นินจาเลือดซามูไร บทที่ 5

วงดาบเสี้ยวจันทราวงดาบเสี้ยวจันทรา “เป็นอาวุธ…ของผู้หญิง เจ้าควรจะเลือกใช้อาวุธที่ดูเหมาะสมกับเจ้าในการสังหารครั้งต่อไป”

อัครนินจัตสึกับวงดาบเสี้ยวจันทรา

มีนินจาไม่กี่คนเกิดมาพร้อมพรสวรรค์พิเศษที่เสมือนสมบัติอันล้ำค่า สำหรับชนเผ่าลึกลับแห่งหุบเขาอิงะ เพียงไม่นานความสามารถที่โดดเด่นของอูคาชิ เซดะ ก็ฉายแววออกมาให้เห็น เขาใช้เวลาเพียง 4 ปี ในการเป็นนักเรียนในโรงเรียนชิโนบิโนะโมโนะและได้รับอนุญาตพิเศษในการออกไปเรียนในโรงเรียนทั่วไปนอกหมู่บ้าน เวลานี้แม้แต่เสียงนินทาของคนเผาถ่านที่อยู่ใต้ลมท้ายหุบเขา เขาเองก็ไม่พลาด แต่เพราะความตั้งใจของ ไชอินาริ โจอาน ที่ต้องการเป็นชิโนบิให้ได้ จึงทำให้กิจกรรมของทั้งคู่จึงยังดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น ซึ่งเวลานี้ความสามารถของโจอานเองก็ไม่แพ้เหล่านักเรียนชิโนบิระดับ 6 เข้าไปแล้ว

“ประสานมือ ไว้ระดับหน้าอกให้ปลายนิ้วกลางทั้ง 2 ชี้ขึ้น…กำหนดจิตไว้ที่กลางลำตัวแล้วค่อยๆ ตีวงรอบตัวเอง…อย่างนั้นละโจอาน”

“คุณชายข้าถอดร่างได้ถึง 6 ร่างแล้ว” เสียงพูดจากทั้ง 6 ร่างพรางของโจอานดังขึ้นพร้อมกัน

“ดีมาก…คราวนี้เจ้าจะต้องฝึกแยกจิตให้กระจายเข้าไปยัง 6 ร่างเพื่อจะได้แยกความสัมพันธ์ของการกระทำให้ต่างกันออกไป”เซดะพูดในน้ำเสียงที่เบาและนิ่งในขณะที่ยืนหลับตาบนโขนหินสีดำ โจอานพยายามทำตามคำแนะนำแต่ที่สุดร่างพรางก็ไหลเข้ามารวมกันและแยกออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ไม่เคยมีนักเรียนระดับ 6 จะสามารถทำได้ตั้งแต่ครั้งแรก…เจ้าต้องฝึกให้หนัก โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ดูเหมือนเจ้าจะแอบกินเนื้อสัตว์มาอีกแล้วใช่ไหม”เซดะถามพร้อมๆกับกระโดดลงมายืนอยู่ใกล้ๆ

“คุณชายรู้ได้อย่างไร…” โจอานถามอย่างงงๆ

“ก็กลิ่นตัวของเจ้ามันฟ้องออกอย่างนี้…เอาละคืนนี้ข้าจะไปสอบอัครนินจัตสึกับชิโนบิรุ่นพี่…หากคิดจะเป็นมือขวาของข้าก็จงละเนื้อสัตว์และพืชกลิ่นฉุนให้ได้…แล้วเราค่อยเจอกัน”

“ข้าจะพยายามให้มากขึ้น…และข้าขอ…”ไชอินาริ โจอานก้มหัวให้เซดะ แต่เงาสีดำก็พุ่งทะยานหายไปแล้ว “ข้าขอให้คุณชายโชคดี”

ในขณะที่อายุยังไม่ถึง 12 ปีดีนัก เซดะก็สามารถถอดร่างได้ถึง 12 ร่าง เขาเป็นนินจาที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้รับอนุญาตให้เข้าสอบอัครนินจัตสึ กับภารกิจร่วมในการลอบสังหาร ผู้ว่าการทหารท้องถิ่นผู้ชั่วร้ายและเป็นปฏิปักษ์กับเมืองฮามิน (Hamin)  เขาสังหารนายทหารใหญ่ที่เป็นเป้าหมาย รวมทั้งผู้ที่ติดตามได้อีกหลายคนในคืนนั้น

“ผู้ว่าการทหารแห่งคาวาอิ เป็นศพ…ที่ทำให้เจ้าสอบอัครนินจัตสึผ่านได้ในเวลาอันรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ” ยาสุในชุดกิมิโนสีโคลนขุ่น ยืนพูดหลังจากนินจาทั้ง 28 คนที่ออกไปทำภารกิจกลับมาถึงหมู่บ้านตอนใกล้สว่าง โดยมี อิเงะสึงิ เคนซึ, อูคาชิ เค็นจิ, โอสุเกะ ฮิเดะและชิโนบิอาวุโสแห่งหุบเขาอีกหลายคนยืนเรียงแถวอยู่ด้านหน้า

“ใช่แล้วท่านพ่อ ข้าเชือดคอมันจนขาดด้วยวงดาบเสี้ยวจันทรา”เซดะรายงานพลันดึงผ้าสีดำที่คลุมใบหน้าออก

“คุณชายสอบผ่าน…ทุกฝีก้าวของเขาคือชิโนบิสมบูรณ์แล้ว” อิเงะสึงิ เคนซึ เสริม ถึงแม้เขาจะไม่อยู่ใน 28 คนที่ออกไปปฏิบัติการ แต่ทุกย่างก้าวของผู้สอบอัครนินจัตสึอยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา

วงดาบเสี้ยวจันทรา

“เจ้าไม่ใช่ซามูไรนะ เซดะ ที่จะต้องโชว์พลังและความแข็งแกร่งอย่างบ้าๆ…หัวใจของชิโนบิคือความเร็ว เราไม่จำเป็นต้องสังหารเหยื่อให้ตายในดาบเดียว เพราะยาพิษที่อาบอยู่กับอาวุธ เพียงแค่เปิดผิวเป้าหมายให้เป็นแผล เหยื่อก็จะเป็นอัมภาสและเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง และอีกอย่างที่เจ้าจะต้องรู้…วงดาบเสี้ยวจันทราเป็นอาวุธประจำกายของเออ…” ยาสุหยุดชะงักเกือบจะหลุดสิ่งที่ไม่อยากจะให้เซดะรู้ออกมา “เป็นอาวุธ…ของผู้หญิง เจ้าควรจะเลือกใช้อาวุธที่ดูเหมาะสมกับเจ้าในการสังหารครั้งต่อไป” ยาสุพยายามกลบเกลื่อน แต่ก็ไม่รอดจากความสงสัยไปได้

“……..” ยังไม่มีคำพูดใดๆ หลุดจากปากของ อูคาชิ เซดะในคืนนี้ มีเพียงความคาดหวังว่า วันหนึ่งยาสุต้องบอกความจริงกับเขา

“คืนนี้ข้าสังหารไป 4 ศพ….” และเซดะก็พลั้งปากพูดขึ้นอีก แต่โอสุเกะ ฮิเดะที่ยืนนิ่งนานอยู่ด้านหลังก็สวนขึ้นเองบ้าง

“คุณชาย…อย่ารินับศพคนที่เจ้าสังหารเพราะนั้นเป็นการไม่ให้เกียติผู้ตายอย่างไม่น่าให้อภัย พวกเขามิใช่ศัตรู แต่เป็นเพียงหน้าที่หนึ่งของชิโนบิเท่านั้น”

“เอาละ พวกเจ้าทุกคนคายเปราะปลิดชีพ แล้วแยกย้ายกันไปพักผ่อนได้”อูคาชิ ยาสุรีบสรุป และนินจารวมทั้งอิเงะสึงิ เคนซึก็ค่อยๆดุลบางอย่างที่ฝังอยู่ใต้ลิ้นออกมา มันเป็นเปราะแก้วขนาดเล็กที่บรรจุยาพิษน้ำสีม่วง เค็นจินำขวดปากกว้างที่บรรจุน้ำยาใสๆไปรับคืนจนครบทุกคนก่อนจะปิดผนึกมัน และนำเข้าไปเก็บรวมไว้ข้างในอย่างเดิม

……….

หากหาญกล้า………..สังหารฆ่าผู้ใด

ต้องทำได้……….ถ้าจำต้องสังหารตน

เงาหนึ่งอยู่……อีกหนึ่งดับกลับสับสน

เหมือนละคนจนสุดท้ายต้องตายตาม

……….

วันหนึ่งในระหว่างการทำสมาธิ อยู่ๆ เสียงพูดคุยที่แววมากับสายลมก็สะดุดเข้ากับหูของอูคาชิ ยาสุ โดยบังเอิญ

#ข้าได้ยินคนเผาถ่านคุยกันว่า…พ่อของคุณชายจริงๆ ก็คือประมุขของตระกูลมินาโมโต เป็นตระกูลซามูไรเก่าแก่ที่เมืองคาโกคุมะ ห่างไปทางทิศตะวันตกหลายไมล์…ส่วนแม่ของคุณชายคือ เจ้าของวงดาบเสี้ยวจันทราที่คุณชายถนัดพอกับดาบคาตานะของซามูไรนั้นแหละ#

#นางชื่ออะไรเจ้ารู้ไหม#

#นางชื่อยามุดะ เป็นบุตรสาวคนเดียวของท่านประมุขยาสุ…นางหายไปในสนามรบที่เมืองมิยาวาตะ เมื่อหลายสิบปีก่อน ทุกคนในหุบเขาคิดว่านางน่าจะปลิดชีพตัวเองหรือไม่ก็ถูกสังหารไปแล้ว แต่เมื่อดวงดาวแห่งนักฆ่าปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเหนือเมืองคาโกคุมะ พวกเขาถึงรู้ว่าคนสำคัญแห่งอูคาชิได้ถือกำเนิดขึ้น การออกตามหาและจะต้องเข้าถึงตัวคุณชายก่อนชิโนบิอีกกลุ่มในหุบเขาโคงะ และเมื่อความจริงเป็นอย่างที่ดวงดาวแจ้งบอก อูคาชิ ยาสุถึงรู้ว่าบุตรสาวคนเดียวของตนเองแอบหนีไปมีครอบครัวใหม่ซึ่งเป็นซามูไร #เสียงพูดหยุดลงสักครู่ อีกเสียงหนึ่งก็แทรกขึ้นมาแทน

#ดวงดาวแห่งนักฆ่า…#

#ใช่แล้ว…และคืนที่คุณชายมาถึงที่นี้ข้าและคนอื่นในหมู่บ้านถูกกันตัวเอาไว้ด้านนอก พวกข้าไม่รู้อะไรมากนอกจากได้ยินเสียงประกาศของท่านประมุขว่า คุณชายอูคาชิ เซดะกลับมาแล้ว#

#ข้าเกิดมาเพื่อเป็นอาวุธแห่งหุบเขาอิงะจริงๆหรือ โจอาน#

#แต่คุณชายก็ไม่เคยนึกชอบอาวุธที่อาบยาพิษของชิโนบิเลย นอกจากวงดาบเสี้ยวจันทราและดาบคาตานะไม่ใช่หรือ#

#คาตานะเหมือนกับชีวิตของข้า…โจอานข้ารู้สึกอย่างนั้น#และเสียงนั้นก็มันทำให้อีกคนถึงกับตัวสั่น อูคาชิ ยาสุเปิดตาพร้อมกับกำมือทั้ง 2 ข้างเกร็งแน่นจนหนังใต้ตาเขม่นคิ้วกระตุกหลายที…

“คุณชาย!…ในที่สุดเจ้าก็ไม่เคยลืม…” ยาสุพึมพำ สักพักเสียงลมหายใจก็ถูกดึงเข้าและผ่อนออกมายาวๆ หลายครั้ง

“ข้าโดนบีบทุกๆด้าน รวมทั้งเจ้าด้วยหรือนี้…”

……….

ความมืด……………..ประดุจเงาของปิศาจฉันใด

แสงสว่างก็ประหนึ่งไออุ่นจากทวยเทพฉันนั้น

อูคาชิ เซดะ

………..

คืนต่อมา หลังจากเซดะกลับมาจากโรงเรียนของรัฐบาลญี่ปุ่นที่อยู่นอกหมู่บ้าน อูคาชิ ยาสุกำลังนั่งรอเขาในห้องโถงใหญ่ ที่เคยใช้เป็นที่ประชุม

“มาถึงแล้วครับ” เขารายงานตัวเสียงเรียบๆ

“ดูเหมือนเจ้า…มีบางอย่างอยู่ในใจ” และอยู่ๆ ยาสุก็โพล่งขึ้น เหมือนจะเปิดทางให้เซดะถามบางเรื่อง “เจ้ามีบางอย่างที่อยากจะถามข้า…เซดะคุง” ยาสุกระแทกเสียงดัง เหมือนจะกระตุ้นอีก

“ข้าอยากรู้เรื่องราวของข้า” เซดะพลั้งปากโต้กลับ สักพักเขาก็เดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งตรงข้าม

“เจ้าคือบุตรชายคนเดียวของข้า…เซดะก็คือชื่อของเจ้า” ยาสุกดเสียงต่ำพร้อมกับยกถ้วยที่มีเหล้าสาเกอยู่ครึ่งหนึ่งดื่ม ตาที่จ้องเขม็งเริ่มแดงกล่ำ “สิ่งที่เจ้ารู้มาล้วนเป็นนิทานหลอกเด็กทั้งสิ้น”

“ท่านพ่อ!…” เซดะปล่อยเสียงจนคอปูดเป็นเอ็น “ข้ามีสิทธ์จะรู้เรื่องราวของตัวเอง…ยิ่งท่านพ่อพยายามปิดบังมากเท่าไร ข้าก็ยิ่งอยากจะรู้มากขึ้นเท่านั้น” เขาลดระดับเสียงให้ต่ำ แต่มันก็ยังแข็งกร้าวเกินกว่าอีกคนจะรับได้

“เจ้าไม่มีเรื่องราวใดๆ ทั้งนั้น…นอกจากเจ้าคือ คุณชายอูคาซิ  เซดะบุตรชายคนเดียวของข้า…เจ้าคือบุตรชายคนเดียวของข้า”

“แล้วแม่ข้าละ นางเป็นใคร?” เซดะยังไม่ยอมแพ้ เขาจ้องตายาสุเหมือนจะท้าทายอำนาจที่มี

“คุณชายอย่า…ไม่เอา…อย่าทำอย่างนี้…เราไปกันดีกว่า…คุณชาย” และเสียงมิกิก็ห้ามเอาไว้ นางเดินกึ่งวิ่งเข้าไปนั่งลงใกล้ๆ พร้อมกับกระตุกชายกิโมโนเรียกสติไม่ให้ทำอะไรอย่างที่นางคาดเดา

“มิกิ เอาตัวคุณชายออกไป ฟ้าใกล้สางแล้วคุณชายคงอยากพักผ่อน”

“หึๆ…ฟ้าสางแล้วต้องนอน…และตื่นอีกครั้งก็เมื่อตะวันลับเหลี่ยมเขา หึๆ…ช่างน่าขัน…” เซดะแดกดันพร้อมกับเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เขานิ่งชั่งใจตัวเองสักครู่…ก่อนจะขึ้นเสียงสูงใส่ยาสุต่ออีก “ข้าจะตื่นตอนฟ้าสางและเข้านอนตอนพลบค่ำเหมือนเช่นซามูไร…ใครจะกล้าทำอะไรข้า”

“มิกิจัง เอาตัวคุณชายออกไป!”

“ท่านพ่อ…หากข้าจะยอมแลกตำแหน่งคุณชายอูคาชิกับอดีตของข้า…ท่านจะว่าอย่างไร…ท่านพ่อ ข้าจะแลกมัน ข้าจะแลกกับมัน…” เสียงตะโกนดังไกลไปตามแรงฉุดลากไปตามระเบียงไม้ด้านหลัง

“คุณชายไม่เอา…ไม่พูดอย่างนี้…คุณชาย…พวกเจ้ามัวทำอะไรอยู่เข้ามาช่วยข้าที” เสียงมิกิตวาดคนใช้ ในที่สุดเสียงโวยวายของเซดะก็ค่อยๆ ไกลออกไปสู่เรือนนอนที่อยู่อีกฟากหนึ่งของปราสาทสีดำ

“ถึงจะเป็น 10,000 ซามูไร 100,000 โคงะ มาบีบคั้น…ข้าไม่เคยหวั่นไหว…แต่ทำไมเพียงแค่ความทรงจำที่ข้าอยากจะให้มันเลือนหาย…กลับทำให้หัวใจข้าแทบแหลกสลาย…ลูกพ่อ”

……….

แม้จะอยู่ในความมืด………….ไม่เห็นกระทั้งแสงสะท้อนบนผิวน้ำ

จงเชื่อเถอะว่า………….ความงามของหมู่ดาวกำลังเฉิดฉายเป็นที่ 1

อูคาชิ เซดะ

……….

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →