นินจาเลือดซามูไร บทที่ 23

แสงสุดท้ายแสงสุดท้าย บนแผ่นดินแม่ “  นิยาย เรื่อง อูคาชิ เซดะ นินจาเลือกซามูไร บทที่ 23

แสงสุดท้าย

บนแผ่นดินแม่

“อาจารย์…” เสียงเรียกใหญ่ๆดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงเป็ดในกรงไม้ไผ่ เค็นจิหันขวับพร้อมๆ กับใบมีดอาบยาพิษเตรียมจะสะบัดใส่

“ข้าเอง…โจอาน”

“เจ้ามาได้ไง…ข้านึกว่ายังอยู่บนฝังเสียอีก”เค็นจิกระซิบเครียดๆ โจอานใช้มือเขย่ากรงเป็ดให้ร้องอีก“แล้วเอาชุดพ่อค้าเป็ดมาใส่ตั้งแต่เมื่อไรกัน”

“ความเร็วคือหัวใจของชิโนบิ มิใช่หรือ เขาหลับเป็นตายอยู่ตรงโน้น ข้าเลยยืมอุปกรณ์ของเขาชั่วคราว” เค็นจิมองตามสัญญาณปากที่โจอานสื่อบอก เขาเห็นชายในชุดเสื้อผ้าชั้นในตัวเดียวนอนขดเป็นกุ้งแช่บ๊วยอยู่ใต้หน้าต่าง จนทำให้อดขำไม่ได้

“ดูเขาท่าจะมีความสุขไม่หยอกเลยนะ…เจ้าว่าไหม ฮึๆ”

“ข้าว่าเขาน่าจะกำลังฝันดี ฮาๆ” ไชอินาริ โจอานหลุดหัวเราะ

“หาคุณชายและเด็กๆ ให้เจอก่อนจะค่ำ หากเรือเฉี่ยวเข้าใกล้แผ่นดินตอนฟ้ามืดเมื่อไหร่ พวกนอกรีตมันต้องลงมืออีกแน่นอน”

“อื้อ!” โจอานรับคำสั่งพร้อมกับดึงปีกหมวกต่ำลงเพื่อปิดพลางใบหน้าที่ไร้ผ้าคลุม  เขาเดินสะพายกรงเป็ดผ่านผู้โดยสารที่นั่งๆนอนๆ ไปทีละคน ส่วนเค็นจิก็พรางร่างจนไม่ต่างอะไรกับไอน้ำเดินแทรกผู้โดยสารที่ออกันอยู่ไต่กราบเรือไปด้านหน้า ในที่สุดเขาก็เห็นพวกนอกรีตปลอมตัวเป็นพ่อค้าหนึ่งในสามที่เห็นเมื่อตอนอยู่บนฝั่ง แต่มันไม่ใช่คนที่เขาต้องการเจอในเวลานี้

(ท่านปู่…) อยู่ๆ เสียงสื่อจากเซดะก็แทรกเข้ามา เค็นจิหันขวับไปสำรวจอากัปกิริยาของพวกนอกรีตที่หมายหัวเอาไว้ แต่ทุกอย่างยังปกติ เขาจึงถอนหายในออกมาอย่างโล่งเบา

(ข้าอยู่ทางนี้…) เสียงเซดะดังขึ้นอีก

(ระวังหน่อย…ตอนนี้มีพวกนอกรีต อยู่บนเรือพวกมันจะลักพาตัวเจ้า หรืออาจจะสังหาร) เค็นจิเตือน พลางไล่สายตาสำรวจไปรอบๆอีก

(ข้าเห็นพวกมันหนหนึ่งที่ท่าเทียบเรือเมือง เดโอะ…แต่รู้สึกว่าจะลงเรือไม่ทัน) เซดะบอก

(ข้าเห็นเจ้าแล้ว…แต่พวกนี้ลงเรือที่เมืองไดเซนยะ 3 หรือ 4  คน…และยังมีพวกมันกำลังตามเราบนฝั่งอีกนับร้อย ฟ้ามืดเมื่อเรือเฉี่ยวเข้าใกล้ฝั่งเมื่อไรข้าคิดว่าพวกมันคงไม่ปล่อยเจ้าไปถึงโอซาก้าแน่ๆ)

(เราต้องรอให้พวกมันลงมือก่อนหรือไง ข้าได้กลิ่นสาบพวกมันบนหลังคา 2 คนและที่ประหลาดมีกลิ่นสาบของปลาทะเลแต่น่ากลัวพิลึกที่ท้ายเรืออีกคน)

(พวกมันสองคนคอยจ้องข้าอยู่…แต่ข้ารู้ว่ามันยังไม่ลงมือเวลานี้แน่นอน…เซดะห้ามปะทะกับคนที่มีกลิ่นตัวเหมือนปลาทะเลโดยเด็ดขาด เพราะนั้นคือ อิเงะสึงิ เคนซึ มันกินเนื้อนางเงือกเข้าไป และเวลานี้เนื้อนางเงือกได้เลี้ยงตัวจนไม่มีใครสังหารมันได้)

(หมายความ…เนื้อนางเงือก)

(ใช่…มันเป็นสมบัติชินเดียวของอูคาชิ แต่ก็ถูกอิเงะสึงิ เคนซึขโมยไป…เวลานี้ไม่มีใครฆ่ามันได้อีก 300 ปี)

(ไม่มีทางตาย…เป็นไปได้อย่างไร ขนาดพวกโคงะที่มีเพชรอะโออิอยู่ในมือแท้ๆ ยังต้องเปลี่ยนผู้ครอบครองจนกระทั้งหายสาบสูญ…เนื้อนางเงือกก็ต้องมีจุดตายที่มองไม่เห็นซิน่า)

(ไม่เหมือนกัน เพชรอะโออิเพียงเสริมพลังให้แกร่งขึ้น แต่เนื้อนางเงือกของอิงะทำให้เป็นอมตะ อย่างน้อยก็ 300 ปี ตามอายุขัยของเงือก)

(แม้คอมันจะขาดกระเด็น)

(ใช่….ถึงแม้คอมันจะขาด ตัวจะหลุดออกจากกัน มันก็สามารถต่อกลับเข้าเองได้โดยไม่เสียเลือดแม้แต่หยดเดียว…มีทางเดียวที่มันจะตายได้ นั้นก็คือเลือดจากหญิงสาวพรหมจาริณีที่มีฤทธิ์เป็นกรด…ซึ่งข้าก็ไม่มั่นใจว่าจะมีเธอคนนั้นอยู่ในโลกใบนี้หรือไม่)

(ไม่น่าเชื่อ…ข้าจะลงมือกับ 2 คนที่หัวเรือเอง)

(เจ้าอย่าพึ่งขยับระวังซามูไรที่ติดตามจะรู้ทัน เพราะพวกเขาจะต้องโวยวายจนผู้คนแตกตื่น และเวลานี้ยังมีพวกมันอีก 2 คนกำลังจ้องข้าอยู่ จากที่ไหนสักแห่ง) เสียงเค็นจิเตือน

(ขอโทษ…แต่นั้นเป็นเพียงกายทิพย์  ข้าจะใช้มันล่อเป้า)

(ฉลาดไม่เบาเลยนะ…เจ้าคงจะกระจายไปทั้งลำเรือแล้วซิ)เค็นจิพูดอย่างพึงพอใจและร่างที่ไม่ต่างจากไอน้ำก็แทรกเข้าไปนั่งตำแหน่งที่ใกล้กับพวกนอกรีตคนที่หมายหัวทันที เขาดึงมีดพกอาบยาพิษหวังจะใช้สะกิดผิวเท่ารอยแมวข่วนเพื่อการตายจะได้เงียบที่สุด

“เค็นจิคุง…” และเสียงเรียกมาจากด้านหลังก็ทำให้เขาต้องชักมีดกลับแต่วินาทีนั้นเขาก็ทำสำเร็จไปแล้ว ไม่ทันไรเหยื่อผู้หลับใหลก็เบิกตาโพลงดิ้นพล่านๆจนคนที่นั่งอยู่ข้างๆหันไปดูด้วยความแปลกใจ สุดท้ายลมหายใจของมันก็หยุดลง เค็นจิในร่างพรางที่คิดว่าไม่มีใครเห็นก็ดีดตัวหนีออกห่าง ตอนนี้ทั้งโนอาน อิชิ และซามูไร ต่างชักดาบออกจากฝักแล้วยืนล้อมเป็นวงรอบกายทิพย์ของเซดะอย่างระมัดระวัง ผู้คนในเรือแตกตื่น ต่างวิ่งกรูไปรวมอยู่ในจุดๆ เดียว จนเป็นเหตุให้เรือโคลงเคลงจนยากที่จะบังคับให้วิ่งได้นิ่งเรียบเหมือนเดิม

“อิเงะสึงิ เคนซึ…ไอ้คนชั่ว!” เค็นจิคืนร่างตะโกนด่าใส่หน้าเด็กหนุ่มวัย 20 ปีที่ยืนผมยาวสลวยดุจแพรไหมสีขาวที่กราบเรือห่างจากเขาออกไปประมาณ 5 เมตร

“ขอบใจไอ้น้อง…ที่ยังไม่ลืมพี่คนนี้” อิเงะสึงิ เคนซึมีโอกาสได้พูดเพียงแค่นั้น ไชอินาริ โจอานและนินจาของอูคาชิอีก 3 คนก็เผยตัว พวกนอกรีตที่ตั้งรับอยู่ก่อนแล้วก็กระโจนร่ายเพลงตายใส่ทันที

“ลิ้มลองยาพิษจากคมดาบข้าบ้างจะเป็นไรไป…” ฉับ! ร่างของ เซดะทั้ง 12 ร่าง กระโจนเข้าใส่อิเงะสึงิ เคนซึ ที่ยังคงยื่นนิ่งไม่หวั่นไหว  คมดาบคาตานะอาบยาพิษจากทั้ง 12 ร่าง จำนวน 12  เล่มได้แบ่งร่างของอิเงะสึงิ เคนซึออกเป็น 12 ส่วนพร้อมๆกัน

“ฮาๆ…ฮาๆ…คุณชายน้อย 12 ร่างแบ่งข้าออกเป็น 12 ส่วน น่าปรบมือเป็นเกียรติให้จริงๆ แต่เอะ! ไหนละแขนอีกของข้า…เค็นจิเจ้าเห็นมันไหม” หัวของอิเงะสึงิ เคนซึที่กลิ้งไปมาเป็นลูกบอลอยู่กับพื้นตะโกนถาม… “ช่วยหามือกับแขนให้ข้าทีเค็นจิ!…ฮาๆๆ” และเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะตามมาอีก…จนผู้โดยสารบนเรือต่างกรีดร้องเสียงหลง หลายคนเป็นลมหมดสติไปตั้งแต่ดาบแรกของเซดะ

“ช่วยข้าหามันหน่อย เค็นจิ ยืนเซ่ออยู่ทำไม ข้าเป็นพี่ชายของเจ้านะ” หัวของอิเงะสึงิ เคนซึยังโวยวายไม่หยุด ขณะเดียวกันที่ชิ้นส่วนของร่างกายอื่นๆที่หล่นกระจายอยู่ใกล้ก็ค่อยคืบคลานเข้าต่อประกบกันอีก ไชอินาริ โนอานที่ยืนใกล้ๆกับโอสุเกะ อิชิตั้งสติกระโจนถีบร่างที่พึ่งจะยืนขึ้นตกทะเลพร้อมกับเสียงตะโกนห้ามของเค็นจิ “อย่า!…”แต่ช้าไปเสียแล้ว

“ขอบใจเจ้ามากๆ…ไอ้ลูกคนเผาถ่าน…เจ้านี้ยังโง่เช่นเดียวกับคนในตระกูลไชอินาริเลยนะ” หัวและใบหน้าของเคนซึยังเย้ยหยันต่อไม่เลิก “แน่จริงเจ้าเตะหัวข้าอีกซิ…ไอ้คนเผาถ่าน”

“มา…ข้าจะสนองความต้องการของมันเอง” โอสุเกะ อิชิ ที่ยืนอยู่ใกล้ๆวิ่งเข้ามาเตะหัวของอิเงะสึงิ เคนซึ ลอยโด่งหมุ่นเป็นลูกบอลตกทะเลไปอีก

                อย่า!และเสียงตะโกนห้ามของเค็นจิก็ดังขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 จนทำให้เพลงดาบของนนิจาหยุดชะงัก  ทุกคนตะลึงช็อก…มองตามหัวของอิเงะสึงิ เคนซึที่ตกลงไปในทะเลเป็นจุดเดียวกัน

“มันเป็นปลา…จะประกอบร่างได้เร็วและแกร่งขึ้น” เค็นจิบอกและไม่ทันจะพูดจบประโยคหางของปลาขนาดใหญ่สีแดงเพลิงก็ตีสะบัดผิวน้ำพุ่งตรงเข้ามาหาเรือ

“นั้นแหละ คือเขา” เค็นจิบอกเสียงสั่นขณะจ้องฟองน้ำไม่กระพริบ มันสะบัดหางสีแดงเร็วขึ้น…เร็วขึ้นจนลำตัวไล่ขนานไปกับลำเรือ หัวปลาที่เป็นใบหน้าของอิเงะสึงิ เคนซึก็โผ่พ้นน้ำขึ้นมา

“กรี๊ด!…นี้มันนรกชัดๆ”

“ฮาๆ…” อิเงะสึงิ เคนซึหัวเราะร่าจนผิวน้ำกระเพื่อมขยายวงรัศมีออกไปรอบตัว สักครู่เขาก็กระโจนขึ้นม้วนตัวเหนือผิวน้ำปลายหางสีแดงตวัดส่งจมร่างของเขาหายลึกลงไป…เหมือนเขาตั้งใจจะกระทำบางอย่าง

“มันเกิดอะไรขึ้น ท่านลุง” โจอานถามเสียงสั่น สักพักร่างของ อิเงะสึงิ เคนซึ ก็พุ่งขึ้นมายืนอยู่บนกราบเรือได้อย่างไม่น่าเชื่อ หางปลาสีแดงค่อยๆเปลี่ยนเป็นขาพร้อมกับก้าวอาดๆเข้ามายืนใกล้ๆเค็นจิ

“พี่บอกให้เจ้าช่วยหาแขนอีกข้างให้ เจ้าหามันไม่ได้รึ…” เขากระแทกเสียงดุใส่

“ข้า…ข้าเจอมันหล่นใกล้กรงเป็ด แต่นิ้วก้อยหายไป สงสัยเป็ด เป็ดข้าคงหิว” พ่อค้าเป็ดคนที่นอนเป็นกุ้งแช่บ๊วยเมื่อครู่ยื่นแขนข้างหนึ่งให้ “นี้…ของๆท่าน…จะด่าก็จงด่าเป็ดของข้าเถอะ” เขาพูดต่ออย่างเกรงๆ

“ฮาๆ…ฮาๆ…ไม่มีใครฆ่าท่านได้ นอกจากเป็ด” ไชอินาริ โนอานได้ทีหัวเราะข่ม ทำเอาหลายคนกั้นหัวเราะไม่อยู่ อิเงะสึงิ เคนซึรีบต่อแขน จนอยู่ในสะภาพเดิม เขาพุ่งตัวเข้าใส่กรงเป็ดแล้วฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ ด้วยความโมโห จนเป็ดหลายตัวตกใจกระพือปีกบินหนีไปคนละทางสองทาง

“ไอ้เป็ดบ้า…เอานิ้วกูคืนมา” เขาแหกปากตะโกนด่าไปทั่ว จนเค็นจิอดหัวเราะตามไปอีกคนไม่ได้

“รู้อย่างนี้ ข้าน่าจะสับพวงสวรรค์ของท่านให้เป็ดกินแก้หิ้วซะก็สิ้นเรื่อง” เซดะพูดไปขำไปไม่หยุด

“เซดะ!…”อิเงะสึงิ เคนซึตวาดใส่ นาทีเดียวกันมีดสั้นอาบยาพิษ 12 เล่มก็ถูกเขาสะบัดใส่กายทิพย์ของเซดะทั้ง 12 ร่าง เค็นจิที่ระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว แต่เขากลับไม่แน่ใจว่ากายทิพย์ตนไหนคือร่างของเซดะตนจริง

“ไม่นะ!…” เขาตะโกนพร้อมกับพุ่งแบ่งร่างพรางของตัวเอง 12 ตนเข้าไปขวาง และเลือดสีแดงจากร่างพรางหนึ่งก็พุ่งสวนปลายมีดออกมา

“ท่านปู่…ไม่!” เซดะตะโกนออกมาจากร่างพรางที่ 13 ที่ยังยืนอยู่ในวงล้อมของซามูไร เขารวบร่างทั้งหมดพุ่งเข้าไปรับเค็นจิ

(เราพลาดอีกแล้วหรือนี้) เค็นจิถามตัวเอง มือทั้งสองกำด้ามมีดที่ยังปักคาอกเอาไว้แน่น ความเจ็บปวดกำลังเล่นงานเขาอย่างหนัก

“เค็นจิคุง…” อิเงะสึงิ เคนซึตกตะลึงหลุดเสียงยืนหน้าซีดเผือด…“เค็นจิ!” เขาอุทานออกมาอีก…“เค็นจิ!…ทำไมเจ้าถึงโง่ขนาดนี้…”และหลุดตวาดใส่อย่างคนขาดสติ… “เจ้าไม่เห็นร่างที่ 13 ของคุณชายรึไง…เค็นจิ” เสียงเขาต่ำลงพอๆ กับเสียงค่ำครวญเมื่อครู่ นาทีเดียวกันพวกนอกรีต 4 คนที่ยืนประจันหน้ากับนินจาคู่ต่อสู้อยู่ เห็นช่องเปิดที่เหล่าซามูไรกำลังเผลอเลยพุ่งหวังจะสังหารเซดะอีกคน แต่อิงะสึงิ ก็เร็วกว่า เขากระโจนเข้าไปสังหารคนทั้ง 4 คนด้วยพลังระเบิดลึกลับที่พุ่งออกมาจากดวงตาจนร่างที่กำลังโผทะยานอยู่กลางอากาศระเบิดเป็นจุลวูบหายลงไปในน้ำ

— บึ้ม!—

“ไม่นะอูคาชิซัง…ท่านต้องไม่เป็นอะไร” เสียงโนอานดังมาจากด้านหลัง เขาเดินแทรกผ่านผู้คนเข้าไปหา แต่อิเงะสึงิ เคนซึก็แทรกเข้าไปดึงร่างของเค็นจิมาจากเซดะก่อน “ข้าเพียงแต่จะมาปกป้องเหลนข้า และมาส่งเขาไปในที่ปลอดภัย แต่ทำไมเจ้าโง่นัก…เค็นจิ” เสียงอิเงะสึงิ เคนซึรำพึงรำพันเหมือนคนขาดสติ ทำเอาเซดะ โนอาน โจอาน อิชิ สะอึกและประหลาดใจไปตามๆกัน แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเซดะอีกคนที่ยังยืนมองพวกเขานิ่งๆ ปะปนกับผู้โดยสารที่ท้ายเรือ

“ข้าโง่…และไม่เคยรู้เลยว่า เซดะจะสามารถถอดร่างที่ 13 ได้” เค็นจิพยายามเค้นเสียงให้ผ่านความเจ็บปวดออกมา “แม้การตายของข้าก็ยังโง่อีก” เขาพยายามพูดต่อ วินาทีนั้นน้ำตาหยดแรกของอิเงะสึงิ เคนซึก็ล้นทะลักออกมาให้เห็น

“เจ้าทำให้พี่อ่อนแอ…เค็นจิคุง”

“แต่…อะไร…เมื่อครู่ท่านพี่บอกว่ามาปกป้องเหลน…ไม่ เป็นไปไม่ได้ ไอ้คนนรกส่งมาเกิดอย่างท่าน…ไม่สมควรมาเห็นใจข้าแม้ในยามสุด…สุดท้าย” เค็นจิพยายามจะเอาชนะ แต่อิเงะสึงิ เคนซึกลับกระชับร่างที่เริ่มชาให้แน่นขึ้น จนเซดะที่นั่งอยู่ใกล้ๆแน่ใจแล้วว่า น้ำตาหยดนั้นของอิเงะสึงิ เคนซึไหลออกมาจากหัวใจของเขา

“เจ้าเกลียดข้าได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ” อิเงะสึงิ เคนซึพึมพำน้อยใจและน้ำตาของเขาก็ล้นทะลักออกมามากขึ้น

“หากข้ารู้ว่า…เจ้าโง่ถึงเพียงนี้…ข้าจะเลือกปกป้องเจ้า…มิใช่คุณชายน้อย…เค็นจิ เคนจิ!” เขาแผดเสียงทั้งหมดที่มีออกมาด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะส่งร่างเค็นจิคืนให้เซดะ

“หมายความว่า ว่า อย่าง อย่างไร” เสียงเค็นจิเบาลง จนอยู่ระดับเดียวกับลมหายใจ

“ทุกอย่างจะกระจ่าง เมื่อผู้รักษาบันทึกลับยอมเปิดเผย” อิเงะสึงิ เคนซึพูดเสียงปนสะอื้น เขาหันไปมองเซดะอย่างตั้งใจ “เจ้ามีร่างพรางที่ 13 ทั้งๆที่ไม่สามารถถอดได้…เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน” คำๆ นี้หลุดออกมา “หากอีกหนึ่งเป็นดั่งเทพ อีกหนึ่งก็ต้องเป็นดั่งมาร…แต่ข้าก็เลือกที่จะปกป้องมาร เพราะมารก็คือเหลนอีกคนของข้า และวันนี้เขาก็มาเพื่อที่จะปกป้องเทพที่เป็นพี่ชาย และเพื่อจะได้เห็นหน้าพี่ชายของเขาสักครั้ง” อิเงะสึงิ เคนซึพูดปริศนาเพียงเท่านั้น เขาก็พุ่งตัวลงไปในน้ำหายไปทันที

ตูม!

“ทำไม!…มารอย่างข้าก็มีหัวใจ…มารอย่างข้าก็มีความรู้สึก ทำไม ทำไม”  น้ำเสียงคล้ายจะเป็นเซดะตัดพ้อในโชคชะตา สักครู่เขาก็ก้าวออกไปยืนนิ่งที่กราบเรืออย่างคนหมดหวัง

“คุณชายน้อย!” โนอานอุทานมองสลับกับเซดะอีกคน…ก่อนเซดะคนนั้นจะพุ่งลงน้ำตามอิเงะสึงิ เคนซึไป… ตูม!

“หมายความว่า ว่า เซดะ…อีก เซดะ” เค็นจิสับสนกับภาพสุดท้ายที่เห็น…แต่มันก็ค่อยๆ เลือนรางจนดับวูบสู่สีดำ

“ท่านปู่…ท่านปู่…ได้ยินข้าไหม…”

(เจ้าไม่…ต้องเป็นห่วงข้า…จงเดินหน้าต่อไป…เซดะ อีกเซดะให้สัญญากับข้าสิ เจ้าจะต้องเดินหน้าต่อไป) เค็นจิเปลี่ยนมาใช้เสียงสื่อแต่เขาก็ยังสับสนกับภาพสุดท้ายอยู่ดี

(ช่วยบอกโนอาน) และเขาก็เปลี่ยนเรื่องเหมือนจะสรุปว่าภาพเซดะอีกคนเป็นเพียงภาพลวงสุดท้าย

(โนอาน)

“ท่านปู่เรียกชื่อเจ้า…เพื่อนข้า”

(ถึงแม้ว่าคนในตระกูลเจ้าจะเป็นแค่คนเผาถ่าน)เซดะไล่แปลความหมายให้เพื่อนฟังไปทีละประโยคทั้งๆที่อารมณ์กำลังจะร้องไห้อย่างหนัก

(แต่ความเพียรและความซื่อตรงได้นำทางให้เจ้าเป็นบุคคลสำคัญที่สุดของอูคาชิ)

(จงรักษาสมบัติที่มีค่ายิ่งให้รอดกลับมา คุณชายน้อยแห่งอูคาชิต้องรอด นี้แหละคือภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่ชิโนบิอย่างเจ้าควรจะภาคถูมิ…ข้าหวังว่าโจอานพ่อของเจ้าคงจะดีใจไม่น้อย)

“ข้าภูมิใจที่สุด…เค็นจิ ข้าภูมิใจเป็นที่สุด” โจอานที่นั่งอยู่ข้างๆแทรกเสียงดังก่อนที่เซดะจะพูดจบ

                {งานเลี้ยงยกเลิก…เดินหน้าต่อไปเพื่อรักษาสมบัติของอูคาชิให้รอด…โอสุเกะ อิชิ} เค็นจิบอกภาษาผ่านรหัสลับที่ตกลงเอาไว้กับโอสุเกะ อิชิ  เด็กหนุ่มวัย 15 ผู้เย่อหยิ่งหน้าซีดเผือด…

“ไม่!…เขาละเมอปฏิเสธอย่างเลื่อนลอย

“ข้าให้สัญญา…ท่านลุง” โนอานปนพูดขึ้นมาแทน เขาพยักหน้ารับปากอย่างไม่ลังเล…แต่เด็กหนุ่มผู้จองหอง “ไม่!” กลับสั่นไปทั้งตัว

“ข้าเอ่อ…ข้าก็…”โอสุเกะ อิชิพยายามจะรับปาก…แต่ก็ยังขาดสติที่จะพูด “ข้า…ไม่!” การร้องไห้ของเขา…หลายคนเข้าใจว่าเป็นความอาลัยสุดท้ายที่มีให้เค็นจิ…แต่ในใจกลับบอกความหมายเป็นอย่างอื่น… “ไม่!…”

(เซดะ…คนที่เมืองไทยจะต้อนรับเจ้าด้วยรอยยิ้ม…ไปให้ไกลจากไอ้พวกนอกรีต) เค็นจิใช้มือที่เปื้อนเลือดของตัวเองล้วงเข้าไปในพกเสื้อของชุดกิมิโนสีเทา แต่เขาก็ไม่มีแรงพอจะดึงสิ่งนั้นออกมา…เพราะนาทีเดียวกันชีวิตของอูคาชิ เค็นจิก็จบลงแล้วโดยสิ้นเชิง

“ท่านปู่…” เซดะตะโกนพร้อมกับเขย่าร่างไร้วิญญาณของเค็นจิอย่างบ้าคลั่ง จนมือที่กำซองจดหมายสีเปลือกไม้ทั้ง 3 ฉบับหลุดกระจายออกมาพร้อมกับมือของเขา

(จดหมายท่านพ่อนี้…ทำไมข้าไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย) เซดะวางร่างของเค็นจิลงบนตักตัวเอง ผู้โดยสารล้อมวงเข้ามามุงดูกันมากขึ้นๆ

(ข้าขอโทษ คุณชาย…มันเป็นความโง่ของข้าเองที่ไม่อยากเสียเจ้าไป  ข้าอยากให้เจ้าเป็นคุณชายแห่งหุบเขาอิงะมากกว่าจะให้เจ้าหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่อื่น…แต่ตอนนี้ข้าคิดว่าฟูจิกาว่าคิดถูก  เจ้าจงไปเพื่อรักษาอูคาชิให้คงอยู่   เซดะคุง…ในจดหมายมีที่อยู่ของพ่อเจ้า มันจะช่วยนำทางสู่เป้าหมาย…เซดะคุง…จิตของข้ากำลังดับลงแล้ว เห็นทีข้าต้องบอกลา…เวลานี้) เสียงจากกระแสจิตของเค็นจิดังในหัวทำให้ความสับสนที่กำลังหมุนเป็นลูกข่างค่อยๆ ช้าลง

(หลับเถอะท่านปู่…ขอบคุณที่ท่านยังไม่ทำลายมัน) เซดะอุ้มร่างไร้วิญญาณของเค็นจิ จนถึง โอซาก้าและ…

“คุณชายข้าเอง…”ไชอินาริ โจอานเข้ามาช่วย และก่อนเรือจะเข้าจอดเทียบ เสียงศพของพวกนอกรีตที่เหลือก็ถูกโยนลงน้ำท้ายเรือ

“ข้าสั่งให้อิชิ และโนอาน…จัดการเอง” โจอานกระซิบ เซดะพยักหน้า  เรือค่อยๆวิ่งช้าลง และจอดนิ่งในอีกไม่กี่นาทีต่อมา  ผู้คนส่วนหนึ่งกำลังทยอยขึ้นฝั่งด้วยท่าทีที่ตื่นตระหนก แต่อีกส่วนหนึ่งกำลังก้าวเดินลงมาสมทบ

“พ่อภูมิใจใจตัวเจ้า โนอาน จงปกป้องคุณชายด้วยชีวิต…ข้าหมายรวมถึงเจ้าด้วยอิชิคุง” โจอานพูดก่อนจะอุ้มร่างไร้วิญญาณของเค็นจิลงจากเรือ เขาหันมามองคนทั้ง 3 ด้วยความรู้สึกมากมาย แต่อยู่ๆ

เสียงของเซดะที่เขาไม่สามารถเข้าถึงก็ดังขึ้นมาในหัว

(…สัญญาชิโนบิไม่มีวันตายสักวันข้าจะพาอูคาชิกลับมาและจะกลับมาเพื่ออูคาชิ) เสียงเรือคำรามเสียงดังขึ้นอีก หัวใจของเด็กทั้ง 3 คนก็เริ่มสั่นตามไปด้วย แววตาที่เย้อหยิ่งจองหองของโอสุเกะ อิชิกำลังเปลี่ยนเป็นความวิตกอย่างคาดไม่ถึง

“ท่านลุง…ข้า”โอสุเกะ อิชิตะโกนเหมือนคนกำลังสับสน

“เจ้าต้องเดินหน้าต่อไป…อิชิคุง” โจอานตะโกนบอก แต่โอสุเกะ อิชิกลับกระสับกระสายวิ่งกลับมาท้ายเรือจนคล้ายกับว่าจะกระโจนขึ้นฝั่ง…แต่โนอานกับเซดะก็วิ่งตามมารวบตัวเขามากอดไว้ด้วยความเข้าใจในอีกความหมายหนึ่งที่มีต่อเพื่อนรุ่นน้อง…

“ท่านลุง…ข้า…ข้า”

“ข้าจะบอกพ่อของเจ้าเอง…ว่าเจ้าเข้มแข็งที่สุด” เรือเคลื่อนห่างจากชายฝั่งมากขึ้นเรื่อยๆ ในหัวใจของนักวางแผนอย่างโอสุเกะ อิชิ ก็กำลังลอยห่างจากความเป้าหมาย เขาปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทิ้งอย่างไม่หวั่นเกรงว่าจะมีใครเห็นความอ่อนแอ ทั้ง 3 ทรุดนั่งเหมือนอยากจะซึมซับภาพแผ่นดินสุดท้ายของญี่ปุ่นเอาไว้ในความทรงจำให้เต็มที่ เงาของไชอินาริ โนอานที่อุ้มร่างไร้วิญญาณของเค็นจิยังเด่นสง่าในแสงสีอำพัน สักครู่เงาของคนกลุ่มใหญ่ก็วิ่งกรูกันเข้ามาสมทบ เสียงหลายคนร้องไห้ หลายคนโบกมือลาอยู่ในแสงสุดท้ายบนแผ่นดินแม่

เซดะคุง…ข้าจะรอพวกเจ้ากลับมา…โชคเข้าข้างเจ้าเสมอเซดะ…เซดะป็นเสียงตะโกนของมินาโมโต ฟูจิกาว่า

“ท่านปู่…สัญญาชิโนบิไม่มีวันตาย”

“อิชิคุง…เจ้าต้องเข้มแข็งให้มากกว่านี้…”

“ท่านพ่อ…ฮื้อๆ…ท่านพ่อ!” และโอสุเกะ อิชิผู้เย่อหยิ่งก็ร้องให้ออกมาเสียงดังกว่าเดิม…ภายนอกที่แข็งกร้าวช่วยอะไรเขาไม่ได้เลยในยามนี้

“สัญญาชิโนบิจะไม่มีวันตาย…ข้าจะทำหน้าที่ให้ดีกว่าคนเผ่าถ่าน ลาก่อนทุกคน”

………..

แสงสุดท้าย

เมื่อแผ่นดินญี่ปุ่นลับตาไปแล้ว เซดะก็หยิบซองจดหมายของโคทาโร่ออกมาอ่าน รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า ทำให้การเดินทางไปประเทศที่ไม่เคยรู้จักครั้งนี้กลับไม่รู้สึกโดดเดี่ยว อย่างน้อยเป้าหมายในการไปก็ชัดเจนมากกว่าเมื่อวาน และเหมือนมันจะชัดเจนขึ้นพร้อมๆ กับดวงดาวสีแดงที่กำลังทอแสงแรกตรงขอบฟ้าทางทิศใต้ หลังจากแสงสุดท้ายหมดไปไม่นาน…และเวลานี้อ่าวโอซาก้าก็กำลังจะมืดลง

“คุณชาย…”

“ต่อจากนี้เรียกข้าว่าเซดะเฉยๆ ก็พอ”

“เอ่อ…เซดะ นั้นไงดวงดาวแห่งนักฆ่าสีเลือด…ข้าจำมันได้” โนอานพูดพลางชี้นิ้วนำสายตา

“แล้วเจ้าละ…ว่าใช่หรือไม่…อิชิคุง”

“อือ!…” โอสุเกะ อิชิตอบเพื่อนทั้ง 2 สั้นๆ ก่อนเขาจะก้มหน้าซบลงกับเข่าตัวเอง  เซดะมองหน้าโจอาน พวกเขาขยับเข้าไปนั่งคนละด้านของเพื่อนรุ่นน้องผู้เย่อหยิ่งและร่วมกันโอบกระชับเขาให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ “อื้อๆ…ข้าไม่มีแผนสำรอง…ข้าขอโทษคุณชาย…”

“อิชิคุง!…”

……….

แม้จะดู…….แกร่ง………แข็ง……และกระด้างเกินทน

แต่ก็ยังบอบบางอยู่ดี……..โอ้เจ้าเปราะแก้วแห่งอิงะ

โอสุเกะ อิชิ

………..

 

…ข้าพบนางครั้งแรกก็รู้สึกหลงรักในนาทีนั้น ข้าอยากให้ท่านเห็นรอยยิ้มที่แสนวิเศษ เหมือนนางใช้หัวใจยิ้มแทนริมฝีปากที่บอบบางให้ข้า

“ท่านพ่อ!…เพราะนางใช่ไหมที่ทำให้นกกระเรียนจากคาโกคุมะหลงฟ้าที่ประเทศไทย…” เซดะหลุดคำพูดลอยๆ ระหว่างที่นั่งอ่านจดหมายฉบับแรกได้เพียงครึ่งเดียว…เขาเงยหน้ายิ้มบางๆ ไปให้ดวงดาวแห่งนักฆ่าที่กำลังทอแสงสีเลือดที่ขอบฟ้าทางทิศใต้อย่างมีความหมาย…

“มินาโมโต ทซึรุคือชื่อใหม่สำหรับท่าน…พ่อข้า”

……….

ต่อจากนี้       จำจากดิน      ต้องจากถิ่น                 

จำจากกลิ่น    ต่อจากไป     ไกลสุดแสน

ต้องจากลา     จำจักบอก      ต่อจากแดน              

 ต้องจากแคว้น       จำจักใคร่    ได้บอกลา

แสงย่ำค่ำ     เสียงค่ำครวญ       ที่ขอบฟ้า          

 แสงสั่งลา         เสียงใครใคร่       ที่ใฝ่หา

แสงเหลือบเร้น  เสียงกรีดร้อง    ที่ต้องลา 

 แสงปลายฟ้า      เสียงรำพัน    แสนอาลัย

                อูคาชิ  เซดะ

………..

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →