สาวเอยพ่อจะบอกให้

ถ้าเพียงแต่เกิดความสงสัยขึ้นมาเท่านั้น ก็คงไม่มีความหมายอะไร เมื่อเป็นเช่นนี้เชื่อว่า ทุกคนคงต้องการที่จะแก้ปัญหานี้ นี่เองคือสิ่งที่ประเสริฐยิ่ง เพราะจะทำให้เราเข้าถึงสัจธรรม ภูมิปัญญาและความรู้ก็จะสูงส่งก้าวหน้ามากขึ้นเท่านั้นและได้รับการกล่าวขวัญจากผู้อื่นอีกด้วยว่า เป็นคนที่มีอนาคตไกล

แต่สำหรับผู้ที่โชคร้าย ถึงแม้จะมีความสงสัยเกิดขึ้น แต่เขาจะไม่พบจุดที่จะสอนสัจธรรมให้แก่เขาได้ ดังนั้น บุคคลประเภทนี้จึงต้องหลงผิดอยู่ชั่วชีวิต และความสงสัยของเขา ก็ยังคงก่อให้เกิดความสงสัยเรื่อยไปจนกระทั่งพบจุดจบ บางคนอาจจะหัวเราะเยาะและมองข้ามสัจธรรมที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้

มนุษย์เราถ้าไม่เกิดความสงสัยเลยก็ไม่ดีและเมื่อเกิดความสงสัยแล้ว ก็ต้องมีความกล้าพอที่จะแก้ปัญหาข้อสงสัยนั้นให้กระจ่างแจ้งหมดไปด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พ่อสอนลูกสาวด้วยความห่วงใย

อยากรู้ไหม…มีอะไรในมือพ่อ เริ่มจากการที่คุณพ่อเรียกลูกสาวเข้าไปพบและบอกกับลูกสาว

คุณพ่อ : “พ่อมีอะไรจะให้ดู เป็นของสำคัญมากนะ” แล้วคุณพ่อก็หยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อ โดยกำสิ่งของไว้ในมือ ไม่ให้ลูกเห็น
คุณพ่อ : “อยากรู้ไหมว่ามีอะไรในมือพ่อ” ลูกสาวพยักหน้าด้วยความสงสัย พ่อเลยยื่นข้อเสนอ
คุณพ่อ : “งั้นเอามือเขกพื้น 3 ที” พอลูกเขกเสร็จตามที่พ่อบอก คุณพ่อพูดอีกว่า
คุณพ่อ : “เปลี่ยนเป็น 10 ที่ดีกว่า” ลูกสาวก็เขกพื้นอีก 10 ที พอเขกเสร็จพ่อพูดอีกว่า
คุณพ่อ : “เพิ่มเป็น 15 ทีแล้วกัน” ด้วยความอยากรู้ ลูกสาวยอมเขกพื้นเพิ่มเป็น 15 ที พร้อมพูดกับพ่อว่า
ลูกสาว : “ลูกอยากรู้จริงๆ ว่าในมือพ่อคืออะไร”

พ่อเลยแบมือออก เผยให้เห็นเหรียญ 5 บาทธรรมดาหนึ่งเหรียญ หลังจากนั้นคุณพ่อก็เอามือกำเหรียญ 5 บาทเหรียญเดิมอีกครั้ง และ ถามลูกสาวว่า อยากดูไหมว่าในมือพ่อมีอะไร ถ้าอยากรู้ต้องเอามือเขกพื้น 5 ที ลูกสาวส่ายหน้าพร้อมกับบอกว่า.

ลูกสาว : “ไม่อยากดูแล้ว” เพราะรู้แล้วว่าในมือพ่อมีอะไร พ่อเลยต่อรอง
คุณพ่อ : “เขกแค่ 1 ทีก็ได้” ลูกสาวยังส่ายหน้า พร้อมกับบอกว่า.
ลูกสาว : “หนูรู้แล้ว หนูไม่อยากดูแล้ว” คุณพ่อเลยบอกว่า
คุณพ่อ : “เอางี้ พ่อให้ดูฟรีๆ ก็ได้เอาหรือเปล่า” ฝ่ายลูกสาวตอบว่า.
ลูกสาว : “ไม่เอา ไม่รู้จะดูไปทำไม ก็รู้อยู่แล้วว่าในมือพ่อมีอะไร”

ได้ฟังเช่นนั้นคุณพ่อเลยสอนลูกสาวว่า เหรียญ 5 ก็เปรียบเสมือนกับสิ่งอันพึงหวงแหนของหญิงสาว ถ้าใครได้รู้ได้เห็นก่อนเวลาอันควรก็จะกลายเป็นของไร้ค่าในทันใด

คุณพ่อ : “นี่แหละลูก ของอะไรที่ยังคงเป็นความลับ น่าสงสัย คนมักยอมทำตามทุกอย่างที่จะได้สมความปราถนา มีความอยากดู อยากรู้ อยากเห็น แต่เมื่อสมปราถนาแล้วดูบ่อยๆ ก็มักจะเบื่อให้ดูฟรีๆ ยังไม่อยากดูเลย เช่นกันสิ่งที่พึงหวงสำหรับสตรีก็เป็นสิ่งที่มีค่า ถ้าใครได้รู้ก่อนเวลาอันควร ก็จะไม่มีค่า ถ้าใครได้รู้ก่อนเวลาอันควร ก็จะไม่มีค่าอะไรอีกต่อไป ไม่ต่างจากเหรียญ 5 บาทที่พ่อให้ลูกดูฟรี”

ความรักของพ่อแม่มีค่ายิ่งสิ่งใด ลูกคนใดมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ ถือว่าลูกประเสริฐยิ่ง ยิ่งลูกสาวพ่อแม่ยิ่งเป็นห่วง เหมือนดอกไม้ที่บอบบางยิ่งสวยก็ยิ่งเป็นห่วง เหมือนดอกลิลลี่ที่แสนสวยและหอมด้วย พ่อแม่ยิ่งจัดไว้ในแจกันแก้วมีราคา ลูกล่ะจะเข้าใจหัวอกพ่อแม่หรือเปล่า หรือมีความรักแล้วทำให้ตาบอด มีประสบการณ์ของหญิงมากมายที่ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ที่ต้องผิดหวัง บางคนยังไม่สงสารพ่อแม่คิดจะฆ่าตัวตายอีก ขอให้หยุดความคิดแบบนี้ ขอให้ยืนสู้ต่อไปพ่อแม่รักและห่วงใยถึงได้ใส่ใจห่วงใย พร่ำบ่นพร่ำสอน กลับใจเสียใหม่ยังไม่สายเกินไป

รวบรวมและเรียบเรียงธรรมะดีๆ โดย พเยาว์

เรื่องแนะนำ

พเยาว์ โมทาน

About พเยาว์ โมทาน

รวบรวม เรียบเรียง บทความธรรมะ ประชาสัมพันธ์

View all posts by พเยาว์ โมทาน →