ปักษาคืนรัง2

นินจาเลือดซามูไร บทที่ 12

ปักษาคืนรัง2ปักษาคืนรัง2 ท้องฟ้าสีเทาจางๆ สงบนิ่งราบเรียบตั้งแต่ขอบฟ้าเหนือยอดเขาที่สูงชันทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

ปักษาคืนรัง2

เมืองคาโกคุมะ

ท้องฟ้าสีเทาจางๆ สงบนิ่งราบเรียบตั้งแต่ขอบฟ้าเหนือยอดเขาที่สูงชันทางทิศตะวันออกเฉียงใต้อ้อมจรดทิวเขาไกลๆ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  จันทร์เสี้ยวกำลังย้ายตำแหน่งค่อนไปทางทิศตะวันตก ไม่บ่อยนักที่จะเห็นมันกลางพายุหิมะที่กำลังโปรยปรายเช่นคืนนี้ เงาทะมึนของต้นสนมซึที่ขึ้นเป็นแถวยาวลดลั่นไปตามไหล่เขาทางตะวันตกมันเลือนรางในม่านสีขาว แต่ชั่วขณะนั้นเองก็มีบางอย่างเกิดขึ้น

ม้าสีขาว 2 ตัว โจนทะยานออกมาจากราวป่า ความเร็วของมันมาพร้อมกับความเงียบที่น่าพิศวง  ไม่มีเสียงเคลื่อนไหวจากกีบเท้าที่ตะกุยหิมะไปตามรายทาง และไม่นานนักรอยเท้าตามหลังที่เป็นทางยาวก็ถูกหิมะทับถมจนราบเรียบ มันลดความเร็วช้าลงในขณะที่เดินไปตามถนนเล็กๆในเมืองคาโกคุมะ เป้าหมายคือบ้านหลังใหญ่ ที่เจ้าของห้ามเรียกว่าปราสาทบนเนินเขาที่สวยงามทางทิศตะวันออก สัญญาณมือคนนำทางบอกให้ม้าตัวที่ตามหลังมาเลี้ยวซ้ายมุมถนน ร้านค้าในเวลานี้ปิดเงียบ ไม่มีแสงไฟจากดวงโคมเล็ดลอดออกมา ทุกชีวิตกำลังหลับได้ที่ มีเพียงสุนัขที่ขังอยู่ในกรงเพียงไม่กี่ตัวที่ได้กลิ่น มันเห่าได้เพียงครั้งเดียวก่อนดวงตาที่แฝงไปด้วยพลังงานลึกลับจะสะกดมันนิ่งหลับทั้งๆที่ยังยืนอ้าปากกว้างอยู่ในท่านั้น

“ใกล้จะยามสามแล้ว เราต้องรีบแล้วละ เดี๋ยวคุณชายจะตื่นซะก่อน” เสียงนินจาในชุดพลางสีขาวดังแผ่วเบาๆ

“ยังพอมีเวลา…” อีกคนโต้กลับ ในขณะกำลังนั่งประคองร่างเด็กหนุ่มวัยใกล้ 16 ปีบนหลังม้าตัวที่ตามหลัง

“ปราสาทมินาโมโต อยู่ด้านหน้า เอาสายจูงมาให้ข้า แล้วเจ้ารีบไปจัดการกับซามูไรที่ป้อมยามให้เรียบร้อย…” เสียงคำสั่งจบลงอีกคนพยักหน้ารับ เขาส่งสายจูงให้ ก่อนจะดีดตัวลอยข้ามบ้าน 2 หลังมุมเลี้ยวหายไป

“คุณชายอดทนอีกนิด จวนจะถึงบ้านแล้ว” เสียงพูดดังลอยๆจากคนที่กำลังบังคับม้าสองตัวให้เลี้ยวไปตามทางโค้ง เขาตีแส้บังคับนำให้เลี้ยวขวาและบังคับมันมุ่งตรงสู่ปราสาทบนเนินเขา ความมืดไม่ได้เป็นอุปสรรค์ในการมองเห็นตัวหนังสือสีทองหวัดๆที่แกะสลักบนแผ่นหินสีเทาขนาด 2 ฝ่ามือที่เขียนว่า บ้านมินาโมโต โดยมีรูปดอกซากุระประดับอยู่รอบๆ ติดกระจายอยู่ทุกช่องของกำแพงหินสูงตลอดความยาวกว่า 1 กิโลเมตร

ทันทีที่ม้า 2 ตัวมาถึง ประตูรั้วก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา ร่างของซามูไร 3 คนที่ป้อมยามที่หลับสนิทอยู่คนละมุม เหมือนพวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะหลับในท่าทางที่แปลกประหลาด…

#เฝ้าระวังจนกว่าพวกข้าจะกลับออกมา#เสียงกระซิบในความเงียบจากนินจาที่นั่งอยู่บนหลังม้า ก่อนนินจา 6 คนที่ยืนเรียงกันในชุดพรางสีขาวจะโผวูบหายไป

“ตามข้ามา…” นินจาอีกคนเผยตัวใกล้ๆ เขารับสายจูงที่ฝากไว้ก่อนจะเดินนำหายเข้าไปในเงาของต้นซากุระ ที่ตอนนี้เหลือแต่กิ่งก้านและเกล็ดน้ำค้างแข็งเกาะอยู่เต็มต้น พวกเขาช่วยกันนำร่างที่หลับสนิทลงมาและอุ้มเข้าไปวางไว้ใต้ชายคาที่แห้งสนิท ทั้งคู่ยืนนิ่งก่อนอีกคนจะนั่งลงและกระชับชายกิโมโนสีดำของเด็กหนุ่มให้เข้าที่ เพื่อไม่ให้ความหนาวเย็นเล่นงานในขณะที่ยังหลับอยู่ด้านนอก

“ลาก่อน คุณชาย” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆพร้อมกับโค้งศีรษะต่ำ อีกคนดึงซองจดหมายออกจากพกเสื้อและนำเข้าไปยัดไว้ในตัวเขาอย่างระมัดระวัง

“ข้าจะทนคิดถึงคุณชาย ให้ถึงที่สุด” เสียงห้วนๆ แต่บาดลึกจนคนที่ยืนอยู่ข้างถึงกับสั่นเทิ้ม “และจะไม่มีวันอ่อนแออีก…ต่อจากนี้…”ร่างสีขาวที่ยืนนิ่งโงนเงนไปมา “คุณชาย!…ข้าขอบคุณที่ชุบชีวิตคนเผาถ่านอย่างข้า…ให้ยืนหยัดเคียงข้างท่านในเวลานี้” เขาทรุดลงนั่งและหมอบลงกับพื้นหิมะ

“เร็วเข้า!…เจ้าต้องนำม้าออกไปรอข้างนอก…เดี๋ยวข้าจะปลุกคนในบ้านให้ตื่น…ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่สบายใจจนถึงหุบเขา” พูดจบร่างสีขาวก็ไม่รอฟังเสียงตอบกลับ เขาโจนทะยานไปทางสวนหลังบ้านราวกับเคยมาที่นี้หลายครั้ง

“ลาก่อน!…” สิ้นเสียง ม้าสีขาว 2 ตัวก็ถูกบังคับให้เดินออกไปรอที่นอกประตู

          #แกร๋ๆ…แกร๋ๆ…แกร๋ๆ #เสียงร้องของนกกระเรียนมงกุฎแดงดังขึ้นพร้อมกับเสียงตีปีกพรึบๆของมัน

             #ท่านพี่…ข้าเห็นแสงไฟจากห้องเลยเข้ามาดู#

#นกกระเรียนหลังบ้าน…หนีไปอีกตัวแล้วใช่ไหม#

                #ข้าได้ยินเสียงร้องของมันเช่นกัน#เสียงพูดคุยดังขึ้นในห้องหนึ่งของเรือนน้ำชา และร่างในชุดพรางสีขาวก็กระโดดขึ้นหลังม้าที่รออยู่ พวกเขาควบมันหายไปในม่านหิมะ ก่อนอีก 6 คนที่พรางตัวอยู่รอบๆ จะเผยตัวและพุ่งตามไปติดๆ

……….

 ข้านำตัวคุณชายมาคืนตามสัญญา

อูคาชิ ยาสุ

……….

อีก 1 ชั่วโมงต่อมา

                ฟูจิกาว่าอ่านจดหมายที่ติดมากับเด็กหนุ่มปริศนา สักพักเขาก็ละสายตาจากมันจ้องไปยังร่างที่ยังคงหลับลึกอยู่ใต้ชายคาทางเข้าด้วยความรู้สึกเจ็บปวดและยินดีไปพร้อมกัน

“โคทาโร่ 10 ปีเชียวนะ…แต่ใบหน้าของเจ้าก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด…” ฟูจิกาว่าพูดออกมาลอยๆ ทำเอาคนใช้และซามูไรที่นั่งนิ่งถึงกับสะดุ้งหน้าตื่น

“โคทาโร่ โคทาโร่ โคทาโร่คุง” เขาแผดเสียงดังพร้อมกับน้ำตาซามูไรที่มีค่ายิ่งกว่าเพชรอะโออิก็ทะลัก

“ท่านพี่ โคทาโร่ต้องการหมอ” เสียงคุณนายไอเรียกสติ

“หมอ โทชิ! …ไปตามหมอ คัทซึรุ โทชิ มาเดี๋ยวนี้” ฟูจิกาว่าแผดเสียงสั่ง ซามูไรสามสี่คนที่ยืนถือโคมไฟอยู่รอบนอกโค้งศีรษะก่อนจะวิ่งออกนอกประตูหายไปอย่างรวดเร็ว

“ข้าอุ้มคุณชายเองนายท่าน” เสียงซากาโตะ คัทซึตะดังที่ด้านหลัง เขาเข้ามาช้อนร่างที่กำลังหลับของเด็กหนุ่มแล้วเดินไปตามระเบียงไม้

“เอาโคทาโร่ไปที่ห้องเดิมของเขา” ฟูจิกาว่าเร่งตามหลัง โดยมีขบวนของคุณนายมินาโมโต ไอเดินแยกหายเข้าไปในครัว

“เร่งต้มน้ำอุ่นเร็วเข้า…โอฟูริเจ้าช้าเกินไปไม่ต้องให้ รินะจังทำแทน…เร็วเข้า”

“เจ้าคะนายหญิง”

#เร่งจุดโคมไฟทุกดวง…#เสียงสั่งการจากซามูไรที่อยู่ด้านล่างแว่วเข้ามา ไม่นานปราสาทมินาโมโตตอนยาม 3 ก็สว่างขึ้นพร้อมๆกัน ทุกคนในบ้านต่างพบกับความยินดีและตกใจที่ไม่มียามุดะไปพร้อมๆ กัน

และเช้าวันรุ่งขึ้นข่าวการกลับมาของคุณชายมินาโมโตและการหายตัวไปของยามุดะ ก็แพร่สะพัดออกไป เหล่าซามูไรและคนใช้ ไม่รู้จะจัดงานเฉลิมฉลองหรือจะไว้อาลัยให้กับคุณนายมินาโมโต ยามุดะ กันแน่ บรรยากาศจึงเป็นไปอย่างอึมครึมเหมือนกับท้องฟ้าเวลานี้ไม่ผิดเพี้ยน

ฟูจิกาว่านั่งอ่านจดหมายที่ติดตัวโคทาโร่รอบแล้วรอบเล่าอย่างไม่เคยเบื่อ เหมือนเขาอยากจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตัวอักษรเพียงไม่กี่ตัวนั้นให้จงได้ “อูคาชิ ยาสุ…อูคาชิ ยาสุ เป็นใครกัน” เขาพึมพำ “อูคาชิ ยาสุ!” และเขาก็พ่นน้ำเสียงที่เครียดแค้นออกมาพร้อมกับลมหายใจที่ร้อนผ่าวๆ

“คุณชายฟื้นแล้ว นายท่าน” เสียงหมอคัทซึรุ โทชิ ทำให้ฟูจิกาว่ารีบขยับตัวเข้าไปกุมมือเด็กหนุ่มเอาไว้แน่น

“นี้ ข้า อยู่ที่  ไหน” เสียงเด็กหนุ่มดังเบาจนฟูจิกาว่าต้องก้มลงไปกระซิบตอบใกล้ๆ

“โคทาโร่   โคทาโร่คุง…” ฟูจิกาว่าเรียกชื่อเขาซ้ำๆหลายครั้ง จนเด็กหนุ่มค่อยๆหันมามองช้าๆ

“ท่าน เป็น ใคร”

“พ่อไงลูก…พ่อของเจ้าไง” ฟูจิกาว่าเสียงสั่นเครือ มือที่กุมมือของเด็กหนุ่มกลับสั่นหนักเกินคำพูดที่เขาพยายามควบคุมให้นิ่ง

“บ้านมินาโมโต…บ้าน มิ นา โม โต” เขาพูดได้เพียงเท่านั้นก่อนจะหมดสติไปอีก

“โคทาโร่คุง..เจ้าจะเป็นอะไรไม่ได้นะ…โทชิ โทชิ ลูกข้า”

“คุณชายอยู่ด้านนอกนานเกินไป เขากำลังมีไข้ขึ้นสูง…แต่ไม่เป็นไรข้าจะดูแลให้ดีที่สุด” น้ำเสียงเรียบๆ ของหมอโทชิพอจะบรรเทาอาการตื่นกลัวของฟูจิกาว่าได้บ้าง แต่ 10 ปีที่ผ่านมากับภาพแรกที่เห็น มันช่างเจ็บปวดจนแทบจะกระอักออกมาเป็นลิ้มเลือดเสียให้ได้

“ข้าให้ยาคุณชายแล้วละ…ตอนนี้ก็ให้พักผ่อนมากๆ” โทชิแนะในขณะกระชับผ้าห่มอีกผืนให้หนาขึ้น

“ลูกข้าจะไม่เป็นไรใช่ไหม” ฟูจิกาว่าถาม

“ตอนนี้คุณชายปลอดภัยแล้ว…พอตื่นก็ให้เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น ปะเดี๋ยวไข้ก็ค่อยๆ ลดลงไปเอง…”

# พวกเจ้ารีบไปเตรียมน้ำอุ่นเอาไว้อีก#เสียงคุณนายมินาโมโต ไอ ดังขึ้นที่หลังประตู เหมือนนางก็เป็นกังวลไม่แพ้กัน

#เจ้าคะ…#

#โอฟูริ…เจ้าลืมเตรียมน้ำชาแล้วนะเช้านี้#

#โอ้!…ใช่….ข้าจะไปเดี๋ยวนี้เจ้าค้าๆๆ#

………..

ดั่งปักษา        หวนคืน          สู่รวงรัง

ดั่งแสงจันทร์  อาทิตย์ส่อง กลางหนาว

ดั่งความสุข         หวนคืน    มาอีกคราว

ดั่งแสงดาว    พราวพร่าง  แสนล้านดวง

มินาโมโต โคทาโร่

………..

                #…แกร๋ๆ แกร๋ๆ แกร๋ๆ #นกกระเรียนมงกุฎแดงหลายตัวร้องประสานเสียงขึ้นพร้อมๆกัน ทะเลสาบที่กำลังแข็งเป็นหินหลังบ้านมินาโมโตกำลังมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง หิมะที่ตกติดต่อกันหลายวันเริ่มหยุดเป็นช่วงๆ ทุกอย่างที่อยู่นอกหน้าต่างขาวโพลนตั้งแต่ริมขอบวงกบจนกระทั้งไกลข้ามภูเขาข้างหน้าจนสุดลูกหูลูกตา

#…แกร๋ๆ แกร๋ๆ แกร๋ๆ…#และเสียงแหลมเล็กปวดแก้วหูของมันก็ปลุกให้คนหนึ่งที่กำลังนอนซมพิษไข้อยู่บนเตียง เด็กหนุ่มกระพริบตาถี่ๆหลายครั้งก่อนจะกวาดมองไปรอบๆห้องที่ไม่คุ้นชินแต่รู้สึกคุ้นเคยอย่างพินิจพิจารณา

“ตื่นแล้วเหรอ คุณชาย”เสียงชายแก่ที่นั่งหลบอยู่มุมหนึ่งทักขึ้น เขาพาชุดกิโมโนสีเทาที่หนาหลายชั้นเดินเข้ามาหา โคทาโร่พยักหน้าบอก เขาจับแขนและอิงหลังมือสากๆที่หน้าผาก สักครู่ก็ถอยออกไปนั่งลงกับพื้นอย่างเกรงๆ เสียงคนใช้เลื่อนประตูเปิดเข้ามาทีละชั้น ก่อนชายวัยกลางคนจะปรากฏตัวขึ้น

“คุณชายพึ่งรู้สึกตัวเมื่อครู่…ข้ากำลังจะให้คนไปตามท่านอยู่เชียว” คัทซึรุ โทชิแจ้งเสียงเรียบๆ

“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง โคทาโร่” ฟูจิกาว่าเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความยินดีทั้งในน้ำเสียงและรอยยิ้มที่ฉายออกมาพร้อมกัน

“ท่านคือ…” โคทาโร่จ้องใบหน้าอย่างคลางแคลง

“พ่อไง…พ่อของเจ้าไง” ฟูจิกาว่าบอกเสียงเรียบๆ พลางจ้องใบหน้าเด็กหนุ่มที่พึ่งตื่นอย่างไม่วางตา เหมือนกระหายอยากมานานแสนนาน

“ฟูจิกาว่า ท่านคือพ่อข้า ข้าจำได้รางๆ…ท่านคือพ่อข้า” ดวงตาเขาเปล่งประกายพร้อมๆกับคำพูดนั้น สักพักเสียงเลื่อนประตูเปิดก็ใกล้เข้ามาอีกคน

“คุณชายเป็นอย่างไรบ้าง…โทชิคุณนาย ไอ ถามชายคนที่นั่งหมอบอยู่อย่างตั้งใจ

“ให้คุณชายดื่มยาติดต่อกับอีกสามเวลา ก็จะเป็นปกติ…ไม่มีอะไรน่าห่วง”เขาเงยหน้าตอบ

“ขอบใจเจ้ามากโทชิ ที่ช่วยดูแลลูกข้า” ฟูจิกาว่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยินดีไม่น้อย ในขณะที่โคทาโร่ก็กอดเขาแน่น

“ข้าเต็มใจและดีใจเป็นที่สุด…หากมีอะไรให้คนไปตามข้าได้ทุกเมื่อ”

“อ้าว!…เจ้าจะกลับแล้วหรือ…ไม่รอให้หิมะละลายสักหน่อยค” คุณนายไอพูดเสริมขณะวาดสายตามองออกไปด้านนอก

“ข้าเป็นห่วงที่บ้าน…ทิ้งเมียและลูกไว้เพียงลำพังตั้งแต่เมื่อคืน” โทชิตอบ

“เออ…ใช่เจ้าก็พึ่งได้บุตรชายนิ…ข้าดีใจด้วย” ฟูจิกาว่าหันไปพูดตื่นๆ “ไอ…จัดค่ารักษา ของขวัญตอนรับสมาชิกใหม่ และให้คนม้าพาคัทซึรุซังไปส่งให้ถึงประตูบ้าน” ฟูจิกาว่าสั่งและผงกหัวแสดงความยินดีกับเขาอีก

“เจ้าคะ…ท่านพี่” คุณนายไอ ก้มหัวนิดๆ นางถอยหลังเดินซอยเท้าสั้นๆ เป็นตุ๊กตาออกจากห้องด้วยอาการเร่งรีบ

“ขอบคุณท่านมาก…ข้าต้องขอตัว” โทชิบอกลาสั้นๆ รอยยิ้มที่ฉายออกมาในเช้าวันนี้ เป็นรอยยิ้มที่เต็มเปรี่ยมไปด้วยความยินดีโดยแท้

………..

ก้าวสู่……โลกใหม่…….. ด้วยหัวใจ…ทระนง

ทุกย่างก้าว…มั่งคง………ดุจสิงขร…หมื่นปี

มินาโมโต โคทาโร่

………..

นับตั้งแต่ โคทาโร่ กลับคืนสู่อ้อมกอดของมินาโมโต ในเวลาอันรวดเร็วเขาก็กลายเป็นขวัญใจทุกคนในปราสาท และได้รับการถ่ายทอดวิถีแห่งบูชิโดจากฟูจิกาว่าไปอย่างเต็มที่

“ถึงแม้ยุคของซามูไร จะสิ้นสุดไปนานแล้ว… แต่มรดกที่สะสมมาจากความเป็นซามูไรในอดีต ก็ต้องมีคนสานต่อ…ซามูไรลำดับที่ 201 จึงเป็นของเจ้า โคทาโร่” การฝึกฝนเรียนรู้ต้องเป็นไปอย่างลับในสวนหลังบ้าน หรือในป่าเลยเนินเขาไกลออกไป ตามแต่โอกาสและจังหวะที่เหมาะสม ยุคสมัยที่เปลี่ยนแต่ก็ไม่ทำให้จิตวิญญาณแห่งวิถีบูชิโดเปลี่ยนตามไปด้วย นับวันก็ยิ่งจะมีค่ามากขึ้น มากขึ้น

“…คนในตระกูลมินาโมโตเป็นซามูไรมาทุกรุ่น ข้าหวังว่าเจ้าจะยังคงรักษามันเอาไว้ได้” ฟูจิกาว่าพูดขณะวาดดาบคาตานะขึ้นสูง และเหวี่ยงปลายดาบสู่จุดตายที่เป้าหมายจะเป็นศัตรู

“ท่านพ่อ….เก็บดาบ มีคนขี่ม้ามาทางนี้ 5 คน” โคทาโร่กดเสียงต่ำ ทันทีที่จิตพิรุธบอก สายตาพวกเขากำลังจับนิ่งที่เหลี่ยมหินทางโค้งสูงขึ้นไป สักครู่กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดทหารขององค์จักรพรรดิก็ขี่ม้าถือธงทิวสีขาวตรงดิ่งเข้ามาอย่างที่โคทาโร่บอกจริงๆ

“เจ้าอยู่เฉยๆ” ฟูจิกาว่ายื่นดาบคาตานะในมือให้เขาไปซ่อน…

“พวกท่านกำลังทำอะไร……..” ทหารคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น

“ข้ากับลูกชายมาเก็บเห็ด ท่านมีอะไรให้เรารับใช้หรือ” ฟูจิกาว่าโค้งคำนับก่อนตอบอย่างเสียไม่ได้

“ไม่มีอะไรหรอก…..พวกข้าเป็นทหารขององค์จักรพรรดิ จะเดินทางไปเมืองคาโกคุมะ และเมืองยามากะตะ”

“อ้อ คาโกคุมะ เลยเขาลูกนี้ก็ถึงแล้วละท่าน” โคทาโร่ชี้มือนำทาง ฟูจิกาว่าพอเดาออกทันทีที่เห็นแผ่นกระดาษหนาปึกในกระเป๋าสีเขียวขุ่นว่าการมาครั้งนี้เพื่อการใดกันแน่ เพราะข่าวที่กำลังแพร่สะพัดว่าทางรัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนจะบุกเอเชีย เพื่อต่อต้านการล่าอานานิคมของกลุ่มประเทศทางตะวันตกกำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

“ขอบใจ” เขาไม่ได้สนใจเสียงตอบกลับ และหลังจากที่เสียงกีบม้าดังเลยทางโค้งลงไปแล้ว ฟูจิกาว่าก็เริ่มเป็นกังวลกับแววตาของโคทาโร่ที่กำลังไล่ตามหลังพวกเขา

“ทำไมพวกเขาถึงไม่ใช้รถ”

“คงเกรงว่าจะอ้อม…เรากลับบ้านกันเถอะโคทาโร่”

“ท่านพ่อ…หลังจากที่ข้าเรียนจบ ข้าอยากจะไปสอบโรงเรียนนักบิน…ข้าอยากเป็นทหารเหมือนพวกเขา” คำพูดที่หลุดออกมาจากปาก ทำเอาฟูจิกาว่ารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

“จริงๆ นะท่านพ่อ…ถึงข้าจะบินได้แต่ข้าก็ไม่ใช่นก…ข้าก็เลยอยากจะเป็นนักบินอย่างนก” เขาอธิบายเป็นฉากๆ เวลานี้ดวงดาวแห่งนักรบที่เกิดมาพร้อมกับเขากำลังเล่นงานฟูจิกาว่าอีกคราหนึ่ง

“ตามใจ…เก็บดาบ แล้วกลับกันได้แล้ว” ฟูจิกาว่าโอบไหล่บุตรชายที่สูงเกือบจะเลยศีรษะไปจูงเอาม้าก่อนจะควบมันตามกลุ่มทหารนั้นลงไปติดๆ

“ข้าอยากจะรู้ว่าพวกเขามาติดประกาศเรื่องอะไร…ข้าล่วงหน้าไปก่อนนะ” เสียงของโคทาโร่ดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ แต่หัวใจของฟูจิกาว่ากลับเต็มไปด้วยดวงดาวแห่งนักรบที่กำลังเศร้าหมอง “ข้าควรจะยินดี…ใช่ข้าควรจะยินดีซิ!” ฟูจิกาว่าพึมพำหลังเสียงกีบม้าของโคทาโร่เลยต้นแอ๊ดไปไกลแล้ว

โคทาโร่…ใกล้ถึงเวลาที่เราต้องจากกันอีกแล้วหรือนี้”

………..

หากดวงดาวแห่งนักรบ……………….ยังสุกสว่าง

หัวใจนักฆ่า…………..ก็ปรารถนาดุจเดียวกัน

มินาโมโต โคทาโร่

………..

ทรงอาจแนะนำ

สมรภูมิปักษา24
สมรภูมิปักษา23
สมรภูมิปักษา22
สมรภูมิปักษา21
สมรภูมิปักษา20
สมรภูมิปักษา19
สมรภูมิปักษา18
สมรภูมิปักษา17
สมรภูมิปักษา16
สมรภูมิปักษา15
สมรภูมิปักษา14
สมรภูมิปักษา13
สมรภูมิปักษา12
สมรภูมิปักษา11
สมรภูมิปักษา10
สมรภูมิปักษา9
สมรภูมิปักษา8
สมรภูมิปักษา7
สมรภูมิปักษา6
สมรภูมิปักษา5
สมรภูมิปักษา4
สมรภูมิปักษา3
สมรภูมิปักษา2
สมรภูมิปักษา1
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 23
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 22
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 21
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 20
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 19
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 18
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 17
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 16
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 15
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 14
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 13
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 11
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 10
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 9
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 8
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 7
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 6
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 5
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 4
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 3
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 2
นินจาเลือดซามูไร บทที่ 1
อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร
"อนุชาย" คืออะไร? เร็วๆ นี้ รู้เรื่อง!
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 32
ฉันกับนางฟ้าตัวกลม ตอนที่ 31
Spread the love

เผยแพร่โดย

TIMMY BUTO

TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป