นินจาเลือดซามูไร บทที่ 17

เชอรี่กลีบสุดท้ายเชอรี่กลีบสุดท้าย แห่งป่าฮานะ  นิยาย เรื่อง อูคาชิ เซดะ นินจาเลือกซามูไร บทที่ 17

เชอรี่กลีบสุดท้าย แห่งป่าฮานะ

แดดสีเลือดจางๆ สาดกระทบพรมกลีบสีชมพู-ขาวสะท้อนเฉดสีบางๆ ให้แดงฉานไปทั้งป่า  มันเป็นกรีบดอกเชอรี่รุ่นสุดท้ายของฤดูก่อนป่าทั้งป่าจะเข้าสู่กลางฤดูฝนในอีกไม่กี่วัน เสื่อที่ทอจากสายป่านขนาด  3X6 ฟุต ขอบทั้งสี่ด้านถักด้วยด้ายสีขาวตัดสลับกันไปมา ตรงกลางมีลวดลายหลากสีอันบ่งบอกถึงตำแหน่งและความสำคัญของผู้ใช้ ยังเด่นชัดโดยมีพานทรงสูงสีปูนปูทับด้วยผ้าขาวที่มีดวงอาทิตย์สีแดงตรงกลางอันหมายถึงตัวแทนของเทพเจ้าแห่งอาทิตย์อุทัย วางไว้ด้านหน้า ปราศจากดาบสั้นวากิซาชิ

มินาโมโต ฟูจิกาว่า ฮันโต ซาซากุมิและเหล่าซามูไรอีกนับร้อยต่างนั่งเรียงรายอยู่รอบๆ โดยมีกลุ่มคนใช้ของอูคาชิ และนินจาที่ยังจงรักภักดีนั่งรวมกลุ่มกันอยู่อีกฟากหนึ่ง สักครู่อูคาชิ ยาสุ ในชุดกิโมโนสีขาวห่มทับด้วยเสื้อคลุมสีดำปล่อยชายเป็นอิสระ ก็เผยตัวเดินนำโอสุเกะ ฮิเดะ  อูคาชิ เค็นจิ ไชอินาริ โจอานและนินจาอีกกลุ่มใหญ่ผ่านช่องเขาคุโระอิสีนิลออกมาสมทบ อูคาชิ ยาสุเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าตรงกลางเสื่อที่ถูกปูรออยู่ก่อนแล้วด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เขาทิ้งน้ำหนักของตัวเองกดทับลงบนส้นเท้าทั้งสองข้างด้วยท่าทีที่ตั้งมั่น นาทีนั้นฮันโต ซาซากุมิก็ลุกเดินเข้าไปยืนจ้องเขาอย่างเหยียดๆ เขากระตุกโหนกแก้มใส่ 2 ครั้ง ก่อนจะดึงดาบสั้นวากิซาชิที่พกติดตัวมาวางทับลงบนผ้าสีขาวบนพานทรงสูงที่วางอยู่ตรงหน้า

“ข้าจะรู้ได้อย่างไร ว่าเจ้าไม่ใช้ร่างพรางเพื่อตบตาข้า” ซาซากุมิกระแทกเสียงดังใส่หน้ายาสุ เหมือนจงใจจะให้ได้ยินกันไปทั่วทุกตัวคนที่นั่งเป็นสักขีพยานอยู่รอบๆ ยาสุเงยหน้าขึ้นจ้องเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบดาบสั้นที่พึ่งวางขึ้นมาเชือดข้อมือตัวเองจนเลือดสีแดงพุ่งไปเปรอะชุดกิโมโนสีเขียวหม่นของฮันโต ซาซากุมิจนเกิดจุดแต้มแดงทั่วทั้งตัว

“ข้า อูคาชิ ยาสุ ท่านพอใจหรือยัง…ฮันโตซัง”ยาสุกดเสียงต่ำเรียบๆ ใส่ ก่อนจะวางดาบสั้นไว้ที่เดิม

“บัดซบที่สุด…ชุดข้า” ซาซากุมิหัวเสีย พร้อมกับหันหลังเดินกลับไปนั่งที่เดิม… “บ้าเอ้ย!…”

“ข้าว่าท่านถอดกิโมโนสีดำออกก่อนจะดีกว่านะ” และเสียงมินาโมโต ฟูจิกาว่าก็โพล่งขึ้น…เขาใช้แววตาเรียบๆจ้องศัตรูที่ไม่เคยเห็นตัว อย่างตั้งใจจะสำรวจบางอย่าง

“ถึงจะตายอย่างจารีตของซามูไร…แต่ข้าก็ยังเป็นชิโนบิ…หากข้ายังมีลมหายใจ สีดำก็ยังเป็นทั้งหมดของชีวิตข้า…” เสียงของยาสุนิ่งจนไม่ปรากฏอาการสั่นกลัวออกมาให้เห็น เขาหันไปพยักหน้าให้ฟูจิกาว่าแวบหนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ดูเหมือนเป็นครั้งแรกที่เราได้เจอกัน”

“และข้าก็ควรจะยินดีด้วยใช่ไหมที่จะเป็นครั้งสุดท้าย” มินาโมโต ฟูจิกาว่าพูด เขาลุกเดินเข้าไปนั่งลงตรงข้ามก่อนจะก้มศีรษะให้

“เป็นครั้งแรกที่ข้ามีโอกาสคารวะท่าน เป็นครั้งแรกที่ข้ามีโอกาสกล่าวทักทายกับท่าน เป็นครั้งแรกที่จะปรับความเข้าใจกับเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา”

“และมันก็จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะมีโอกาสอโหสิกรรมกับเรื่องราวทั้งหมด” อูคาชิ ยาสุจำคำจากหลวงพ่อวัดไรอันจิมาพูดพร้อมกับก้มศีรษะตอบกลับในแบบของเขา

“ข้าก็เช่นกัน…อูคาชิซัง” มินาโมโต ฟูจิกาว่าไม่ลังเลที่จะกระทำแบบเดียวกันซ้ำอีก

“เดี๋ยวก่อนมินาโมโตซัง…” ยาสุเรียกก่อนที่ฟูจิกาว่าจะลุกเดินกลับ “คนอย่างข้าสมควรจะรู้เรื่องราวของคุณชาย…คุณชายมินาโมโตหรือไม่”ยาสุพูดอย่างคนระมัดระวัง ฟูจิกาว่าหันมาจ้องหน้าเขาเหมือนจะสำรวจความจริงใจจากดวงตาที่พร่ามัวคู่นั้น

“โคทาโร่ เกิดมาพร้อมกับดวงดาวแห่งนักรบ…อูคาชิซัง…เวลานี้เขาเป็นส่วนหนึ่งของสงครามมหาเอเชียบูรพาไปแล้วละ” ฟูจิกาว่าตอบ สักพักก็เดินกลับไปนั่งลงที่เดิม

“ดวงดาวแห่งนักฆ่า…นั้นแหละคือชีวิตของเจ้าเซดะ” เสียงพึมพำดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม “เค็นจิ…ถอดกิโมโนสีดำ…หลังจากข้าหมดลมหายใจไปแล้ว” ยาสุสั่งเสียงดังเหมือนจงใจจะให้ได้ยินถึงหูฮันโต ซาซากุมิที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ไกลออกไป  เค็นจิพยักหน้าที่แดงกล่ำให้พี่ชายเห็น สักพักเขาก็ก้มศีรษะลงจรดพื้นเหมือนจะแทนคำบอกลาจากปาก ก่อนจะลุกถอยหลังให้พ้นรัศมี ปล่อยให้ โอสุเกะ ฮิเดะ ยืนถือดาบคาตานะเล่มยาวในท่าเตรียมพร้อมอยู่ห่างออกไปทางด้านหลังซ้ายประมาณ เมตรกว่าๆด้วยใบหน้าที่บอกความรู้สึกไม่ถูก มีเพียงมือที่กำดาบเท่านั้นที่ยังสั่นกระตุกบอกถึงความเจ็บปวดที่ฝังอยู่ข้างใน

“สัญญาชิโนบิ ไม่มีวันตาย” ฮันโต ซาซากุมิพึมพำออกมาพร้อมกับกระตุกโหนกแก้มจนสั่นระริก และไม่ลืมที่จะแสยะยิ้มอย่างมี เลศนัยให้เห็น

ทันทีที่สายลมบางๆ โชยกรีบดอกเซอรรี่ป่าจนร่วงพรู อูคาชิ ยาสุก็หยิบดาบวากิซาชิขึ้นมา เลือดสีแดงสดจากข้อมือยังหยดติ๋งๆตลอดเวลา แต่ก็ไม่ใส่ใจกลับเอาผ้าสีขาวที่กองอยู่ใกล้มาพันรอบๆด้ามจับเลื้อยลงมาที่คมดาบจนเหลือไว้เพื่อสังหารตัวเองเพียง 7 นิ้ว เขากำมันไว้แน่นด้วยมือทั้งสองข้างแล้วค่อยๆชูมันขึ้นสูงในองศาที่พร้อมจะสังหาร มุมปากเผยอกระตุกสั่น ฟันกรามขบกันแน่น แดดสีเลือดสาดสะท้อนคมมีดในมือมันวาววับ  จนหลายคนขนลุกชวนสยอง…อูคาชิ ยาสุสูดลมหายใจเข้าสู่ปอดจนเต็มที่ เวลาเพียงเสี้ยววินาทีดาบวากิซาชิก็ถูกกระชากเข้าที่ชายโครงด้านซ้ายบน

“อ๊าก!…” เสียงร้องตกใจของเหล่าคนใช้ผู้หญิงดังระงมไปทั่งบริเวณเลือดสีแดงฉานพุ่งสวนออกมาจากตำแหน่งคมดาบที่ปักคาอยู่ ยาสุกันฟันกรามแน่นและแน่นขึ้นเมื่อเขาจงใจจะกรีดมันลงไปด้านล่างขวา

“ท่านพี่…” เสียงเรียกของเค็นจิดังลอดไรฟันออกมาพร้อมกับน้ำตาของลูกผู้ชาย

“อ๊าก!ๆ…” เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของยาสุ  ทำให้โอสุเกะ เงื้อมดาบขึ้นจนสุดแขน โดยหวังจะปลดปล่อยความเจ็บปวดให้กับเพื่อนแลเสมือนพี่ชายให้จบสิ้นลงในนาทีนั้น แต่ฟูจิกาว่ากลับยกมือห้ามเอาไว้ก่อน  เลือดสีแดงยังไหลไม่หยุด จนลวดลายบนเสื่อหายไป อูคาชิ ยาสุพาใบหน้าที่แดงกล่ำเหงื่อกาฬผุดออกทุกรูขุมขน เขาพยายามควบคุมสติให้ได้อีกครั้ง แต่ใบหน้าที่บูดเบี้ยวเต็มไปด้วยความเจ็บปวดกำลังบั่นทอนจนยากจะควบคุมแต่สักครู่ดาบวากิซาชิที่เต็มไปด้วยเลือด ก็ถูกชูขึ้นอีกครั้ง เขากัดฟันจนแขวนทั้ง 2 ข้างสั่นเทานาทีนั้นเขาก็กระชากมันกลับแทงเข้าใต้ชายโครงด้านขวาบน

“อ๊าก!…” เสียงร้องของเขาดังก้องไปทั้งช่องเขาคุโระอิสีนิล แต่เหล่านินจาและซามูไรที่ยืนนิ่งประจันหน้ากันคนละฟากกลับสงบนิ่ง ราวเห็นความตายที่กำลังเกิดขึ้นเป็นเรื่องบางเบาราวกับขนนก

“อ๊าก!….” ยาสุสูดลมหายใจเฮือกสุดท้ายกดปลายดาบกรีดหน้าท้องตัวเองลงไปด้านล่างซ้ายจนเป็นเห็นแผลเปิดเป็นรูปกากบาท

“สัญ…สัญญา ชิโน โนบิ ไม่มีวัน ตา ตาย” เขาคุมสติพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม มินาโมโต ฟูจิกาว่าและเหล่าซามูไรกว่าร้อยคนก้มศีรษะ มีเพียงฮันโต ซาซากุมิ เท่านั้นที่ยังนั่งแสยะยิ้มคอตั้งเหมือนจะสะใจอยู่เช่นเดิม เลือดและลำไส้ไหลทะลักออกมากองอยู่ตรงหน้า โอสุเกะ ฮิเดะเงื้อมดาบคาตานะจนสุดแขน เขาเหวี่ยงมันลงที่ต้นคอของยาสุด้วยแรงทั้งหมดที่มี น้ำตาไหลพรากราวกับห่าฝนสาดไปพร้อมๆกับคมดาบนั้นๆ และดาบเดียวก็ทำให้ยาสุพบกับอิสรภาพ

“ไม่!….”

“นี้หรือคือของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ข้าตอบแทนท่าน…ยาสุ” โอสุเกะ ฮิเดะตะโกนเสียงดัง ดาบคาตานะหลุดจากมือ เขาทรุดหมอบนิ่งอยู่ต่อหน้าร่างที่ไร้ศีรษะของบุคคลที่เคารพ “ยาสุ..ยาสุ…ยาสุ.” เขาเรียกชื่อซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนผิด

“อูคาชิซัง…ข้านับถือท่านจริงๆ…เอาศพเขาไปฝังไว้ที่วัดไรอันจิข้างๆ กับคุณนายมินาโมโต” ฮันโต ซาซากุมิสั่ง พร้อมกับกระตุกโหนกแก้มใส่ร่างที่ไร้ศีรษะของเขา

“วันนี้…ข้าเชื่อแล้วว่ายังเหลือวาจาสัตย์ในหมู่นินจา…ในเมื่อท่านทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้…ข้าเองก็ให้สัญญาเรื่องของคุณชายน้อยเป็นการตอบแทน…” มินาโมโต ฟูจิกาว่าให้คำมั่น สายลมที่โชยกระชากกลีบสุดท้ายของดอกเชอรี่ลอยสูงขึ้น ในที่สุด พัน หมื่น แสน ล้านกลีบก็โรยต่ำลงแนบนิ่งกับพื้นดินอย่างหลีกหนีไม่พ้น เหมือนมันจะบอกถึงสัจธรรมของชีวิตให้หลายๆคนที่รวมตัวกันอยู่ในป่าฮานะได้เข้าใจ โดยเฉพาะมินาโมโต ฟูจิกาว่าที่นัยน์ดวงตาของเขาเวลานี้ไม่เหลือความเครียดแค้นต่ออูคาชิให้เห็นแม้แต่น้อย

……….

ถึงจะเบ่งบาน…………………….ในช่วงเวลาสั้นๆ

แต่กลีบสุดท้ายของเจ้า ก็ไม่เคยโรยไปจากใจข้า

โอสุเกะ ฮิเดะ

……….

สนมซึต้นที่ 2

ตะวันลอน  ละเลงเล่น   เร้นผืนฟ้า

แทนเสียงลา    เพลาค่ำ    ย่ำยอแสง

อัสดง         สนธยา         นภาแลง

สื่อผ่านแสง  แทนเสียงข้า ว่าลาไกล

ยกมือโบก   บอกผ่านสี  ที่หลากแสง

ขอบฟ้าแดง  แสนรำพัน  วันห่างหาย

ดั่งเสียงข้า     ลาแสนคำ    แสนอาลัย

ใจมอดไหม้  เมื่อแสงดับ  ลับนิรันดร์

อูคาชิ ยาสุ

ดวงอาทิตย์ยามเย็นสาดแสงสุดท้ายทาบต้นไม้น้อยใหญ่จนเกิดเงาสีดำยาวราบไปกับพื้น มันสูงและใหญ่กว่าต้นแบบจริงหลายเท่า มินาโมโต ฟูจิกาว่าจ้องเข้าไปในวงกลมสีแดงที่จวนจะลับเทือกเขาอีกฟากของหลังวัดไรอันจิอย่างพินิจพิจารณา สักครู่เสียงถอนหายใจยาวๆก็ทำให้เด็กชายวัย 5 ขวบในชุดกิโมโนสีดำสนิทต้องเงยหน้ามองด้วยแววตาที่เรียบนิ่ง

“เซดะคุง เข้าไปเคารพย่าและทวดนินจาของเจ้าซิ” ฟูจิกาว่าออกคำสั่งเบาๆพร้อมกับปล่อยมือน้อยๆ ให้เป็นอิสระ แต่แววตาที่นิ่งดุจหินผาของเด็กชายยังคงเฉย…จนฟูจิกาว่าต้องพยักหน้าย้ำให้เห็น

“ข้าเรียกนางว่าแม่…และเรียกอีกคนว่าพ่อ” เซดะเอ่ยเสียงแหลมเล็กในลำคอ

“อื้อ!…” ฟูจิกาว่าพยักหน้า เด็กน้อยจึงยอมเดินไปนั่งคลุกเข่าลงหน้าหลุมฝังศพของมินาโมโต ยามุดะ ศีรษะที่นิ่งอยู่กับพื้นนานเหมือนจะมีความรู้สึกมากมายซ่อนอยู่ สักพักเด็กน้อยก็ลุกขึ้นและหันกลับมามองฟูจิกาว่าอีก “ท่านปู่บอกไม่ให้ข้าร้องไห้…ข้าก็จะไม่ร้อง”

“อื้อ!…บอกลาทวด…เอ่อ…พ่อของเจ้าด้วยซิ” ฟูจิกาว่าแนะขึ้นอีก เซดะจึงกระทำอย่างเดิมหน้าหลุมฝังศพของอูคาชิ ยาสุ แต่ทันทีที่ลุกขึ้นมามือน้อยๆ ก็รีบจับมืออันหยาบกร้านของฟูจิกาว่าไว้ทันที

“เจ้ากลัวรึ” ฟูจิกาว่าถาม เซดะส่ายหน้าแต่ก็ยังจับมือเขาไว้แน่น

สายลมยามพลบค่ำค่อยๆ แรงขึ้น ดวงอาทิตย์สีแดงได้ลับเทือกเขาไปแล้ว คงเหลือเพียงแสงสะท้อนที่ขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเท่านั้นที่คงทอประกายแสงสีแดงเพลิงเป็นวงกว้างๆ จนกระทั้งความมืดไล่รุกคืบเข้ากลืนกิน…

มินาโมโต ฟูจิกาว่า กระชับมือเด็กน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆ  พวกเขากำลังยืนมอง อูคาชิ เค็นจิ โอสุเกะ ฮิเดะ และไชอินาริ โจอานช่วยกันปลูกต้นสนมซึต้นที่ 2 ข้างๆต้นแรกที่เริ่มผลิยอดใหม่บ้างแล้วโดยมีคนกลุ่มเล็กๆและเด็กชายรุ่นราวคราวเดียวกับเซดะยืนจ้องเขาไม่กระพริบอยู่ทางด้านหลัง ฟูจิกาว่า ก้มหัวลงช้าๆ นัยน์ตาของเขาเวลานี้มีแต่ความอาดูรเท่านั้นที่หล่อเลี้ยงไม่ให้แห้งผาด… (นี้คือส่วนหนึ่งของ คำสาปซามูไร ที่ข้าพยายามหนีมาตลอดชีวิตใช่ไหมยามุดะ) เขาฝากความรู้สึกถามคนรักจนเค็นจิและโอสุเกะ ฮิเดะเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมๆ กัน

“คืนนี้นายท่านจะพักที่ไหน…ถ้าไม่รังเกียจข้าขอเชิญที่บ้านอูคาชิ…เอ่อจะเป็นเกียติกับพวกเราที่สุด” เค็นจิเดินเข้ามาถาม ในขณะที่ ฟูจิกาว่ากำลังจะเดินไปขึ้นม้าที่มีซามูไรสองคนคอยเตรียมเอาไว้รออยู่ก่อนแล้ว

“ขอบใจเจ้ามาก…ข้ากับเซดะคงไม่รบกวน อีกอย่าง มันคงไม่เหมาะนักหากท่านจะเปิดทางเข้าหมู่บ้านให้คนภายนอกมากกว่า 50 คน ข้าเห็นทีต้องบอกลาพวกท่าน ตรงนี้เลย” ฟูจิกาว่ากดเสียงต่ำขณะที่ส่งเซดะขึ้นไปนั่งบนหลังม้าเรียบร้อยแล้ว

“อูคาชิ อยู่ในมือเจ้าแล้วนะ…จงเลือกทางเดินที่เหมาะสมกับวิถีชิโนบิด้วยตัวของท่านเถอะ เราคงจะได้เจอกันในเร็ววัน ลาก่อน” พูดจบฟูจิกาว่าก็พาร่างของตัวเองขึ้นไปนั่งบนหลังม้าอีกคน

“คุณชายน้อย สักวันข้าจะไปอยู่กับท่าน” เสียงของเด็กชายคนเดิมดังแทรกขึ้น จากด้านหลังไชอินาริ โจอาน

“โนอานคุง…ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนชิโนบิโนะโมโนะได้หรือเปล่าเลย อย่างริให้สัญญาลอยๆ” ไชอินาริ โจอานกำชับบุตรชายตัวอ้วนของเขา

“ท่านพ่อยังสอบได้ ข้าก็ต้องสอบได้…ข้าไม่มีวันเป็นแค่คนเผาถ่านเหมือนท่านปู่แน่” เด็กน้อยโนอานพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจเป็นพิเศษ

“ข้าจะรอเจ้านะโนอาน” เซดะพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้

ทันทีที่เงารัตติกาลเริ่มต้นอย่างเต็มรูปแบบ แสงโคมจากยางสนในมือของซามูไรก็ถูกจุดขึ้น พวกเขาออกเดินทางไปพร้อมๆ กับแสงของโคมไฟเหล่านั้น อูคาชิ  เค็นจิ โอสุเกะ ฮิเดะ ไชอินาริ โจอาน บุตรชายและนินจาอีกบางส่วนได้แต่ยืนมอง จนกระทั้งพวกเขาลับหายลงไปตามเนินเขา

“วันหนึ่ง…คุณชายข้าให้สัญญา” เค็นจิพูดเสียงละเมอ สักพักทั้งหมดก็เดินแยกไปอีกทาง

……….

ถึงจะสุดปลายฟ้า………..ก็ไม่ไกลเกินฝัน

หากคงตั้งมั่น……………..กับก้าวต่อไป

อูคาชิ เค็นจิ

……….

หมู่ดาวในคืนต้นฤดูใบไม้ผลิยังคงทอแสงระยิบระยับไปทั่วท้องฟ้า เซดะขยับตัวเล็กน้อยในอ้อมกอดของฟูจิกาว่าที่นั่งอยู่บนหลังม้าตัวใหญ่ขณะถูกรายล้อมด้วยเหล่าม้าเร็วของซามูไรกว่า 50 ตัว

“เจ้ารู้ไหม เซดะ ว่าย่าและทวดของเจ้ากำลังรอเราอยู่ตรงนั้น” ฟูจิกาว่าพูดพลางชี้มือนำสายตาไปยังหมู่ดาวบนทางช้างเผือกที่ทอดตัวจากทิศเหนือจรดทิศใต้บนหัว

“ตรงไหนท่านปู่…แล้วเห็นท่านแม่ อุ้ย!ท่านย่ายิ้มให้ข้าไหม” เซดะถามเสียงแหลมสูงขณะหันไปจ้องหน้าฟูจิกาว่าสลับกับหมู่ดาวไปมา

“แน่นอนพวกเขากำลังส่งยิ้มให้เรา ตรงนั้น เจ้าเห็นไหม ตรงนั้นละ” ฟูจิกาว่าจับมือเด็กน้อยชี้ให้ตรงกับหมู่ดาวที่เขากำลังพูดถึง นานๆเด็กน้อยเซดะก็จะถามด้วยความไร้เดียรสาถึงหมู่ดาวอื่นๆ บ้าง จนกระทั้งหลับไป ฟูจิกากระชับร่างเซดะเข้ามากอดให้แน่นขึ้นเหมือนนี้คือของขวัญอันล้ำค่าจากคนที่เขารัก 2 คน ที่จากไปเกือบจะพร้อมๆกันในเวลานี้

(เริ่มปรับตัวให้หลับในยามค่ำคืนได้แล้วซินะเซดะคุง เจ้าช่างเหมือนพ่อของเจ้าตอนเด็กไม่ผิดเพี้ยน) ฟูจิกาว่าพิจารณา เขาอมยิ้มพร้อมกับก้มลงจุมพิตที่หน้าผากเบาๆ ไม่นานนักเสียงฝีเท้าของขบวนม้าก็เร่งให้เร็วขึ้น ฟูจิกาว่าสั่งพักให้ม้าได้ดื่มน้ำ 2 ครั้ง ก่อนเดินทางต่อไปโดยไม่ยอมหยุดพักที่ไหนอีก  จนกระทั้งฟ้าเริ่มสางพวกเขาก็มาถึงเมืองคาโกคุมะอย่างที่ตั้งใจ

“ต่อจากนี้ไป บ้านมินาโมโต จะเป็นของเจ้าเซดะคุง” ฟูจิกากระซิบ เหมือนจะบอกเด็กน้อยที่กำลังหลับแต่ก็ไม่ต้องการให้ตื่นในเวลาเดียวกัน

……….

แน่วแน่ดุจน้ำนิ่ง…………………ที่สะท้อน

ภาพที่ 2……………………………. แห่งข้า

อูคาชิ เซดะ

……….

ทรงอาจแนะนำ

สมรภูมิปักษา24
สมรภูมิปักษา23
สมรภูมิปักษา22
สมรภูมิปักษา21
สมรภูมิปักษา20
สมรภูมิปักษา19
สมรภูมิปักษา18
สมรภูมิปักษา17
สมรภูมิปักษา16
สมรภูมิปักษา15
สมรภูมิปักษา14
สมรภูมิปักษา13
สมรภูมิปักษา12
สมรภูมิปักษา11
สมรภูมิปักษา10
สมรภูมิปักษา9
สมรภูมิปักษา8
สมรภูมิปักษา7
สมรภูมิปักษา6
สมรภูมิปักษา5
สมรภูมิปักษา4
สมรภูมิปักษา3
สมรภูมิปักษา2
สมรภูมิปักษา1
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 23
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 22
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 21
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 20
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 19
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 18
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 16
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 15
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 14
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 13
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 12
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 11
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 10
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 9
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 8
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 7
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 6
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 5
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 4
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 3
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 2
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 1
อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร
"อนุชาย" คืออะไร? เร็วๆ นี้ รู้เรื่อง!
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 32
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 31
TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →