นินจาเลือดซามูไร บทที่ 2

ดาวแห่งนักรบดาวแห่งนักรบ เมื่อมินาโมโต โคทาโร่อายุได้ 4 ขวบฟูจิกาว่าจึงสังเกตเห็นความผิดปกติที่กำเนิดมาพร้อมกับดาวแห่งนักรบ

อีก 4 ปีต่อมา

ดาวแห่งนักรบ

เมื่อมินาโมโต โคทาโร่อายุได้ 4 ขวบฟูจิกาว่าจึงสังเกตเห็นความผิดปกติที่กำเนิดมาพร้อมกับดาวแห่งนักรบ โคทาโร่มักจะหายไปเป็นพักๆ ทั้งที่มีคนใช้คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง หลายครั้งพลังลึกลับจากดวงตาสีอำพันทำให้คนดูแลหลับใหลล้มพับทั้งๆ ที่ยังยืนหัวเราะร่า มันคือมนต์สะกดแบบเดียวกับชิโนบิกระนั้นหรือ ฟูจิกาว่าเทียวถามตัวเองแต่ทั้งๆ ที่ไม่มีคำตอบ “แต่ยามุดะต้องรู้ นางเป็นผู้ให้กำเนิด สายเลือดของนางมาจากไหนกันแน่” เป็นอีกคำถามที่ฟูจิกาว่ารอให้ถึงเวลาที่ยามุดะพร้อมให้คำตอบกับเขาแบบจริงจัง

(*นินจาหรืออีกชื่อที่เรียกคือ ชิโนบิหรือ ชิโนบิโนะโมโนะ ตามจารีตแห่งหุบเขาอิงะและหุบเขาโคงะ หากทายาทหรือคนอื่นใดเกิดมาพร้อมพรสวรรค์พิเศษเยี่ยงชิโนบิ คนๆนั้นจะต้องเป็นสมบัติของชิโนบิโดยชอบธรรม)

“ยามุดะ…เจ้าไม่ใช่นินจาใช่ไหม?” ฟูจิกาว่าถามเสียงต่ำ เขากดดันนางด้วยสายตาอีกคำรบ

“ท่านพี่…ข้า” ยามุดะตะกุกตะกัก นัยน์ตาวิงวอนต่อสามีเมื่อรู้ว่าไม่เป็นผล สิ่งที่ปิดบังตลอด 11 ปีก็พรั่งพรูให้เห็น ฟูจิกาว่าผงะทรุดหมดแรงนั่งบนเบาะสีขาว

“เจ้า เจ้า…มาจากหุบเขาอิงะหรือว่าโคงะกันแน่” ฟูจิกาว่ากระซิบตื่นๆ

“ข้า..ข้า.คือ อูคาชิ…” ยามุดะตอบเบาๆ แล้วก้มลงร้องไห้กับพื้น

“บ้าที่สุด…”

“ท่านพี่…ข้าตัดญาณ ชิโนบิ ตั้งแต่หนีมา” นางเงยหน้าบอกทั้งน้ำตา

“คิดหรือว่าจะรอดพ้น…เจ้ารู้ไหมเวลานี้โคทาโร่เป็นสมบัติโดยชอบธรรมของชิโนบิไปแล้ว…พวกมันกัดเราไม่ปล่อยแน่ๆ…” ฟูจิกาว่ากระแทกเสียงแน่นลอดไรฟัน จนยามุดะทรุดฮวบลงกับพื้น…สักครู่ ฟูจิกาว่าจึงลุกพาอารมณ์ที่จวนจะระเบิดเดินออกจากเรือนน้ำชาไปอย่างรวดเร็ว

“เตรียมม้าให้พร้อม…ข้าจะออกข้างนอก!” เสียงฟูจิกาว่าตะโกนสั่งซามูไรขณะที่ยามุดะยังคงก้มหน้าร้องไห้อยู่ที่เดิม…

“ไม่!…ทำไม…ทำไม”

………

หากดวงจันทร์ประดุจ………………..แสงโคมส่องนำทาง

รัตติกาลก็ประหนึ่ง…………………………….ศัตรูแห่งข้า

มินาโมโต ฟูจิกาว่า

……….

คืนพราก

และในที่สุดสิ่งที่มินาโมโต ฟูจิกาว่าหวาดผวาก็เป็นจริง โคทาโร่ ถูกนินจาลักตัวไปท่วมกลางพายุหิมะในคืนเดือนมืดอันหนาวเหน็บ

“ยามุดะ…ยามุดะ…ยามุดะ” ฟูจิกาว่าตะโกนเรียก ทันทีที่รู้ข่าว ความอลหม่านก็พลุกพล่านไปทั่วทั้งปราสาท

“นางรอท่านพี่อยู่หน้าบ้านแล้ว” คุณนายมินาโมโต ไอ เดินซอยเท้าสั้นๆกระวีกระวาดเข้ามารายงาน ฟูจิกาว่าพาใบหน้าสีแดงฉานตรงไปหา “ยามุดะ…เจ้า” ทันทีที่เห็นยามุดะอยู่ในชุดกิโมโนสีขาวนั่งก้มหน้าร้องให้อย่างหนักอยู่กับพื้นที่เต็มไปด้วยหิมะหัวเข่าก็แทบทรุด

“นางจะฆ่าตัวตายตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ดีที่ข้าชักมีดออกจากมือได้ทัน” คุณนายมินาโมโต ไอ รายงานต่อ

“ท่านพี่…ข้าจะอยู่ต่อไปได้อย่างไรขนาดลูกตัวเองยังปกป้องไม่ได้ ส่งมีดให้ข้าเถอะ แล้วข้าจะไม่ลังเลอีก” ยามุดะพูดไปร้องให้ไป แววตาวิงวอนราวกับเห็นความตายเป็นสิ่งล้ำค่าเกินกว่านักรบอย่างเขาจะรับได้ “ท่านพี่…..ฮื้อๆ” และนางก็ฝังใบหน้าจมลงในหิมะที่เย็นเฉียบ เหล่าซามูไรและคนใช้ที่นั่งอยู่รอบๆต่างออกอาการประหนึ่งลูกนกรอเชือด

“ไอ…นำตัวนางเข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้อง” ฟูจิกาว่าสั่ง คุณนายไอ ก้มหัวรับ นางซับน้ำตาที่กำลังไหลออกมานิดๆก่อนจะเร่งฝีเท้าไปนั่งลงข้างๆ นางกระซิบบางอย่างกระทั้งยามุดะยอมและค่อยๆลุกขึ้น แต่ไม่ทันไร นางก็ทรุดลงไปอีก

“ท่านพี่เมตตาข้าด้วย…ที่ข้าหนีจากอิงะก็เพราะว่าข้าเกลียดโลกมืด ข้าไม่ใช่อาวุธของชิโนบิข้าเป็นแค่หญิงธรรมดาๆเท่านั้น ข้าเกลียด อูคาชิ!…ข้าเกลียดอูคาชิ”ยามุดะเค้นความเกลียดชังจากส่วนลึกเจือน้ำเสียงสั่นเกร็งจนฟันกรามเผลอบดขยี้อย่างหนัก “ข้าเกลียดอูคาชิ ข้าเกลียดโลกมืด…” นางตะเบ็งเสียงสุดกำลังพร้อมกับแววตาประหนึ่งไฟพุ่งโชติจนร่างที่สั่นเทิ้มหมดสติในลักษณะช็อกพับลงกับพื้น

“ยามุดะ…ยามุดะ” คุณนายมินาโมโต ไอ ทรุดประคอง

“เอาตัวนางเข้าไปข้างใน…” เสียงฟูจิกาว่าออกคำสั่งด้วยความเจ็บปวด คนใช้ผู้หญิง สาม สี่ คนกุลีกุจอเข้ามาช่วยพยุงนางหายเข้าไปในบ้าน

“ใครเป็นคนดูแลคุณชาย” ฟูจิกาว่าตวาด ทั้งชิเกโอะและชิซูโกะที่นั่งก้มหน้าอยู่ในอาการสั่นกลัวตั้งแต่แรกก็ลุกวิ่งหนีไปคนละทาง แต่ก็ถูกซามูไรรวบตัวเอาไว้ได้

“ไม่…ข้าไม่รู้เรื่อง ข้าไม่รู้เรื่อง…” ชิเกโอะร้องลั่นอย่างคนขาดสติ

“เมื่อคืนข้ากอดคุณชายไว้ทั้งคืน…แต่เมื่อมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองข้าในระยะประชิด” ชิซูโกะที่มีสติมากกว่าอธิบายทั้งที่เนื้อตัวกำลังสั่นเทิ้ม

“ทำไมถึงไม่ตะโกน” ฟูจิกาว่าตะคอกสุดแรง มือชักปลายดาบคาตานะชี้อย่างมาดหมายไปที่คนทั้งคู่

“ข้าตกใจมาก…แต่…ดวงตาคู่นั้นก็ทำให้ข้าหลับเสียก่อน นายท่าน”

“ชิซูโกะ…เจ้า”

“นาย…นายท่าน ไว้ชีวิตข้าเถอะ ฮื้อๆ”

“เอาตัวพวกนางไปสำเร็จโทษ” ฟูจิกาว่าสั่ง ใบหน้าแดงเกร็งจนแก้มกระตุกเชิดสูง “เอาตัวนางออกไป…อย่าให้มีหยดเลือดแปดเปื้อนปราสาทข้า” ซามูไรลากทั้งคู่อ้อมไปด้านหลังปราสาทอย่างไร้ความปรานีเสียงวอนขอชีวิตต่ำกว่าระดับความแค้นหลายเท่า ไม่เป็นผลสำหรับซามูไรอย่างฟูจิกาว่าในเวลาเยี่ยงนี้

#นายท่าน…ข้าไม่ผิด นายท่าน นายท่าน#

#เอาตัวพวกนางไปตัดหัว อย่างให้เป็นเยี่ยงอย่าง#

#ท่าน โฮโจ…ข้าไม่รู้เรื่อง ท่านโฮโจ ช่วยข้าด้วย#

#ลากตัวพวกนางไป#

สักครู่…#อย่า…อ้าก!# เป็นเสียงสุดท้ายที่ฟูจิกาว่าได้ยินจากในห้อง

“ข้าจะไม่ยอมให้โคทาโร่เติบโตท่วมกลางพวกปิศาจในหุบเขานรกเป็นเด็ดขาด…” ฟูจิกาว่าพึมพำ ความเครียดแค้นกำลังกัดกร่อนจนมือที่กำดาบคาตานะสั่นเกร็ง“หมู่บ้านนินจา…ใช่ต้องเป็นอูคาชิ อูคาชิแน่ๆ” ฟูจิกาว่าเดินบ่นเป็นหนูติดจั่นไปรอบๆ ห้องขนาด 8 เสื่อตาตามิ “ทางเข้าหมู่บ้านต้องซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งหนึ่งในหุบเขาอิงะ…” พลันมือที่เกร็งสั่นก็หยุดลง เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

“ใช่…ยามุดะ นางต้องรู้นางต้องรู้เรื่องนี้” เขาอ่านความคิดตัวเอง เมื่อเห็นบทสรุปรอยยิ้มบางๆ จึงประจักษ์…

เวลาเดียวกันเสียงสาวใช้ก็ดังขึ้นที่ประตู…“นายท่าน โยโยดะ โฮโจ…เจ้าคะ”

“ให้เข้ามา” เขาตอบกลับประตูเลื่อนเปิดไล่ตามกันมา 3 ชั้น ไม่นานโฮโจก็ก้าวอาจๆ มายื่นนิ่งอยู่ต่อหน้า

“ข้าไม่ปรารถนาจะลงมือกับพวกนางเลยแม้แต่น้อย” ฟูจิกาว่าเสียงอ่อน ทั้งๆ ที่มือกำดาบคาตานะยังกระตุก

“หากเป็นข้า…จะไม่ใช่แค่พวกนาง” โฮโจเสียงเรียบๆ และนิ่งเงียบไป

“เจ้าดูนกกระเรียนมงกุฎแดงกำลังบินอยู่ในวงกลมของดวงอาทิตย์นั้นซิ…โคทาโร่เป็นคนเดียวจะนำพามินาโมโตสู่อนาคต…” ฟูจิกาว่าเก็บดาบคาตานะเข้าฝัก เขาเบนสายตาไปยังตราประจำตระกูลที่แขวนอยู่บนผนังด้านหลังราวจะบอกบางสิ่ง โยโยดะ โฮโจ สงบนิ่งพร้อมกับซามูไรอีก 4 คนด้านหลัง

ความเงียบเสมอไม่นาน “…คุณชายต้องกลับมา…ข้ามั่นใจ”

“ข้าจะถือว่านั้นคือคำสัญญาของเจ้า โยโยดะซัง…”

“แล้วเรื่องของ ชูเกโอะ และ ชิซูโกะ จะทำอย่างไรต่อดี” โฮโจ ถามแบบเกร็งๆ

“เอาศพพวกนางไปฝังในสุสานในวัดไรอันจิ…จัดพิธีตามสมควร” ฟูจิกาว่าพูดพลางเป่าลมออกมาทางปาก….

“ขอบคุณนายท่านที่เมตตา…”

“พวกนางก็เหมือนกับญาติข้า…ฝากเจ้าเป็นธุระแทนด้วย”

“ครับ นายท่าน”

……….

แสงแดดกว่าจะแทรกผ่านเมฆสีหม่นลงถึงพื้นก็ยามเที่ยงเข้าไปแล้วและแสงก็หมดไปอีกเมื่อพายุหิมะลูกใหม่กำลังสยายปีกปิดฟ้าเคลื่อนมาทางทิศเหนือ เสียงร้องไห้ปริ่มจะขาดใจของ มินาโมโต ยามุดะ ยังคงไม่จบสิ้นในห้องนอนชั้น 2

“นี้มันอะไรกัน…ข้าอุตส่าห์หนีจากโลกมืดที่ข้าเกลียดยิ่งกว่าหนอนจนสำเร็จ แล้วทำไมสวรรค์ไม่ยินดีกับชีวิตใหม่ของข้า…เป็นเพราะอะไร…ข้าอยากตาย…ข้าอยากตาย” ยามุดะคร่ำครวญสลับเสียงกรีดร้องเป็นระยะๆ คุณนายมินาโมโต ไอ และคนใช้ยังคงปลอบประโลมตั้งแต่เช้า ชีวิตใหม่ที่นางหมายถึงคือด้านตรงข้ามจากถิ่นฐานที่นางถือกำเนิดหมายถึงโลกของซามูไรที่มีดวงอาทิตย์เป็นสัญลักษณ์ ความสุขตลอด 11 ปี ทำให้นางลืมรูปสายฟ้าสีดำผ่ากลางจันทร์เสี้ยวไปจนหมดสิ้น สนามรบที่มิยาวาตะคือความทรงจำสุดท้ายในหัว หลายคนหวาดกลัวที่นั้น แต่สำหรับนาง-มิยาวาตะคือทุ่งดอกไม้ มันสวยงามแม้กระทั้งยามเมื่อเลือดศัตรูพวยพุ่งขึ้นตามปลายดาบ  นางยิ้มได้ทุกเมื่อทั้งๆที่รู้ว่านั้นคือความตาย อาจจะเป็นเพราะแผ่นหลังของฟูจิกาว่าที่สัมผัสกับแผ่นหลังของนางในทุกขณะที่พวกเขากำลังร่ายเพลงคาตานะร่วมกัน ยิ่งยามเมื่อสายตาประสานเข้ากับหัวใจเพียงเสี้ยววินาที ความพ่ายแพ้ที่กำลังจะเกิดขึ้นก็แปรเปลี่ยนเป็นชัยชนะเหนือแผ่นดินทั้ง 3 มณฑลได้ไม่ยาก

“ไอ…และพวกเจ้าออกไปก่อน ข้ามีเรื่องจะคุยกับนาง” ฟูจิกาว่าพูดเสียงเรียบๆ คนใช้เร่งจุดโคมไฟจากยางสนจนแล้วเสร็จจึงรีบตามคุณนายมินาโมโต ไอ ออกไปข้างนอก ประตูเลือนบานสุดท้ายจบลงหลังเวลาใกล้ค่ำ

“ข้าจะกลับไปเจรจา กับพวกมัน…” ยามุดะ กลั้นลมหายใจพูดขึ้นก่อน

“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า…แต่เจ้าต้องบอกทางเข้าหมู่บ้านว่ามันซ่อนอยู่ที่ไหน” ฟูจิกาว่าบังคับน้ำเสียงให้เรียบ

“….” ยามุดะเงยหน้าประจันราวจะแข็งขืนในที

“ข้าจะไปเอาตัวโคทาโร่กลับมาเอง” ฟูจิกาว่าไม่เล่นด้วย จนยามุดะรู้สึกด้อยลงตามลำดับ

“พวกนินจาจะเปลี่ยนทางเข้าหมู่บ้านไปตามสถานการณ์…หน้าผาคุโระอิสีนิลก็เปลี่ยนไป…เวลานี้ข้าไม่อาจล่วงรู้” นางก้มหน้าตอบอย่างหมดหนทาง

“ถ้าเจ้าไม่รู้ ข้าก็จะเผามันให้ราบทั้งมิเอะ ดูซิว่าพวกมันยังจะซ่อนตัวได้อีกหรือไม่” ฟูจิกาว่าตวาดความคลั่งแค้นอย่างสุดจะทน

“นินจาใช้กระแสจิตแทนกุญแจ…ถึงท่านจะเผาจนไม่เหลือหุบเขาอิงะ พวกมันก็ไม่มีทางเผยตัวให้เห็น” ยามุดะพูดห้วนๆ ปลายนิ้วที่จิกแผ่นพื้นจนเป็นรอยกำลังจะหมดความอดทน

“…ไอ้พวกปิศาจ อูคาชิ!” ฟูจิกาว่ากระแทกเสียงต่ำใส่ยามุดะอย่างคนไม่มีทางออก เมื่อไม่เป็นผล ฟูจิกาว่าจึงพาความเดือดดาลออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

#จัดคนไปกับข้า 100 คน…หุบเขาอิงะจะต้องราบเป็นหน้ากองก่อนฟ้าสาง# เสียงฟูจิกาว่าสั่ง สักครู่เสียงฝีเท้าของม้ากว่า 100 ตัวก็ค่อยๆ หายลงเนินเขาไป

“ท่านพี่….ท่านพี่!” ยามุดะได้สติ นางวิ่งตามแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

“ยามุดะ…อารมณ์ของท่านพี่ร้อนเป็นไฟจนแทบจะละลายหิมะได้ทั้งเมือง…ปล่อยไปก่อนเถอะ” คุณนายมินาโมโต ไอ วิ่งตามเรียกสติ ในขณะที่บุตรสาวทั้ง 2 คนของยามุดะก็วิ่งร้องไห้ตามออกมาด้วย

“ท่านแม่…ท่านแม่”

“ชิเกะยะ นำเด็กๆ เข้าไปด้านใน” คุณนายไอออกคำสั่งเสียงแข็ง ชิเกะยะและคนใช้อีก 5 คนต่างกุลีกุจอเข้ามาอุ้มเด็กๆ หายไปในครัว ยามุดะหันมามองหน้าคุณนายไออย่างคนสำนึกก่อนจะก้มศีรษะแทนคำขอบคุณก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้อง

“โมริ เจ้าจงดูแลนางตลอดทั้งวันทั้งคืน…ช่วงนี้นางต้องการเพื่อนอย่างเจ้ามากกว่าใครๆ”

“นางหัวอกเดี่ยวกับข้า…โปรดวางใจเถอะเจ้าคะ” สาวใช้ที่ชื่อโมริตอบรับ นางก้มหัวให้คุณนายไอนิดๆ ก่อนจะเร่งเร่งฝีเท้าตามยามุดะไปอีกคน

 

……….

ความสูญเสียคือหนึ่งบทเรียน…………………..ที่ต้องผ่าน

หากอีกด้านยังมีฝัน………………………ที่ยังไม่สูญสิ้น.

มินาโมโต ยามุดะ

……….

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →