นินจาเลือดซามูไร บทที่ 9

สัญญาชิโนบิสัญญาชิโนบิ ความลึกลับทางสายเลือดและจิตวิญญาณที่ไม่มีใครมาลอกเลียนได้

สัญญาชิโนบิ

ความลึกลับทางสายเลือดและจิตวิญญาณที่ไม่มีใครมาลอกเลียนได้ ไม่นานนักพรสวรรค์พิเศษที่เกิดมาพร้อมๆ กับนินจาก็ทำให้ยามุดะโดดเด่น เวลานี้นางสามารถถอดร่างได้ถึง 10 ร่าง ตามที่เคยทำได้เมื่ออดีต เสียงดอกไม้กำลังเริงระบำกับผีเสื้อในสัปดาห์สุดท้ายก่อนจะเข้าฤดูหิมะก็ดังก้องขึ้นในหู นางยิ้มออกมาเศร้าๆ เมื่อรู้ตัวว่าทุกอย่างในร่างกายได้กลับไปสู่ความเป็นตัวตนที่นางเกลียดมันยิ่งกว่าหนอนพันตัวในซากเน่าโดยสมบูรณ์ และมือที่คอยปิดปากหาวในเวลาเช้า ม่านตารี่ลงทันทีที่แสงแรกเบิกฟ้า ก็ยิ่งทำให้หัวใจของนางยิ่งรู้สึกหวิวหน่วงลึกยากจะอธิบาย

“นี้ข้ากำลังจะกลับสู่โลกมืดอีกครั้งแล้วหรือนี้…ข้าหนีไม่พ้นจริงๆ” ยามุดะพึมพำขณะอยู่ลำพังในห้องและทันที่ดวงอาทิตย์จะลอยขึ้นพ้นชายคาดวงตานางก็ค่อยๆ หลับสู่สีดำ

“นายหญิง นายหญิงต้องไม่สบาย” เสียงโมริดังหลังเสียงประตูหน้าห้องเลื่อนเปิด

“เปล่า…โมริจัง ข้าไม่รับอาหารเช้าและเที่ยง”

“ท่านต้องไม่สบายแน่ๆ…ข้าจะให้คนไปตามหมอโทชิ” เสียงโมริดังลุกลี้ลุกลนมากกว่าเดิม และก่อนที่เสียงซอยเท้าสั้นๆ จะพ้นประตู

“ข้าบอกว่าไม่ต้อง!” ยามุดะตวาด จนสาวใช้รีบทรุดลงไปกองกับพื้นราวกับเศษผ้าขี้ริ้ว  “…และอย่าให้ใครเข้ามรบกวนจนกว่าจะถึงยามเย็น”

“แต่ว่า…นายหญิง…นายหญิงเจ้าคะ…นายหญิง” โมริเรียกอยู่นานแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ นางจึงตัดสินใจเดินเข่าเข้าไปดูใกล้ๆ “นายหญิงหลับอีกแล้ว”ถึงแม้ว่ากิจวัตรของยามุดะจะเปลี่ยนมาได้พักหนึ่งแล้ว แต่โมริก็ยังไม่ชินอยู่ดี คำถามและเสียงเรียกเดิมๆจึงมักจะดังขึ้นเป็นประจำในทุกๆเช้า

และทันทีที่แดดกำลังจะลาฟ้ายามุดะก็ตื่น เสียงของโมริก็จะเร่งให้ประสาททุกส่วนตื่นเร็วขึ้น “นายหญิง ข้าเตรียมน้ำอุ่นเอาไว้ให้แล้ว”

แต่เย็นนี้กลิ่นสาบจางๆที่ยามุดะเคยรู้จักก็แทรกเพิ่มเข้ามาสะกิด…

(ชิ…ชิโนบิ ) ยามุดะลุกได้เร็วกว่าทุกครั้ง ดวงตาหวาดระแวงไล่สำรวจซ้ายที-ขวาที

“และข้าก็เตรียมกิโมโนสีครีมกับอาหารเอาไว้…” ยามุดะยกมือขึ้นห้ามก่อนนางที่จะพูดจบ

(เราพร้อมจะแลกตัวคุณชาย…ในคืนที่ 5 สัปดาห์ที่ 2 ของฤดูหิมะ กลิ่นดอกอุเมะที่นายหญิงชอบคือสัญญาณรอจากเราที่หน้าบ้าน) เสียงสื่อในระยะใกล้ ทำให้ยามุดะอมยิ้ม แต่มันก็ยังดูเศร้าอยู่ดี

(อื้อ!…) ยามุดะสื่อเสียงกลับไปสั้นๆ (ข้าหวังว่าสัญญา ชิโนบิจะไม่มีวันตาย…ไม่เช่นนั้นข้าจะยอมให้ฟูจิกาว่านำกองทัพของมินาโมโตและฮันโต โดยมีชิโนบิในหุบเขาโคงะเป็นผู้เบิกหน้าผาคุโระอิสีนิลให้เอง) ยามุดะเสียงแข็ง และเกร็งกล้ามเนื้อจนมุมปากเผยอกระตุก…

(โปรดวางใจ…ตอนนี้หมดหน้าที่ของพวกข้าแล้ว จงเตรียมตัวให้พร้อมเพราะคืนนั้นพายุหิมะจะเข้า การเดินทางคงลำบากเพิ่มเป็น 2 เท่า)

(อื้อ!…)

“นายหญิง…เจ้าคะ”

“ข้าจะอาบน้ำ” ยามุดะกรอกตากลับมาบอก นางลุกเดินไปนั่งสางผมที่หน้ากระจกโดยมีสายตาของโมริคอยชำเลืองอยู่ตลอดเวลา

“น้ำอุ่นเตรียมเอาไว้แล้ว ข้าจะอาบให้” โมริเสนอหน้าบาน

“ไม่ต้องข้าจะอาบเอง…เจ้าจัดเตรียมชุดกิโมโนไว้ให้ข้าก็แล้วกัน”

“เจ้าค้า…”

……….

หากผิดสัญญา 1 ครั้ง……………………1 ชีวิตก็จะเหลือ 0.5

และประตูเวลา…………จะนำพาหายนะเข้ามาใกล้อีก 1 ปี

มินาโมโต ยามุดะ

………..

กลิ่นดอกอุเมะ

วันที่ 5 ของสัปดาห์ที่ 2 เมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัว เย็นนี้ยามุดะตื่นนอนเร็วกว่าปกติ อันที่จริงนางนอนไม่หลับเลยตั้งแต่เช้า นางรีบอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่หิมะหลังบ่ายสามเริ่มโปรยปลายลงมา

“วันนี้นายหญิงของข้าดูสวยเป็นพิเศษ…แต่ข้าก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนัยน์ตาของท่านถึงดูเศร้านัก” โมริพูดลอยๆ ไม่หวังกับคำตอบมากนัก นางวางผ้าที่กำลังชุนลงในตะกร้าไม้ไผ่ แล้วบางอย่างในแววตาของยามุดะก็ดลใจให้นางเดินเข้ามานั่งลงใกล้ๆ

“โมริจัง…” ยามุดะเรียกชื่อนางทั้งที่ยังดูเหม่อลอย

“เจ้าคะ…นายหญิง”

“รับปากกับข้าได้ไหม…หากโนริยาดะแต่งงานกับฮันโต ซาซากุมิเมื่อไร เจ้าจะตามไปอยู่กับนาง” น้ำเสียงดูจริงจังผิดกับอารมณ์โดยเฉพาะแววตา โมริตัวขยับเข้าใกล้จนชิดด้วยความประหลาดใจ

“นายหญิง…พูดเหมือนกับว่า”

“รับปากกับข้าก่อนซิ…” ยามุดะจ้องสาวใช้และใช้สายตาวิงวอนอีก จนโมริรู้สึกได้ถึงความเศร้าอย่างที่สุด “ข้าไม่รู้จะไว้ใจใครอีก…ถ้าไม่ใช่เจ้า”

“แล้วนายหญิง…จะอยู่กับใครเจ้าคะ”

“ข้าไม่มีวาสนาได้อยู่ที่นี้…ข้าต้องกลับคืนสู่โลกของข้าในคืนนี้” เสียงยามุดะสั่นดุจเปลวเทียนบนเชิงเหนือผนัง ใบหน้าที่ขาวจนซีดเชิดสูงเหมือนจงใจไม่ให้น้ำตาล้นออกมา แต่โมริกลับร้องไห้ออกมาก่อน

“เจ้าร้องไห้…เหมือนกับรู้เรื่องของข้า” ยามุดะหันกลับไปมองด้วยความรู้สึกแปลกใจ

“หลายคืนข้าจะเข้ามาห่มผ้าให้…แต่ข้าก็ไม่เคยเห็นนายหญิงนอนอยู่บนเตียง นอกจากหน้าต่างที่เปิดทิ้งเอาไว้…หากจะให้ข้าเดา…คงไม่ผิด”

“ใช่อย่างที่ใจเจ้ากำลังจะบอก…ข้าเป็นชิโนบิ…สิ่งที่ข้าทำก็เพื่อโคทาโร่” น้ำเสียงเศร้าสนิททำเอาโมริผวากอด

“นายหญิงเจ้าคะ….” นางร้องไห้เสียงดังจนคนใช้อีก 2 คนที่นั่งประจำอยู่ด้านนอกวิ่งกรูกันเข้ามานั่งหมอบลงข้างๆ

“รับปากกับข้าซิ…ว่าจะตามไปดูแลโนริยาดะแทนข้า…” เสียงยามุดะเริ่มสั่นเครือมือที่ลูบหัวโมริก็สั่นระริก

“ข้าให้สัญญาจะดูแลคุณหนูให้ดีที่สุด…นายหญิงไม่ต้องเป็นห่วง” โมริพูดปนสะอื้นพลางซบใบหน้าลงบนตักของนาง

“ขอบใจเจ้ามาก…เอาละช่วยสางผมให้ข้าที โนริยาดะกับมาเอดะกำลังรอข้าอยู่”

“คืนนี้นายหญิงของข้าต้องสวยที่สุด…” น้ำเสียงของโมริสั่นน้อยลง นางรีบเช็ดน้ำตาให้แห้งก่อนจะลุกขึ้นสางผมจนแล้วเสร็จ ไม่มีเสียงพูดคุยใดๆจากทั้งสองอีกเลย

(สัญญาชิโนบิไม่มีวันตาย) ยามุดะทบทวนตามสื่อเสียงเดิมๆ ที่ได้ยินซ้ำแล้วซ้ำอีก เวลานี้หัวใจของนางเริ่มเต้นแรงขึ้น หลังจากที่แต่งตัวเสร็จนางก็เร่งฝีเท้าสั้นๆตรงไปยังเรือนน้ำชาที่นางให้โมริไปตามบุตรสาวทั้งสองไปรอ กลิ่นดอกอุเมะที่นางหลงใหลโชยมากับสายลมบางๆแต่คืนนี้มันกลับทำให้นางเศร้าจนยากจะควบคุมสติให้เป็นปกติ

“โมริจังและพวกเจ้า…ออกไปก่อน” ยามุดะหันไปสั่งสาวใช้ที่นั่งตาแดงอยู่มุมห้อง โมริมองนางนิ่งๆ…สักครู่นางก็จำใจก้มศีรษะลงทั้งๆที่อยากจะร่วมอยู่ในห้องด้วย นางลุกเดินตามคนใช้กลุ่มใหญ่ออกไปทางด้านหลัง…หลังจากนั้นทั้ง 3 แม่ลูกก็ผวาเข้าหากัน…

“โนริยาดะ มาเอดะจัง เจ้าทั้งคู่ฟังแม่ให้ดี…แม่เกิดมาเพื่อเป็นอาวุธของนินจาตั้งแต่แรก โลกมืดเป็นบ้านเก่าที่แม่จากมา” ยามุดะสะดุดหยุดลงทั้งๆที่บุตรสาวทั้งสองยังนั่งจ้องหน้ารอ  “ถึงเวลาแล้วที่แม่ต้องกลับไป…เพื่อโคทาโร่ พวกเจ้าบอกน้องด้วยว่าแม่รักเขาที่สุด” ยามุดะพูดต่อพลางเปิดอ้อมแขนกระซับทั้ง 2 ให้แน่นขึ้น

“ยาดะจัง…ทั้งหมดนี้คือคำตอบที่แม่เคยให้สัญญาไว้กับเจ้า แม่เป็นนินจา…แม่เป็นชิโนบิ แต่โคทาโร่ไม่ใช่” เสียงนางสั่นมากขึ้น

“ท่านแม่…ข้าไม่ยอม”

“ข้าเช่นกัน”

“ฟ้าได้ลิขิตสองชีวิต ให้เป็นตัวตายตัวแทนของกันและกัน โคทาโร่เกิดมาเพื่อเป็นซามูไรอย่างพ่อ มิใช่อาวุธร้ายอย่างแม่”

“ท่านแม่ มันไม่มีทางอื่นอีกแล้วรึ” มาเอดะถามทั้งๆที่ยังร้องไห้ไม่หยุด ยามุดะส่ายหน้าพลันน้ำตาก็ล้นทะลักตามบุตรสาว

“…พวกเจ้าต้องเข้มแข็งให้สมกับในกายมีเลือดซามูไรอยู่เต็มเปรี่ยม…พวกเจ้าต้องยิ้มให้การจากลาในครั้งนี้ซิ…ลูกรัก” ยามุดะเชิดคางบุตรสาวทั้ง 2 คนขึ้นมาปลอบ

“ยิ้ม ให้ แม่ เห็น เป็น ครั้ง สุดท้าย…” ยามุดะพูดติดๆขัดๆ เหมือนมีบางอย่างจุกแน่นในอก

“เราจะได้เจอกันอีกไหม” โนริยาดะถามและพยายามฝืนยิ้มให้เห็น

“หากฟ้าลิขิต…แม่ก็ปรารถนาจะให้เป็นเช่นนั้น” ยามุดะพยายามเค้นคำที่มีความหวังมอบให้ ทั้งๆที่ในใจรู้ดีว่าไม่มีทาง “ใจแม่จะขาดยามที่เห็นน้ำตาของพวกเจ้า…” ยามุดะเกร็งกอดบุตรสาวแน่นขึ้น กลิ่นดอกอุเมะก็โชยมาไม่ขาดสาย สัญญาชิโนบิก็ไม่เคยตายรวมทั้งคืนนี้ นางปล่อยมือใช้ผ้าซับน้ำตาของนางเองจนแห้ง “…มองตาแม่ซิลูก…แล้วพวกเจ้าจะตื่นมาพร้อมๆ น้องชายของเจ้า” ยามุดะพูดพร้อมกับเพ่งมนต์สะกดเข้าไปในดวงตาของบุตรสาวทั้งสองสลับกันไปมา

“ท่านแม่…”

“ข้ารักท่าน…” ไม่นานนักดวงตาของบุตรสาวทั้ง 2 ก็ค่อยๆ รี่ลงและหลับทั้งน้ำตาที่พวกนางทั้ง 2 ใช้แทนคำบอกลา

“แม่ก็รักพวกเจ้าที่สุด”

……….

แม้แต่นกไร้คอน…ก็ยังมีความหวัง…ในวันพรุ่ง

มินาโมโต ยามุดะ

……….

มินาโมโต ฟูจิกาว่า นั่งมองตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลบนผนังที่เป็นทางผ่านเข้าสู่ห้องลับ เขากำลังยืนเหม่อกับภาพนกกระเรียนมงกุฎแดงสีขาวกำลังบินผ่านดวงอาทิตย์สีแดง เปลวแสงสีอำพันจากโคมไฟใต้ตราสัญลักษณ์เต้นระริกยิ่งทำให้เห็นภาพนกกระเรียนตัวนั้นดูเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต เขายิ้มบางๆให้มัน และเสียงฝีเท้าสั้นๆ ของคนที่กำลังรอก็มาลงหยุดที่ด้านหลัง มันทำให้เขาเศร้าลงโดยฉับพลัน

“ท่านพี่ ข้าขอโทษ…ข้าขอโทษ” เสียงแหบแห้งดังขึ้น ฟูจิกาว่าหันไปช้าๆ ภาพของยามุดะในชุดกิโมโนสีครีมนั่งนิ่งอยู่กับพื้น มันสื่อให้เขารู้ความหมายที่นางจงใจ

“อย่าทิ้งข้าไปได้ไหม”

“ข้ามันคนบาป…”

“……” ฟูจิกาว่าทรุด เขาเชิดคางยามุดะขึ้นเหมือนต้องการเห็นใบหน้าของนางชัดๆ

“ขอให้ข้าได้ไถ่โทษ…ที่ปิดบังความเป็นชิโนบิของตัวเองมาโดยตลอด ถึงเวลาแล้วที่ข้าต้องแลกเพื่อเรา เพื่อมินาโมโต เพื่อโคทาโร่ และทุกๆคน” ยามุดะพูดเพื่อมิให้ตัวเองลังเล

“กิโมโนสีครีมตัวนี้…เจ้าใส่ครั้งแรกที่เข้ามาเป็นเจ้าสาว…และครั้งนี้…” ฟูจิกาว่าพูดและนิ่งไปอีกทั้งๆที่ใจอยากจะพูดกับนางให้มากที่สุด “ฮันโต และโคงะรับปากว่าช่วย…เจ้าไม่จำเป็นต้องทำ” เขาทักท้วงทั้งๆที่รู้ว่าไม่เป็นผล

“ข้าเกลียดโลกมืด และเกลียดอูคาชิยิ่งกว่าหนอนพันตัวในซากเน่า แต่พวกเขาก็คือครอบครัวข้า…และหุบเขาอิงะก็คือบ้านข้า…ท่านพี่ข้าขอ…ข้าขอให้เป็นทางเลือกสุดท้ายหากพรุ่งนี้โคทาโร่ยังไม่กลับมา” ยามุดะพูดเสียงต่ำ นางสะดุ้งนิดๆ เมื่อกลิ่นดอกอุเมะโชยเข้ามาแรงกว่าเดิม นางเม้นริมฝีปากเพื่อไม่ให้ฟูจิกาว่ารู้ความหมาย นางลุกขึ้นพลางใช้มือทั้ง 2 ข้างประคองใบหน้าของสามีและบรรจงจูบริมฝีปากเขาพร้อมกับน้ำตาใต้แสงโคมสีอำพัน

“ข้าคงไม่มีวาสนาจะจูบเจ้าได้ครบพันครั้งอีกแล้วใช่ไหมยามุดะ”

“พวกนินจามารอข้าที่หน้าบ้าน…” นางบอกแต่ฟูจิกาว่าเหมือนจะไม่ยอมฟัง เขาละเลงจูบนางไปทั่วทุกส่วนหวังจะให้ครบพันครั้งก่อนนางจะไป

“ท่านพี่ ท่านพี่ มองตาข้า…” ฟูจิกาว่าชะงัก ขณะเดียวกันยามุดะก็ใช้สายตาเพ็งเข้าไปในดวงตาที่กำลังเรียกร้อง

“ข้าจะนับว่าจูบนี้เป็นครั้งที่หนึ่งพัน…ของเรา” พูดจบยามุดะก็บดขยี้ริมฝีปากกับฟูจิกาว่าเหมือนจะหลอมรวม แต่ดวงตาที่เบิกค้าง นางก็ใช้มรดกที่ได้รับจากนินจาเพ่งเข้าไปสะกดปิดจุดหลับทันที

(ขอโทษ…ข้าไม่อยากเห็นน้ำตาของซามูไรที่มีค่ายิ่งกว่าเพชรอะโออิ…เพราะมันจะตามไปหลอกหลอนข้าถึงหุบเขา) ยามุดะสื่อเตือนตัวเอง นางกัดริมฝีปากเพื่อไม่ให้ร้องให้อีก จนเห็นเลือดสีแดงซึมรอบๆ ก่อนจะค่อยๆวางร่างสามีลงกับพื้น นางจ้องเขาอยู่นานก่อนจะลุกเดินหันหลังห่างไป 3 ก้าว “ลาก่อน…” นางพูดสั้นๆ ก่อนจะก้าวต่อไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับมามองเขาอีกเลย

……….

บานสะพรั่งกลางหิมะ…ไม่รู้จักเหน็บหนาว…โอ้แม่ดอก…อุเมะ

มินาโมโต ยามุดะ

……….

เวลาต่อมา

#แกร๋ๆ แกร๋ๆแกร๋ๆ# เสียงร้องเสียงตีปีกพรึบๆของนกกระเรียนมงกุฎแดงที่หลังบ้าน และเสียงนั้นก็หายไปในความมืด เหมือนมันจงใจจะบินไปพร้อมๆ กับยามุดะ ฟูจิกาว่าสะดุ้งตื่นในอีก 6 ชั่วโมงต่อมา เขามองไปรอบๆห้องที่ว่างเปล่า หิมะข้างนอกกำลังโปรยปรายไม่ขาดสาย เขาเดินออกไปยืนนิ่งริมระเบียง มันเป็นคืนแรกที่เห็นจันทร์เสี้ยวลอยเด่นกลางฟ้าคู่กับพายุหิมะที่กำลังทำหน้าที่

“ท่านพี่…ข้าเห็นแสงไฟจากห้องเลยเข้ามาดู” เสียงคุณนายมานาโมโต ไอ ดังขึ้นที่ประตูหลัง นางซอยเท้าสั้นๆ เข้ามานั่งลงในระยะหนึ่ง

นกกระเรียนหลังบ้าน…หนีไปอีกตัวแล้วใช่ไหม” ฟูจิกาว่าถาม

“ข้าก็ได้ยินเสียงร้องของมันเช่นกัน” นางตอบ แววตาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและวิตกกังวลกับเรื่องราวทั้งหมด “นางบอกอำลาข้า…เมื่อ…”

ไอ..ฟูจิกาว่ารีบตัดบท ไอ…ข้าจะเห็นแก่ตัวเกินไปไหม หากข้าอยากจะให้เจ้ารักข้า อยู่กับข้า ดูแลข้าตลอดไป ทั้งๆที่ข้าไม่ได้รักเจ้าเลยสักนิด” ฟูจิกาว่าพูดเอื่อยๆ คุณนายไอนิ่งอึ้งแต่ในที่สุดนางก็ลุกเดินเข้าไปสวมกอดเขาจากด้านหลัง

                ..ถึงแม้ท่านพี่จะไม่ได้รักข้า แต่ท่านก็เป็นคนสอนให้ข้าได้รู้จักความรัก…คำขอบคุณของข้าก็เสมือนกับคำบอกรักจากข้าเช่นกัน” คุณนายไอพูดเรียบๆแต่จริงจังในความหมาย ฟูจิกาว่ากระชับมือของนางเข้ามาแนบอก เหมือนอยากจะขอบคุณกับคำตอบที่นางให้

“เจ้าเข้าใจข้าเสมอ ไอ” ฟูจิกาว่าพูดต่อพร้อมกับหันหน้าไปสวมกอดนางตอบ สักพักชุดกิโมโนของคนทั้งสองก็หลุดลงไปกองอยู่กับพื้น มีเพียงเนื้อแนบเนื้อเท่านั้นที่ทำให้อุ่นในคืนหนาวเช่นนี้

“ท่านพี่…ข้าขอบคุณ…ท่านพี่…ท่านพี่”

……….

เหมือนรักของข้าโดนสาป

เหมือนบาปของข้ามหันต์

เหมือนโทษจากฟ้าลงทันธ์

เช่นวันที่ฟ้าพรากจากไกล

มินาโมโต ฟูจิกาว่า

……….

ทรงอาจแนะนำ

สมรภูมิปักษา24
สมรภูมิปักษา23
สมรภูมิปักษา22
สมรภูมิปักษา21
สมรภูมิปักษา20
สมรภูมิปักษา19
สมรภูมิปักษา18
สมรภูมิปักษา17
สมรภูมิปักษา16
สมรภูมิปักษา15
สมรภูมิปักษา14
สมรภูมิปักษา13
สมรภูมิปักษา12
สมรภูมิปักษา11
สมรภูมิปักษา10
สมรภูมิปักษา9
สมรภูมิปักษา8
สมรภูมิปักษา7
สมรภูมิปักษา6
สมรภูมิปักษา5
สมรภูมิปักษา4
สมรภูมิปักษา3
สมรภูมิปักษา2
สมรภูมิปักษา1
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 23
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 22
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 21
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 20
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 19
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 18
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 17
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 16
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 15
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 14
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 13
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 12
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 11
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 10
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 8
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 7
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 6
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 5
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 4
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 3
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 2
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 1
อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร
"อนุชาย" คืออะไร? เร็วๆ นี้ รู้เรื่อง!
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 32
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 31
TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →