ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ดูละครย้อนดูตัว

ติดตามดูละครอยู่ 2 เรื่อง ทั้ง 2 เรื่องนี้เหมาะมาก กับคำว่า ดูละครแล้วย้อนดูตัว โดยเฉพาะลักษณะนิสัยของตัวเอกในเรื่อง ที่ควรชี้ให้ลูกหลานดูไว้เป็นแนวทาง บังเอิญมากที่ละคร 2 เรื่องนี้ ดำเนินเรื่องราวมาถึงตอนที่พอจะเรียกได้ว่าคล้ายๆ กัน

สำนักหัวซาน เริ่มระส่ำระสาย เนื่องจากถูกเข้าใจผิดว่า เป็นที่เก็บซ่อน คัมภีร์กระบี่ปราบมาร ไอ้เจ้าคัมภีร์เล่มนี้นั้น เป็นที่ต้องการของเหล่าจอมยุทธเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเทพ หรือ ฝ่ายมาร ต่างก็ปรารถนาที่จะได้มันมาครอบครอง ซึ่งมันอยู่ไหน หน้าตาเป็นอย่างไร ก็ไม่มีใครทราบ แม้แต่ลูกชายของตระกูลที่เป็นเจ้าของคัมภีร์ก็ไม่ทราบเช่นกัน ประหนึ่งว่า ณ ขณะนี้ยุทธภพกำลังวุ่นวานกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้

แต่ทุกสายตาก็เพ่งเล็งไปที่สำนักหัวซาน ด้วยเข้าใจผิดว่า สำนักหัวซานถือครองมันอยู่ จนในที่สุดก็ต่อสู้กันถึงขั้นบาดเจ็บล้มตาย เจ้าสำนักหัวซาน และคนในสำนักอาการสาหัสหลายคน รวมทั้งศิษย์เอกอย่าง เล่งฮู้ชง ด้วย ก็อาการปางตายเช่นกัน

บริษัท เหมทอง ก็ไม่ต่างกัน เริ่มระส่ำระสายอย่างหนัก เมื่อท่านประธานเหมล้มป่วย ถึงขั้นพูดจาไม่ได้ เมื่อหัวเรือใหญ่ไม่สามารถบริหารจัดการบริษัทได้ พวกที่มักใหญ่ใฝ่สูง มีความโลภในทรัพย์สมบัติของบริษัทอันเป็นของตระกูลเหมทอง ต่างก็แสดงตัวตนแห่งความเป็นมารออกมาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเสี่ยสอง ยกตนขึ้นเป็นประธานบริษัทและกำจัดทุกคนที่คิดว่าจะเป็นก้างขวางคอ และคนที่เสี่ยสองต้องการกำจัดมากที่สุด ก็ คือ เหมัน ทายาทตัวจริงเสียงจริงของท่านประธานเหม

ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้เล่งฮู้ชง กับ เหมัน มีลักษณะนิสัยที่คล้ายกันหลายอย่าง เป็นคนฉลาด จิตใจเป็นคนที่ยึดถือคุณธรรม ตรงไปตรงมา มักยื่นมือเข้าช่วยเมื่อเห็นผู้อื่นมีภัย มีความกตัญญูรู้คุณคน ซึ่งคุณลักษณะดั่งกล่าวมา ล้วนแล้วแต่คือ เครื่องหมายของคนดี ทั้ง 2 คน เจอเรื่องเลวร้ายมาหลายหน แต่ก็รอดปลอดภัยมาได้ ด้วยความเป็นคนดีของตน

เล้งฮู้ชง มีวิชาดีๆ อยู่ในตัวหลายอย่าง แม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่ก็กลับแข็งแกร่งขึ้นมาได้ และได้ใช้วิชากระบี่ที่เพิ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์ทวดเมื่อครั้งถูกกักตนอยู่ที่ผาสำนึกผิด กำจัดฝ่ายตรงข้ามที่มาก่อกวนสำนักหัวซาน และคิดว่าน่าจะกู้ศักดิ์ศรีของสำนักหัวซานกลับคืนมาได้แต่โดยดี

เหมัน ก็เหมือนกัน ไม่ได้มีดีแต่เฉพาะวิชาซ่อมรองเท้า เขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของท่านประธานเหม แม้จะเป็นคนมักน้อยสันโดษ ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นๆ ของบริษัทเหมทองแล้วก็ตาม แต่จากคำสั่งเสียก่อนตายของพ่อเลี้ยงชาญ ทำให้เขาเข้าใจอะไรดีๆ หลายอย่าง ด้วยบุญคุณ ความแค้น และความรัก เขาจะกลับไปทวงคืนความยุติธรรม ทวงคืนสิ่งที่เขาควรได้ ทวงคืนภาพลักษณ์ของบริษัท หรือ สำนัก เหมทอง ให้กลับคืนมาและทำได้แต่โดยดี ไม่แพ้ เล้งฮู้ชง แน่นอน

ละครจีน เรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร และ ละครไทย เรื่อง ประกาศศิตกามเทพ ดำเนินเรื่องราวถึงประมาณดั่งได้กล่าวมา กำลังสนุกเลยทีเดียว เรื่องราวจะดำเนินต่อไปเช่นใด ก็พอจะคาดเดาได้ ละครทั้ง 2 เรื่องแม้จะต่างชาติต่างภาษา แต่ก็สามารถสอน หรือ สื่อออกมาได้ ในบางแง่มุมที่ไม่แตกต่างกัน ตัวเอกทั้ง 2 เรื่อง เป็นคนดี เป็นคนดีแล้วมีดีหลายอย่าง อย่างน้อยๆ ก็ ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้