ซื้อคนด้วยเงิน

ซื้อคนด้วยเงิน 3,000 บาท

ซื้อคนด้วยเงินซื้อคนด้วยเงิน 3,000 บาท บทความ ชุด คิดบวก ความสุขในมุมเล็กๆ

“ซื้อคนด้วยเงิน 3000 บาท”

ตัวอย่าง

1. “เอ้ย!…ไม่ได้เจอกันนานคิดถึงจังเลยวะเพื่อน” สุดท้าย… “ช่วงนี้กูแย่วะ มึงพอมีตังให้กูยืมก่อนสัก xxxx หรือเปล่าวะ สิ้นเดือนกูคืน”

2. “เพื่อน…ตอนนี้กู บราๆๆๆๆ…..เอาตังมาให้หมุนก่อนดิ”

3. “แหม ไม่ได้เจอกันนานท่าทางล่ำซำนะเนี้ย…คืออย่างนี้เพื่อนตอนนี้กูเปิดกิจการ….บราๆๆๆๆๆ เงินจะเข้าสิ้นเดือนมีเท่าไรเอามาให้กูหมุนก่อน ไม่กี่วันกูโอนให้พร้อมดอกเบี้ย”

4. “ตัวเอง…เค้านะต้องอย่างนั้น อย่างนี้ บราๆๆๆ….ถ้าเค้าไม่สุดๆ คงไม่มาถึงตัวเองหรอก”

5. “แม่ฉันนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล พ่อก็ดันมาตกต้นไม้อีก….คราวนี้เธอต้องช่วยแล้วละ…จะเอาดอกเบี้ยเท่าไรว่ามาเลย”

6. “ฮัลโหล…เพื่อนรัก ทำไรอยู่…คือกูขับรถมาต่างจังหวัด เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยวะเพื่อน ทำไงดี บราๆๆๆ”

ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ ผมคิดว่าคงเคยเกิดขึ้นหรือกำลังเกิดขึ้นกับท่านอยู่แน่นอน ยิ่งรายปฏิเสธไม่ได้แล้ว ยิ่งทำใจลำบากเข้าไปใหญ่ และร้อยละ 90 เพื่อนดีๆ ที่เคยไปมาหาสู่กันก็จะเงียบหาย ทิ้งคุณให้เดียวดายราวกับเขาหรือเธอไม่เคยมีตัวตน…ใครเห็นด้วยปรบมือรัวๆ….ขอบคุณครับ

ส่วนตัวผมเจอเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันนี้หลายเหตุการณ์และทุกๆ เหตุการณ์ก็พรากเพื่อนๆ สาบสูญไปพร้อมกับสายลมทีละตัว ทีละคน ….

“มา!…ขยับเข้ามานั่งอ่านใกล้ๆเดี๋ยว Timmy จะยกตัวอย่างพร้อมกับเทคนิคการให้ยืมเงินแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น…ไม่ปวดหัว…ไม่เครียด…ไม่ต้องตามทวง และที่สำคัญคุณจะไม่เสียเพื่อน…หากเพื่อนไม่อยากเสียคุณ ให้ได้ฟังกัน”

สมัยที่เรียนจบใหม่ๆ เพื่อนฝูงมีเป็นร้อย นัดแดกเหล้าเคล้าโลกีกันเกือบทุกอาทิตย์  ไปไหนมาไหนต้องไปกันเป็นทีม จะขาดคนใดคนหนึ่งไม่ได้เด็ดขาด…เย็ดแม่ง! มึงไม่มากูไปลากคอถึงห้องประมาณนี้…นานวันเข้า หลายเดือนเข้า ไอ้นั้นก็ยืมเงิน ไอ้นี้ก็ขอก่อนสิ้นเดือนจ่าย คุณหญิงชาวดี ศรีสยามดันเดือดร้อนหนักจะปฏิเสธก็กลัวจะเสียเพื่อน สุดท้ายพวกเขาและเธอก็ค่อยหายไปจากชีวิตพร้อมกับเงินก้อนนั้นๆ และหลายปีเข้าคุณก็ต้องมานั่งจมเครียด เทียวถามตัวเองแบบไม่เคยได้คำตอบว่า “ทำไมน่า ทำไม” ขอบอกดังๆ เลยว่า ความเครียดที่ว่าเนี้ย!…สามารถฆ่าคุณได้เลยนะจะบอกให้

อย่างเพื่อนวงเหล้าของผมคนหนึ่ง มันนัดเจอผมเย็นๆ ในวันใกล้จะสิ้นเดือน มันมาดักเจอผมใจสภาพที่น่าเวทนาสุดๆ ก่อนผมถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ…มันก็เล่านิยายน้ำเน่าให้ฟังจนเคลิ้ม สุดท้ายมันก็พูดว่า

“ถ้ามึงไม่ช่วยกู กูตายแน่ๆ…” ไอ้เราก็เป็นคนปฏิเสธคนยาก… เงินในกระเป๋าก็ไม่ค่อยจะพอใช้ จะไม่ให้ก็กลัวมันตาย กลัวเสียเพื่อน กลัว กลัว กลัว สารพัด…ในที่สุดก็ต้องควักให้มันไปตามระเบียบ

“มึงจะให้กูเซ็นเอกสารหรือทำสัญญากู้ยืมก็ได้นะโว้ย! กูไม่มีเบี้ยวอยู่แล้ว”

“เอ้ย! เพื่อนกันน่า….ทำแบบนั้นได้อย่างไรน่าเกียจตายเลย” ปากก็พูดอย่างกับเป็นคนดี มีเงินมีทองมากมายล้นเหลือ แยกจากมัน…กูก็แดกมาม่าแทนอาหารเย็นอย่างเคย….และสุดท้ายไอ้เพื่อนคนที่ว่าก็หายหัวเข้ากลีบเมฆ

อีกรายๆ….คราวนี้เป็นเพื่อนสาว ปกติรสนิยมทางเพศไม่ใช่เธอเลยนะ แต่เป็นเพราะความใกล้ชิด…เธอเป็นช่างผมส่วนตัวมานานหลายปี พูดถูกคอว่างั้น เวลาตัดผมเธอก็มักจะเอาหัวนมตูมๆ มาถูไถแผ่นหลังแบบจงใจหรือเปล่าไม่รู้ บางเวลาไอ้คนโสดอย่างเราก็มีเคลิ้มบ้างอะนะ… แม่ง! ดันอวบ ขาว ทางเราซะด้วยใครจะอดใจไหว วันหนึ่งเธอก็ใช้มารยาหญิงที่มีมากกว่า 100 เล่มเกวียนมาเวียนวน….ไอ้เราก็คนหัวอ่อน กูเคลิ้มหลายรอบ เสียวสันหลังวาบๆ สุดท้ายเธอก็เล่านิทานก่อนนอนให้เด็กไร้เดียงสาฟัง นิทานเรื่องนี้ออกจะเศร้าหน่อยๆ แต่จริตเธอก็ดันบีบน้ำหูน้ำตาซะเปะ! ปัง! เวอร์!…เราก็ต้องเศร้าตามสิ…..ถอนตัวไม่ทัน สุดท้ายเธอบอกว่า

“Timmy เธอยกเครื่องเสียงที่อยู่ในร้านไปไว้ที่ห้องเธอก็แล้วกัน ฉันเดือนร้อนหนัก พ่อฉันเข้าโรงพยาบาล ฉันต้องการใช้เงินด่วน!… ฉันมีเมื่อไรจะไปยกมันกลับมาเอง… เธอจะได้สบายใจ …ฉันเองก็จะได้สบายใจด้วย” นางพูดดีมีเหตุมีผล…ส่วนกูละเคลิ้มแล้วเคลิ้มอีก (แหมๆ แม่ดอกมะเขือเปราะ ฉานจะใจร้ายกับเธออย่างนั้นได้อย่างไรกันละ) ผมเผลอคิดแบบเนี้ย ขณะที่เธอเช็ดน้ำตาที่ไหลล้นอย่างสมบทบาท

“ฉันจะใจร้ายกับเธอได้อย่างไรละ เรารู้จักกันมากี่ปีละ….ถ้าฉันไม่ช่วยก็หมาละ” ผมพูดกับนังหมีเซี๊ยแบบเนี้ย…พระเอกฉิบหายคุณว่าไหม “เครื่องส่งเครื่องเสียงนะฉันจะเอาไปทำไม ฉันไว้ใจ และฉันก็เชื่อว่าเธอไว้ใจฉันเช่นกัน สัญหยอกสัญญาไม่ต้องเซ็นให้มันยุ่งยากหรอก แค่สัญญาใจก็พอแล้ว”...แน้ะ!…มีแบบนี้อีก คุณคิดดูสิ!ควายไหม…ลืมๆ สงสัยเมื่อเย็นที่ไปซื้อลูกชิ้นเนื้อปิ้งมากิน น่าจะไม่ใช่เนื้อวัวซะแล้วละ ไม่เนื้อหมาก็เนื้อควายแน่นอน

“ขอบคุณมาก Timmy เธอเป็นเพื่อนในยามยาก… ฉันจะไม่มีวันลืมเลยตลอดชีวิต” ผมนี้เคลิ้มครับ “เวลาเดือดร้อนให้คิดถึงฉันเป็นคนแรกๆนะ….”

“จ้า!….”

“สัญญากับเค้าสิ ว่าเรา 2 คนจะเป็นเพื่อนกันจนวันตาย”… เพื่อนกันประสาห่าไรวะ มานอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงเดียวกันเนี้ยห่า!….คำๆนี้หลุดจากปากหลังจากน้องหมีเซี๊ย! หายสาบสูญไปจากชีวิตผมแล้ว 10 ปี

ครับ….ทุกครั้งที่ให้เพื่อนหรือคนอื่นยืมตังค์ ความเครียดจะก่อตัวขึ้นเงียบๆ  ความเครียดมักจะพุ่งทะลุเพดานสติในวันที่ครบกำหนดชำระ สติจะมอดไหม้เป็นผุยผงยามไม่สามารถติดต่อกับลูกหนี้ได้ หรือทวงแล้วขอผลัดผ่อน เป็นวันโน้น วันนั้น บอกจะจ่ายดอกเบี้ยให้อีก สารพัดสารเพ

“กูก็เดือดร้องนะโว้ย!ไอ้พวกห่าจิก!” คุณก็จะมักสบถคำหยาบๆคลายๆหลังจากวางสายไปแล้ว ความเครียดจะสังหารคุณ คุณจะดูแก่ขึ้นหลายปี ท้องไส้ปั่นป่วนราวกับกลืนเครื่องบดเนื้อลงกระเพาะอาหารทั้งชุด สมองจะหมุนเป็นลูกข่าง เห็นใครดูขวางหูขวางตาไปซะหมด …แม้แต่ลูกหมา ลูกแมวเหมียวอย่าได้เข้าใกล้เชียว “แม่กินเรียบ”

ทั้งหมดทั้งมวลที่เล่ามาเกิดขึ้นกับผมเอง จากคนมีเพื่อนเป็นร้อยผ่านไปไม่ถึง 10 ปี เหลือที่พอคุยกันรู้เรื่องไม่ถึง 10 และกำลังลดลงเรื่อยๆ ในที่สุดโลกทั้งโลกก็มีผมอยู่เพียงลำพัง….

#ณ จุดๆ นี้เองกระบวนการด้านความคิดหาวิธีแก้ไข…จึงเกิดขึ้น….ผมค่อยแคะที่ละจุด แกะทีละประเด็น…กระทั้งตอบบทสรุปได้ว่า…. นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครก็ตามที่มาขอยืมเงิน…จะให้ได้ครั้งละไม่เกิน 3000 บาทต่อคน และหากอยากจะยืมต่อ มึง!คนนั้นต้องคืนเงินเก่ามาให้ครบซะก่อนและครั้งต่อไป ก็จะให้ได้แค่ 3000 บาทเท่านั้น… เป็นการให้ยืมแบบให้แล้วให้เลย ไม่ใส่ใจ ไม่นึกถึง เพราะการใส่ใจ การนึกถึงล้วนทำให้จมเครียด เมื่อเครียด….เราหรือคุณๆ ก็จะไม่สวย ไม่หล่อ ไม่มีราศี…และหากเพื่อนหรือคนๆ นั้นไม่คืนเงิน ก็ให้หมายความว่า “คุณได้ซื้อเพื่อน ซื้อความเป็นคนของเขาเรียบร้อยแล้ว”...ซื้อคนด้วยเงิน 3000 บาท ถือว่าซื้อได้ถูกมากๆ… ดีกว่าจะคบแบบลากยาวจนพาเราล่มจมในอนาคต….คิดแบบนี้สมองก็จะแล่นต่อไปข้างหน้าแบบไม่มีสะดุด ไม่มีอะไรตกค้าง….อีกด้านให้คิดบวกๆ ว่า… เขาหรือเธออาจจะลำบากจริงๆ เงิน 3000 บาทหากมันทำให้เขาและคนอื่นที่พ่วงท้ายเดินต่อไปข้างหน้าได้…ก็ถือว่าเป็นการต่อลมหายใจที่ยิ่งใหญ่และใหญ่ยิ่งสำหรับเราเอง…เรายิ้มได้… เราก็จะหัวเราะได้… เราจะสดใส…เราก็จะสวยขึ้น-หล่อขึ้น ท้องไส้ไม่ปั่นป่วน สุขภาพใจดีนำมาซึ่งสุขภาพกายก็พลอยดีไปด้วย สติสตังครบ…เมื่อโอกาสผ่านเข้ามาเราจะเป็นคนแรกๆ ที่เข้าถึงได้เร็วกว่าคนที่ยังขาดสติ…เงินสุจริตในอนาคตยังรอเราอยู่อีกมากมาย จะมานั่งเสียเวลาเสียดายอะไรกับเงินแค่ 3000 บาท…. บอกรักเพื่อนๆ ของคุณให้เต็มปาก ฝากรักคนที่คิดถึงได้ล้นกระดองใจ ….คิดบวก ความสุขในมุมเล็กๆ….จะไม่ทำให้คุณเสียเพื่อน หากเพื่อนไม่อยากเสียคุณ อย่างแน่นอน#

“ยิ้มให้กว้างๆ ซิเด็กโง่….หัวเราะให้ดังๆ ซิคนเลว ฮ่า ฮ่า ฮ่า….คิดบวกแล้วโลกทั้งโลกจะโอบกอดคุณ เชื่อ Timmy นะ”

เผยแพร่โดย

TIMMY BUTO

TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป