นินจาเลือดซามูไร บทที่ 9

สัญญาชิโนบิสัญญาชิโนบิ ความลึกลับทางสายเลือดและจิตวิญญาณที่ไม่มีใครมาลอกเลียนได้

สัญญาชิโนบิ

ความลึกลับทางสายเลือดและจิตวิญญาณที่ไม่มีใครมาลอกเลียนได้ ไม่นานนักพรสวรรค์พิเศษที่เกิดมาพร้อมๆ กับนินจาก็ทำให้ยามุดะโดดเด่น เวลานี้นางสามารถถอดร่างได้ถึง 10 ร่าง ตามที่เคยทำได้เมื่ออดีต เสียงดอกไม้กำลังเริงระบำกับผีเสื้อในสัปดาห์สุดท้ายก่อนจะเข้าฤดูหิมะก็ดังก้องขึ้นในหู นางยิ้มออกมาเศร้าๆ เมื่อรู้ตัวว่าทุกอย่างในร่างกายได้กลับไปสู่ความเป็นตัวตนที่นางเกลียดมันยิ่งกว่าหนอนพันตัวในซากเน่าโดยสมบูรณ์ และมือที่คอยปิดปากหาวในเวลาเช้า ม่านตารี่ลงทันทีที่แสงแรกเบิกฟ้า ก็ยิ่งทำให้หัวใจของนางยิ่งรู้สึกหวิวหน่วงลึกยากจะอธิบาย

“นี้ข้ากำลังจะกลับสู่โลกมืดอีกครั้งแล้วหรือนี้…ข้าหนีไม่พ้นจริงๆ” ยามุดะพึมพำขณะอยู่ลำพังในห้องและทันที่ดวงอาทิตย์จะลอยขึ้นพ้นชายคาดวงตานางก็ค่อยๆ หลับสู่สีดำ

“นายหญิง นายหญิงต้องไม่สบาย” เสียงโมริดังหลังเสียงประตูหน้าห้องเลื่อนเปิด

“เปล่า…โมริจัง ข้าไม่รับอาหารเช้าและเที่ยง”

“ท่านต้องไม่สบายแน่ๆ…ข้าจะให้คนไปตามหมอโทชิ” เสียงโมริดังลุกลี้ลุกลนมากกว่าเดิม และก่อนที่เสียงซอยเท้าสั้นๆ จะพ้นประตู

“ข้าบอกว่าไม่ต้อง!” ยามุดะตวาด จนสาวใช้รีบทรุดลงไปกองกับพื้นราวกับเศษผ้าขี้ริ้ว  “…และอย่าให้ใครเข้ามรบกวนจนกว่าจะถึงยามเย็น”

“แต่ว่า…นายหญิง…นายหญิงเจ้าคะ…นายหญิง” โมริเรียกอยู่นานแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ นางจึงตัดสินใจเดินเข่าเข้าไปดูใกล้ๆ “นายหญิงหลับอีกแล้ว”ถึงแม้ว่ากิจวัตรของยามุดะจะเปลี่ยนมาได้พักหนึ่งแล้ว แต่โมริก็ยังไม่ชินอยู่ดี คำถามและเสียงเรียกเดิมๆจึงมักจะดังขึ้นเป็นประจำในทุกๆเช้า

และทันทีที่แดดกำลังจะลาฟ้ายามุดะก็ตื่น เสียงของโมริก็จะเร่งให้ประสาททุกส่วนตื่นเร็วขึ้น “นายหญิง ข้าเตรียมน้ำอุ่นเอาไว้ให้แล้ว”

แต่เย็นนี้กลิ่นสาบจางๆที่ยามุดะเคยรู้จักก็แทรกเพิ่มเข้ามาสะกิด…

(ชิ…ชิโนบิ ) ยามุดะลุกได้เร็วกว่าทุกครั้ง ดวงตาหวาดระแวงไล่สำรวจซ้ายที-ขวาที

“และข้าก็เตรียมกิโมโนสีครีมกับอาหารเอาไว้…” ยามุดะยกมือขึ้นห้ามก่อนนางที่จะพูดจบ

(เราพร้อมจะแลกตัวคุณชาย…ในคืนที่ 5 สัปดาห์ที่ 2 ของฤดูหิมะ กลิ่นดอกอุเมะที่นายหญิงชอบคือสัญญาณรอจากเราที่หน้าบ้าน) เสียงสื่อในระยะใกล้ ทำให้ยามุดะอมยิ้ม แต่มันก็ยังดูเศร้าอยู่ดี

(อื้อ!…) ยามุดะสื่อเสียงกลับไปสั้นๆ (ข้าหวังว่าสัญญา ชิโนบิจะไม่มีวันตาย…ไม่เช่นนั้นข้าจะยอมให้ฟูจิกาว่านำกองทัพของมินาโมโตและฮันโต โดยมีชิโนบิในหุบเขาโคงะเป็นผู้เบิกหน้าผาคุโระอิสีนิลให้เอง) ยามุดะเสียงแข็ง และเกร็งกล้ามเนื้อจนมุมปากเผยอกระตุก…

(โปรดวางใจ…ตอนนี้หมดหน้าที่ของพวกข้าแล้ว จงเตรียมตัวให้พร้อมเพราะคืนนั้นพายุหิมะจะเข้า การเดินทางคงลำบากเพิ่มเป็น 2 เท่า)

(อื้อ!…)

“นายหญิง…เจ้าคะ”

“ข้าจะอาบน้ำ” ยามุดะกรอกตากลับมาบอก นางลุกเดินไปนั่งสางผมที่หน้ากระจกโดยมีสายตาของโมริคอยชำเลืองอยู่ตลอดเวลา

“น้ำอุ่นเตรียมเอาไว้แล้ว ข้าจะอาบให้” โมริเสนอหน้าบาน

“ไม่ต้องข้าจะอาบเอง…เจ้าจัดเตรียมชุดกิโมโนไว้ให้ข้าก็แล้วกัน”

“เจ้าค้า…”

……….

หากผิดสัญญา 1 ครั้ง……………………1 ชีวิตก็จะเหลือ 0.5

และประตูเวลา…………จะนำพาหายนะเข้ามาใกล้อีก 1 ปี

มินาโมโต ยามุดะ

………..

กลิ่นดอกอุเมะ

วันที่ 5 ของสัปดาห์ที่ 2 เมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัว เย็นนี้ยามุดะตื่นนอนเร็วกว่าปกติ อันที่จริงนางนอนไม่หลับเลยตั้งแต่เช้า นางรีบอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่หิมะหลังบ่ายสามเริ่มโปรยปลายลงมา

“วันนี้นายหญิงของข้าดูสวยเป็นพิเศษ…แต่ข้าก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนัยน์ตาของท่านถึงดูเศร้านัก” โมริพูดลอยๆ ไม่หวังกับคำตอบมากนัก นางวางผ้าที่กำลังชุนลงในตะกร้าไม้ไผ่ แล้วบางอย่างในแววตาของยามุดะก็ดลใจให้นางเดินเข้ามานั่งลงใกล้ๆ

“โมริจัง…” ยามุดะเรียกชื่อนางทั้งที่ยังดูเหม่อลอย

“เจ้าคะ…นายหญิง”

“รับปากกับข้าได้ไหม…หากโนริยาดะแต่งงานกับฮันโต ซาซากุมิเมื่อไร เจ้าจะตามไปอยู่กับนาง” น้ำเสียงดูจริงจังผิดกับอารมณ์โดยเฉพาะแววตา โมริตัวขยับเข้าใกล้จนชิดด้วยความประหลาดใจ

“นายหญิง…พูดเหมือนกับว่า”

“รับปากกับข้าก่อนซิ…” ยามุดะจ้องสาวใช้และใช้สายตาวิงวอนอีก จนโมริรู้สึกได้ถึงความเศร้าอย่างที่สุด “ข้าไม่รู้จะไว้ใจใครอีก…ถ้าไม่ใช่เจ้า”

“แล้วนายหญิง…จะอยู่กับใครเจ้าคะ”

“ข้าไม่มีวาสนาได้อยู่ที่นี้…ข้าต้องกลับคืนสู่โลกของข้าในคืนนี้” เสียงยามุดะสั่นดุจเปลวเทียนบนเชิงเหนือผนัง ใบหน้าที่ขาวจนซีดเชิดสูงเหมือนจงใจไม่ให้น้ำตาล้นออกมา แต่โมริกลับร้องไห้ออกมาก่อน

“เจ้าร้องไห้…เหมือนกับรู้เรื่องของข้า” ยามุดะหันกลับไปมองด้วยความรู้สึกแปลกใจ

“หลายคืนข้าจะเข้ามาห่มผ้าให้…แต่ข้าก็ไม่เคยเห็นนายหญิงนอนอยู่บนเตียง นอกจากหน้าต่างที่เปิดทิ้งเอาไว้…หากจะให้ข้าเดา…คงไม่ผิด”

“ใช่อย่างที่ใจเจ้ากำลังจะบอก…ข้าเป็นชิโนบิ…สิ่งที่ข้าทำก็เพื่อโคทาโร่” น้ำเสียงเศร้าสนิททำเอาโมริผวากอด

“นายหญิงเจ้าคะ….” นางร้องไห้เสียงดังจนคนใช้อีก 2 คนที่นั่งประจำอยู่ด้านนอกวิ่งกรูกันเข้ามานั่งหมอบลงข้างๆ

“รับปากกับข้าซิ…ว่าจะตามไปดูแลโนริยาดะแทนข้า…” เสียงยามุดะเริ่มสั่นเครือมือที่ลูบหัวโมริก็สั่นระริก

“ข้าให้สัญญาจะดูแลคุณหนูให้ดีที่สุด…นายหญิงไม่ต้องเป็นห่วง” โมริพูดปนสะอื้นพลางซบใบหน้าลงบนตักของนาง

“ขอบใจเจ้ามาก…เอาละช่วยสางผมให้ข้าที โนริยาดะกับมาเอดะกำลังรอข้าอยู่”

“คืนนี้นายหญิงของข้าต้องสวยที่สุด…” น้ำเสียงของโมริสั่นน้อยลง นางรีบเช็ดน้ำตาให้แห้งก่อนจะลุกขึ้นสางผมจนแล้วเสร็จ ไม่มีเสียงพูดคุยใดๆจากทั้งสองอีกเลย

(สัญญาชิโนบิไม่มีวันตาย) ยามุดะทบทวนตามสื่อเสียงเดิมๆ ที่ได้ยินซ้ำแล้วซ้ำอีก เวลานี้หัวใจของนางเริ่มเต้นแรงขึ้น หลังจากที่แต่งตัวเสร็จนางก็เร่งฝีเท้าสั้นๆตรงไปยังเรือนน้ำชาที่นางให้โมริไปตามบุตรสาวทั้งสองไปรอ กลิ่นดอกอุเมะที่นางหลงใหลโชยมากับสายลมบางๆแต่คืนนี้มันกลับทำให้นางเศร้าจนยากจะควบคุมสติให้เป็นปกติ

“โมริจังและพวกเจ้า…ออกไปก่อน” ยามุดะหันไปสั่งสาวใช้ที่นั่งตาแดงอยู่มุมห้อง โมริมองนางนิ่งๆ…สักครู่นางก็จำใจก้มศีรษะลงทั้งๆที่อยากจะร่วมอยู่ในห้องด้วย นางลุกเดินตามคนใช้กลุ่มใหญ่ออกไปทางด้านหลัง…หลังจากนั้นทั้ง 3 แม่ลูกก็ผวาเข้าหากัน…

“โนริยาดะ มาเอดะจัง เจ้าทั้งคู่ฟังแม่ให้ดี…แม่เกิดมาเพื่อเป็นอาวุธของนินจาตั้งแต่แรก โลกมืดเป็นบ้านเก่าที่แม่จากมา” ยามุดะสะดุดหยุดลงทั้งๆที่บุตรสาวทั้งสองยังนั่งจ้องหน้ารอ  “ถึงเวลาแล้วที่แม่ต้องกลับไป…เพื่อโคทาโร่ พวกเจ้าบอกน้องด้วยว่าแม่รักเขาที่สุด” ยามุดะพูดต่อพลางเปิดอ้อมแขนกระซับทั้ง 2 ให้แน่นขึ้น

“ยาดะจัง…ทั้งหมดนี้คือคำตอบที่แม่เคยให้สัญญาไว้กับเจ้า แม่เป็นนินจา…แม่เป็นชิโนบิ แต่โคทาโร่ไม่ใช่” เสียงนางสั่นมากขึ้น

“ท่านแม่…ข้าไม่ยอม”

“ข้าเช่นกัน”

“ฟ้าได้ลิขิตสองชีวิต ให้เป็นตัวตายตัวแทนของกันและกัน โคทาโร่เกิดมาเพื่อเป็นซามูไรอย่างพ่อ มิใช่อาวุธร้ายอย่างแม่”

“ท่านแม่ มันไม่มีทางอื่นอีกแล้วรึ” มาเอดะถามทั้งๆที่ยังร้องไห้ไม่หยุด ยามุดะส่ายหน้าพลันน้ำตาก็ล้นทะลักตามบุตรสาว

“…พวกเจ้าต้องเข้มแข็งให้สมกับในกายมีเลือดซามูไรอยู่เต็มเปรี่ยม…พวกเจ้าต้องยิ้มให้การจากลาในครั้งนี้ซิ…ลูกรัก” ยามุดะเชิดคางบุตรสาวทั้ง 2 คนขึ้นมาปลอบ

“ยิ้ม ให้ แม่ เห็น เป็น ครั้ง สุดท้าย…” ยามุดะพูดติดๆขัดๆ เหมือนมีบางอย่างจุกแน่นในอก

“เราจะได้เจอกันอีกไหม” โนริยาดะถามและพยายามฝืนยิ้มให้เห็น

“หากฟ้าลิขิต…แม่ก็ปรารถนาจะให้เป็นเช่นนั้น” ยามุดะพยายามเค้นคำที่มีความหวังมอบให้ ทั้งๆที่ในใจรู้ดีว่าไม่มีทาง “ใจแม่จะขาดยามที่เห็นน้ำตาของพวกเจ้า…” ยามุดะเกร็งกอดบุตรสาวแน่นขึ้น กลิ่นดอกอุเมะก็โชยมาไม่ขาดสาย สัญญาชิโนบิก็ไม่เคยตายรวมทั้งคืนนี้ นางปล่อยมือใช้ผ้าซับน้ำตาของนางเองจนแห้ง “…มองตาแม่ซิลูก…แล้วพวกเจ้าจะตื่นมาพร้อมๆ น้องชายของเจ้า” ยามุดะพูดพร้อมกับเพ่งมนต์สะกดเข้าไปในดวงตาของบุตรสาวทั้งสองสลับกันไปมา

“ท่านแม่…”

“ข้ารักท่าน…” ไม่นานนักดวงตาของบุตรสาวทั้ง 2 ก็ค่อยๆ รี่ลงและหลับทั้งน้ำตาที่พวกนางทั้ง 2 ใช้แทนคำบอกลา

“แม่ก็รักพวกเจ้าที่สุด”

……….

แม้แต่นกไร้คอน…ก็ยังมีความหวัง…ในวันพรุ่ง

มินาโมโต ยามุดะ

……….

มินาโมโต ฟูจิกาว่า นั่งมองตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลบนผนังที่เป็นทางผ่านเข้าสู่ห้องลับ เขากำลังยืนเหม่อกับภาพนกกระเรียนมงกุฎแดงสีขาวกำลังบินผ่านดวงอาทิตย์สีแดง เปลวแสงสีอำพันจากโคมไฟใต้ตราสัญลักษณ์เต้นระริกยิ่งทำให้เห็นภาพนกกระเรียนตัวนั้นดูเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต เขายิ้มบางๆให้มัน และเสียงฝีเท้าสั้นๆ ของคนที่กำลังรอก็มาลงหยุดที่ด้านหลัง มันทำให้เขาเศร้าลงโดยฉับพลัน

“ท่านพี่ ข้าขอโทษ…ข้าขอโทษ” เสียงแหบแห้งดังขึ้น ฟูจิกาว่าหันไปช้าๆ ภาพของยามุดะในชุดกิโมโนสีครีมนั่งนิ่งอยู่กับพื้น มันสื่อให้เขารู้ความหมายที่นางจงใจ

“อย่าทิ้งข้าไปได้ไหม”

“ข้ามันคนบาป…”

“……” ฟูจิกาว่าทรุด เขาเชิดคางยามุดะขึ้นเหมือนต้องการเห็นใบหน้าของนางชัดๆ

“ขอให้ข้าได้ไถ่โทษ…ที่ปิดบังความเป็นชิโนบิของตัวเองมาโดยตลอด ถึงเวลาแล้วที่ข้าต้องแลกเพื่อเรา เพื่อมินาโมโต เพื่อโคทาโร่ และทุกๆคน” ยามุดะพูดเพื่อมิให้ตัวเองลังเล

“กิโมโนสีครีมตัวนี้…เจ้าใส่ครั้งแรกที่เข้ามาเป็นเจ้าสาว…และครั้งนี้…” ฟูจิกาว่าพูดและนิ่งไปอีกทั้งๆที่ใจอยากจะพูดกับนางให้มากที่สุด “ฮันโต และโคงะรับปากว่าช่วย…เจ้าไม่จำเป็นต้องทำ” เขาทักท้วงทั้งๆที่รู้ว่าไม่เป็นผล

“ข้าเกลียดโลกมืด และเกลียดอูคาชิยิ่งกว่าหนอนพันตัวในซากเน่า แต่พวกเขาก็คือครอบครัวข้า…และหุบเขาอิงะก็คือบ้านข้า…ท่านพี่ข้าขอ…ข้าขอให้เป็นทางเลือกสุดท้ายหากพรุ่งนี้โคทาโร่ยังไม่กลับมา” ยามุดะพูดเสียงต่ำ นางสะดุ้งนิดๆ เมื่อกลิ่นดอกอุเมะโชยเข้ามาแรงกว่าเดิม นางเม้นริมฝีปากเพื่อไม่ให้ฟูจิกาว่ารู้ความหมาย นางลุกขึ้นพลางใช้มือทั้ง 2 ข้างประคองใบหน้าของสามีและบรรจงจูบริมฝีปากเขาพร้อมกับน้ำตาใต้แสงโคมสีอำพัน

“ข้าคงไม่มีวาสนาจะจูบเจ้าได้ครบพันครั้งอีกแล้วใช่ไหมยามุดะ”

“พวกนินจามารอข้าที่หน้าบ้าน…” นางบอกแต่ฟูจิกาว่าเหมือนจะไม่ยอมฟัง เขาละเลงจูบนางไปทั่วทุกส่วนหวังจะให้ครบพันครั้งก่อนนางจะไป

“ท่านพี่ ท่านพี่ มองตาข้า…” ฟูจิกาว่าชะงัก ขณะเดียวกันยามุดะก็ใช้สายตาเพ็งเข้าไปในดวงตาที่กำลังเรียกร้อง

“ข้าจะนับว่าจูบนี้เป็นครั้งที่หนึ่งพัน…ของเรา” พูดจบยามุดะก็บดขยี้ริมฝีปากกับฟูจิกาว่าเหมือนจะหลอมรวม แต่ดวงตาที่เบิกค้าง นางก็ใช้มรดกที่ได้รับจากนินจาเพ่งเข้าไปสะกดปิดจุดหลับทันที

(ขอโทษ…ข้าไม่อยากเห็นน้ำตาของซามูไรที่มีค่ายิ่งกว่าเพชรอะโออิ…เพราะมันจะตามไปหลอกหลอนข้าถึงหุบเขา) ยามุดะสื่อเตือนตัวเอง นางกัดริมฝีปากเพื่อไม่ให้ร้องให้อีก จนเห็นเลือดสีแดงซึมรอบๆ ก่อนจะค่อยๆวางร่างสามีลงกับพื้น นางจ้องเขาอยู่นานก่อนจะลุกเดินหันหลังห่างไป 3 ก้าว “ลาก่อน…” นางพูดสั้นๆ ก่อนจะก้าวต่อไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับมามองเขาอีกเลย

……….

บานสะพรั่งกลางหิมะ…ไม่รู้จักเหน็บหนาว…โอ้แม่ดอก…อุเมะ

มินาโมโต ยามุดะ

……….

เวลาต่อมา

#แกร๋ๆ แกร๋ๆแกร๋ๆ# เสียงร้องเสียงตีปีกพรึบๆของนกกระเรียนมงกุฎแดงที่หลังบ้าน และเสียงนั้นก็หายไปในความมืด เหมือนมันจงใจจะบินไปพร้อมๆ กับยามุดะ ฟูจิกาว่าสะดุ้งตื่นในอีก 6 ชั่วโมงต่อมา เขามองไปรอบๆห้องที่ว่างเปล่า หิมะข้างนอกกำลังโปรยปรายไม่ขาดสาย เขาเดินออกไปยืนนิ่งริมระเบียง มันเป็นคืนแรกที่เห็นจันทร์เสี้ยวลอยเด่นกลางฟ้าคู่กับพายุหิมะที่กำลังทำหน้าที่

“ท่านพี่…ข้าเห็นแสงไฟจากห้องเลยเข้ามาดู” เสียงคุณนายมานาโมโต ไอ ดังขึ้นที่ประตูหลัง นางซอยเท้าสั้นๆ เข้ามานั่งลงในระยะหนึ่ง

นกกระเรียนหลังบ้าน…หนีไปอีกตัวแล้วใช่ไหม” ฟูจิกาว่าถาม

“ข้าก็ได้ยินเสียงร้องของมันเช่นกัน” นางตอบ แววตาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและวิตกกังวลกับเรื่องราวทั้งหมด “นางบอกอำลาข้า…เมื่อ…”

ไอ..ฟูจิกาว่ารีบตัดบท ไอ…ข้าจะเห็นแก่ตัวเกินไปไหม หากข้าอยากจะให้เจ้ารักข้า อยู่กับข้า ดูแลข้าตลอดไป ทั้งๆที่ข้าไม่ได้รักเจ้าเลยสักนิด” ฟูจิกาว่าพูดเอื่อยๆ คุณนายไอนิ่งอึ้งแต่ในที่สุดนางก็ลุกเดินเข้าไปสวมกอดเขาจากด้านหลัง

                ..ถึงแม้ท่านพี่จะไม่ได้รักข้า แต่ท่านก็เป็นคนสอนให้ข้าได้รู้จักความรัก…คำขอบคุณของข้าก็เสมือนกับคำบอกรักจากข้าเช่นกัน” คุณนายไอพูดเรียบๆแต่จริงจังในความหมาย ฟูจิกาว่ากระชับมือของนางเข้ามาแนบอก เหมือนอยากจะขอบคุณกับคำตอบที่นางให้

“เจ้าเข้าใจข้าเสมอ ไอ” ฟูจิกาว่าพูดต่อพร้อมกับหันหน้าไปสวมกอดนางตอบ สักพักชุดกิโมโนของคนทั้งสองก็หลุดลงไปกองอยู่กับพื้น มีเพียงเนื้อแนบเนื้อเท่านั้นที่ทำให้อุ่นในคืนหนาวเช่นนี้

“ท่านพี่…ข้าขอบคุณ…ท่านพี่…ท่านพี่”

……….

เหมือนรักของข้าโดนสาป

เหมือนบาปของข้ามหันต์

เหมือนโทษจากฟ้าลงทันธ์

เช่นวันที่ฟ้าพรากจากไกล

มินาโมโต ฟูจิกาว่า

……….

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →