ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 22

ภาพอดีตภาพอดีต ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 22

ตอนที่ 22 “ภาพอดีต”

“อย่า อย่า อย่าทำ อย่าทำ….ไม่ ไม่สงสารก็เวทนา..เวทนา เวทนา…อาจารย์ อาจารย์ อย่า อย่า ไอ้คุณ ไอ้คุณ ไอ้เหี้ยคุณ….”

นางฟ้าตัวกลมที่นอนอยู่บนโชฟาสีแดงรูปตัวแอลซึ่งผมก็นอนแหมะอยู่อีกฝั่ง หัวเรา 2 คนแทบจะชนกัน เพราะเหตุนี้กระมังเธอจึงเทียวปลุกผมให้ตื่นกลางดึกเพราะเสียงระเมอบ้าๆแทบทุกคืน ยกเว้นคืนแรกที่ผมขึ้นไปนอนบนห้องชั้น 2

“บักหล่าคำแพงเป็นอะไรเธอ ทิมมี่ ทิมมี่ เป็นอะไร ทิมมี่ ละเมอทุกคืนเลยนะ”ผมสะลึมสะลือลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ เวลานี้กี่ทุ่ม กี่ยามแล้วน้อ แสงฟ้าเมืองแวนคูเวอร์ที่ไม่คุ้นชินหลอกผมจนลืมหลายๆเรื่องที่จะต้องทำเป็นประจำ ผมเดินกลับมานอนแหมะลงที่เดิม ขณะที่นางฟ้าตัวกลมลุกนั่งจ้องมายังผมราวกับพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจ

“บักหล่าคำแพงก้อนเท่าแคงเอื้อย…รู้ไหมเธอนอนละเมอทุกคืนเลยนะ บางคืนก็กัดฟันเสียงดังสามบ้านแปดบ้าน ฉานนั้นนะนอนไม่เคยหลับเต็มที่เลย”นางฟ้าตัวกลมขยับเข้ามานั่งใกล้ๆแบบต้องการจะคาดคั้น “เอื้อยไม่รู้หรอก 30 ปีที่เราไม่เจอกันเลยเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง….” นางนิ่งมองมายังร่างที่เหยียดยาวเงียบๆ ผมง่วงจนหายง่วงเมื่อเธอก้าวก่ายเข้าสู่เรื่องราวส่วนตัวแบบคนไร้มารยาท ในหัวก็พิจารณาถึงคุณสมบัติของเธอ วิเคราะห์ว่านางฟ้าไร้ปีกตัวกลมๆที่นั่งคาดคั้นทะมึนอยู่ตรงนี้สมควรจะรู้เรื่องราวเหล่านั้นหรือไม่ “บักหล่าคำแพง บางเรื่องในหัวจำเป็นต้องระบายออกมา เอื้อยอยากจะให้เป็นฝันสุดท้ายแล้วทิ้งมันไว้ที่แวนคูเวอร์ บักหล่าจะได้กลับไปประเทศไทยแบบคนใหม่ กลับไปฝันแต่เรื่องดีๆ…ไม่ใช่ อย่าทำผม ไม่สงสารก็เวทนา อาจารย์ ไอ้คุณ….ทั้งหมดทั้งมวลนี้พวกเขาเป็นใคร พอจะเล่าให้เอื้อยสาวคนนี้ฟังได้ไหม” ทุกคำพูดที่นางฟ้าตัวกลมกระแทกเสียงทุ้มๆเข้าใส่ ทำเอาผมสะดุ้งจนแทบจะลืมหายใจ ขณะที่นอนคล่ำซบกับหมอนผมก็คิดทบทวนย้อนกลับไปยังภาพอดีตที่ไม่เคยจบ

“….คือ….มัน….” ผมไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน….อากาศเย็นๆ ถูกดึงเข้าสู่ปอด ก่อนจะพ่นทิ้งยาวๆ ผมพลิกตัวเอามือทั้ง 2 ข้างประสานรองศีรษะ…สายตาก็ได้แต่เหมอไร้จุดหมาย แต่เงารัตติกาลไม่ช่วยอะไรนอกจากบอกสีเทาเข้มๆ

“พูดออกมาเถอะแล้วทิ้งมันไว้ซะที่นี้ จะได้กลับประเทศไทยอย่างคนใหม่….นะทิมมี่นะ” นางฟ้าตัวกลมเบาเสียงในคำสุดท้ายจนแทบไม่ได้ยิน

ผมดึงอากาศเข้าสู่ปอดลึกๆ “ทุกคนที่เคยนอนกับผมมักจะถามแบบเดียวกับที่อาเจ่ถามนี้แหละ…ผมกัดฟันเสียงดังขนาดนั้นเลยรึ”

“ฉันสะดุ้งนะเธอ”

“มันอาจจะสะสมหลายเรื่องรวมๆ กัน…ทุกๆ เรื่องล้วนแต่เป็นเรื่องราวที่น่าอับอายทั้งสิ้น…”

“ถ้าเธอคิดว่าฉันเป็นเอื้อยแพง…เอื้อยคนนี้ก็อยากจะได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องฉันบ้าง ทิมมี่ถ้าเธอคิดว่าเราเป็นเอื้อย-น้องกันจริงๆ เล่าออกมาให้สบายใจเถอะนะ”

ผมนอนพลิกคล่ำหันหน้าไปทางนางฟ้าตัวกลมที่นั่งนิ่งในความมืดสีเทาเข้มท่าเดิม มีเพียงดวงตาสีขาวเท่านั้นกำลังสะท้อนแสงดาวที่เล็ดลอดผ่านม่านเข้ามาบอกสถานะเว้าวอน วิงวอน อ้อนวอน “ทิมมี่…ได้โปรด”

ผมค่อยดึงอากาศเข้า จนหน้าอกยืดได้สุดเหยียดอีกครา…“ในวันที่เราไม่มีเงินเป็นวันที่เราไม่เหลือใคร”ผมถอนหายใจทิ้งๆขว้างๆ หลายที “ครอบครัวชาวนา มีลูกชาย 3 คน ที่ผู้เป็นแม่ต้องการผลักดันทุกๆทางเพื่อให้ลูกได้โอกาสเรียนหนังสือ ได้เรียนในมหาวิทยาลัยได้รับปริญญาไม่ใช่เรื่องง่ายๆในประเทศโลกที่ 3 พ่อต้องทำงานอย่างหนัก กลับมาจากซาอุดิอาระเบียก็ไปแบกน้ำตาลที่จังหวัดสระบุรี แม่กับน้องๆที่ยังเรียนหนังสืออยู่บ้านรวมทั้งวันเสาร์-อาทิตย์ของผมก็ต้องช่วยกันทำนา ทำไร่ เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู ในวันที่เราไม่มีเงินคือวันที่เราไม่เหลือใคร แต่เราทั้ง 5 คนก็กอดคอกันสู้ พ่อสู้ แม่สู้ ผมกับน้องๆจึงไม่เหลือทางอื่นให้เลือกนอกจากสู้ เราสู้ไปพร้อมกัน ในช่วงที่ผมเรียน ปวส.ที่จังหวัดนครราชสีมาคือช่วงที่เราลำบากที่สุด ผมต้องใช้เงินเยอะ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร ค่าเรียน ค่าเทอมและอีกหลายอย่างสารพัด กลางวันผมไปเรียน กลางคืนผมต้องไปทำงานเป็นเด็กเสริฟในสวนอาหารหรือรับเขียนแบบพิเศษ….” ผมหยุดประเมิน…นางฟ้าตัวกลมเชิดใบหน้าสู้กับเงารัตติกาล สีเทาเข้มๆของแคนาดาสะท้อนความเป็นตัวตนของเธอออกมาอย่างแจ่มแจ้ง “แม่ต้องขายควายที่ผมกับพ่อไปซื้อเพื่อเป็นค่าทำวิจัยก่อนเรียนจบ แต่ก่อนหน้านั้นผมเจอคนๆ หนึ่งๆ ที่สวนอาหาร….”

“อาจารย์….” นางฟ้าตัวกลมเสียงสั่น

“เขาเป็นอาจารย์วิศวกรสอนที่วิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา…เขามาดื่ม สุดท้ายก็เมาที่ร้านแทบทุกคืนจนเราคุ้นเคยกัน เขาแนะนำให้ผมเลิกเป็นเด็กเสริฟแล้วไปรับงานจากเขามาเขียนแบบ…ความสัมพันธ์ของเราจึงเริ่มต้น แต่มันไม่หยุดเพียงเท่านี้” ผมสูดลมเข้าสู่ปอดพลางผ่อนลูกกระเดือกเลือนขึ้นลงที่ลำคอให้เล็กลง… “ผมยอมเขาเพราะผมไม่มีเงิน…” ผมพยายามจะเล่าต่อแต่อารมณ์ที่กำลังบีบรัดทำให้ผมต้องหยุดหายใจ “เวลานั้นผมคิดทางออกเอาไว้แค่ทางเดียวคือ เมื่อไรที่เรียนจบ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับอาจารย์ก็ต้องจบไปด้วย….แต่ผมคิดผิด” ผมเป่าลมออกทางปาก ไม่กล้าหันไปมองนางฟ้าตัวกลมตรงๆ เห็นแต่เพียงเงาในสีเทาเข้มๆสั่นสะท้านบอกสถานะสะอื้นไห้… “หลังเรียนจบ ผมหนีทุกคน สำคัญตั้งใจจะหนีอาจารย์ไปทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ ครับผมทำงานที่เชียงใหม่ได้เพียง 3 เดือน ผมก็ย้ายกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ไอ้คุณก็เข้ามา….เวลานั้นผมสับสน น้องก็กำลังเรียน เงินเดือนก็น้อย บางเดือนผมเหลือไว้สำหรับตัวเองแค่ 1000 บาท มันเป็น 1000 บาทที่ผมจะต้องอยู่ให้ถึง 30 วัน… เพราะเหตุนี้ผมจึงใช้เหตุผลเดิมๆมาอ้าง ผมคบกับไอ้คุณต่อ แต่ครั้งนี้มันต่างกับอาจารย์ราวฟ้ากับเหว ผมโหยหาไอ้คุณอย่างที่ผมไม่เคยโหยหาอาจารย์….ผมคิดว่ามันเป็นความรักแบบบ้าๆ….ใช่มันบ้าเอามากๆ ผมกะจะถอยหลายครั้งลองคบกับผู้หญิงจนมีลูกด้วยกัน แต่เธอก็ใจร้ายจนผมไม่สามารถให้อภัยได้….”

“เธอ ไป ทำ แท้ง ใช่ ไหม” นางฟ้าตัวกลมประเมิน ฝ่ามือก็ปาดน้ำตาทิ้งแล้วทิ้งอีก

ผมผงกศีรษะแรงๆ หวังจะให้เธอเห็นในรอบเดียว… “ผมเริ่มคบกับผู้หญิงอีกหลายคน มีคนหนึ่งผมถึงขนาดส่งเธอเรียนหนังสือเป็นเรื่องเป็นราว เราวาดฝันจะร่วมอนาคตแต่ในเมื่อเราทั้งคู่ต่างก็มีภูมิหลังในที่สุดถนนเส้นนั้นก็ถึงทางตัน เธอบอกเลิก ผมเอยคำอวยพรส่งเธออย่างสวยงามและระหว่างเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด มีแต่ไอ้คุณคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ยอมปล่อยมือผม มันไม่เคยต่อว่า มันไม่เคยซ้ำเติม สุดท้ายผมก็มั่นใจกล้าใช้คำว่ารักกับมันแบบจริงๆ จังๆ” ความวังเวงแทรกผ่านเงียบ ในเงาสีเทามีหลายสิ่งปะปนจนผมแทบจะอาเจียนออกมา “….แต่สุดท้ายครอบครัวใหญ่สายการเมืองก็มาแยกมันให้ไปแต่งงานกับผู้หญิงที่พวกเขาหาไว้ให้ ไอ้คุณแต่งงาน แน่นอนผมทั้งเจ็บปวดทั้งปราบปลื้ม และผมเกือบเป็นบ้าในเวลานั้น…”

“ไอ้คุณที่ว่า ชื่ออะไรทิมมี่”

“อย่าพูดถึงเขาเลย…มันติดต่อผมผ่านอีเมลล์ใช้ชื่อนิคเนมว่า เดียร์เนียว

“เดียร์เนียว เดียร์เนียวคนเดียวกับที่ไอ้แก๊บบี้เล่าให้ฉันฟังรึเปล่า” นางฟ้าตัวกลมปาดน้ำตาทิ้งแล้วซักไซด์อย่างเอาเป็นเอาตาย “บอกฉานนมาเดี๋ยวนี้ ทิมมี่”

ผมเอ๋อ ไม่นึกว่าไอ้แก๊บบี้จะกล้าหักหลัง…

“ใช่ไหม ไอ้คุณมันตามเธอมาถึงที่นี้เลยรึ…ว่ามา…ฮื้อ ว่าไง”

ผมเว้นระยะเวลาให้ความเงียบครอบครอง….กระทั้งเงาสีเทาของแวนคูเวอร์เปลี่ยนสู่เฉดสีอื่นๆ ผมพยักหน้าแบบคนสารภาพผิด

“เขามาดักเจอผมที่ฮ่องกง….บอกจะไปทำธุระที่ซานฟรานซิสโก คือไอ้คุณเคยเรียนมัธยมที่นั้นเลยแวะมาหาผมที่นี้ ก่อนจะบินกลับเมืองไทยเมื่อวาน….”

มันมาถึงตรงนี้จนได้ ผมบอกแล้วไงครับว่า เดทแรกในแวนคูเวอร์เป็นเรื่องแต่งทั้งหมด….ผมกับแก๊บบี้ไม่ได้ไปส่งเดียร์เนียวขึ้นรถไฟฟ้าหรอกครับ แต่เราไปส่งไอ้คุณที่สนามบินแวนคูเวอร์ต่างหาก…สรุปนางฟ้าตัวกลมที่สะอึกสะอื้นกับเรื่องราวอันขมขื่นเมื่อครู่กลับแปลงร่างเป็นนางผีเสื้อสมุทรอีกรอบ…แต่อย่างว่านั้นแหละครับขึ้นชื่อว่านางฟ้า ถึงจะไม่มีปีก จะตัวผอมตัวกลม แต่นางฟ้าก็คือนางฟ้าวันยันค่ำ

“บักหล่าคำแพงก้อนเท่าแคงเอื้อย….เอื้อยดีใจที่เธอเล่าเรื่องราวในช่วงที่ขาดหายให้เอื้อยฟัง สิ่งหนึ่งที่เอื้อยสาวคนนี้อยากจะได้จากน้องชายมากที่สุดก็คือ…จบเรื่องไอ้คุณ จบเรื่องอาจารย์ ทิ้งทุกๆ คนไว้ที่นี้ซะ เชื่อเอื้อยเถอะ เอื้อยจะฝังพวกเขาให้หิมะแวนคูเวอร์กัดกินไปตลอดกาล…เธอจะได้ไม่ต้องนอนกัดฟัน นอนฝันร้ายอีก…น้อบักหล่าคำแพงน้อ”

ครับ…… “ภาพอดีต” บางภาพก็ไม่ควรจำ ไม่มีค่าพอจะเก็บไว้ ผมควรจะทิ้งพวกเขาฝังใต้หิมะเอาไว้ที่นี้อย่างที่นางฟ้าตัวกลมเสนอ ใช่!….จบสิ้นกันซะที ขอบคุณนางฟ้าตัวกลม ขอบคุณเอื้อยสาวจากหัวใจ….

ครั้งหน้าครับผมจะนำทุกท่านไปเที่ยว “เกาะวิกตอเรีย” เปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง…..ติดตามเลยเร็วๆ นี้ครับ สดชื่น สดใสแน่นอน

สุดท้ายผม Timmy Buto รายการจากบ้านสีขาว 2 ชั้น ทรงบาวาเรียนถนน 88 เชอร์รี่ แวนคูเวอร์  ฝันดีทุกคนครับ บาย บาย

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →