นินจาเลือดซามูไร บทที่ 21

ที่หุบเขาอิงะที่หุบเขาอิงะ “เค็นจิ…คิดดีแล้วรึที่จะหักหลังฟูจิกาว่า…” นิยาย เรื่อง อูคาชิ เซดะ นินจาเลือกซามูไร บทที่ 21

ที่หุบเขาอิงะ

“เค็นจิ…คิดดีแล้วรึที่จะหักหลังฟูจิกาว่า…” โอสุเกะ ฮิเดะถามด้วยท่าทีที่หนักใจอยู่ไม่น้อย แต่อีกฝ่ายกลับนิ่ง “บางครั้งข้าก็คิดว่าแผนการของอิชิคุง…อาจจะบ้าบิ่นเกินไปสักหน่อย…” เขาพูดต่อ เค็นจิจิบน้ำชาจนหมดถ้วยก่อนจะเงยหน้ามองเพื่อน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร “ข้าจะไปรับมันกลับ” โอสุเกะ ฮิเดะพูดหยั่งเชิง

“อิชิคุง…มันพูดถูก คุณชายน้อยเป็นสมบัติของอูคาชิมาตั้งแต่แรก เขาก็ต้องเป็นของอูคาชิต่อไป…ฟังข้าให้ดีนะฮิเดะ…เราไม่ได้หักหลังมินาโมโต แต่เราจะช่วยเขาต่างหาก…” เค็นจิพูดอย่างคนมีสติอยู่เต็มร้อย ขณะเดียวกันเขาก็ขยับเข้าไปกระซิบในระยะประชิด “แต่คราวนี้เราจำเป็นต้องใช้เล่ห์กลเยี่ยงเดียวกับพวกนอกรีต…”

“เค็นจิ!…”

“ข้าคิดว่ายาสุน่าจะเข้าใจ ในเมื่อสถานการณ์บีบบังคับ เราก็จำเป็นต้องทำ”

“แล้วจะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้จิตพิรุธของคุณชายน้อยรู้ทัน และป้องปรามไม่ให้พันธมิตรของมินาโมโตหวนกลับมาเล่นงานเราภายหลัง” โอสุเกะ ฮิเดะถามกลับ สีหน้าที่ยังไม่วางใจกับแผนการนี้

“เราต้องรอให้พวกนอกรีตลงมือก่อน…แล้วเราจึงจะเข้าไป”

“มันก็ยังไม่ใช่เหตุผลที่มีน้ำหนักมากพอที่เราจะห้ามไม่ให้คุณชายน้อยเดินทางต่อ” โอสุเกะ ฮิเดะวิเคราะห์ตามเหตุอ้างและพยายามหาช่องโหว่ที่อาจจะผิดพราด

“ง่ายนิดเดียวประเทศญี่ปุ่นปิดตัวจากภายนอกนั้นก็เป็นเหตุผลหนึ่ง การเดินทางของคุณชายในครั้งนี้มันก็ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว หากเราสามารถจมเรือสินค้าลำนั้นได้คุณชายน้อยจะว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรไปเองได้อย่างนั้นหรือ”

“อื้อ!…”

“จากนั้นเราก็แจ้งกับฟูจิกาว่า ว่าเป็นฝีมือของพวกนอกรีตซะ ลองคิดดูซิฮิเดะคุง ว่า มินาโมโตจะขอบคุณอูคาชิหรือจะเล่นงานกันแน่…” เค็นจิยิ้มที่มุมปาก

“อิชิคุง รู้แผนการทั้งหมดนี้หรือเปล่า” โอสุเกะ ฮิเดะย้อน

“ไม่ทั้งหมด…เจ้าเตรียมคนไปกับเราคนหรือ 2 คนก็พอ”เค็นจิลากเสียงต่ำ แววตาของเขาหันจ้องกล่องไม้สียางสนที่วางอยู่ไม่ไกล อย่างมีความหมาย ซึ่งดูเหมือนโอสุเกะ ฮิเดะก็สงสัยสิ่งนั้นด้วยแต่ก็ไม่กล้าถาม

“คาดว่าพวกนอกรีตจะชิงลงมือที่ไหน”

“ท่าเรือเมืองไดเซนยะเพราะหากพวกมันพราดยังมีโอกาสอีกครั้งที่ท่าเรือเก่าของโอซาก้าก่อนเรือขนสินค้าจะออกจากญี่ปุ่น”เค็นจิกระซิบ

“ถ้าพวกมันชิงลงมือก่อนนั้นละ” สีหน้าของโอสุเกะเริ่มเป็นกังวล

“ไม่มีทาง…พวกมันไม่กล้าลงมือขณะที่มีซามูไรของมินาโมโตยังคุมอยู่อย่างแน่นอน ข้ามีสายข่าวอยู่สองแหล่งที่น่าเชื่อถือได้…ตอนนี้เราต้องรอ…อีกไม่เกิน 2 วัน”

“อิเงะสึงิ เคนซึ…เราต้องเฝ้าระวังเขาอีกคน…ไม่แน่เขาอาจจะซุ้มเล่นงานในระหว่างทางไปเมืองเดโอะ”

“อย่าหวั่นไปเลย คนของเราก็อยู่…และอีกอย่างหากเขากินเนื้อนางเงือกทันทีที่เรารู้ว่าหายไป…เขายังต้องทนทุกข์อยู่กับมันอีกครึ่งปี คงไม่มีปัญญาพาร่างกายที่บอบบางไม่ต่างอะไรกับทารกแรกเกิดไปเผชิญหน้ากับซามูไรเป็นแน่…เออ!…ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร…จนปานนี้คนของเรายังตามตัวเขาไม่เจออีกรึ”

“ยังไร้วี่แวว ขนาดพวกชิโนบิหลังเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถ่ำโอะโอะคามิสุนัขจิงจอกขาวซ่อนอยู่ที่ไหน…เขาใช้เวลาเลี้ยงตัวเองนานถึงขนาดนั้นเลยรึ”

“13 ปี แต่ชีวิตเขาจะอยู่ต่อไปได้อีก 300 ปี มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม สำหรับคนที่ต้องการเป็นอมตะ…แต่สำหรับแผนการของโอสุเกะ อิชิในครั้งนี้ เราจะพลาดอีกไม่ได้” เค็นจิย้ำหนักแน่น…ทั้งสองยิ้มให้อย่างรู้กัน…ก่อนโอสุเกะ ฮิเดะจะเดินออกจากห้องลับหลังม่านไม้ไผ่ไปอย่างเงียบๆ

……….

จอมปลวกจะสูงขึ้นได้อีก…………………….1,000 เมตร

หาก หมื่น แสน ล้าน………….พลังร่วมแห่งพวกพ้อง

โอสุเกะ ฮิเดะ

……….

ละครเล่ห์ฉากที่ 1

อูคาชิ เค็นจิและโอสุเกะ ฮิเดะรอฟังข่าวที่ปราสาทสีดำ 2 วัน ในที่สุดทุกอย่างก็เป็นไปตามสิ่งที่คาดเอาไว้

“ท่านเจ้าคะ…เซยามิ และ มิโอะจัง ขอพบ” เสียงคนใช้ดังขึ้นที่ด้านนอกในขณะที่ เค็นจิกำลังนั่งสมาธิ อยู่ในห้องเล็กๆข้างสะพานรูปดาวหลังบ้าน เขายิ้มที่มุมปากนิดๆก่อนจะตอบกลับไป

“เข้ามา…” ประตูค่อยๆเปิดออกหญิงวัยกลางคน และหญิงสาวที่เค็จจิใช้เป็นสายลับ ก็รีบซอยเท้าเข้ามานั่งในระยะประชิด

“ท่านเจ้าคะ…พวกนอกรีต จะลงมือลักพาตัวคุณชายน้อย ระหว่างการเดินทางจากเมืองไดเซนยะไปโอซาก้า เวลานี้ขบวนละครเล่ห์ของพวกมันเริ่มออกเดินทางไปแล้วเจ้าคะ” หญิงวัยกลางรีบพูดจนปากคอสั่น

“หากพลาดพวกมันจะสังหารคุณชายน้อย…และที่ทำให้ข้าหายใจไม่ทั่วท้อง เวลานี้อิเงะสึงิ เคนซึได้กลับมาแล้วด้วยเจ้าคะ” มิโอะแทรกต่อด้วยอาการเดียวกัน

“จริงรึ…มิโอะจัง”เค็นจิหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดขึ้นที่หน้าผาก “ข้าพลาดอีกแล้วรึนี้…” เค็นจิพึมพำก่อนจะหันไปซักมิโอะต่อ “เจ้าเห็นมันกับตาเลยรึ”

“เขาเหมือนหนุ่มวัย 20 ต้นๆ แต่โครงหน้าและผมสีขาวที่ยาวเกือบถึงสะโพก…ข้าจำเขาได้ไม่ผิดแน่” มิโอะพูดเร็วแววตาของนางในขณะนั้นดูเหมือนจะกลัวสุดขีดพอๆ กับเซยามิ ที่ยังนั่งตัวแข็งสั่นอยู่ข้างๆ

“เป็นไปได้อย่างไร เขาใช้อะไรเร่งการเจริญของเนื้อนางเงือกกันแน่…เอาละขอบใจพวกเจ้ามาก…นี้เป็นรางวัล” เค็นจิพูดพลางส่งถุงผ้าสีดำให้พวกนางคนละถุง

“ทางตะวันตกรหัสดาวดวงที่ 3” เซยามิกดเสียงต่ำแจ้งระหัสลับ ก่อนจะรีบคลานออกไป

(ตะวันตก รหัสดาวดวงที่ 3 ฮิเดะคุง…ข้าไว้ใจ โอคิตะ ทากิ  คนเดียว พาเขามาพบข้าเดี๋ยวนี้)

(ตะวันตก รหัสดาวดวงที่ 3 จะรีบไปเดี่ยวนี้)โอสุเกะตอบกับด้วยรหัสเดียวกัน เหมือนจะล่อหลอกสายข่าวของศัตรูให้หลงคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน

(กันไชอินาริ โจอานไว้กับเด็กๆ…เพราะเขาซื่อและบริสุทธิ์เกินไป)

(เรื่องนั้นข้าจัดการได้)

“มิกิจัง…มิกิจัง” เค็นจิตะโกนออกไปข้างนอก สักพัก โอคิตะ มิกิก็เปิดประตูเลื่อนวิ่งซอยเท้าเข้ามาอย่างไม่เคยเป็น

“ปกติ…ท่านไม่เคยตะโกนเรียกข้า” นางเอ่ยในลักษณะกำลังสงสัย

“มิกิจัง เจ้าเป็นพี่เลี้ยงของคุณชายทั้งสองคนมาตั้งแต่เด็กๆฟูจิกาว่าไว้ใจเจ้า อีก 3 วันไปส่งจดหมายฉบับนี้ให้ถึงมือเขา…” เค็นจิกดเสียงต่ำอธิบายอย่างรีบร้อน เขาหันไปหยิบซองจดหมายสีเปลือกไม้ยื่นให้

“บอกข้าได้ไหม…” นางกระซิบกระซาบ

“ไม่ต้องถาม…เพียงแค่ทำตามที่ข้าสั่งก็พอ”เค็นจิตัดบท ดูเหมือนมิกิจะยังติดใจแต่ก็ไม่กล้าซักอะไรต่ออีก

“อือ! ท่านคงมีเหตุผล…อีก 3 วันข้าจะไปส่งด้วยตัวเอง”

“ท่านฮิเดะกับทากิ มาขอพบ” และเสียงคนใช้ที่หน้าประตูดังขึ้นอีก มันยิ่งตอกย้ำให้มิกิสงสัยในพฤติกรรมของพวกเขาหนักขึ้นไปอีก นางจ้องเค็นจิลึกเข้าไปในดวงตาเหมือนจะเค้นหาความจริง แต่…

“ไม่มีอะไรหรอกน่า…เจ้าออกไปได้แล้ว” เค็นจิตวาดเสียงแข็ง มิกิยัดจดหมายไว้ในเสื้อ นางสบสายตากับเขาอีกครั้ง แต่ก็จำเป็นต้องลุกเดินออกจากห้องไป

(คุณชายโปรดเข้าใจข้าด้วย)เขาปลอบความรู้สึกผิดที่กำลังก่อตัวขึ้น และโอสุเกะ ฮิเดะกับโอคิตะ ทากิก็เดินสวนมิกิเข้ามาด้านใน

“ม้าพร้อมหรือยัง…เราต้องออกเดินทางเดี๋ยวนี้ ส่วนเรื่องอื่นข้าจะอธิบายให้พวกเจ้าฟังระหว่างทาง” เค็นจิพูดอย่างเร่งรีบ ทั้งสองพยักหน้า พวกเขาจึงเร่งฝีเท้าออกจาห้องและเดินตรงไปยังคอกม้า แต่ถึงจะทำตัวให้เป็นปกติมากเท่าไร แต่ก็ไม่รอดจากสายตาที่สงสัยของมิกิไปได้

“ตะวันตกรหัสดาวดวงที่ 3 พวกมันออกเดินทางโดยอาศัยละครเล่ห์” เค็นจิบอกคนทั้งคู่ ในขณะที่พวกเขาควบม้าตรงไปยังช่องเขาคุโระอิสีนิล “เหลือเวลาเพียงแค่ 1 วัน กับอีก 1 คืน เราต้องไปให้ถึงเมือง เดโอะข้าหวั่นใจว่าแผนของพวกมันจะเป็นแผนลวง…เพราะเมื่อใดก็ตามที่พวกนอกรีตใช้ละครเล่ห์มาบังหน้านั้นก็แสดงว่า แผนการอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา” เค็นจิบอก พร้อมกับเร่งสายบังคับม้าให้เร็วขึ้น

……….

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →