TrueVisionsOfficial

TrueVisionsOfficial ทุกตอน โหนให้จุใจไปเลยจ้า

TrueVisionsOfficial

True Visions Group is Thailand’s leading pay-TV operator, a group at the forefront of global media entertainment. We offer a variety of top local and international channels on our digital direct to home and digital hfc cable network platforms to a fast growing number of audiences with real commitment to service excellence. We are committed to the delivery of superior content and memorable entertainment experience to targeted customers.

TrueVisionsOfficialBy leveraging technology to bring the world’s finest information and entertainment programming to the Thai audience, in asocially responsible way that creates long term shareholder value, we strive to contribute significantly to Thailand’s cultural life.

เกี่ยวกับทรูโฟร์ยู

ทรูโฟร์ยู (อังกฤษ: True4U) เป็นช่องโทรทัศน์ซึ่งผลิตโดย บริษัท ทรูวิชันส์ จำกัด (มหาชน) นำเสนอรายการประเภทข่าวสาร บันเทิงและกีฬา จากทรูวิชันส์บางส่วน แพร่ภาพผ่านโครงข่าย โทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล ตามที่ กสทช.ออกใบอนุญาต ในประเภทรายการทั่วไป ภาพคมชัดปกติ ช่องหมายเลข 24 และออกอากาศคู่ขนาน ทางโทรทัศน์ดาวเทียม หรือโทรทัศน์ผ่านสายเคเบิล

ประวัติ

เมื่อปี พ.ศ. 2541 โทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมาชิก ยูบีซี (ชื่อขณะนั้น) กำหนดให้นำเสนอ รายการแนะนำสินค้าทางโทรทัศน์ ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ทางช่องหมายเลข 10 โดยมีชื่อตั้งต้นว่า ช็อปปิงแอตโฮม (อังกฤษ: Shopping@Home) ต่อมาในปี พ.ศ. 2548 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กระทรวงอุตสาหกรรม เช่าช่องดังกล่าว พร้อมทั้งจ้างให้ยูบีซี ผลิตเนื้อหาเป็น ช่องเอสเอ็มอีช็อป (อังกฤษ: SMEs Shop Channel) จนกระทั่งวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) เช่าต่อช่องดังกล่าวจากทรูวิชันส์ แล้วผลิตเนื้อหาด้วยตนเองโดยตั้งชื่อว่า ช็อปปิงเน็ตเวิร์ก (อังกฤษ: Shopping Network)

จากนั้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ทรูวิชันส์มีนโยบายเปลี่ยนแปลง ช่องหมายเลข 10 เป็นชื่อใหม่ว่า ทรูเท็น (อังกฤษ: true 10) พร้อมทั้งนำเนื้อหาบางส่วนของ รายการประเภทสาระ บันเทิงและกีฬา ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของทรูวิชันส์ มาแพร่ภาพตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทุกช่องทางของทรูวิชันส์ และออกอากาศคู่ขนาน ผ่านโทรทัศน์ดาวเทียมระบบซี-แบนด์ ด้วยกล่องแปลงสัญญาณของพีเอสไอ โดยที่ผู้ใช้กล่องรับสัญญาณอื่น ต้องทำการถอดรหัสเสียก่อน จึงสามารถรับชมได้ จนกระทั่งเวลา 23:59 น. ของวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2557 ทรูวิชันส์ยุติการออกอากาศทรูเท็น เพื่อปรับปรุงระบบการออกอากาศ ให้รองรับต่อระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน ก่อนจะกลับมาเริ่มแพร่ภาพในชื่อปัจจุบัน อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557 จนถึงปัจจุบัน

ออกอากาศด้วยภาพคมชัดสูง

ซึ่งในช่องทางของทรูวิชันส์ มีการออกอากาศด้วยภาพคมชัดสูง ทางช่องหมายเลข 2 เพิ่มเติมด้วย (ต่อมาตั้งแต่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ย้ายสลับกับช่องทรูอินไซด์ ไปที่ช่องหมายเลข 4) ขณะที่ช่องทรูซีเล็กต์ ซึ่งนำเสนอ รายการแนะนำสินค้าทางโทรทัศน์ ของทรูวิชันส์เอง ย้ายจากช่องหมายเลข 11 เข้าทดแทนช่องทรูเท็นที่ช่องหมายเลข 10 (ตั้งแต่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559 ทางช่องทรูโฟร์ยู ช่องหมายเลข 4 ย้ายไปที่ช่องหมายเลข 24,40 และ ทางทีวีดิจิตอลและทีวีดาวเทียมช่องหมายเลข 24)[3] ก่อนจะขอยกเลิกจากหมายเลขช่องของทรูวิชั่นส์ซ้ำเหมือนกัน หมายเลข 40 111 และ 334 เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ กสทช. ที่ห้ามนำฟรีทีวีออกอากาศนอกเหนือจากหมายเลขที่กำหนด ตั้งแต่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560)

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อนุญาตให้ทรูโฟร์ยูสามารถออกอากาศรายการในรูปแบบโทรทัศน์ความละเอียดสูงบางช่วงเวลา เพื่อรองรับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้ายซึ่งประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพ

แหล่งข้อมูล ช่อง truevisionsofficial บนยูทูป

ช่อง jkn ย้อนหลัง

ช่อง jkn ย้อนหลัง ช่อง JKN18 สนุกทุกวัน สำหรับทุกคน

ช่อง jkn ย้อนหลัง

การเป็นผู้นำในเรื่องของการนำคอนเทนต์จากทั่วโลกมาสู่เมืองไทย และการผลิตคอนเทนต์ไทยที่ดีที่สุดออกสู่ทั่วโลก จึงเปรียบเสมือนการเป็นหน้าต่างโลกของคนไทยที่จะนำแรงบันดาลใจ นำชีวิต นำความคิดที่ดีที่สุดให้กับคนไทยทุกคน ให้สมกับคำขวัญของบริษัท ว่า “Content for Life””

ช่อง jkn ย้อนหลัง

เกี่ยวกับเจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย

บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์รายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ รวมถึงให้บริการเวลาเพื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์สินค้าทางสถานีโทรทัศน์ของทางกลุ่มบริษัท และยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์

ประวัติ

บริษัทจดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 โดยนายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1,000,000 บาท โดยเริ่มแรกบริษัทดำเนินธุรกิจจากการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์อาทิ สินค้าดีวีดีชุด เสื้อยิ้มให้พ่อ น้ำดื่มตราภัทรพัฒน์ เป็นต้น ซึ่งเป็นสินค้าภายใต้สิทธิ์ของบริษัท เจเคเอ็น แลนด์มาร์ค จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท เอสทีจี มัลติมีเดีย จำกัด)

หลังจากนั้นได้เปลี่ยนมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จนเมื่อประเทศไทยอยู่ในช่วงประมูลใบอนุญาตประกอบธุรกิจสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิตอล จึงได้ดำเนินการขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ของงบริษัท เจเคเอ็น แลนด์มาร์ค จำกัดให้กับบริษัท ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 และได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560

บริษัทขายลิขสิทธิ์ประเภทซีรีส์ การ์ตูน สารคดี จากหลากหลายประเทศ อย่าง เกาหลีใต้ อินเดีย จีน ฟิลิปปินส์ และสหรัฐ จำหน่ายเป็นลิขสิทธิ์ให้กับผู้ประกอบธุรกิจสถานีโทรทัศน์ทุกระบบ รวมถึงผ่านระบบวิดีโอออนดีมานด์ และโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์อย่าง ดีวีดี และบลูเรย์

บริษัทย่อย

บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) มีบริษัทย่อย 4 บริษัทคือ บริษัท เจเคเอ็น แชนเนล จำกัด, บริษัท เจเคเอ็น ไอเอ็มซี จำกัด, บริษัท เจเคเอ็น โนว์เลดจ์ จำกัด และ บริษัท เจเคเอ็น นิวส์ จำกัด โดยถือหุ้นร้อยละ 99.99 ในทั้ง 4 บริษัท

เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ซื้อกิจการ JKN Global Living มูลค่า 49 ล้านบาท พร้อมร่วมทุนตั้ง "เจเคเอ็น เอ็มเอ็นบี" ด้วยทุนจดทะเบียน 34 ล้านบาท และ JKN ถือหุ้น 51% ใช้เงินลงทุนตามสัดส่วนไม่เกิน 27 ล้านบาท หวัง 2 บริษัทใหม่ที่ผลิต จัดจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ ความสวยงาม และสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค และธุรกิจด้านการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มเป็นธุรกิจน่าสนใจมีศักยภาพ อีกทั้งเปลี่ยนชื่อบริษัทย่อยที่ทำธุรกิจทีวีเป็น "เจเคเอ็น ไลฟ์" เพื่อเปิดช่องทางทำเงินได้มากขึ้น

นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN แจ้งที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ว่ามีมติอนุมัติการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล ลิฟวิ่ง เน็ทเวิร์ค จำกัด (JKN Global Living) จากผู้ถือหุ้นเดิมคือ นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ น.ส.พิมพ์อุมา จักราจุฑาธิบดิ์ และนางพิสมัย ลิขิตอำนวย ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท จำนวนทั้งสิ้น1 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100.00 บาท (ชำระค่าหุ้นแล้ว หุ้นละ 25.00 บาท) ในราคาหุ้นละ 49.00 บาท คิดเป็นจำนวนเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 49 ล้านบาท คาดว่าจะเข้าทำธุรกรรมการซื้อหุ้น JKN Global Living แล้วเสร็ไตรมาส 2 ปี 2564

ซื้อกิจการ JKN Global Living

ทั้งนี้ JKN Global Living มีการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนหรือประกอบธุรกิจการผลิต จัดจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ ความสวยงามและสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยผ่านการถือหุ้นโดยทางตรงและทางอ้อมในบริษัทย่อย 5 บริษัท ดังนั้น ภายหลังจากการเข้าซื้อหุ้นใน JKN GlobalLiving บริษัทจะเข้าเป็นผู้ถือหุ้นทางอ้อมในบริษัทย่อยของ JKN Global Living ทั้งสิ้น 5 บริษัทคือ บริษัท เจเคเอ็น เฮลท์ แอนด์ บิวตี้ จำกัด บริษัท เจเคเอ็น คอนซูเมอร์ โปรดักส์ จำกัด บริษัท เจเคเอ็น หมี่วอย จำกัด บริษัท เจเคเอ็น ทูฟิต ฟู๊ด จำกัด และบริษัท เจเคเอ็น จีเนียส แฟมมิลี่ จำกัด

JKN MNB

พร้อมกันนี้ บอร์ดยังได้อนุมัติให้ตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ บริษัท เจเคเอ็น เอ็มเอ็นบี จำกัด หรือ JKN MNB ด้วยทุนจดทะเบียน 34 ล้านบาท โดย JKN จะถือหุ้น 51% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด ซึ่งร่วมลงทุนกับบริษัท เอ็ม เอ็น เบฟเวอเรจ จำกัด ถือ 49% เพื่อประกอบธุรกิด้านการจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม โดย JKN ใช้เงินลงทุนจากทุนหมุนเวียนไม่เกิน 27 ล้านบาท คาดจัดตั้ง JKN MNB แล้วเสร็จไตรมาส 2 ปี 2564

สำหรับการเข้าทำธุรกรรมการซื้อหุ้น JKN Global Living และธุรกรรมการจัดตั้งบริษัท JKN MNB ในครั้งนี้ จะช่วยให้บริษัทสามารถขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจของบริษัทไปยังธุรกิจประเภทใหม่ทั้งการผลิต จัดจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ ความสวยงาม และสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคและธุรกิจด้านการจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความน่าสนใจ มีศักยภาพ และน่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นของบริษัทได้

แหล่งข้อมูล ช่อง JKN18

สถานีผีดุ

สถานีผีดุ ดูย้อนหลัง ทุกตอน

สถานีผีดุ

สถานีผีดุ และ ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 รายการ ‘สถานีผีดุ’ ที่สุดของความหลอน!! ของนักเล่าเรื่องผีที่ดีที่สุดแห่งยุค มาเปิดหน้าหลอนพร้อมกัน แล้วคุณ! จะไม่กล้านอน…คนเดียว….. ทุกคืนวันศุกร์ 4 ทุ่ม ทาง Youtube Thairath เท่านั้น!!

สถานีผีดุ

เกี่ยวกับไทยรัฐทีวี

ไทยรัฐ เป็นหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทย นำเสนอข่าวทั่วไป ที่มียอดจำหน่ายมากที่สุดในประเทศไทย จากการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2523 ก่อตั้งโดยกำพล วัชรพล ปัจจุบันมี บริษัท วัชรพล จำกัด เป็นเจ้าของ, ยิ่งลักษณ์ วัชรพล เป็นผู้อำนวยการ และสราวุธ วัชรพล เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการ มีจำนวนพิมพ์ปัจจุบันที่ 1,000,000 ฉบับ ราคาจำหน่าย 10.00 บาท

ไทยรัฐ 2505-ปัจจุบัน

เมื่อวันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2505 หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ออกวางจำหน่ายฉบับปฐมฤกษ์ โดยกองบรรณาธิการชุดเดิมของเสียงอ่างทอง หนังสือพิมพ์เสียงอ่างทองถูกสั่งปิดอีกครั้ง ผลกระทบจากการเสนอข่าวการเมือง จึงทำให้หนึ่งในเบื้องหลังผู้บริหารขณะนั้น ต้องทำการขอเปิดหนังสือพิมพ์ในหัวใหม่ เปลี่ยนสถานที่จัดพิมพ์ เปลี่ยนบรรณาธิการบริหาร โดยใช้คำขวัญในยุคแรกว่า หนังสือพิมพ์เช้า ภาพข่าวสดประจำบ้าน มีจำนวนพิมพ์เพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ฉบับ แต่ละฉบับมีจำนวน 16 หน้า ราคาฉบับละ 1.00 บาท ต่อมา ในราวปลายปี พ.ศ. 2508 ไทยรัฐเริ่มจัดพิมพ์ฉบับพิเศษในวันอาทิตย์ ให้ชื่อว่า ไทยรัฐสารพัดสี จำนวน 20 หน้า ราคาเท่าเดิม ส่งผลให้ยอดพิมพ์เพิ่มขึ้นเป็น 140,000 ฉบับ

ต่อมาในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2511 เพิ่มจำนวนเป็น 20 หน้าต่อฉบับในทุกวัน ส่งผลให้ยอดพิมพ์เพิ่มขึ้นอีกเป็น 200,000 ฉบับ จากนั้นในปี พ.ศ. 2515 พนักงานของไทยรัฐพากันลาออกพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จนเกือบทำให้ต้องปิดกิจการ จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อมา ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2516 ไทยรัฐประกาศปรับขึ้นราคาหนังสือพิมพ์อีก 50 สตางค์ (เป็น 1.50 บาท) ในช่วงเหตุการณ์วันมหาวิปโยค ระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ยอดพิมพ์ไทยรัฐปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะวันที่ 16 เพิ่มสูงขึ้นถึง 1,181,470 ฉบับ

เกิดเหตุลอบยิงสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ด้วยระเบิดเอ็ม-79 เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ไทยรัฐได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญอีกครั้ง เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2520 ด้วยการเช่าเครื่องบินเหมาลำ จากจังหวัดเชียงใหม่ กลับสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นห้องล้างฟิล์มชั่วคราวกลางอากาศ ที่บันทึกภาพข่าว การชกมวยป้องกันตำแหน่งของแสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ ที่ชนะน็อกมอนโร บรูกส์ ในยกที่ 15 โดยเมื่อถึงกรุงเทพฯ จึงนำภาพลงหนังสือพิมพ์ได้เพียงฉบับเดียว

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ไทยรัฐเริ่มใช้เครื่องเฮลล์ (Hell) ในระบบรับ-ส่งภาพขาวดำระยะไกล (Telephoto Receiver & Facsimile Transmitter) ทั้งนี้ ไทยรัฐยังเพิ่มยอดพิมพ์ในฉบับประจำวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2522 เป็นจำนวน 1,000,742 ฉบับ นอกจากนี้ ไทยรัฐประกาศปรับขึ้นราคาหนังสือพิมพ์อีก 50 สตางค์ (เป็น 2.00 บาท) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2522 และปรับขึ้นอีก 1 บาท (เป็น 3.00 บาท) เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2523

จากนั้น

ไทยรัฐได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง ในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 พาดหัวข่าวตัวใหญ่ถึงครึ่งหน้ากระดาษ โดยดำริของกำพลเองว่า “สั่งปลด...อาทิตย์” ส่งผลให้ยอดจำหน่ายขึ้นสูงไปถึงเลข 7 หลัก ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปกติถึงร้อยละ 30 และไทยรัฐเริ่มพิมพ์ภาพสี่สีบนปกเป็นฉบับแรก เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2531 โดยตีพิมพ์ภาพข่าว นางสาวภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก รับตำแหน่งนางงามจักรวาลที่ไต้หวัน และวันถัดมา เชิญพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงยกช่อฟ้า พระอุโบสถวัดปรินายกวรวิหาร ตีพิมพ์บนหน้า 1 ของไทยรัฐด้วย

1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ไทยรัฐประกาศปรับขึ้นราคาหนังสือพิมพ์อีก 2 บาท (เป็น 5.00 บาท) และวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2532 ไทยรัฐเริ่มใช้เครื่องเฮลล์ ในระบบรับส่งภาพสีระยะไกล ไทยรัฐสร้างปรากฏการณ์พิเศษ ด้วยการจัดพิมพ์หนังสือพิมพ์ ฉบับประจำวันพุธที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2532 เป็นพิเศษ จำนวน 108 หน้า เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 40 ปี หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และครบรอบวันเกิด 70 ปี ของนายกำพล ในฐานะผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ ในช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ระหว่างวันที่ 17-21 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 ไทยรัฐมียอดพิมพ์อยู่ในระดับ 1,000,000 ฉบับเศษ โดยเฉพาะวันที่ 19 พฤษภาคม เพิ่มสูงขึ้นถึง 1,428,624 ฉบับ

เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2537 ไทยรัฐนำเครื่องรับส่งภาพระยะไกล ลีแฟกซ์ (Leafax) จากบริษัท เอพี จำกัด เข้ามาใช้ต่อพ่วง และแสดงภาพบนเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปใช้งานได้ทันที รวมทั้งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ปีเดียวกัน ศูนย์ข่าวภูมิภาคใน 17 จังหวัด ก็ได้นำระบบรับส่งภาพดังกล่าวไปใช้ ในการส่งภาพกลับเข้ามายังสำนักงานส่วนกลางที่กรุงเทพฯ อีกด้วย ต่อมาเพิ่มอีก 9 จังหวัด ในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 และเพิ่มอีก 4 จังหวัด ในวันที่ 10 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน รวมทั้งสิ้น 30 จังหวัด

ในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2539 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเพิ่มเป็น 40 หน้าทุกวัน ตามที่ได้เตรียมการมาเป็นเวลายาวนาน พร้อมประกาศปรับราคาจำหน่ายอีก 3 บาท (เป็น 8.00 บาท) จากนั้นจึงประกาศปรับราคาอีก 2 บาท (เป็น 10.00 บาท) เมื่อปี พ.ศ. 2551 ปัจจุบัน (พ.ศ. 2555) มีบริษัท วัชรพล จำกัด เป็นเจ้าของ, ยิ่งลักษณ์ วัชรพล เป็นผู้อำนวยการ และสราวุธ วัชรพล เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการ ซึ่งทั้งสองเป็นบุตรีและบุตรของกำพล มีจำนวนพิมพ์ปัจจุบัน 1,000,000 ฉบับ ราคาจำหน่าย 10.00 บาท ในหนึ่งฉบับมีประมาณ 28-40 หน้า

เจาะใจย้อนหลัง

เจาะใจย้อนหลัง ทุกตอน รายการทอล์คโชว์ที่ผลิตโดย บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด ที่ออกอากาศต่อเนื่องยาวนานที่สุดของประเทศไทย พิธีกรคือสัญญา คุณากร

คอลัมนิสต์ประจำรายการได้แก่ ป๋าเต็ด – ยุทธนา บุญอ้อม ตุ้ม (หนุ่มเมืองจันท์) – สรกล อดุลยานนท์ โหน่ง – วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ สิงห์ – วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นิ้วกลม – สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ ปอนด์ – ภริษา ยาคอปเซน อุ๋ย บุดด้าเบลส – นที เอกวิจิตร เจาะใจย้อนหลัง

ข้อมูลรายการจาก JSL บนเว็บไซต์ youtube.com

 

ข่าวช่อง3

ข่าวช่อง3 แชนแนล ดูย้อนหลัง

ข่าวช่อง3

เกี่ยวกับช่อง 3

สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อ.ส.ม.ท. เป็นสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดิน (Terrestrial Television) แห่งที่ 4 ของประเทศไทย ดำเนินกิจการโดยบริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ภายใต้สัญญาสัมปทานกับบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เริ่มแพร่ภาพเป็นปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2513 เวลา 10:00 น. ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ออกอากาศด้วยระบบวีเอชเอฟ ความถี่ต่ำ ทางช่องสัญญาณที่ 3 จนถึงปี พ.ศ. 2550

หลังจากนั้น จึงเปลี่ยนมาออกอากาศในระบบยูเอชเอฟ ทางช่องสัญญาณที่ 32 โดยที่เริ่มแพร่ภาพคู่ขนาน (simulcast) กับโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ช่องหมายเลข 33 ภาพคมชัดสูง ของบริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ตามคำสั่งของศาลปกครอง ตั้งแต่เวลา 21:19 น. ของวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557 มีคำขวัญประจำสถานีฯ ว่า คุ้มค่าทุกนาที ดูทีวีสีช่อง 3 โดยมีประสาร มาลีนนท์ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555 แทนประวิทย์ มาลีนนท์ ที่ขอลาออกเนื่องจากมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ปัจจุบัน ประชุม มาลีนนท์ เป็นกรรมการผู้จัดการ

ประวัติ

สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เกิดขึ้นจาก บริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (อังกฤษ: Bangkok Entertainment Company Limited; ชื่อย่อ: บีอีซี.; BEC ปัจจุบันเข้าเป็นบริษัทในกลุ่มบีอีซีเวิลด์) ซึ่งวิชัย มาลีนนท์ ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัท เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 ลงนามในสัญญาดำเนินกิจการส่งโทรทัศน์ ร่วมกับบริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2511 โดยมีอายุสัญญา 10 ปี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2513-25 มีนาคม พ.ศ. 2523

โดยตามสัญญา กำหนดให้มีที่ดินไม่น้อยกว่า 6 ไร่ เพื่อก่อตั้งสถานีส่งออกอากาศ พร้อมทั้งสิ่งก่อสร้าง และอุปกรณ์การส่งโทรทัศน์ทั้งหมด รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท โดยจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ บจก.ไทยโทรทัศน์ ทันทีเมื่อเริ่มส่งออกอากาศ แต่เมื่อลงทุนจริง บจก.บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ใช้ทุนไปทั้งสิ้น 54.25 ล้านบาท สูงกว่าในสัญญาถึง 29.25 ล้านบาท และระหว่างร่วมดำเนินกิจการตามสัญญา ในระยะเวลา 10 ปีนั้น บจก.บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ต้องจ่ายค่าตอบแทนแก่ บจก.ไทยโทรทัศน์เป็นเงิน 44 ล้านบาท และเงินสวัสดิการแก่พนักงาน บจก.ไทยโทรทัศน์อีกปีละ 1 ล้านบาท รวมเป็น 10 ล้านบาท รวมเงินจ่ายทั้งหมด 54 ล้านบาท

อนึ่ง บจก.บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ได้รับอนุมัติให้ขยายอายุ สัญญาดำเนินกิจการส่งโทรทัศน์ กับองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) ซึ่งแปรรูปจาก บจก.ไทยโทรทัศน์เมื่อปี พ.ศ. 2520 มาแล้วสองครั้ง คือเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2521 ขยายออกไปอีก 10 ปี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2523-25 มีนาคม พ.ศ. 2533 และในวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2530 ขยายออกไปอีก 30 ปี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2533-25 มีนาคม พ.ศ. 2563

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2513 ไทยทีวีสีช่อง 3 เริ่มทดลองแพร่ภาพออกอากาศ โดยใช้กำลังส่งเต็มระบบคือ 50 กิโลวัตต์ ด้วยเครื่องส่งขนานเป็นครั้งแรก ระหว่างเวลา 19:00-21:00 น. จากนั้นในวันที่ 15 เดือนและปีเดียวกัน ก็เริ่มทดลองแพร่ภาพแบบเสมือนจริง ระหว่างเวลา 09:30-24:00 น. และเริ่มออกอากาศอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2513 ตามเวลาฤกษ์คือ 10:00 น. โดยมีจอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดสถานีฯ

อนึ่ง ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2540 ไทยทีวีสีช่อง 3 เริ่มออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง เป็นแห่งที่สองของประเทศไทย แล้วกลับมาเปิดสถานีฯ เวลา 05:00 น. และปิดสถานีฯ เวลา 02:00 น.อีกครั้ง ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2548 จึงกลับมาออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมงอีกครั้งจนถึงปัจจุบัน

ข่าวช่อง3

ข่าวสดทีวี

ข่าวสดทีวี แชนแนล ดูย้อนหลัง

ข่าวสดทีวี

ข่าวสด เป็นหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทย บริหารงานโดย เครือมติชน โดยขรรค์ชัย บุนปาน โดยนำชื่อหัวหนังสือกีฬาเดิมของเครือมติชน รวมเข้าด้วยกันเป็น “ข่าวสด-สปอร์ตนิวส์” พร้อมทั้งปรับขนาดหน้ากระดาษเป็นบรอดชีต โดยเริ่มนับเป็นปีที่ 1 ฉบับที่ 1 และตรงกับปีที่ 10 ฉบับที่ 2798 ของข่าวสดยุคแรก ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2533 จนถึงวันจันทร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2534 เป็นจำนวน 129 ฉบับ ก่อนที่จะเริ่มใช้เพียงชื่อเดียวคือ “ข่าวสด” ตั้งแต่ฉบับที่ 130 ประจำวันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2534 พร้อมทั้งเปลี่ยนกองบรรณาธิการยกชุด ซึ่งคณะผู้บริหารเครือมติชน ถือว่าในวันดังกล่าวของทุกปี เป็นวันครบรอบสถาปนาข่าวสดยุคปัจจุบัน

อนึ่ง เมื่อวันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2552 หนังสือพิมพ์ข่าวสด เริ่มลดขนาดหน้ากว้างของหนังสือพิมพ์ จากขนาดบรอดชีต 31×21.5 นิ้ว เป็น 28×21.5 นิ้ว เช่นเดียวกับหนังสือพิมพ์มติชนรายวันที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วก่อนหน้านี้

ในปี พ.ศ. 2557 เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ข่าวสดเป็นเว็บไซต์ข่าวที่มีผู้เข้าไปอ่านมากที่สุดในประเทศไทย โดยมียอดมากที่สุดคือ 1,065,780 ต่อหนึ่งวัน และในเฟซบุกมียอดเฉลี่ยวันละ 3,000,000 คลิก

ข่าวสดทีวี

123goภาษาไทย

 123goภาษาไทย แชนแนล ดูย้อนหลัง

123goภาษาไทย

ช่องแปลอย่างเป็นทางการของ “123 Go! Thai” ดีไอวาย, จัดการปัญหาชีวิต, เคล็ดลับความงาม, ไขความเชื่อผิดๆ – เรานำเสนอวิดีโอทั้งหมดนี้ในแบบทันยุคทันสมัย!

เรายังคงค้นหาสิ่งใหม่ๆ และวิธีที่น่าตื่นเต้นเพื่อให้ความบันเทิง ให้ความรู้ และพัฒนา เราจะไม่หยุดจนกว่าจะได้ครองโลก 😉

123goภาษาไทย