อดทนได้ก็ได้บุญ

อดทนได้ก็ได้บุญอดทนได้ก็ได้บุญ พึงใช้ปัญญาในทางที่ดี แล้วจะดีต่อใจในโลกเรานี้ เราใช้คำว่าปัญญากันอย่างธรรมดาทั่วไป แต่ปัญญามีอยู่หลายอย่างด้วยกันตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูง ปัญญาแห่งความดีและความฉเลียวฉลาดในทางที่ดี เราควรปฎิบัติตนให้อยู่ในความศรัทธาให้มาก เพื่อขัดเกลาปัญญาเหล่านี้ให้สูงส่งขึ้น เพราะถ้าไม่ยอมรับในเรื่องพระและมิได้มีความจริงใจอย่างถูกต้องเสียแล้ว ปัญญาเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ แต่ถ้าพยายามกำหนดแบบอย่างของการกระทำ โดยอาศัยปัญญาแห่งความดีแล้ว ย่อมไม่มีวันผิดพลาดอย่างแน่นอน และได้รับความสุขอันแท้จริง

ในทางตรงกันข้าม ปัญญาหรือความเฉลียวฉลาดที่เกิดจากความชั่วร้าย คือ ฉลาดแกมโกงความมีไหวพริบในทางที่ไม่ดี เราควรตระะหนักไว้ว่าถ้ามนุษย์เราไม่ปลูกฝังปัญญาแห่งความดีไว้มากๆ จะเกิดอะไรขึ้น

อดทนได้ก็ได้บุญ

เรื่องที่จะเล่าในวันนี้เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอพยายามปฎิบัติตนให้อยู่ในความศรัทธายึดมั่นอยู่ในความดี อยู่ในศีล สมาธิ ฝึกฝนจิตใจให้มีความอดทน โดยเฉพาะความโกรธความไม่พอใจ ไม่พึงใจ ให้อภัย ทุกวันพระ เธอผู้นี้จะมีอาการเจ็บปวดไม่สบาย ปวดตามเนื้อตัวอย่างมาก เหมือนโดนผู้ที่เคยถูกเบียดเบียนมาเตือนให้ไปทำบุญแล้วอย่าลืมอุทิศบุญให้เขาด้วย เขารออยู่

วันพระนี้ก็เช่นกัน ดูอาการตัวเองแล้ว คงทำอาหารไม่ไหวแน่ ตัดสินใจซื้อไปถวายพระดีกว่า ขับรถออกจากบ้านตั้งใจไปซื้ออาหารร้านอร่อย แต่…ผิดหวังร้านปิด ทำยังไงดี ไม่เป็นไร ไปร้ายก๋วยเตี๋ยวร้านต่อไปข้างหน้าก็ได้ ขับรถด้วยใจสดใสอยู่ จอดรถหน้าร้าน เงยหน้าไปมอง อ้าวร้านปิดอีก ทำยังไงดี ไม่เป็นไร ไปข้างหน้าร้านก๋วยจั๊บ ขับเลี้ยวไป ดูใจตัวเองไป ถ้าปิดอีกจะทำยังไงดีหนอ มองไกลๆ เห็นไฟร้านเปิดโล่งใจ จอดรถหน้าร้าน ในที่สุดก็ได้อาหารถวายพระวันนี้สมใจ ขับรถถึงที่จอดรถในวัด ภาวนาขอให้มีที่จอด เลี้ยวไปได้ไม่นาน เจอที่จอดใกล้โรงพิจารณาอาหาร จอดตรงนี้เลย ขับออกก็น่าจะง่าย แสนจะปิติยินดี

จากนั้นก็นำอาหารและขนมที่ซื้อมาไปถวายที่โรงพิจารณาอาหาร แล้วไปนั่งสมาธิต่อในอุโบสถนานเกือบชั่วโมง พิจารณารูปนามกายใจ ดูความเจ็บปวดพยายามพิจารณาแยกกายกับจิตออกจากกันจนได้ยินเสียงทางด้านนอกกล่าวคำถวายภัตตาหารเลยออกจากสมาธิ มาพนมมือสมาทานศีลและกล่าวคำถวายภัตตาหาร จากนั้นอุทิศบุญให้พ่อแม่ครูบาอาจารย์ ญาติทั้งมีชีวิตและเสียชีวิตไปแล้ว เทวดาที่ปกปักรักษา เจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตว์ทั้งหลาย

พอเสร็จก็กราบพระเดินตัวโล่งมีความสุข แขน ขา หลัง เอวหายปวดเป็นปลิดทิ้ง เขาคงอนุโมทนาบุญและได้รับบุญไปแล้ว แสนจะปีติโล่งใจ แต่เมื่อเดินมาถึงรถ อั๊ยหยา! มีรถจอดกันท้ายไว้ใส่เบรกมือด้วย จอด 1 คัน แต่กันรถไม่ให้ออกถึง 4 คัน เธอก็อดทนรอเจ้าของรถ ดูใจตัวเองรู้สึกอย่างไร ยังไม่โมโห ยังไม่โกรธ ยามเดินมาพอดี

“เจ้าของรถเขาไปใส่บาตรแป๊ปเดียวเดี๋ยวก็มาเลยยอมให้จอด” ยืนรอจนครึ่งชั่วโมงก็ไม่มา สมาทานศีล 8 มาด้วย บอกยามให้ช่วยตามเจ้าของรถ จากนั้นก็ไปตามแล้วหายไปเลยไม่กลับมา จึงตัดสินใจให้ประชาสัมพันธ์ประกาศให้ แต่สิบกว่านาทีแล้วก็ยังไม่มีใครเดินมา ปลงแล้ว ดูใจตัวเองไปโกรธมีไหม ยังไม่โกรธ คิดไปว่า “เราต้องเคยทำให้ใครติดขัดมาแน่ๆ ที่เราเป็นแบบนี้ เราคงเคยทำแบบนี้หรือขวางใครมาก่อนแหงๆ” และสติเตือนตัวเอง “รักษาใจไว้นะเธอวันนี้วันพระ” สักพักใหญ่ มีผู้หญิงถือตะกร้าแต่งตัวสวย เดินมาอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อนแล้วก็ตรงมาที่รถ เราก็มองหน้าเธอ เธอทำท่าสดุ้งเล็กน้อยบอกว่า “ว่าจะลงไปใส่บาตรแป๊ปเดียว” (จากลงไปก่อนเก้าโมงครึ่ง จนตอนนี้เกือบสิบโมงครึ่ง)

กลับมาดูใจตัวเองเป็นอย่างไร เห็นตัวกรุ่นๆ เริ่มมา แต่ดับลงไปได้ สติมาปัญญาเกิด คิดได้ว่า “นี่คงมาให้เราสร้างทานอีกแล้ว… อภัยทานไง…ได้บุญอีก…แถมได้ทดสอบขันติและวิริยะบารมี” โชคดีที่ไม่โกรธ วันนี้ได้เห็นอนิจจังความไม่เที่ยงในจิต ทุกข์สุข สุขทุกข์สลับกันชัดเจนมาก ถ้าไม่มีบททดสอบ ก็คงไม่รู้ว่าตัวเองดีขึ้นหรือควรปรับปรุงจริงไหม

การจัดดอกไม้ก็เช่นกัน ถ้าไม่ฝึกฝนในการจัดเสมอๆ การจัดก็ไม่พัฒนา การจัดมันทื่อๆ มองอาจจะสวยสำหรับคนจัดไม่เป็น คนมองเป็นก็จะรู้ว่าคนจัดไม่ได้ฝึกฝนฝีมือ ไม่ได้พัฒนาการมองความสวยงามของธรรมชาติ ต้นไม้ข้างทางที่เรานั่งรถผ่าน เดินผ่าน หรือนั่งมองต้นไม้ข้างบ้าน หน้าบ้าน หรือ มองเห็นลิบๆ มันเป็นต้นแบบไหน มีกิ่งตรงๆ หักงอโค้ง ห้อยย้อย หักขึ้นหักลง ฝึกมองเห็นความงามของกิ่งไม้เสมอๆ แล้วเลือกกิ่งสวยๆ มีลีลามาฝึกจัดเสมอๆ กิ่งที่แข็งๆ ใหญ่ๆ เหมือนกิ่งกะท้อน ถ้าเราเลือกกิ่งที่โค้งงอเอามาจัดก็สวยได้

รวบรวมและเรียบเรียงธรรมะดี โดย พเยาว์

เรื่องแนะนำ

พเยาว์ โมทาน

About พเยาว์ โมทาน

รวบรวม เรียบเรียง บทความธรรมะ ประชาสัมพันธ์

View all posts by พเยาว์ โมทาน →