ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 28

วิกตอเรียรำลึก

วิกตอเรียรำลึก ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 28

ตอนที่ 28 “วิกตอเรียรำลึก 5”

แคมป์เบลล์ริเวอร์ (Cambell River) เป็นเมืองชนบทที่ตั้งอยู่ช่วงกลางของเกาะวิกตอเรียหรือเกาะแวนคูเวอร์ ในฐานะแขกผู้มาเยือนใหม่ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับชื่อเกาะอย่างเป็นทางการ ก็เลยต้องใช้ 2 ชื่อนี้สลับกันไปมาพลางๆ นะครับ

ใกล้จะ 6 โมงเย็นแต่แดดที่แคมป์เบลล์ริเวอร์ยังแรงราวกับพึ่งจะบ่ายโมงในหน้าหนาวทางภาคเหนือของประเทศไทย เวลาที่แน่นอนจึงยึดจากเข็มนาฬิกาบนข้อมือเป็นหลัก รถยนต์สีขาวคันใหญ่วิ่งตามถนนเลียบชายหาดไม้ซุงและหิน นกนางนวลสะบัดปีกโผบินในเปลวแดดสีน้ำนมเหนือโขดหินสีเทาเฉดน้ำตาลที่มีฉากหลังเป็นทะเล Salish Sea น้ำเงินเข้มจมดำสนิทที่ขอบฟ้ามาบรรจบเป็นเส้นเดียวตรงๆ พอรถผ่านทางโค้งเข้าสู่เขตที่มองไม่เห็นทะเลเฮียจัสก็เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนที่มีป้ายบอกชื่อเป็นภาษาอังกฤษสีขาวบนพื้นสีเขียวว่า Erickson RD. บ้านเรือนแทบทุกหลังของแคมป์เบลล์ริเวอร์ปิดสนิทราวกับไร้ผู้อาศัย แต่ลานหญ้าสีเขียว สวนไม้ดอก ไม้ประดับที่ถูกตัดแต่งได้อย่างสวยงาม พื้นถนนคอนกรีตสะอาดสะอ้านไร้ขยะ ไม่ปรากฏเศษพลาสติกหรือใบไม้ให้เห็น เป็นสิ่งยืนยันว่าข้อสันนิษฐานเบื้องต้นนั้นผิดถนัด บุคลิกคนชนบทที่แคมป์เบลล์ริเวอร์หรืออาจจะทั่วทั้งแคนาดาพวกเขาชอบอยู่แบบเงียบๆภายในบ้าน บ้านบนสนามหญ้าหรือสวนดอกไม้ที่ไร้รั้วกั้นของแต่ละหลังจึงถูกปิดเอาไว้ตลอดเวลา มีเพียงแสงไฟและความเคลื่อนไหวหลังม่านหน้าต่างหรือประตูเท่านั้นที่จะบอกสถานะ

แล้วเหตุใดเล่าผมจึงรีบสรุปตั้งแต่บทที่ผ่านมาว่า เมืองแคมป์เบลล์ริเวอร์ ถูกออกมาเพื่อคนอย่างผมโดยเฉพาะ ผมจึงจะขยายไลฟ์สไตล์ของตัวเองเพื่อเป็นข้ออ้างอิงนิดหน่อยนะครับ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ชีวิตผมที่กรุงเทพฯ อันเป็นเมืองในเขตร้อน ผมจะนั่งทำงาน ประชุมงาน จ่ายเงิน เช็คลูกทีม ประมูลงาน สรุป Project หรือกิจกรรมทำมาหาเลี้ยงชีพอยู่แต่เฉพาะในห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่ถึง 30 ตร.ม.ทั้งวันทั้งคืน แอร์คอนดิชั่นก็ต้องเปิดใช้งานเกือบๆจะตลอดเวลา หากผมมีโอกาสเลือกมาอยู่ที่นี้ ทุกๆสิ่งอย่างในชีวิตแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยน หรือหากเปลี่ยนจะเปลี่ยนน้อยมากๆ แต่ที่จะดีกว่าคือค่าไฟฟ้าสำหรับเครื่องทำความร้อนหรือฮิตเตอร์จะถูกเปิดใช้งานเฉพาะช่วงหน้าหนาว ส่วนฤดูใบไม้ผลิ ซัมเมอร์ และใบไม้ร่วงจะเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบ ผมสามารถดึงงานจากประเทศไทยมานั่งทำที่นี้ได้สบายๆ ผมสามารถขับรถเข้าไปใน Downtown แวนคูเวอร์ไม่เกิน 3 ชั่วโมง แวะ Walmart หรือซุบเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อของใช้-อาหาร ว่างๆก็จะเดินเท้าไปตามถนนเลียบชายหาดหินและไม้ซุงปล่อยสายตาทิ้งไกลๆ ปล่อยลมหายใจทิ้งยาวๆ เข้าไปนั่งจิบกาแฟ เบค่อน ครัวซอง ใน Shop โล่งๆ มันคงจะมีความสุขแบบที่ผมคิดว่าสมบูรณ์ที่สุด…แต่ฝันก็คือฝัน ผมไม่แคร์ว่าวันหนึ่งข้างหน้าจะเป็นจริงได้หรือไม่ เพราะฝันไม่เคยทำร้ายผม แต่ฝันทำให้ผมระลึกถึงความสุข ความอบอุ่น เบาสบาย ผมจึงมีสิทธิ์ที่จะฝัน คุณว่าไหม?

เมื่อรถยนต์ของเราแล่นไปตามถนน Erickson RD.ที่เงียบสนิท ไม่ถึง 1 กิโลเมตรก็ถึงสามแยกไฟแดง ซึ่งเป็นแยกไฟแดงที่ไม่มีรถยนต์แม้แต่คันเดียว กระนั้นเฮียจัสก็จอดรอจนกว่าไฟจะปรากฏเป็นสีเขียวราวกับกฎหมายจราจรที่นี้ถูกชาร์ตโดยตรงเข้าสู่โหมดกมลสันดานของผู้คน จนเกิดจารีตที่ดีงามขึ้นในใจ…เฮียจัสไม่บ่นหรือไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจที่อึดอัดพ่นออกมาให้ได้ยิน เมื่อสัญญาณไฟเขียวสว่างวาบ เขาก็หักพวงมาลัยเข้าสู่ถนน Harrogate RD. อีกประมาณ 500 เมตร ตรงมุมสามแยกถนน Harrogate RD.ตัดกับถนน Larwood RD. ก็ปรากฏบ้านไม้ชั้นเดียวขนาดกะทัดรัดอันเป็นเป้าหมายของการเดิน เรามาถึงที่พักเรียบร้อยแล้ว…บ้านในฝันแห่งแคมป์เบลล์ริเวอร์

“ถึงแล้วบักหล่าเอ้ย….บ้านหลังนี้แหละ” นางฟ้าตัวกลมพูดขึ้นลอยๆ “ไปๆ ลงไปน๊อกประตูเรียกไรอั้นดู…น่าจะอยู่ข้างในแหละ”

มันเป็นจริงอย่างที่ผมอธิบายไว้เบื้องต้นไม่มีผิด บุคลิกของคนที่นี้จะชอบหมกตัวอยู่แต่ภายในบ้านของตัวเอง อาจจะเกิดจากสภาวะอากาศที่เย็นยะเยือกและมีหิมะในหน้าหนาวเป็นตัวกำหนด ผมเคาะประตูไม่นานสาวเอเชียกับหนุ่มฝรั่งร่างสูงวัย 27 ปีก็เปิดประตูออกมากล่าวต้อนรับ เมื่อผมและคณะหอบกระเป๋าเข้าไปข้างในตามคำเชิญก็ปรากฏหนุ่มสาวฝรั่งอีก 2 คนกำลังนั่งเล่นเกมกันอยู่อย่างสนุกสนาน เราแนะนำตัวจนครบทุกคน เมื่อสัมภาระเข้าที่ พวกเขาก็ชวนไปนั่งเล่นสนามหญ้าหลังบ้านที่มีต้นเชอร์รี่สูงท่วมหัวกับม้านั่งไม้สีขาวง่ายๆเรียงกันอยู่อย่างไม่เป็นระเบียบ

เราคุยกันไปกินผลไม้ไป ธรรมเนียมฝรั่งก็คือไม่มีธรรมเนียม เราคุยกันทุกเรื่องที่นึกได้ ผมฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็หัวเราะสนุกสนานจนน้ำหูน้ำตาแตกไปพร้อมกับพวกเขา…เพื่อนฝรั่งถามผมเกี่ยวกับประเทศไทย ผมก็ใช้ภาษาอังกฤษแบบคนโง่ๆ รัวๆ เร็วๆ ที่เหลือยังคงเป็นหน้าที่ของพวกเขาจะต้องพยายามเข้าใจเอง ผมเพียงแค่ยิ้มให้กว้างรอคำตอบโต้เท่านั้น และมันก็เป็นไปอย่างที่ผมคิดเราคุยกันไปเรื่อยๆ คำไหน ประโยคไหนที่ผมคิดไม่ทันเรียบเรียงไม่ถูกผมก็จะใช้คำง่ายๆ ศัพท์พื้นๆ 2 หรือ 3 คำ พวกเขาก็จะพยายามเข้าใจและสามารถต่อประเด็นเดียวกัน จนอดคิดว่าตัวเองกลายเป็นฝรั่งคนหนึ่งในเวลานั้น คนแคมป์เบลล์ริเวอร์อัธยาศัย ไมตรีดีจริงๆ สายตาและคำพูดที่เปล่งออกมาไม่ปรากฏคำเคลือบแคลง ดูถูก หมิ่นปรามาส หรือเหยียดหยาบให้เห็น พวกเขาดูจะให้เกียติแขกที่มาเยือนพร้อมจะบริการในทุกเรื่องเสียด้วยซ้ำ ผมชอบคนที่นี้ ใช่! พวกเขามองคนตรงที่เป็นคนเหมือนๆกัน ไม่มียศ ไม่มีศักดิ์เหมือนประเทศโลกที่ 3 ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง แต่ผมชอบและรักคนแคนาดาจริงๆ

เราคุยกันจนกระทั้งเกือบ 2 ทุ่ม แต่แดดที่นี้ยังแรงพอๆกับ 4 โมงเย็นของกรุงเทพฯ ไรอันกับแฟนสาวเอเชียชื่อพร มาร์ค และมีเรียก็อาสานำเราไปเที่ยวชายหาดหินและปติมากรรมไม้แกะสลักอันเกิดจากงานฉลองครบ 150 ปีของประเทศในเดือนที่ผ่านมา เราเดินไปคุยไป จิบเบียร์กระป๋องไป เขาเสียงดังผมก็เสียงดังในแบบฝรั่ง เขาหัวเราะ ผมก็อดขำไม่ได้ เบียร์ในมือช่วยเสริมมิตรภาพอย่างไม่มีทางแยกแยะ ไรอั้นและมาร์คสลับถ่ายรูปให้ผมหลายที่พลางบ่นว่ามีเวลากับพวกเขาสั้นเกินไป ถ้าพรุ่งนี้ไม่กลับ พวกเขาทั้ง 2 จะอาสาพาไปปีนเขา ดูน้ำตกที่อุทยาน Elk Falls แต่น่าเสียดายพรุ่งนี้เราต้องกลับเชอร์รี่แล้ว…แพลนของผมในอีก 2 วัน 2 คืนข้างหน้า คือไปนอนในบ้านเล็กกลางป่าสนอย่างที่ได้ตั้งใจมาแต่แรก และอีก 2 วันถัดไปผมก็จะเดินต้องทางกลับประเทศไทย ผมบอกแพลนให้ไรอั้นและมาร์ครับรู้ พวกเขา “ฮื้อหึ ฮือฮึ” เราดื่มเบียร์กระป๋องจนเหลืออึกสุดท้าย เราก็เชียร์กระป๋องเบียร์แตะชนเบาๆ ก่อนจะพูดว่า

“For Friendship” แด่มิตรภาพ เราร่วมกันดื่มจนหมดก่อนผมจะค่อยๆ วางมันลงบนโขดหินแล้วถ่ายภาพมาเป็นที่ระลึก

“For Friendship” ผมพูดกับตัวเองอีกพลางคิดบ้าๆ ต่อเนื่อง….ถ้ามีไอ้คุณอยู่ข้างๆ…ถ้าผมเพียงแต่ขอให้มันอยู่ต่อ…มันคงถลาไปเช่ารถพาผมขับเที่ยวรอบแคนาดาไปแล้ว….อดีตดีๆ ก็คือความทรงจำที่น่าจดจำ แต่อดีตที่ไม่ควรจำก็ควรปล่อยให้เวลาเจือจางไปเอง….

“ใช่ๆๆๆๆๆ” ผมปลดปล่อยเรื่องเศร้าออกจากหัว

ครับผมรู้สึกเย็นๆ ขณะที่กำลังเดินบนชายหาดหินกับไม้ซุง ผมอยากจะมีเวลานั่งที่นี้นานๆ นิ่ง นิ่ง นิ่ง มอง มอง มอง ภาพทะเลสีน้ำเงินกับแสงสุดท้ายสีอำพันชัดๆ แต่ก็ทำไม่ได้ เมื่อเสียงของไรอั้นดังมาจากสนามปติมากรรมไม้แกะสลักบนลานหญ้า

“Hey Guy Come Here” ครับผมต้องไปแล้ว เจอกัน “วิวสุดท้ายของวิกตอเรีย” เร็วๆ นี้ผม Timmy Buto บาย บาย

ทรงอาจแนะนำ

ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 41 (จบบริบูรณ์)
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 40
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 39
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 38
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 37
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 36
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 35
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 34
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 33
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 32
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 31
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 30
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 29
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 27
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 26
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 25
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 24
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 23
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 22
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 21
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 20
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 19
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 18
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 17
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 16
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 15
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 14
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 13
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 12
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 11
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 10
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 9
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 8
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 7
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 6
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 5
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 4
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 3
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 2
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 1
TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →