อเพลงหนุ่มพเนจรที่นำมาประกอบงานเขียนนิยายเชิงท่องเที่ยวเล่มนี้ ผมไม่ทราบว่าลิขสิทธิ์เป็นของท่านใด หากต้องขออนุญาตก่อนกระผมจึงขออนุญาตไว้ ณ ที่นี้เป็นเบื้องต้นเลยนะครับ และกราบขอโทษเพราะความรู้สึกในเวลานั้นกระผมมีความสุขกับเนื้อหาเพลงนี้จริงๆ กราบขอบพระคุณล่วงหน้าครับ

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →