โชคดีที่มีคนแย่ๆ

โชคดีที่มีคนแย่ๆ
โชคดีที่มีคนแย่ๆ คิดบวกความสุขในมุมเล็กๆ

โชคดีที่มีคนแย่ๆ

ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาหลัก ผมอยากจะถามอะไรสักหน่อย คุณเชื่อเรื่องกฎธรรมชาติไหม? ไม่ใช่ “กงกรรมกงเกวียน” ตามความเชื่อของชาวพุทธนะครับ แต่เป็นกฎของธรรมชาติจริงๆ อาทิเช่น มนุษย์ตัดต้นไม้จนหมด ธรรมชาติก็จะสร้างปรากฏการณ์ขึ้นมาแทรกแซง เช่น เกิดพายุ ภัยพิบัติ โลกร้อน น้ำท่วม-น้ำแล้ง เป็นต้น จนเป็นเหตุให้มนุษย์ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้ประมาณนี้…..มันคือกฎธรรมชาติที่ธรรมชาติต้องการคืนความสมดุลให้ตัวเอง กฎของมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน หากถูกบีบ-อัดจนไม่เหลือทางออก คำว่าหมาจนตรอกกับมนุษย์จนมุมก็จะไม่แตกต่างกัน เพียงแต่มนุษย์มีความทะเยอทะยานมากกว่า แรงบีบ-อัดยิ่งมากเท่าใด-แรงถีบส่งจากสปริงชีวิตก็จะมากขึ้นเพียงนั้น

ครับสำหรับบทความ คิดบวก-ความสุขในมุมเล็กๆ ตอน “โชคดีที่มีคนแย่ๆ” ผมมีเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งมาฝาก ผมไม่อยากใช้คำว่าโชคชะตาหรือเวร-กรรมนะครับ เพราะผมเชื่อเรื่องกฎธรรมชาติ-กฎของมนุษย์มากกว่า ครอบครัวเธอมีด้วยกัน 4 คน ฐานะปานกลาง มีพ่อ-แม่-เธอและน้องชายที่ไม่เอาไหน เธอเป็นคนสวยเรียนเก่งพูดจาไพเราะเสนาะหู อัธยาศัยดี เป็นมิตรกับทุกคนดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบใช่ไหมครับ ผมตอบเองก็ได้ว่า ใช่!….เธอสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง พอจบปริญญาตรีก็แต่งงานกับนายธนาคารจนมีพยานรักร่วมกันถึง 3 คน ช่วงที่เกิดวิกฤติลูกชายคนโตพึ่งจะเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 คนกลางผู้ชายกำลังเรียนอยู่ระดับอนุบาล ส่วนคนเล็กเป็นเด็กผู้หญิงน่ารักอายุยังไม่ถึง 3 ขวบด้วยซ้ำ แต่อะไรกันละที่เข้ามาทำให้ชีวิตเธอพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้ ใครอยากรู้

มา!….รอเลย Timmy ขอตัวเข้าห้องน้ำล้างมือลงครีมแป๊บ…เดี๋ยวเจอกัน

….

OK เรียบร้อยแล้วครับเราต่อกันเลย หลังจากเธอเรียนจบปริญญาตรีเธอก็ทำงานที่สหกรณ์ระดับอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคอีสาน ไม่นานเธอก็แต่งงานกับนายธนาคารใหญ่และรอตำแหน่งว่าง เธอจึงจะย้ายไปทำงานในธนาคารเดียวกับสามี 6 ถึง 7 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เธอมีลูกชายให้เขา 2 คน คนสุดท้องเป็นลูกสาว ขณะที่ลูกๆ ของเธอกำลังน่ารักน่าเอ็นดู สหกรณ์ที่เธอทำงานก็เกิดเรื่องราวไม่คาดฝัน เงินเกือบ 2 ล้านบาทหายไปพร้อมกับหัวหน้า เธอเป็นคนเซ็นค้ำประกันเงินก้อนนั้น ทุกคนในสหกรณ์เลยเล็งเป้ามาที่เธอหาว่ามีส่วนรู้เห็น-สมคบคิด สามีเธอก็หาทางช่วยเหลือสารพัดกระทั่งเรื่องถึงศาล เธอก็ยังไม่เห็นทางออก เมื่อศาลตัดสินให้เธอเป็นผู้ร่วมกระทำผิด เรือกสวนไร่นาจึงถูกปิดป้ายประกาศขายเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ แต่ก็ยังไม่พอบ้านหลังเดียวที่เหลือก็ถูกน้องชายแอบนำไปจำนองธนาคารเพียงต้องการเงินไปเล่นการพนันเท่านั้น เมื่อทุกอย่างเข้าตาจนสามีที่เป็นนายธนาคารก็ทำเรื่องย้ายตัวเองไปอยู่ที่อื่นโดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา เพื่อตีจากและความจริงอีกข้อก็คือ สามีเธอกำลังมีผู้หญิงคนอื่น เธอขึ้นมาหาผมที่กรุงเทพฯ พร้อมกับระบายเรื่องราวเหล่านี้ให้ฟัง เธอนั่งร้องไห้อยู่กับโซฟาเล็กๆ สีขุ่นๆ ขณะที่สายตาเธอไร้จุดตกโดยสิ้นเชิง

“พี่จะกลับไปเซ็นใบอย่าให้เขา”

“แล้วลูกๆ ละ”

“เขาไม่เอา….แต่สัญญาว่าจะส่งเสีย”

“เชื่อได้รึ”

“พี่ไม่รู้….อาทิตย์หน้าก็จะเปิดเทอมแล้วเงินซื้อชุด-สมุด-ดินสอพี่ยังไม่มีเลย”

“ ไหนแฟนพี่รับปากว่าจะส่งเสียไง”

“เขากำลังมีลูกกับเมียเขา ฮื้อๆ….Timmy พี่จะทำอย่างไรดี”

“วู้!” ผมเป่าลมออกมาทางปากดังๆ “พี่กลับไปหาลูกก่อนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้แบงค์เปิดผมจะโอนไปให้”

“…ขอบคุณมากๆ…รอดูพี่นะ ถ้าพี่ชั่ว พี่จะชั่วจนกว่าจะได้ดี”

เดือนต่อมาธนาคารที่น้องชายเธอแอบเอาโฉนดที่ดินบ้านไปจำนองก็มาปิดประกาศยึดทรัพย์ พร้อมกับจะขายทอดตลาดในเร็ววัน ผมหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อรู้ว่าเธอไม่เหลือน้ำตาให้ร้องไห้อีกแล้ว และเวลาไล่เลี่ยกันแม่ของเธอก็มาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

เออ!….เมื่อจะเอ่ยถึงโชคชะตา ผมก็อยากจะถามเทพเจ้าแห่งโชคชะตาว่า ทำไมถึงทำกับเธอได้สาหัสถึงเพียงนี้น้อ!….ช่วยโอบอุ้มเธอสักหน่อยไม่ได้เหรอ แต่นั้นก็เป็นเพียงเสียงพร่ำเพื่อปลอบใจให้ผ่านๆ ไป เมื่อเธอจัดงานศพแม่เสร็จ ลูกชายคนโตที่กำลังเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กับอนุบาลเธอฝากให้พ่อแก่ๆ เลี้ยงดู ส่วนลูกสาวคนเล็กเธอฝากให้พี่สาวที่เป็นลูกป้าแท้ๆ ของเธอเลี้ยงแทนสักระยะ

“ไปเลย ไม่ต้องห่วง พี่จะเลี้ยงให้เหมือนกับเป็นลูกสาวของพี่เองเลยละ” เสียงของพี่สาวคนนั้น

“มึงไปเลยไม่ต้องห่วง เอาชีวิตให้รอด กูจะเลี้ยงลูกมึงให้เอง” เสียพ่อของเธอบอกส่ง

“ผมขอโทษ…” เสียงของน้องชายที่สร้างปัญหาใหม่ และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาผมแทบจะไม่ได้ข่าวเธออีกเลย

ชีวิตของผู้หญิงตัวบางๆ เล็กๆ จะไปอยู่มุมไหนของโลกน้อ!….ผมได้แต่ภาวนาเพื่อให้เธอรอด แรงอัดที่เธอได้รับ สปริงชีวิตช่วยส่งแรงดีดให้เธอไปให้ไกลๆ ดีๆ สวยๆ ด้วยเถอะ….ตกกลางคืนเมื่อเวลาคิดถึงเรื่องนี้…เวทนาในโชคชะตาที่ไม่เคยเข้าข้างเธอ ผมก็จะขึ้นไปบนดาดฟ้า สายตาก็เทียวกวาดมองไปรอบๆ ทั้ง 360 องศา เพียงเพราะผมเชื่อว่า ณ ขณะนั้นตัวเธอกำลังจ้องไปที่แสงดาวดวงใดดวงหนึ่ง ผมอยากคุยกับเธอ อยากให้กำลังใจที่ผมไม่ได้บอก บ้านเธอเวลานี้ถูกปิดป้ายขายทอดตลาดไปแล้ว เด็กชาย 2 คนกับลุงแก่ๆ ทางธนาคารอนุญาตให้อยู่ต่อในบ้านหลังนั้นได้จนกว่าจะมีคนซื้อ แล้วเรื่องอื่นอีกละ

ผมนั่งประสานมือระดับอก ขณะที่สายตาไปจบที่ดาวดวงหนึ่งที่กำลังส่องแสงแรงกล้ากว่าดวงอื่นๆ พร้อมภาวนาไปยังเทพเจ้าแห่งโชคชะตาดังๆ ว่า

“ถึงเทพเจ้าแห่งโชคชะตา ที่อยู่บนท้องฟ้า หรือที่ไหนๆ หากท่านได้ยินเสียงนี้ โปรดให้ความคุ้มครอง-เมตตากับเธอผู้งดงามด้วย ไม่เข้าข้างก็ขออย่าทำให้ชีวิตเธอตกต่ำไปมากกว่านี้เลย ผมขอเพียงเท่านี้จริงๆ”

หลายปีผ่านไป เธอก็ส่งเงินก้อนโตมาให้พี่สาวคนที่เลี้ยงลูกสาวของเธอ โดยกำชับว่าให้เอาเงินก้อนดังกล่าวไปไถ่โฉนดที่เป็นบ้านเก่าเธอมาเสียก่อน และอีกหลายปีต่อมาเธอก็กลับบ้านพร้อมกับสามีฝรั่ง เธอเป็นคนดีเธอจึงได้เจอแต่คนดีๆ ผมไม่รู้ว่าเพราะคำภาวนาของผมหรือเปล่า ถ้าใช่ผมก็อยากจะขอบคุณเทพเจ้าแห่งโชคชะตาที่เมตตา และหากเป็นเพราะแรงอัดจากสปริงชีวิตตามกฎของมนุษย์ ผมก็จะชื่นชมเงียบๆ เธอสมควรจะไดสิ่งนี้ตั้งแต่แรก

“Timmy ชีวิตพี่ที่เดินทางจนถึงจุดนี้ได้นับว่าสาหัสสากันพอดู พี่ไปเริ่มเรียนนวดแผนไทยที่วัดโพธิ์ตามคำแนะนำของเพื่อนที่พัทยา เมื่อจบพี่ก็ไปทำงานที่นั้นเกือบปี แล้วพี่กับเพื่อนก็คุยกัน ถ้าเราอยู่เมืองไทยเราตายแน่ ดังนั้นพี่เลยไปทำงานนวดที่เยอรมัน พูดตรงๆ คือไปตายดาบหน้า กระทั้งพี่ได้เจอแฟนเป็นนักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์ เขาเทียวมาเยี่ยมพี่หลายเดือนจนวีซ่าทำงานจะหมดพี่ถึงยอมปลงใจแต่งงานด้วย เมื่อมองย้อนกลับอดีต…พี่ต้องขอบคุณหัวหน้าที่หลอกให้พี่เซ็นเอกสาร ขอบคุณน้องชายที่เอาโฉนดบ้านไปจำนอง ขอบคุณสามีเก่าที่ทำกับพี่จนกระทั้งพี่มีวันนี้ คิดบวกแล้วไม่ยอมแพ้ซะอย่าง โอกาสก็จะมาถึงเราไม่วันใดก็วันหนึ่ง”

“พี่โชคดีที่มีคนแย่ๆ ซินะครับ”

“ใช่พี่โชคดีที่มีคนแย่ๆ….แต่ชีวิตพี่ก็เกือบจะพังเช่นกัน”

สามีฝรั่งชาวเนเธอร์แลนด์ใช้หนี้แทนเธอทั้งหมดแม้กระทั้งบ้านหลังใหม่ในตัวเมืองทางภาคอีสาน รับลูกๆ ของเธอมาเลี้ยงดูไม่ต่างกับลูกของตัวเอง พาเธอท่องเที่ยวไปทั่วทุกมุมโลกเพียงเธอเอ่ยปากขอ

บทความคิดบวก-ความสุขในมุมเล็ก ตอน “โชคดีที่มีคนแย่ๆ” เชื่อเหลือเกินว่ากฎธรรมชาติของมนุษย์มีอยู่จริง เมื่อถูกบีบ ถูกอัดมากเพียงใด แรงดีดส่งจากสปริงชีวิตก็จะมากขึ้นเพียงนั้น เราต้องขอบคุณคนแย่ๆ ในชีวิต อย่างน้อยคนแย่ๆ ก็ทำให้เราแกร่งขึ้น เข้มแข็งขึ้น กล้าเผชิญกับโลก กล้าพุ่งไปข้างหน้า ถึงแม้จะไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสีดำก็ตาม

โชคดีที่มีคนแย่ๆ คงไม่ใช่คนอื่นคนไกล ไม่น้องชายก็น้องสาว ไม่พี่ชายก็พี่สาว เขาเหล่านั้นคืออีกชีวิตหนึ่งที่ธรรมชาติส่งมาพร้อมกับเรา เราทิ้งเขาไว้ข้างหลังไม่ได้ ผมแอบสมมุตินะครับ

—สมมุติว่า…ผมเป็นพี่ชายคนโตทำอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปเสียหมด แต่มีน้องชายกลับเป็นคนไม่เอาไหน เรียนหนังสือพี่ชายก็ส่งเสียจนจบ – เปิดบริษัทกระทั้งปิดกิจการก็พี่ชายเป็นคนช่วย  – แต่งงานพี่ชายก็เป็นธุระให้ – รถ-บ้านก็ได้พี่ช่วยเหลือ-มีลูก 2 คนพี่ชายก็เป็นคนอุปการะ –  เมื่อเลิกกับเมียพี่ชายก็ยื่นมือเข้าไปให้จับ แล้วอยู่ๆ เกิดพี่ชายคนดังกล่าวทนไม่ไหวประกาศตัดความเป็นพี่เป็นน้องกระทั้งพี่ชายสร้างฐานะตัวเองจนถึงขั้นมหาเศรษฐี ขณะที่น้องชายกลายเป็นขอทานข้างถนน เทียวจูงแขนลูกตัวเล็กๆ เดินคุ้ยขยะข้างทางหาเศษอาหารประทังชีวิตไปวันๆ  

ถามว่า….เงินทองที่มี บ้านหลังโต-รถคันใหญ่…จะช่วยให้ความสุขกับผมได้หรือเปล่า? หัวใจจะยังเต้นไปพร้อมกับไวน์ราคาหลายแสนไหมน้อ!….แย่มากๆ….ไม่ไหว คิดต่อไม่ไหว…ผมขอเป็นคนธรรมดาๆ ไม่ต้องรวยขอแค่คนในครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า กินอิ่ม-นอนหลับ ได้ยินเสียงหัวเราะเสียงร้องไห้ของหลานๆ ดีกว่า ผมเชื่อว่าหลายท่านก็คงเลือกเช่นเดียวกับผม คนแย่ๆ หากมองอีกมุมหนึ่ง เขากลับเป็นคนเสริมพลังให้เราแกร่งขึ้น กล้าขึ้น คนแย่ๆ ถึงจะอัดเรา-ฉุดเราให้จมสปริงชีวิต แต่เขาก็เป็นคนส่งเราไปได้ไกลมากกว่าที่ควรจะได้ ขอแค่เรารักษาสติ-ไม่ยอมจำนน-ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาก็พอ 

ผมไม่ไหวจริงละ….สุดท้ายผม Timmy Buto ก็ได้แต่หวังว่าทุกท่านที่มีคนแย่ๆ ในครอบครัวจะหันกลับไปมองพวกเขาในอีกมุมหนึ่ง เป็นมุมใหม่ที่อย่างน้อย คนแย่ๆ ก็ทำให้เรามาได้ไกลกว่าที่ควรจะเป็น—-โชคดีและสวัสดีครับ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →