นินจาเลือดซามูไร บทที่ 19

แผนล่มแผนล่ม นิยาย เรื่อง อูคาชิ เซดะ นินจาเลือกซามูไร บทที่ 19

เวลาต่อมา

การปล่อยระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิม่าและนางาซากิของฝ่ายสัมพันธมิตรได้ไม่กี่วัน ข่าวการประกาศยอมแพ้สงครามของญี่ปุ่นก็ตามมา  มินาโมโต ฟูจิกาว่า เฝ้ารอการกลับบ้านของลูกชายคนเดียว มินาโมโต  โคทาโร่ หลังสงครามสิ้นสุดลงอย่างใจจดใจจ่อ….กระทั้งผ่านไป 7 เดือนแล้วก็ยังไร้วี่แววของเขา

“ข้ารอทั้งๆ ที่ รู้คำตอบอยู่แล้ว…โคทาโร่คุง” ฟูจิกาว่าพึมพำด้วยสีหน้าเหมือนคนคิดไม่ตก

“หรือเจ้าว่าไงเค็นจิ…ข้ายังมีความหวังอยู่บ้างไหม”ชายที่มีอายุอ่อนกว่า 5 ปีนั่งก้มหน้า…เขานิ่งนานเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง

“ข้าว่าเราน่าจะให้คนไปตรวจดูรายชื่อทหารที่เสียชีวิตที่ศาลเจ้า คามิโคโซ ยาสุกูนิ”เค็นจิพูดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบก้มหน้าลงอย่างเดิม เหมือนกลัวว่าคำพูดจะเสียดแทงใจคู่สนทนาที่กำลังนั่งนิ่งอยู่ใต้แสงสะท้อนจากโคมไฟเข้าให้

“ที่กรุงโตเกียวนะรึ…ไม่!” ฟูจิกาว่าปฏิเสธทั้งๆ ที่ยังไม่ได้คิด

“แต่ข้าว่า…”

ไม่!และฟูจิกาว่าก็ปฏิเสธอีก จนเค็นจิเห็นอารมณ์ที่กำลังเดือดเป็นไอน้ำของเขา

“เพราะข้ารู้…ไม่ว่าคำตอบมันจะออกมาเช่นไร…ก็ล้วนทำให้ข้าเศร้า” เขาพูดให้ข้อคิด

“คุณชายต้องปลอดภัย” เค็นจิพูดเหมือนรู้ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สนทนาสั้นๆก่อนจะหันไปหยิบน้ำชาที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาดื่มเพื่อกลบเกลื่อน

“เขาต้องกลับมา…ข้าคิดว่าเขาจะต้องกลับมา ฟ้าสางที่คาโกคุมะ วันใดวันหนึ่ง โคทาโร่จะต้องกลับบ้าน” ฟูจิกาว่าย้ำเหมือนจะพยายามทำให้ตัวเองเชื่อตาม “แล้ว เซดะคุง เป็นอย่างไรบ้าง”

“เขาเรียนรู้ได้เร็ว…แต่พวกนอกรีตยังตามตัวเขาไม่เลิก”เค็นจิตอบห้วนๆ

“เขาเหมือนพ่อเขา…มากเกินไป” ฟูจิกาว่าเอ่ยลอยๆและภาพความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในอดีตก็หวนกลับมาเล่นงานอีกจนได้ เขาลุกเดินไปยังสวนหลังบ้าน ปล่อยให้อูคาชิ เค็นจินั่งนิ่งเป็นหินอยู่เพียงลำพังในห้อง

“ข้าขอโทษ ฟูจิกาว่า ข้าขอโทษ” เค็นจิก้มหน้าหลุดเสียงเบาเหมือนไม่ประสงค์จะให้ใครอื่นได้ยิน เขาดึงจดหมายฉบับที่ 3 ของโคทาโร่ออกมาอ่านเป็นรอบที่ 17 และมันก็ทำให้น้ำตาของนินจาแก่ๆ ไหลออกมาเป็นครั้งที่ 17

                ข้าขอโทษคุณชาย ข้าจำเป็นต้องเก็บมันไว้เป็นความลับ เพื่ออูคาชิ เพื่อเรา เพื่อพี่น้องชิโนบิ หุบเขาอิงะจะต้องมีคนสานต่ออุดมการณ์

 ……….

แม้แต่ผึ่ง…………….ก็มิอาจเก็บงำความหวานแห่งเกสรได้ฉันใด

ดวงอาทิตย์…………………….ก็ย่อมมีจุดดับที่มองไม่เห็นฉันนั้น

มินาโมโต ฟูจิกาว่า

……….

แผนล่ม

                ตั้งแต่ถนนแห่งกาลเวลาของบ้านมินาโมโตได้เปิดทางเบี่ยงให้นินจาจากหุบเขาอิงะเข้ามาร่วมใช้ บัดนี้รถยนต์แห่งชีวิตของพวกเขาก็วิ่งอยู่บนถนนสายนี้เป็นรอบที่ 9 มันเป็นปีที่ 9 แล้วที่มินาโมโต ฟูจิกาว่า หลับได้ยาวขึ้น และเป็นปีที่ 9 เช่นกันที่อูคาชิ เค็นจิ พยายามหลับจะให้ลงในความมืดแต่มันก็ไม่ได้ผล เขายังหวาดระแวงกับทุกๆ เสียงรอบๆ ปราสาทบนเนินเขาทางทิศตะวันออกของเมืองคาโกคุมะและก็มักจะสะดุ้งตื่นแม้กระทั้งเสียงตีปีกของนกกระเรียนมงกุฎแดงที่ถูกขังอยู่ในกรงเหล็กขนาดใหญ่หลังบ้าน

เวลาผ่านเที่ยงคืนมา 10 นาที ผู้คนส่วนใหญ่ในปราสาทมินาโมโตกำลังหลับใหล เหลือเพียงคนใช้ไม่กี่คนที่กำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว  พวกนางคงใช้เวลาอีกไม่นานเสียงมีดหันผักก็จะเงียบไปอีก คราวนี้ก็คงเหลือเพียงซามูไรที่ป้อมประตูหน้าปราสาท และนินจาของอูคาชิที่พลางตัวเฝ้ายามอยู่รอบๆบ้าน ดูเหมือนเสียงเหล่านี้จะมีแค่ 2 คนที่สัมผัสได้ นั้นก็คือเค็นจิและคุณชายน้อยเซดะ ซึ่งตัวคุณชายน้อยเองยังมีความสามารถพิเศษที่ต่างไปจากเค็นจินั้นก็คือ เขาสามารถจำกลิ่นเฉพาะตัวของทุกคนได้หมด ไม่เว้นแม้กระทั้งไชอินาริ โนอานที่ยืนพลางตัวนิ่งอยู่นอกกำแพง ส่วนเหล่าซามูไรของมินาโมโตนั้นไม่ต้องพูดถึง เสียงกระซิบกระซาบของพวกเขาคงจะเป็นเสมือนยาแก้ง่วงขนานเอกที่ทำให้อยู่ได้ตลอดคืน เพราะแต่ละเรื่องที่พวกเขาสรรหามาคุยกันล้วนแทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

……….

เวลาเดียวกันที่ห้องนอนชั้น 2

อยู่ๆ เซดะก็สัมผัสกลิ่นแปลกแยกที่ไม่คุ้นเคยเข้าโดยบังเอิญ เสียงฝีเท้าที่วิ่งอย่างแผ่วเบาราวกับใบไม้กลิ้งไปตามสันหลังคา มันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น เซดะเพ่งสมาธิไปทางต้นเสียง เปลวเพลิงสีอำพันจากดวงโคมไฟจากยางสนที่อยู่บนผนังเหนือหัวฉาบใบหน้าและแววตาที่ค่อยๆ แข็งกร้าวขึ้นที่ละนิด จนเห็นความกังวลปรากฏชัดเจน

(ไม่ใช่คนในบ้านมินาโมโต ไม่ใช่กลิ่นพี่น้องชิโนบิที่ข้าคุ้นเคย…หรือว่า…พวกนอกรีต)เซดะทบทวนสิ่งที่ตนเองสัมผัส  สักครู่เสียงฝี่เท้าก็ค่อยๆ ไล่ลงตามแผ่นกระเบื้อง มันเร็วไม่ต่างจากสายลมที่โชยผ่านช่องเขา

(มันมากันสองคน ไม่สิ…หรือนี้ ทำไมข้าถึงไม่สามารถจับความเคลื่อนไหวอีกคนได้…)เขาเริ่มพะวงกับอีกหนึ่งสิ่งที่แปลกประหลาด

(อ๋อ!…นิ่งเข้าไว้เซดะ นิ่งเข้าไว้)วินาทีนั้นเอง จิตพิรุธก็บอกว่ามีดวงตาอีกคู่จากเงาต้นไผ่ข้างเรือนน้ำชากำลังจ้องมายังเขา ขณะเดียวกันกระแสจิตที่คาดไม่ถึงก็กำลังแทรกเข้ามาอ่านใจแบบไม่มีมารยาท เซดะเป่าลมออกจากปากและพยายามทำจิตให้ว่าง มืออีกข้างกำลังกำมีดพกสั้นอาบยาพิษที่เค็นจิแอบซ่อนไว้ในหนังสืออย่างระมัดระวัง เพียงเสี้ยววินาทีเสียงวัตถุแปลกปลอมก็พุ่งเข้าหา เซดะเอี้ยวตัวหลบตามสัญชาตญาณ มันคือดาวกระจายที่พวกนินจาอ่อนหัดนิยมใช้ และเขาก็ไม่ปล่อยเวลาให้มันเล่นงานฝ่ายเดียว มีดพกสั้นในมือที่พร้อมอยู่แล้วก็สะบัดสวนกลับไปในเงามืดทันที มันปักเข้ากลางหน้าผากของนินจาผู้นั้นอย่างจัง แรงต้านทานดับวูบลงพร้อมๆ กับเผยตัวหล่นลงไปกระแทกพื้นดินแฉะๆ เบื้องล่างเสียงดัง

“อ๊าก!…”และเงาของเค็นจิจากห้องข้างๆ ก็พุ่งออกไปทางหน้าต่าง เซดะไม่รอช้า เขาดีดตัวตามเค็นจิออกไปติดๆ เขากดปลายเท้าที่ยอดไผ่ ก่อนจะโรยตัวลงยืนนิ่งใกล้ๆ กับเค็นจิที่ประตูหน้าบ้าน

“ตามไป…อย่าให้มันรอด” เค็นจิตะโกนสั่งเหมือนกับเวลานี้เขาเป็นซามูไรคนหนึ่งไปแล้ว เหล่าซามูไรที่ป้อมประตูและนินจาที่พลางตัวอยู่ตามที่ต่างๆ โผจากเงาสู่เงาสลับกันไปมาเสียงกระซิบกระซาบที่ฟังไม่รู้เรื่องดังก้องอยู่ในหู

“ข้าจับมันได้ หนึ่งคน” เสียงโนอานดังขึ้นที่ประตู

เหล่าซามูไรเข้ายาม ต่างถือโคมไฟวิ่งกรูเข้าไปหา เสียงเอะอะโวยวายของพวกเขาได้ปลุกทุกคนทั้งปราสาทให้ตื่น โนอานและซามูไรลากนินจาที่จับได้เข้ามาให้ฟูจิกาว่าได้เห็นใบหน้าชัดๆ  สักพักซามูไรอีก 5 คนก็ลากศพนินจาที่ยังมีมีดสั้นปักคาอยู่ที่หน้าผากเข้ามาสมทบอีกคน

“พวกมันเป็นใคร” ฟูจิกาว่าตะเบ็งเสียงแข็งกร้าวถาม เค็นจิกระชากผ้าคลุมหน้าสีดำของนินจาที่ยังมีชีวิต พร้อมกับบีบปากทันทีที่รู้ว่ามันกำลังจะดุลบางอย่างขึ้นจากใต้ลิ้น คราวนี้เขาช้าไป มันใช้ฟันกรามบดขยี้จนเปราะปลิดชีพแตก ฟองสีม่วงไหลล้นส่งกลิ่นยาพิษเหม็นคลุ้งไปทั่ว

“อย่าให้มันตาย” ฟูจิกาว่าพ่นเสียงโกรธจัด พร้อมกับถือดาบคาตานะเดินเข้าไปใกล้ๆ แต่มันก็หมดสติไปก่อนแล้ว เค็นจิฉีกเสื้อพรางสีดำจนขาดเป็นทางยาวถึงหน้าท้อง มันเผยให้เห็นรอยสักรูปสายฟ้ากลางดาวสามแฉก บนหน้าอกด้านขวาอย่างชัดเจน

“ยูกาว่า…” เค็นจิรายงานเสียงต่ำ

“ไอ้พวกนอกรีต…เอามันไปตัดหัวแล้วเสียบประจานที่ทางเข้าเมือง” ฟูจิกาว่าตะเบ็งสุดเสียงจนคอปูดเอ็น ซามูไรกรูเข้ามาช่วยกันลากศพนินจาสองคนไปที่สนามหญ้า พวกเขาใช้ดาบคาตานะฟันคอนินจาคนที่ยังมีมีดสั้นปักคาอยู่จนขาดกระเด็น ก่อนจะเดินเข้าไปเงื้อมดาบฟัดฉับเข้าที่คอของนินจาอีกคน เลือดสีแดงของมันพุ่งกระฉูด เหมือนยังมีลมหายใจและตัวของมันดิ้นเร่าๆเป็นปลาถูกทุบ แต่หัวของมันได้หลุดกระเด็นห่างออกไปหลายเมตรก่อนแล้ว

“บัดซบ…ไอ้สารเลว ชิการุ มันกล้าตบตาข้าได้อย่างไรกัน” เค็นจิโกรธจนตัวสั่น เขาเดินเข้าไปดึงดาบออกมาจากมือของซามูไร พร้อมกับฟันไปที่ตัวนินจาคนนั้นอย่างไม่ยั้ง

“ท่านปู่เล็ก พอเถอะ…” เซดะเดินเข้าห้าม

“มันบ้ามากๆ…มันกล้าใช้ยาสลบกับเปราะปลิดชีพ เพื่อหวังจะตบตา…ไอ้พวกนอกรีต…ไอ้พวกนอกรีต!” เค็นจิคำรามด่าจนลูกตาโพลนปูดออกมา

“นำร่างมันถ่วงหินทิ้งแม่น้ำ อย่าให้ข้าเห็น…”

“พวกมันหมายจะสังหารเซดะเลยหรือนี้” ฟูจิกาว่าตั้งขอสังเกตก่อนจะเผยอริมฝีปากให้เห็นความเกลียดชังชัดๆ

“พวกมัน…พยายามมาเกือบ 10 ปี ที่ลักพาตัวคุณชายน้อย แต่ในเมื่อไม่สำเร็จ…พวกมันคงกลัวว่าสักวันหนึ่งคุณชายน้อยจะกลับไปแก้แค้น” เค็นจิวิเคราะห์

“แต่ข้าว่าไม่…เพราะดาวกระจายผสมยาสลบมันทำให้ข้าบาดเจ็บและหลับไปเท่านั้น…พวกมันหวังลักพาตัวข้าอย่างเคย” เซดะโพล่งบอก ทุกคนหันกลับไปจ้องเขาเป็นจุดเดียว

“เจ้ารู้ได้อย่างไร เซดะคุง” เค็นจิถาม…

“กลิ่นที่มากับดาวกระจาย เหมือนกับกลิ่นเปราะปลิดชีพ” เขาบอก

“พวกมันหนีรอดไปได้…อูคาชิซัง มีคนของพวกมันอีกไม่ต่ำกว่า 30 ซุ้มรออยู่ตามแนวป่าทางทิศใต้” ไชอินาริ โนอานโผเข้ามารายงานพร้อมกับพรรคพวกอีก 4 คน เขาก้มกระซิบประโยคสุดท้ายใกล้ๆหูของเค็นจิ เหมือนไม่ต้องการให้อีกหลายคนได้ยิน

“อะ อะ ไร นะ พวก พวกมัน อีก…30”

“ไออิคุง!…ฟูจิกาว่า…ข้าว่าเราต้องจัดการอะไรบางอย่างกับเรื่องนี้” เค็นจิหันไปพูดเสียงเรียบๆอย่างเป็นการเป็นงานกับโอคิตะ ไออิ ก่อนจะเดินเข้าไปกระซิบกระซาบกับฟูจิกา “ใช่…ข้าเห็นทีต้องตัดสินใจอะไรบางอย่างให้เด็ดขาดเสียที…หากไม่เช่นนั้นไม่วันใดก็วันหนึ่งเราต้องเสียเซดะให้พวกนอกรีตหรือไม่ก็พวกชิโนบิหลังเขาโคงะเป็นแน่” ฟูจิกาว่าวิเคราะห์ สักพักนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความหวังก็ฉายออกมาพร้อมๆ กับเสียงของเขา ข้าจะส่ง เซดะ ไปเมืองไทย

“ฟูจิกาว่า!” เค็นจิอุทานอย่างคนคาดไม่ถึง เขาแทบล้มทั้งยืน เมื่อแผนที่อยู่ในใจถูกมองข้าม

“ท่านปู่!”

“คุณชาย…” ไชอินาริ โนอานจ้องหน้าเซดะไม่กระพริบ

“แต่ สงคราม  เพิ่งจบ เพียงไม่กี่เดือน ข้า ข้าเกรงว่า” เสียงเค็นจิไม่เป็นปกติแล้ว…

“เค็นจิคุง…เจ้าคงจะแก่กว่าข้าแล้วละตอนนี้ สงครามมันจบหลายปีแล้วถึงประเทศเราจะปิดแต่ข้าก็พอมีหนทางซ่อนตัวเซดะออกไปกับเรือขนสินค้าได้ ข้าเชื่อว่า โคทาโร่ยังมีชีวิตอยู่ เขาจะไม่ยอมตายตราบใดที่ดาบคาตานะ มูโตยังไม่กลับมาที่นี้”ฟูจิกาว่าพูดพร้อมกันนั้นเสียงม้า 2 ตัวกำลังลากศพนินจาก็ดังลงเนินเขาไป

“คุณ คุณ ชาย…นายท่าน คุณชาย ยังยัง เด็ก…ข้า ข้า ยังรับมือ พวกมัน ไหว” โอคิตะ ไออิพยายามคัดค้าน แต่สีหน้าของฟูจิกาว่า ดูเหมือนจะเด็ดเดี่ยวมากกว่า

“เซดะคุง ปีนี้เจ้าคงอายุจะ 18 ปีแล้วซินะ” ฟูจิกาว่าหันไปถามและยิ้มผ่านไปทางโอคิตะ ไออิ

“ปีนี้ข้า 17 ย่างเข้า 18ปี” เซดะตอบด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย

“เซดะคุง…ปู่ไม่ได้ให้เจ้าหนีพวกนอกรีตอย่างคนขลาด…แต่ปู่ต้องการให้เจ้าไปตามหาดาบคาตานะ มูโตและโคทาโร่ พ่อของเจ้า…ปู่มั่นใจว่าเขารอเจ้าอยู่…”

“แต่…”เค็นจิจะคัดค้าน…จนแล้วจนรอดก็ยังนึกไม่ออกถึงเหตุผลที่จะยกขึ้นมาอ้าง…

“ท่านปู่ แต่ข้า…”

“หากคุณชายไป ข้าก็จะขอตามไปด้วย” ไชอินาริ โนอานรีบเสนอตัวอย่างไม่ลังเล

“ดาบคาตานะ มูโตคือชีวิตและวิญญาณของซามูไร หากเขาตายไปกับสงครามจริงๆ วิญญาณของเขาก็จะไม่ทิ้งดาบเล่มนั้นไปไหน แต่จิตวิญญาณโคลนจะนำเขาไปเกิดใหม่กับผู้ที่ครอบครองใกล้ๆกับสายน้ำตาม วิถีกรรมแห่งซามูไร…ปู่หวังว่าดาวแห่งนักรบจะช่วยนำทางให้พ่อลูกได้พบกัน”ฟูจิกาว่าพูด พร้อมกับจับไหลทั้ง 2 ข้างของเซดะนิ่งๆ

“ฟูจิกาว่า…ไม่” เค็นจิพูดได้เพียงเท่านั้นก่อนจะนิ่งไปอีก แผนการที่วางเอาไว้เมื่อ 12 ปีก่อน กำลังจะล้มเหลว เขาสบสายตากับโอคิตะ ไออิอย่างรู้กันแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

“เสียงของโคทาโร่ ที่ปู่สัมผัสได้บอกว่าเขา อยากกลับบ้าน กลับบ้านหลังนี้ เซดะพ่อของเจ้ากำลังรออยู่ หากเจ้าพบดาบคาตานะ มูโตเจ้าก็จะได้เจอกับพ่อเช่นกัน…”ฟูจิกาว่าอธิบายเชิงชักนำ เซดะได้แต่นิ่งเหมือนโดนสะกด ข้างในกำลังใช้ความคิดอย่างหนักก่อนจะหันไปสบสายตากับไชอินาริ โนอาน อย่างมีความหมาย

“ข้าตกลง…”เซดะตอบรับ

“คุณชายน้อย…แต่ เอ่อ ฟูจิกาว่า ข้าว่า…” เค็นจิพยายามอีก

“เค็นจิคุง…เจ้าไม่ต้องห่วง…ดาวแห่งนักรบจะนำพาสองพ่อลูกให้เจอกันจนได้…และข้าก็พอมีเพื่อนทำโรงงานอยู่ที่เมืองไทยช่วยดูแล…เขาจะปลอดภัยจากทุกๆกลุ่มของนินจา”

“แต่ว่า…”เค็นจิมีท่าทีที่ไม่ยอมในเรื่องนี้ง่ายๆ ภาพและข้อความในจดหมายทั้ง 3 ฉบับที่โคทาโร่ส่งมาถึงฟูจิกาว่ากำลังวนเวียนหลอกหลอน

“เค็นจิคุง!…เจ้าขัดข้องเรื่องใดหรือไม่” ฟูจิกาว่าเริ่มขึ้นเสียงสูง จนเค็นจิ และโอคิตะ ไออิ ไม่กล้าพูดต่อ

(ข้าจะไปเมืองไทยเพราะนั้นมันคือหน้าที่สำคัญยิ่งสำหรับลูก…)

(คุณชายน้อย)เค็นจิจ้องหน้าเซดะอย่างเศร้าๆ

“เค็นจิ…เรา เรา” ไออิพยายามจะพูด แต่…

“นายท่าน…ข้าจะไปกับคุณชายน้อย…ได้โปรด” ไชอินาริ โนอานเสนอตัวเองอีกพร้อมกับหันขวับไปยืนยันกับฟูจิกาว่าอย่างคนมุ่งมั่น สักครู่ก็หันไปขออนุญาตเค็นจิในท่าทีอีกคน

“ข้า…ข้าขัดข้องได้ด้วยหรือ” เค็นจิกระแทกเสียงต่ำห้วนๆ ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นบันไดไป ทุกคนได้แต่มองตาม โดยเฉพาะมินาโมโต ฟูจิกาว่า

………..

ดาวล้านดวงกำลังทอแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้าสีนิล ในจำนวนของพวกมันทางทิศใต้ กำลังปรากฏดาวดวงหนึ่งที่สุกสว่างสีแดงสดใสมากกว่าดวงอื่นๆ หลายคนบอกว่านั้นคือดาวแห่งนักฆ่าสีเลือด แต่สำหรับซามูไรแล้วกลับเห็นมันเป็นดาวแห่งนักรบ และมันกำลังจะชี้เป้าหมายบางอย่างให้กับใครบางคน

“ข้าจะไปกับคุณชาย”

                ขอบใจมากเพื่อนรัก…ข้าเป็นนินจาเลือดซามูไร พ่อข้าก็เลือดผสมเช่นเดียวกัน…ฌานสื่อญาณ แลดาวแห่งนักรบจะนำทางให้เราเซดะบอกขณะโอบไหล่เพื่อนรักตัวใหญ่…อย่างซาบซึ้งในมิตรภาพ

“เซดะคุง…ปู่จะรอพวกเจ้ากลับมา…เจ้าต้องกลับมาพร้อมกับ ทซึรุ นกกระเรียนของบ้านมินาโมโตที่กำลังบินหลงฟ้าอยู่ที่ไหนสักแห่ง จงพาเขากลับมา ฟ้าสางที่คาโกคุมะ สักกี่วันกี่ปีปูก็จะรอ…จงเชื่อในฌานที่ชี้นำ และสื่อให้ถึงญาณอีกดวงที่รอ ปู่อยากจะเห็น มินาโมโต ทซึรุ มายืนอยู่ตรงนี้…”

……….

เหมือนดวงดาวนำทาง…….สู่เป้าหมาย

เหมือนสื่อใจถึงฌาน……….บอกทางฝัน

เหมือนสื่อจิต……………บอกวิถีที่ตรงกัน

เหมือนคืนวันที่ฌาน……………สื่อถึงใจ

ท้องฟ้า               สีนิล        คอยปิดกั้น

แต่สื่อฌาน      บอกทาง      สู่เป้าหมาย

เมื่อดารา   สาดแสง    พราวพร่างพราย

สื่อความหมาย     คล้ายมือ      ชี้นำทาง

………..

“โนอานเพื่อนรัก การผจญภัยของเรา กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว”

“คุณชาย…ชีวิตข้าพ้นจากคนเผาถ่านก็เพราะท่าน…หากมันจะเป็นของคุณชายก็ไม่แปลกอะไร…ข้าพร้อมจะตามคุณชายไปทุกๆที่”

………..

ดวงดาวนับล้าน…………………….กำลังเรียกข้า

แต่ก็มีเจ้าเพียงคนเดียว………………ที่ข้าเลือก

อูคาชิ เซดะ

……….

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →