ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 25

วิกตอเรียรำลึก2วิกตอเรียรำลึก2 ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 25

ตอนที่ 25 “วิกตอเรียรำลึก2

บนเรือเฟอร์รี่

หลังเสียงใหญ่ๆ แหบพร่าของบุรุษประชาสัมพันธ์จบลง เสียงเรือเฟอร์รี่ที่คำรามรอเวลาออกเดินทางอยู่ก่อนแล้วก็กระหึ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ฟองทะเล Salish Sea แตกพล่านสีขาวจนเกร็งเกรงความแข็งแรงของสะพานเชื่อมที่ยกสูงจะหล่นลงมา ผมจับกล่องวีดีโอแนบกับคันกันตกเหล็กสีดำที่สูงระดับอกท้ายเรือด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะได้ยินเสียงเฮียจัสเรียกปะปนกับเสียงเหล่านั้นอย่างละ 50 เปอร์เซ็นต์

ผมแปลแล้วประมาณว่า “ทิมมี่ เราต้องขึ้นข้างบนเร็วเข้า”

“OK” ผมตอบด้วยภาษาอังกฤษแบบโง่ๆ

“เร็วๆ ไป ไป บักหล่าคำแพง เดี๋ยวประตูเรือจะปิด” นางฟ้าตัวกลมกำชับอีกคน ใช่ครับสำหรับเรือเฟอร์รี่ที่มีชั้นจอดรถยนต์ 2 ชั้น หลังจากผู้โดยสารขึ้นสู่ชั้นพักผ่อนที่มีอยู่ประมาณ 2-3 ชั้นไม่รวมชั้นดาดฟ้าเรียบร้อยแล้ว ประตูหรือทางเชื่อมลงสู่ชั้นจอดรถจะปิดอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร นางฟ้าตัวกลมที่ยังอยู่สภาพสะลึมสะลือก็ต้องลากสังขารไม่เต็มร้อยตามเด็กไปด้วย

“ฉันง่วง ฉานจะนอน เธอไปเดินเล่นให้ทั่วเลยนะ อีกชั่วโมงครึ่งกลับมาเจอกันที่นี้ OK” นางฟ้าตัวกลมพูดหลังจากเลือกที่นั่งในมุมที่คิดว่าเงียบที่สุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“OK…see you next time ผมขอไปสำรวจให้ชุ่มปอดก่อน” ผมพูดกับเฮียจัสและนางฟ้าตัวกลมไปพร้อมกัน ก่อนแยกฉายเดี่ยวในแบบที่สามารถควบคุมทุกอย่างได้เอง

แดดเช้าซัมเมอร์อุ่นๆ สำหรับคนแคนนาดา แต่คนไทยอย่างผมมันเย็นเกือบจะหนาว กระนั้นผมก็ต้องรูดซิบปล่อยชายแจ๊คเก็ตสีดำให้เป็นอิสระ (ทนหนาวเอาหน่อย แต่กูคิดว่ามันเท่) ผมคิดขำๆ สายลมและแสงแดดเหนือทะเล Salish Sea สดใส ตรงผิวทะเลกับท้องฟ้าบรรจบกันเป็นสีฟ้า-น้ำเงินเข้มจนเห็นเมฆสีขาวลอยเด่นชัดอยู่ต่อหน้าราวจะเอื้อมถึง ทั้งใจและกายรู้สึกถึงอิสรภาพ นกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้ได้เวลาโผสู่มหาสมุทรที่ไร้กิ่ง (อิสรภาพสมบูรณ์แบบที่โหยหามานานจะน่ากลัวเพียงใดน้อ! เรี่ยวแรงของนกป่ามากพอจะบินให้ถึงฝั่ง ณ.ปลายฟ้าที่บรรจบกับผิวทะเลจนเห็นเป็นเส้นเดียวกันได้หรือไม่) ผมคิด และยังคิดไม่ตกระหว่างอิสรภาพของนกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้กับความเป็นจริงที่กำลังดำเนินอยู่…

วิกตอเรียรำลึก2

“ใช่! อิสรภาพที่แท้จริง อยู่ที่เราเป็นคนกำหนดเอง นกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้เมื่อโผบินผิดทาง ความจริงก็คือความตายไม่ใช่ปลายทางแห่งฝัน…มึงไม่ใช่นกนางนวลนะทิมมี่” ผมสรุปขณะเดินไปตามทางเดินกว้างๆ บนดาดฟ้าสีขาวของเรือยักษ์ ที่เวลานั้นมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเดินปะปนกันไปมาพร้อมๆ สลับหยุดถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน ทุกคนเบิกบานยิ้มแย้มและหัวเราะ พวกเขากำลังกอบโกยความสุขที่เหลือล้นอย่างตะกละตะกลามราวกับไม่มีวันอิ่ม คงเพียงผมคนเดียวกระมั่งที่มีความสุขภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย

“Hey! you, take a picture to us Please…”สำเนียงภาษาอังกฤษแบบชาวเอเชียดังขึ้นตามหลัง ผมหันไปยิ้มทักทายแบบพระเอกหนังเกาหลี ชายวัยน่าจะเลย 30 ปีสักครึ่งทางก็ยื่นโทรศัพท์มือถือให้ ผมกดถ่ายรูปให้พวกเขาจนหนำใจพร้อมกับประเมินพ่อแม่ลูกสาวปู่กับย่าหรือไม่ก็เป็นตากับยาย คนกลุ่มนี้น่าจะเป็นคนเกาหลีหรือญี่ปุ่นแน่ๆ กระนั้น

“Where you From guy” ผมยิงคำถามด้วยภาษาอังกฤษรัวๆ เร็วๆ ขณะยื่นมือถือคืนให้

“I’m Chinese” สำเนียงเอเชียด้วยกันทำให้ผมฟังง่ายขึ้น เราทักทายกันไปมาสักพักก่อนผมจะขอตัวแยกมาอยู่กับความสันโดษอิ่มๆ อีกครั้ง

เรือเฟอร์รี่ลำนี้มีชั้นจอดรถ 2 ชั้นนะครับ อีก 3 ชั้นขึ้นไปเป็นชั้นพักผ่อนสำหรับผู้โดยสารและชั้นดาดฟ้าเรือที่ผมชอบ สำหรับชั้นพักผ่อนผู้โดยสารมองเผินก็ไม่ต่างกับห้างสรรพสินค้าดีๆที่บ้านเรามีนั้นแหละครับ มีที่นั่งพัก ดูหนัง ดู TV คอมพิวเตอร์  ศูนย์อาหาร ร้านกิ๊บซ๊อบ เสื้อผ้า นาฬิกาและอื่นๆอีกมาก ผมเดินสำรวจไปเรื่อยๆ สินค้า-ของที่ระลึกแต่ละอย่างแพงชนิดที่ผมไม่กล้าซื้อติดมือแม้แต่ชิ้นเดียว ยกตัวอย่าง พวงกุญแจที่เหมือนกับมีขายใน Walmart หรือแก๊สทาวน์ที่ผมพาไปเที่ยวเมื่อหลายวันก่อนชิ้นละประมาณ 4-5 เหรียญ แต่บนเรือลำนี้ 15-20 เหรียญ

“Oh! My God” ผมกระแดะอุทานออกมาเป็นภาษาอังกฤษก่อนจะเดินสำรวจไปตามเรื่อง…ซึ่งผมสังเกตใบหน้านักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นฝรั่ง เอเชีย แอฟริกา ก็มีความรู้สึกไม่ต่างกับผม ทุกคนเห็นราคาสินค้าแล้วยักไหล่แบะปากยิ้ม เว้นแต่ชาวจีนบางกลุ่มเท่านั้นที่ตื่นเต้นไปเสียทุกอย่างก่อนจะซื้อลงเรือไปด้วยคนละหลายๆ กระเป๋า

ครับกลับมายังห้องสี่เหลี่ยมบนถนนแฮปปี้แลนด์กันบ้าง : ผมรู้สึกเจ็บหน้าอกลามไปยังแผ่นหลังด้านซ้ายคาดว่าน่าจะเกิดจากการนอนอ่านหนังสือ “Fifty Shades Darker” เมื่อคืนก่อน ขอตัวไปทายานะครับ ครั้งหน้าผมจะพาทุกท่านไปเที่ยวสวน “Butchart Gardens” ไปชมกันว่าดอกไม้และใบไม้ในช่วงซัมเมอร์สั้นๆ ของแวนคูเวอร์จะสวยงามสักปานใด…รอนะ ตอนนี้ผมรู้สึกแย่เอามากๆ ขอตัวก่อนนะครับบาย บาย

“อ้อๆ ลืม หลังจากอ่านหนังสือของ อี แอล เจมส์ เรื่อง Fifty Shades Darker จบเมื่อหัวค่ำ คืนนี้เลยต้องนั่งสมาธิและสวดมนต์ก่อนนอน ไม่งั้นนอนไม่หลับแน่ๆ ไปจริงๆ ละ Good Night ครับทุกคน…บาย

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →