นินจาเลือดซามูไร บทที่ 22

พวกนอกรีตพวกนอกรีต “ดูเหมือนพวกนอกรีตจะไม่ใช่คนที่เราคุ้นเคยเลยสักคน…” นิยาย เรื่อง อูคาชิ เซดะ นินจาเลือกซามูไร บทที่ 22

ที่ท่าเรือเมืองเดโอะ

การเดินทางที่ต้องใช้ความเร็วดั่งสายฟ้าก็เริ่มต้น พวกเขาหยุดให้ม้าได้ดื่มน้ำเพียงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนจะเร่งเดินทางต่อ จนในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเมืองเดโอะอย่างไร้อุปสรรค์ แต่ก็คลาดจากเรือขนสินค้าที่ เซดะและเพื่อนๆ ร่วมเดินทางไปแล้ว และก็คลาดกับคนของบ้านมินาโมโตอย่างที่เค็นจิต้องการจะให้เป็น

“ดูเหมือนจะปกติ…แผนการพวกมันยังไม่เปลี่ยน” เค็นจิบอก

“อูคาชิซัง ข้าจะตามไปส่งข่าวกับคนของมินาโมโต พวกเขาคงจะยังไม่ออกจากเมืองเดโอะ” โอคิตะ ทากิเสนอ พร้อมกับเตรียมจะชักม้าวิ่งออกไป

“ไม่ต้อง!” โอสุเกะ ฮิเดะโพล่งขึ้นก่อน ทากิหันไปสบตาคนทั้ง 2 สลับกันไปมา

“ข้าให้คนของเราไปส่งข่าวให้ฟูจิกาว่าได้รู้แล้ว…เราไม่มีเวลาพอ จุดหมายที่สำคัญยังรอเราอยู่ที่ท่าเรือของเมืองไดเซนยะ” เค็นจิอธิบาย ซึ่งนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ทากิหายสงสัย ขณะเดียวกันชายสวมหมวกปิดหน้าแต่งกายคล้ายพนักงานของท่าเรือก็เดินตรงเข้ามารายงาน

“เรือออกไปได้สัก 1 ชั่วโมงแล้วละ…พวกละครเร่จากมิเอะก็พลาดเช่นเดียวกับพวกท่าน”

“อูคาชิซัง!…ละครเร่” เสียงโอคิตะ ทากิตกใจ

“เค็นจิ เหมือนท่านจะมีบางอย่างที่ข้ายังไม่รู้” โอสุเกะ ฮิเดะ เห็นบางอย่างในแววตาคู่นั้น เลยได้โอกาสชิงถามขึ้นบ้าง

“อิเงะสึงิ เคนซึ กลับมาเร็วกว่าที่คาดการเอาไว้”

“จริงรึ!” ทั้งโอสุเกะ ฮิเดะและทากิก็อุทานขึ้นพร้อมกัน

“เอานี้…จะไปไหนก็ไป” เค็นจิส่งถุงดำให้คนของท่าเรืออย่างรำคาญ เมื่อเห็นเขายืนจ้องเหมือนจะอยากรู้สิ่งที่พวกเขากำลังสนทนากันอยู่

“ขอบคุณนายท่าน…” เขายื่นมือมารับ นาทีนั้นนิ้วของเค็นจิก็จงใจสะกิดเข้ากับฝ่ามือของอีกฝ่าย ชายคนนั้นเบี่ยงตัวเดินหนีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากดูเหมือนทั้ง 3 คนจะไม่ทันสังเกตเห็น หึๆๆๆ…(โง่ชะมัด)

“สายข่าว บอกว่าเห็นเขากลับมาเป็นหนุ่มวัย 20 ต้นๆ…ข้าว่างานของเราต้องลำบากมากขึ้นแล้วละ” เค็นจิบอกอีก

“จะเป็นไปได้อย่างไร…เขาจะ 80 ปีแล้วนะข้าว่าต้องจำคนผิดแน่ๆ”

“แต่ข้าเชื่อ เพราะเนื้อนางเงือกจะเลี้ยงผิวหนังและเสริมสร้างพลังสู่วัยที่แกร่งที่สุด” เค็นจิอธิบายเสียงเบาลงและเบาลง

“ท่านเดินทางต่อไปไหวไหม ดูท่าทางจะมีปัญหา” ทากิถาม ทันทีที่สังเกตเห็นกล้ามเนื้อแขนของเค็นจิค่อยๆ บีบรัดเข้าหากัน

“อ๊าก!….” เสียงความเจ็บปวดดังขึ้นในอาคารท่าเรือ ขณะเดียวกันร่างของเค็นจิที่อยู่บนหลังม้าก็ค่อยๆ รูดลง แต่ทากิก็เร็วพอที่จะกระโจนลงไปรับเขาเอาไว้ทัน

“เค็นจิ!…เป็นอะไรไป” โอสุเกะ ฮิเดะอุทานเสียงหลง

“ไม่นะ ท่านเค็นจิ…” โอคิตะ ทากิตะโกนลั่นพอกัน“อูคาชิซัง!….อู…”

“เรียกข้าทำไม” เสียงเค็นจิอีกคนดังมาจากระยะที่ไกลออกไป ทั้งสองเงยหน้าหันไปมอง เค็นจิคนนั้นยืนยิ้มให้ เขาพับแขนเสื้อสีขาวขุ่นที่เปื้อนเลือดก่อนจะดีดตัวเข้ามาหา แต่ทั้ง 2 ก็ยังลังเล

“วางมันลงได้แล้ว…ดูซะให้เต็มตาว่าร่างที่เจ้ากำลังอุ้มอยู่มันเป็นใคร” เค็นจิในร่างที่พึ่งดีดตัวเข้ามาพูดขึ้น ทั้งสองก้มมองร่างของเค็นจิที่หมดสติในอ้อมแขน…และในชั่วพริบตาร่างนั้นก็กลายเป็นคนงานท่าเรือที่พึ่งเดินจากไปเมื่อครู่

“มันเกิดอะไรขึ้น” ทากิอุทานพร้อมกับทิ้งร่างนั้นลงกับพื้นอย่างไม่ปรานี เขากระชากเสื้อของมันขาดจนเผยให้เห็นรอยสักรูปสายฟ้าสีดำผ่ากลางดาวสามแฉกที่หน้าอกด้านขวา

“ไอ้พวกห่า! นอกรีต” เขาพ่นคำด่าออกมาทางจมูก

“เจ้ารู้ได้ไง ว่าเป็นมัน” โอสุเกะ ฮิเดะปาดเหงื่ออย่างเสียรู้

“ตะวันตก รหัสดาวดวงที่ 3…ใช้รหัสนี้อ่านนัยน์ตาของทุกๆ คนที่พบ…ละครเล่ห์ของพวกนอกรีตได้เริ่มขึ้นแล้ว” เค็นจิอธิบายและกระโดดนำขึ้นหลังม้า “เราต้องออกเดินทางต่อเดี๋ยวนี้…”เขาสั่ง ทั้ง 2 จึงขึ้นหลังม้าของตัวเองแล้วเร่งความเร็วตามไปติดๆ

……….

การเดินทางระหว่างเมืองเดโอะ ไปเมืองไดเซนยะ เป็นเส้นทางที่พวกเขาไม่คุ้นเคย บางช่วงต้องไต่ไปตามสันเขาสูงและบางช่วงต้องลงเดินแข่งกับม้า ความเหนื่อยล้า ทำให้ต้องใช้เวลามากกว่าปกติ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงทางเข้าเมืองไดเซนยะจนได้   แต่ก็ต้องเจอด่วนตรวจของทหารลาดตระเวนอยู่หลายต่อหลายจุด ซึ่งนั้นก็ทำให้พวกเขาอดหวาดระแวงไม่ได้ว่า มันอาจจะเป็นฉากหนึ่งของละครเล่ห์ที่พวกนอกรีตใช้ถ่วงเวลาพวกเขา และมีหลายด่านที่เค็จจิไม่อยากเสียเวลาต่อล้อต่อเถียง เขาก็จะใช้พลังจากดวงตาที่เป็นมรดกของชิโนบิสะกดลึกบังคับพวกเขาให้หลับ ซึ่งมันก็ได้ผล

“พวกเจ้า 3 คน จะไปไหนกัน” เสียงทหารที่ยืนคุมด่านตรวจถามขณะที่พวกเขายังนั่งอยู่บนหลังม้า

“พวกข้า เป็นพ่อค้ากำลังจะเอาของไปลงเรือที่ท่าเรือ ไดเซนยะ” เค็นจิบอกจุดประสงค์อย่างขอไปทีและใช้รหัสลับอ่านเข้าไปในดวงตาของทหารที่ยืนอยู่ทีละคน

“พ่อค้าเหรอ…ไหนละสินค้าที่ว่า ข้าไม่เห็นมีสิ่งใดนอกจากตัวพวกเจ้ากับม้าสามตัว” ทหารที่พึ่งเดินออกมาจากป้อมตะคอกเสียงดัง พร้อมกับแสดงสีหน้าไม่พอใจข่มขู่ “เมื่อครู่ก็พวกละครเร่ไร้สติ…นี้ก็พ่อค้าไร้สิ่งของ” เขาบ่นรำคาญจนทั้ง 3 สะดุ้ง

(ฮิเดะคุง จัดการ เราไม่มีเวลาแล้ว) เขาใช้เสียงสื่อสั่งเพื่อนพลางพยักหน้าอย่างรู้กันบอกทากิ  พวกเขากระโดดลงจากหลังม้าแล้วเดินเข้าไปประกบตัวต่อตัว

“พวกท่านจะทำอะไร” ทหารคนเดิมถามพร้อมกับยกปืนยาวในมือขึ้นมาเล็งใส่ เค็นจิโค้งศีรษะก่อนจะเพ่งกระแสจิตออกจากดวงตาชิโนบิเข้าสู่ดวงตาที่แข็งกร้าว ไม่ทันไรปืนที่ถืออยู่ในมือก็หล่นพร้อมๆ ร่างที่ล้มลงไปกองอยู่กับพื้นดิน

“ข้าเสียใจที่ต้องทำเช่นนี้ อภัยด้วย” เสียงโอสุเกะ ฮิเดะดังขึ้น แต่สำหรับโอคิตะ ทากิ เขาไม่ได้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์พิเศษเยี่ยงนี้ กำปั้นและแรงทุบอย่างสุดกำลังจึงใช้แทนได้เช่นเดียวกัน

“เอาละเราไปต่อกันเถอะแต่ต้องระวังให้มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า…มองทุกอย่างที่เห็นเป็นปกติ ให้ผิดปกติ เข้าใจที่พูดนะ” เค็นจิย้ำ

“อื้อ!…” ทั้ง 2 พยักหน้าพร้อมกับกระโจนขึ้นหลังม้า อีก 30 นาทีพวกเขาก็มาถึงท่าเทียบก่อนเรือจะมาถึง 15 นาที

“ทากิ เข้าไปสำรวจในเรือ อย่าแสดงตัวให้คุณชายน้อยเห็น แล้วกลับมารายงาน” เค็นจิออกคำสั่ง พวกเขากระโดดลงจากหลังม้าปล่อยให้พวกมันไปกินหญ้ารออยู่ใกล้ๆ ทากิพยักหน้ารับพร้อมกับดึงชุดที่เตรียมไว้ใต้อานนั่งออกมาเปลี่ยน เขาเก็บชุดพลางเอาไว้ที่เดิมก่อนจะเดินแยกไป

“พวกมันต้องซุ้มรออยู่ที่ไหนสักแห่ง…จำเอาไว้เราจะลงมือก่อนพวกนอกรีตไม่ได้เด็ดขาด…ไม่เช่นนั้นจิตพิรุธของคุณชายน้อยจะไม่เชื่อเรา” เค็นจิกำชับ

“ดูเหมือนพวกนอกรีตจะไม่ใช่คนที่เราคุ้นเคยเลยสักคน…” โอสุเกะ ฮิเดะตั้งขอสังเกตเมื่อกวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ

“หากพลาดข้าจะเป็นคนไปกับเรือส่วนเจ้ากับทากิให้ไปดักรอข้าที่โอซาก้า…เรือจะวิ่งอ้อมสันเขาพวกเจ้าจะมีเวลาพักผ่อนครึ่งวัน”

“สบายใจได้…” โอสุเกะ  ฮิเดะรับปาก “ดูผู้หญิงที่ถือห่อผ้า 2 คนนั้นซิ…ข้ารู้สึกว่าพวกนางไม่ใช่หญิง” โอสุเกะ ฮิเดะพูดต่อ

“ข้าก็รู้สึกเช่นเดียวกัน…จับตาดูเอาไว้” เค็นจิกระซิบพร้อมกับใช้ประสาทสัมผัสเข้าไปดักฟังเสียงที่กำลังเกิดขึ้นภายในตัวอาคาร ซึ่งอันที่จริงเขาทำได้ไม่ดีเท่าไรนัก บางครั้งยังเคยโดนนินจาด้วยกันหลอกอยู่บ่อยๆ

พวกนอกรีต

#นรกชัดๆ…# น้ำเสียงพึมพำจนผิดธรรมดาดังเพียงครั้งเดียวแล้วก็เงียบไป กลุ่มคนที่รอลงเรือต่างนั่งออกันอยู่แน่นขนัดใต้หลังคามุงแฝก โดยมีทหาร 4 หรือ 5 คน ยืนตรวจตราสัมภาระอยู่ใกล้ๆ นอกจากผู้หญิง 2 คนที่โอสุเกะบอก ก็ไม่เห็นใครอีกเลยที่น่าสงสัย

“อย่างน้อยตอนนี้ก็มี 3” เขาพูดอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก “เราต้องแยกพวกมันให้ออก และนับหัวมันก่อนจะลงมือ” เค็นจิพูดต่อ แต่สายตาของโอสุเกะ ฮิเดะกำลังจับจ้องไปที่พ่อค้าที่แต่งชุดคล้ายคนจีนสวมหมวกปีกกว้างนั่งอยู่ข้างลังใส่เป็ดอย่างพินิจพิจารณา

“คนที่ 4 ด้านหลังพ่อค้าชาวจีน” โอสุเกะ ฮิเดะกระซิบ สักพักเสียงเครื่องยนต์เรือขนสินค้าขนาดใหญ่ที่รอคอยก็ดังใกล้เข้ามา พวกเขารอจนมั่นใจว่ามันจอดเทียบท่าสนิท เพียงไม่นานโอคิตะ ทากิ ก็เร่งเดินเข้ามารายงานอย่างรีบเร่ง แต่ดูเหมือนเขาจะรักษาภาพของพ่อค้าเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

“คุณชายน้อยรวมทั้งพวกเขาทั้งสองปลอดภัยดี”

“พวกนอกรีต มันจะมาไม้ไหนของมัน…อันที่จริงเวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้วนะ” โอสุเกะ ฮิเดะบ่นอย่างคนกำลังระแวง

“ตามมา…ข้าได้กลิ่นนอกรีตซะเต็มปอด พวกมันใกล้จะลงมือแล้วละ” เค็นจิบอกพลางดึงหมวกแบบทหารปิดอำพรางใบหน้า แล้วเร่งเดินนำเข้าไปต่อแถว

“ดูหนุ่มคนนั้น เขามีแผลเป็นที่คาง ตำแหน่งเดียวกับอิเงะสึงิ เคนซึเลยละ” โอสุเกะ ฮิเดะสะกิดบอก เค็นจิใช้หางตาเหลือบมองใต้ปีกหมวกและในที่สุดเขาก็มั่นใจเมื่อเห็นแววตาที่คุ้นเคยหันมาทางพวกเขาและมันก็ผ่านไปเฉยๆ

“ใช่…นั้นละเขา ดูดีทีเดียว ยังกับเด็กหนุ่มวัย 20 ” เค็นจิกระซิบตอบ “เราสังหารเขาไม่ตายแล้วละตอนนี้ พยายามเลี่ยงอย่างประทะ เพราะมันได้ไม่คุ้มเสีย”

“อื้อ!”

#นรกชัดๆ…# เสียงกร่นด่าดังขึ้นจากคนเดิมอีก แต่คราวนี้

                เปรี้ยง!…พึ้ม!เสียงระเบิดจากภายในตัวอาคารดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นไปบนอากาศ หลังคามุงแฝกยุบหวบหายไปในกลุ่มควัน เสียงผู้คนกรีดร้องดังลั่น

“ไม่นะ…” โอสุเกะ ฮิเดะอุทาน สักพักร่างที่โผจากเงาสู่เงาก็พุ่งทะยานเข้าห้ำหันกัน

“โจอาน!” เค็นจิหลุดอุทานเมื่อเห็นไชอินาริ โจอานพุ่งทะยานพาร่างที่อ้วนกลมเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆ

“พี่มิกิ…” โอคิตะ ทากิในชุดพ่อค้าอุทานขึ้นบ้าง

“บ้าที่สุด มิกิจัง…” โอสุเกะ ฮิเดะกัดฟันด่าออกมาอย่างหัวเสีย

“ข้าสั่งเจ้าไปทำอะไร มิกิจัง” เค็นจิกระแทกเสียงใส่หน้า

“แล้วท่านละ เค็นจิ ท่านกำลังทำอะไร ข้างสงสัยแต่แรกแล้วว่าท่านต้องมีแผนการบางอย่าง ข้าเลยนำพวกของเราตามมา…ดูซิพวกท่านมีกันแค่ 3 คน แต่พวกมันมีเป็นร้อย ท่านจะเอาปัญญาที่ไหนไปสู้” นางตอกกลับอย่างหัวเสีย แต่เสียงเรือขนสินค้าที่จอดเทียบท่า…อยู่ๆ ก็คำรามขึ้นเหมือนจะแล่นออกจากตรงนั้นไปให้เร็วที่สุด

“ถ้าอย่างนั้น พวกเจ้าจัดการให้เสร็จ แล้วไปรอข้าที่โอซาก้า” เค็นจิตะโกนใส่ ก่อนเขาจะดีดตัวหายเข้าไปในกลุ่มควันสีขาวอย่างรวดเร็ว

“เค็นจิ…เค็นจิ บ้าเอ้ย…บอกให้ข้ารักษาตัวให้สมกับที่ข้าเป็นห่วงก็ยังดี” มิกิพร่ำตามหลัง แต่นางก็ไม่มีเวลามาเสียดาย ร่างบอบบางในชุดพลางสีดำดีดตัวสูงพร้อมกับชักดาบคู่ที่ติดอยู่ด้านหลังพุ่งเข้าใส่เงาที่พาดผ่าน นางเสียบปลายมีดทะลุอกนินจาหนุ่มที่กำลังเงื้อมดาบ พร้อมกันสองคน ก่อนจะพ่นเข็มพิษที่ซ่อนไว้ในปากใส่ท้ายทอยนินจาในระยะประชิดอีกคน แต่มันก็ดีดตัวเพื่อหวังจะหนีสักครู่ร่างในเงาที่ลอยอยู่กลางอากาศก็หล่นวูบตกลงไปกระแทกพื้นดินเสียงดัง… “ชิ!…เด็กน้อยชัดๆ” นางสาปส่งก่อนจะดีดตัวต่อไปยังท่าเทียบเรือ นางได้แต่ยืนมองในขณะที่เรือขนสินค้ากำลังแล่นห่างออกจากฝั่ง แต่ทันใดนั้นร่างในเงาสีดำก็พุ่งตามเรือไปอย่างไม่คิดชีวิต นางเห็นเขาใช้ปลายเท้าสะกิดผิวน้ำ 2 ครั้งก่อนจะขึ้นเรือไปได้

“โจอาน…” มิกิอุทานและสะบัดดาวกระจายที่ซ่อนในแขนเสื้อใส่นินจาอีก 5 คน ที่หวังจะเลียนแบบเขา จนพวกมันจะลอยค้างอยู่กลางอากาศก่อนจะหล่นกระแทกน้ำจมหายไปกับความตาย

“ชิ!…ไอ้ พวกนอกรีต”

#นรกชัดๆ…มันขึ้นเรือไปได้#

……….

หากผิดพราด………………….กับเรื่องเดิมเป็นครั้งที่ 2

จงเชื่อเถอะว่า….. มันคือสันดานของพวกนรกชัดๆ

ยูกาว่า ชิการุ

……….

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →