อนุชาย ตอนที่ 27

ผมรักเค้าครับพ่ออนุชาย ตอนที่ 27 ผมรักเค้าครับพ่อ

หลายวันต่อมาหลังจากตำรวจจับคนร้ายและมือปืนที่กำลังพยามหลบหนีเข้าไปในประเทศกัมพูชาได้ครบทุกคน ท่านผู้หญิงแขไขพร้อมคนขับรถคู่ใจก็ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบไปเชิญตัวถึงบ้านพักในสนามกอล์ฟเซอร์แจ๊คสัน กลางดง จ.สระบุรี ส่วนนารานางนกต่อถูกตำรวจกันตัวไว้เป็นพยาน

และก่อนหน้านี้ในห้องทำงานที่บ้านตระกลูเชาว์

“อาเฮียอั้ว! ถูกพี่สะใภ้หลอก อาเฮียต้องช่วยอั้วนะ” อนุชาละล่ำละลักกับพี่ชาย 2 คนที่กำลังยืนกอดอกเครียดจ้องน้องคนเล็กอย่างคนตำหนิ เมื่อพี่ชายคนโตไม่ยอมปริปากเขาก็หันไปหาอีกคน “อาเฮียชาญ อั้ว! เป็นน้องชายลึ นะ ลึอย่าทิ้งอั้ว! นะ ช่วยอั้วด้วย ลึ 2 คนเป็นพี่ชายอั้ว พวกลึ ต้องช่วยอั้วซี่ อาเฮีย อาเฮีย อั้วสำนึกผิดแล้ว ช่วยอั้วด้วย”

ทั้งอนุชาติ และอนุชาญ ได้แต่นิ่งเครียดกระทั้งตำรวจนอกเครื่องแบบกรูกันเข้ามารวบตัวเขาถึงในห้อง

“เมียลึ! เป็นผู้หญิงแพศยามาตั้งแต่แรก นอนกับอั้ว นอนกับผู้ชายไม่เคยซ้ำหน้า เวลานี้ อีกากีนั้นก็ยังเอาคนขับรถเป็นผัวอีกคน ลึ! จงรับรู้เอาไว้ด้วย และ และ ยังบังคับอั้ว! ใช้ยาพิษกับพี่สะใภ้ใหญ่ รวม ถึงอา อนุชัย ลูกชายลึ! ด้วย อาเฮียใหญ่ อาเฮียรองได้ยินไหม…พวกลึ! ได้ยินอั้วไหม อั้ว! ไม่ผิด อั้ว! ไม่ผิด” อนุชาแหกปากหลุดทุกอย่างออกมาลั่นบ้านจนอนุชาญหน้าเสีย แต่อนุชาติกลับนิ่งเฉยราวกับรูปปั้น เมื่อตำรวจลากอนุชาออกจากห้องไปแล้ว อนุชาญจึงหันมาหา

“อาเฮีย!….”

“อาชาญเมียอั้ว! ชื่อพวงพร นอกนั้น…อั้ว! ไม่เคยหลับนอนกับใคร” อนุชาติบอก ใบหน้าเฉยเมยทำให้อนุชาญปล่อยสายตาสงสัยให้พี่ชายเห็นหนักเข้าไปอีก

“แล้วแครายละอาเฮีย”

“แครายเป็นลูกสาวอั้ว! แต่พ่อจริงๆ คือเพื่อนรักของอั้วเอง”

“ดร.ชวนนท์ นั้นนะ” อนุชาญตาลุกโพลง

“อื้อ….แครายเป็นคนชุบชีวิตอั้ว! อาชาญ ถึงเธอจะไม่มีเลือดตระกูลเชาว์อยู่ในตัวแม้แต่หยดเดียว แต่เธอก็เป็นคนตระกูลเชาว์สมบูรณ์แบบ”

“รวมทั้งอนุชัย เชาว์ ด้วยใช่ไหม” อนุชาญถามเรียบๆ

อนุชาติสะอึก “อั้วก็ปรารถนาเช่นนั้น แต่ในเมื่ออั้ว!ไม่สามารถปกป้องเขาได้ ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับว่า เขาจะเลือก ธารากรณ์ หรือ เชาว์”

“อาเฮีย!….”

“ไปเถอะ ยังมีธุระที่ต้องทำอีกเยอะ อย่างไรเสีย อนุชา ก็เป็นน้องชายของเรา”

“ครับพี่ใหญ่”

หลังจากนั้น 1 เดือนที่บ้านสายสกุล

ดร.ชวนนท์ สายสกุล เรียกบุตรชายเข้าพบ 10 โมงเช้าวันเสาร์สิ้นเดือน เขายืนหันหลังไล่ดูภาพถ่ายของบรรพบุรุษในกรอบไม้สักสลักลายลงทองที่แขวนเรียงกันบนผนังไปทีละภาพ ทีละแผ่น กระทั้งความรู้สึกบอกถึงใครบางคนเปิดประตูเข้ามายืนเงียบๆที่ด้านหลัง น้ำเสียงเรียบจึงดังขึ้น

“ปู่ของปู่เป็นคนตระกูล บูโตะ มาจากเมืองชิมะ จังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น เขาเข้ามาเมืองไทยมาเจอกับสาวจีนแซ่ชือ ทั้งคู่ร่วมกันทำมาหากินจนมีปู่ของเรา” ดร.ชวนนท์ขยับไปยังภาพชายหญิงแก่ๆ อีกภาพ “ปู่ได้แต่งงานกับสาวไทยแท้ๆ และสร้างเนื้อสร้างตัวกระทั้งมีพ่อ” ดร.ชวนนท์หันไปดึงแขนบุตรชายเข้ามาโอบไหล่ขณะที่สายตาพวกเขาไปตกที่ภาพวาดสีน้ำมันใหญ่ ที่มีรูปตัวเองกับคุณหญิงพวงพรกำลังยิ้ม “พ่อเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของอาอนุชาติ” ดร.ชวนนท์กลืนน้ำลายที่กำลังเริ่มหนืด “ในวันแต่งงานของอาอนุชาติกับพวงพร พ่อหมายถึงแม่ของอนุชัยนะ พ่อได้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว และข้างๆ เจ้าสาวผู้แสนสวยก็มีหญิงสาวคนหนึ่งโดดเด่นไม่แพ้กัน เราถูกคนทั้งงานแซวว่าเหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยก สุดท้ายมันก็เป็นจริง พ่อยอมรับว่าในชีวิต…พ่อเองก็เคยผิดพลาดมาหลายเรื่อง” เขากระชับไหล่บุตรชายให้แน่นขึ้น “ถ้าพ่อมีลูกชาย 2 หรือ 3 คนพ่อก็จะปล่อยชายเป็นอิสระ แต่เมื่อสายสกุลมีทาญาติชายเพียงคนเดียว พ่อเลยอยากจะขอบางอย่าง” เขาหันไปเผชิญหน้าตรงๆ “ชายฟังพ่อให้ดีนะ” เขาหยุดยิงสายตาจริงจังอย่างที่ชานนท์ไม่เคยเห็น

“คุณพ่อ”

“พ่อไม่ได้กีดกั้นความรักที่ชายมีให้อนุชัย จะรูปแบบไหน พ่อจะเดาผิดหรือถูกไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่แกนหลักที่พ่ออยากจะขอก็คือ บ้านบูโตะ บ้านแซ่ซือ และบ้านสายสกุลอยู่ในกำมือของชายคนเดียว ชายจงมองไปอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้าว่า…ชายอยากจะอยู่ส่วนไหนของห่วงโซ่สังคม” ดร.ชวนนท์ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาบุตรชาย “ชาย…โอกาสทั้งหมดมาถึงแล้ว แต่งงานกับหนูกุ๊งกิ้ง ลูกสาวท่านนายยกรัฐมนตรีทักพงศ์หลังเรียนจบซะ”

กระนั้น….คำสุดท้ายทำเอาชานนท์ถึงกับเซถอยหลังไปหลายก้าว “คุณพ่อ”

“อีก 2 เดือนก็เรียนจบแล้วไม่ใช่รึ” ดร.ชวนนท์ลากชานนท์ไปนั่งลงเก้าอี้ ตัวเองก็เดินอ้อมไปนั่งลงอีกฝั่ง เขาดึงลิ้นชักแล้วหยิบกระดาษเก่าๆ ออกมาวางลงตรงหน้า “พ่อไม่ห้ามถ้าจะยังคบกับอนุชัย แต่พ่ออยากให้เขาไปดูแลศูนย์อัญมณี “บูโตะชิมะ” ที่เมืองชิมะ จังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่นแทนพ่อ นี้คือบ้านของปู่ สมัยเด็กๆ ชายก็เคยไปเที่ยวครั้งหนึ่ง ปัจจุบันบ้านหลังนี้ตกเป็นของพ่อโดยสมบูรณ์ เก็บอนุชัยไว้ที่นั้น ถ้าจะรักกันก็รักกันเงียบๆ ที่นั้น….พ่อจะไม่ว่าอะไรชาย ไม่ต่อลองอะไรชายอีก” ดร.ชวนนท์ขยับเอกสารให้ชานนท์เห็นพลางตีหลังมือเขาเบาๆ

ชานนท์ดึงเอกสารมาพิจารณา มันเป็นเอกสารที่ออกโดยรัฐบาลญี่ปุ่น แต่ก็มีภาษาอังกฤษแทรกอยู่เป็นระยะๆ “ถ้าชายเก็บเขาไปไว้ที่นั้น….อนุชัยก็คือ…ไข่มุกแห่งชิมะ”

“เมียน้อย”

“ไม่ใช่เพชร”

“เมียหลวงสำหรับลูกจะต้องเป็นหนูกุ๊งกิ้งเท่านั้น ให้อนุชัยไปดูแลกิจการฟาร์มไข่มุกที่มิเอะ เป็นทางออกดีที่สุดสำหรับลูก 2 คนและสำหรับเรา”

“คุณพ่อ…..ผมรักเค้า ผมรักเค้าครับพ่อ”

และค่ำคืนเดียวกัน ดร.ชวนนท์สายสกุล คุณหญิงพวงพร บุตรชาย พร้อมกับนายยกรัฐมนตรีทักพงศ์ ภริยา หนูกุ๊งกิ้งพร้อมครอบครัวก็นัดทานอาหารเย็นด้วยกันที่สวนอาหารสะบันงาเป็นการส่วนตัว บรรยากาศแช่มช้อยเรียบๆ  แต่เจ่ดวงกลับจมเครียด…เธอฝืนเบิกบานได้ในยามที่จำเป็น และเมื่อเวลากำลังจะข้ามเข้าสู่วันใหม่ ชานนท์จึงขออนุญาตปลีกตัวมาเข้าห้องน้ำ แต่เขากลับกดโทรศัพท์มือถือเข้าอีกเบอร์หนึ่ง

เมื่อปลายสายเปิดรับ “นายนอนรึยัง”

(อื้อ หึ…กำลังจะ)

“ปิดไฟรึยัง”

(อื้อ หึ)

“ห่มผ้ารึยัง”

(อื้อ หึ)

“หลับตาซะ ฉันกำลังมุดเข้าผ้าห่มแล้วนะ”

(อื้อ หึ)

“ฉันนอนข้างๆ นายแล้วนะ”

(อื้อ หึ)

“ขอจูบหน่อย”

(ครับ)

“ฝันดีนะ…นายนกป่าของฉัน”

เจ่ดวงเช็คมอนิเตอร์อยู่ในห้อง  เธอได้ยินเสียงสนทนาของทั้งคู่ชัดเจน ถึงกับยกมือขึ้นปิดปากกดเสียงสะอื้นให้เบาที่สุด….

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →