19+40 สูตรสะกดรัก ตอนที่ 5

หนาวน้ำค้างหนาวน้ำค้าง “เซนกิจิ! เซนกิจิคุง นาย นาย เป็นอะไร” โคมูละ เซนกิจิ เกร็งสั่น

หนาวน้ำค้าง

“ห น า ว น้ำ ค้ า ง”

“เซนกิจิ! เซนกิจิคุง นาย นาย เป็นอะไร” โคมูละ เซนกิจิ เกร็งสั่น ฟันทุกซี่บดขยี้กันราวกับความเกลียดชังพุ่งทะลุเพดานสติ… “เซนกิจิ! นายเป็นอะไร” เอกตะวันทรุดประคองร่างของเขาพร้อมกับเขย่าเรียก… “เซ็นกิจิคุง…นาย นาย”

“พาไปห้องพยายามก่อนเถอะคุณ” เสียงชายหรือหญิงเอกไม่ทันคิดถึง เขาอุ้มร่างกรอบเกร็งวิ่งฝ่าสนามหญ้าตรงไปยังห้องพยาบาลที่ใกล้ที่สุด…แดดใกล้เที่ยงยังแรงต่อเนื่อง เขาเฝ้ารอดูอาการของโคมูละ เซนกิจิจนกระทั้งเห็นน้ำตาของลูกผู้ชายไหลล้นหางตาทีละข้าง…เสียงพยาบาลจึงดังขึ้น

“เซนกิจิคุง ไม่เป็นไรแล้วคะคุณพ่อ…”

เอกตะวันหน้าชา….พลางคิดในใจ (vufvd!!!!…ตบแม่งสักฉากดีไหม….กูกำลังจะเป็น สรพงษ์ ชาตรี ในอีกไม่กี่วันมึงดูไม่ออกรึไง) “เปล่าครับ ผมไม่ใช่พ่อเขา”

“อ๋อ รึ!คะ ต้องขอประทานโทษคะ…ดิฉันก็นึกว่า…”

(เอาอีกนะ…ฮื้อ! ) “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว…ฝากด้วยนะครับผมต้องเข้าประชุมแล้วละ”

“คะ ค่า…ขอโทษอีกครั้งนะคะ!”

“แ อ น นี่….ป ริ ศ น า ปี ที่ 11”

“ให้สก๊อต…สะกิดตื่นจากหนาว” เอกตะวันพิมพ์สื่อรักฉบับที่ 41 แล้วม้วนเป็นก้อนกลมๆ ยัดใส่ขวดสก๊อตรังนกที่พึ่งดื่มหมด…แล้วอะไรกระตุ้นสมองให้คิดสื่อรักทำนองนี้ออกมา… “ให้สก๊อต…สะกิดตื่นจากหนาว…แอนนี่” นั้นไงเป็นเพราะชื่อผู้หญิงที่เกือบจะฆ่าผู้ชาย 2 คน

“แอนนี่กับเซนกิจิ…” เอกตะวันยังคิดไม่ตกถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ สมองซีกหนึ่งคลับคล้ายคลับคลา อีกซีกก็เหมือนจะเฉลย…

“แอนนี่…คุณทำให้ผมหลงอยู่ในโลก The Monster ถึง 10 ปี…แต่กับเซนกิจิคุงละ…คุณทำอะไรกับเขา คุณเป็นอะไรกับเขา แอนนี่” เอกตะวันพึมพำขณะเดินลงบันได ในมือกำขวดรังนกและสื่อรักแน่น เมื่อถึงโถงล็อบบี้ชั้น 1 แผ่นหลังของอนงค์สาวที่กำลังยืนคุยกับเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ก็หยุดเขาได้ชะงัก

“นั้นไงคะ…คุณเอกตะวันเดินลงมาพอดี”

“มิ้ม!…มิ้ม! มีอะไรหรือเปล่า” เอกตะวันทักขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก อนงค์สาวยิ้มเศร้าๆ เดินเข้ามาหยุด นัยน์ดวงตาของเธอเหมือนจะมีเรื่องราวมากมายซ่อนอยู่ “ไปนั่งคุยกันที่โซฟา…ไหนมีเรื่องอะไร” เอกตะวันตกใจเมื่ออนงค์สาวจ้องเขาไม่กระพริบ

“เปล่าคะ มิ้ม! แค่เอารังนกสก๊อตมาขอบคุณ-คุณอาที่ช่วยพี่เซนกิจิเมื่อครู่” มิ้มยื่นกล่องรังนกสีทองให้ ความรักของคนทั้งคู่ทำให้เอกตะวันยอมแบมือรับแบบครึ่งๆ ขณะเดียวกันขวดรังนกเปล่าพร้อมกับสื่อรักก็ถูกเก็บซ่อนแบบคนขี้ขลาด

“พี่เซนกิจิ คือทุกอย่างของมิ้ม คุณอาเข้าใจนะคะ” พูดจบอนงค์สาวก็ลุกยืน เธอพนมมือไหว้ขอบคุณแบบเด็กไหว้ผู้ใหญ่…แต่เอกตะวันกลับนึกถึงปลายเข็มพันเล่มปักทิ่มหัวใจที่กำลังเต้นตุ๊บๆ

“พี่ เอ่อ…อะ อา ไม่สามารถแทนที่เขาได้เลยใช่ไหม” เอกตะวันหลุดประโยคลอยๆ ขณะลุกตาม

มิ้ม เม้มริมฝีปากยิ้มจนเป็นเส้นตรง… “ขวดรังนกเปล่า ในกระเป๋าคุณอา มิ้ม! ขอได้ไหมคะ”

“มิ้ม!…” เอกตะวันอุทานพลางฉีกยิ้มจนเห็นผิวน้ำระเรื่อยนัยน์ดวงตาทั้ง 2 ข้าง “ได้ ได้ นี้คะ…ว่าแต่ เซ็นกิจิ หายดีแล้วรึ!”

“พี่เซนกิจิเครียดไม่ได้….เป็นๆ หายๆ”

“งั้นพี่ เอ่อ อาฝากรังนกสก๊อต ขวดนี้กลับไปเยี่ยมเขาด้วยก็แล้วกันนะ”

“คุณอา….” อนงค์สาวอุทานเบาๆ เอกจ้องเข้าไปในดวงตาที่กำลังซึมซับกระทั้งหลงอดีต…

(ดวงตาของมิ้มทำไมเหมือนกับดวงตาของแอนนี่จัง) เอกตะวันคิด

มิ้ม ชะงักงันราวกับรูปปั้น…“มิ้ม! มิ้ม!” สุดท้ายเธอก็รับกล่องสก๊อตรังนก แล้วก็หมุนตัววิ่งออกประตูไป…แอนนี่ทิ้งปริศนาให้เอกตะวันติดกับดักในปีที่ 11 อีกครั้งหนึ่งแล้ว

“แอนนี่…แอนนี่…คุณจะหลอนผมไปถึงไหน”

“ป ร ะ ห นึ่ ง  ส ร พ ง ษ์   ช า ต รี”

ที่บริษัทมหาชนแห่งเดิม…เอกตะวันหอบเอกสารเดินผ่านประตูด้านข้างอย่างเชื่องช้า…นัยน์ตาลอยสูงไม่ทันสังเกตสายตาของพนักงานหลายคู่ที่จ้องมายังเขาไม่กระพริบ แม้กระทั้งยามเปิดประตูที่เป็นผู้ชายด้วยกัน

“คุณ คุณเอกตะวัน”

“หึ…” เอกตะวันขานรับแบบผ่านๆ “หวัดดีครับ”

“ผม ผมช่วยถือครับ”

“ฝากด้วยนะ เอาไปไว้ในห้องประชุมเลย ผมอยากจิบกาแฟพอดี”  พอโยนเอกสารในมือให้ยามที่เข้ามาอาสา เอกตะวันจึงตรงดิ่งไปยังร้านกาแฟที่คุ้นเคย

“คะ ครับ ครับ…อุ้ย! เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่นะ…” ยามงึมงำขณะหอบเอกสารเดินเข้าไปในลิฟต์…

…เอกตะวันนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์อย่างเป็นปกติ สุดท้ายมันก็ไม่ปกติเหมือนเช่นทุกๆ วัน…

“นี้…นี้…คุณ คุณเอกตะวันใช่ไหมครับ”

เอกตะวันเงยหน้าสำรวจ  “อะไรกันคุณนพดล…เราก็เห็นกันทุกสัปดาห์ ผมแต่งตัวไม่สุภาพรึไง”

“ไม่ ไม่เลย แต่วันนี้คุณเอกหล่อผิดปกติ…มากๆ”

“เอ้!….หล่อผิดปกติ…หมายความว่า…เออ…พูดดีๆ น่า…”

“คุณเอกหล่อมาก หล่อเหมือน สรพงษ์ ชาตรี เชียวละ”

เอกตะวันจ้องนพดลแบบก้ำกึ่ง กระทั้ง  “จริงรึเปล่า”

“มีความรักรึเปล่าครับคุณเอกตะวัน……ฮึ ฮึ สงสัยจริงๆ”

“เ รี ย ก พี่ ไ ด้ ห รื อ ยั ง”

แสงสุดท้ายลับยอดตึกไปกว่า 1 ชั่วโมง กระนั้นเสื้อโปโลสีทึมๆน้ำตาลเข้มกับกางเกงผ้าลินิลก็ยังโดดเด่นในความมืด เอกตะวันยืนกระสับกระส่ายข้างๆรถ BMW ราวกำลังรอใครบางคน สักพัก…

“มิ้ม!…” เขาเรียกอนงค์สาวที่กำลังเดินใกล้เข้ามา กริยาตอบรับดูจะระแวดระวังราวกับเขาเป็นคนแปลกหน้า “มิ้ม!…มิ้ม ทางนี้” เอกตะวันเรียกซ้ำ อนงค์สาวชะงัก เธอจ้องเขานานกระทั้ง..

“อาเอก…อาเอกจริงๆ ด้วย…”

“ใช่…อาเอง…”

“อาเอกไปทำอะไรมา ถึงได้หล่อผิดกับทุกวัน”

“เพราะความรักกระมัง…ขึ้นรถเถอะหิวข้าวมากไม่ใช่รึ”

“คะ…” อนงค์สาวตอบเบาพลางก้มหน้าที่กำลังแดงระเรื่อ

อีกคน…บุหรี่มวนที่ 2 ยังไม่ทันถึงครึ่งก็ถูกโยนทิ้ง ปลายเท้าผสมอารมณ์แค้นระบายลงที่มันอย่างไม่เหลือชื่อ… โคมูละ เซนกิจิค่อยๆปล่อยความเร็วของรถมอเตอร์ไซด์ตามรถ BMW ไปเรื่อยๆ กระทั้งถึงสวนอาหารกลางน้ำบนถนนเกษตร-นวมินทร์…

“หึ หึ…” เขาสั่นเสียงหัวเราะเหี้ยมๆ ขณะเลือกที่จอดใต้ต้นหูกวางที่กำลังโรยใบสีแดงทิ้ง

…ใต้แสงโคมสีอำพันริมบึงน้ำราวกับเทพสร้าง….เอกตะวันจ้องมิ้มที่ออกอาการขวยเขินไม่กระพริบ…เขาเปิดขวดสก๊อตรังนก แล้วยื่นให้เป็นอย่างแรก “สัญญา….ให้…สก๊อต…สะกดรักได้หรือยัง”

“อาเอก…” มิ้มอุทานชื่อเขาอย่างคนเพ้อ ใบหน้าแดงผาดของสาวแรกกำลังทำหน้าที่

“เรียกพี่ได้หรือยัง…”

“อาเอก…”

“จะเรียกพี่ได้หรือยังจ้ะ…” เอกตะวันกระทุ้งพลางยิงสายตากระตุ้นอีก

โคมูละ เซนกิจิ ดึงฮู้ดคลุมหัวก่อนจะสวมแว่นตาสีดำทับเพื่อปิดบังอำพรางก่อนจะแทรกผ่านเข้าไปนั่งในระยะที่ได้ยินชัดเจน

“อาเอกหล่อมาก…หล่อยิ่งกว่าสรพงษ์ ชาตรีเสียอีก” มิ้มพูดเสียงละเมอ

เอกตะวันยิ้มอย่างเปิดเผย  “เรียกพี่ได้แล้วใช่ไหม?…หึ!”

“คะ…พิ…” มิ้มยังไม่ทันออกเสียงเรียกเต็มคำ โคมูละ  เซนกิจิ ก็พรวดพลาดแสดงตัว
“มิ้มโกะจัง!…มันเกินไปแล้วนะอาเอก”

“พี่เซนกิจิ…” มิ้มอุทาน…ส่วนเอกตะวันนิ่งช็อกอย่างคนไม่ทันตั้งตัว “พี่เซนกิจิ มาได้ไงคะ ไหนบอกว่าจะกลับฮอกไกโด 4 -5 วันไง…”

“มิ้มโกะจัง…กลับบ้าน…”

“ไหนก็มาแล้ว…เอ่อ ก็ร่วมโต๊ะด้วยกันเลยก็ได้” เอกตะวันเชิญแบบเสียไม่ได้

“มันคนละประเด็น ครับอา…ผมมาที่นี้ ไม่ตั้งใจจะทานข้าว แต่ผมตั้งใจจะมารับแฟนผมกลับบ้าน…มิ้มโกะจังกลับบ้าน” โคมูละ เซนกิจิขึ้นเสียงสูง จนโต๊ะข้างๆ เริ่มขยับหนี

“พี่เซนกิจิ…ไม่มีเหตุผล”

“นี่…นี่….อย่าบอกนะว่ามิ้มโกะจังชอบไอ้แก่รุ่นพ่อนะ” โคมูละ เซนกิจิ ทำสีหน้าสงสัยพลางชี้นิ้วแบบคนไร้มารยาทไปตกที่เอกตะวัน…. (เอ้อ!…มันต้องแบบนี้แหละเซนกิจิเอ้ย…สั่งสอนไอ้เฒ่าหัวงูซะบ้าง สะใจคนเขียนจังเลยโว้ย!)

…ขณะที่มิ้มเลือดขึ้นหน้า…“พี่! พี่คะ…” เธอตบหน้า โคมูละ เซนกิจิ จนฮุ้ดหลุดไปกองที่หัวไหล่  ด้านนอกเม็ดฝนกำลังโปรยสลับเสียงฟ้าคำรามตั้งแต่ทิศใต้ยันทิศเหนือ โคมูละ เซนกิจิ จ้องหน้ามิ้มโกะจังราวกับความเจ็บปวดไหลเวียนไปทั้งร่าง…เอกตะวันยืนจะปราม แต่…

“เซนกิจิคุง…กิจิคุง นายจะทำอะไรนะ…” เอกตะวันวาดสายตาพร้อมกับตะโกนตามหลังเด็กหนุ่ม….

“อาคะ…อาเอกมิ้ม ไม่ตั้งใจ…”

“ไปเถอะเราต้องตามเขา…”

เสียงรถมอเตอร์ไซด์คำรามแข่งกับเสียงฟ้าร้อง…โคมูละ เซนกิจิ ลากล้อตีวงแคบๆ จนเกิดควันฟุ้งกระจายราวกับไอหมอกปกคลุมไปทั้งบริเวณ…เม็ดฝนพึ่งจะลงเม็ดแต่ก็กระหน่ำกระชากวูบวาบจนไม่เห็นสิ่งใด…โคมูละ  เซนกิจิ หายไปแล้ว มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่กำลังเบาลง เบาลงเท่านั้นบอกทาง…

“อาเอกคะ…ช่วยพี่เซนกิจิด้วย…ช่วยเขาด้วย เขาคือทุกอย่างของมิ้ม…เขาคือชีวิตของมิ้ม” เอกตะวันฟังคำรำพึงรำพันด้วยความเจ็บปวด…ในที่สุดวุฒิภาวะในวัย 40 ก็ทำหน้าที่…

“ขึ้นรถเถอะ…อาจะพามิ้ม! ไปตามเขาเอง”

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →