นินจาเลือดซามูไร บทที่ 18

จดหมายทวงสิทธิ์จดหมายทวงสิทธิ์ นิยาย เรื่อง อูคาชิ เซดะ นินจาเลือกซามูไร บทที่ 18

จดหมายทวงสิทธิ์

นับตั้งแต่คุณชายน้อย อูคาชิ เซดะเข้ามาอยู่ในบ้านมินาโมโต ซากุระต้นใหญ่หน้าบ้านก็เบ่งบานมากกว่าทุกๆ ปี และปีนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 3 ดอกสีชมพูขาวก็ยังแข่งกันบานสะพรั่งขาวโพลนไปทั้งต้น จนทำให้ฟูจิกาว่าอดคิดถึง 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ได้ ครั้งแรกเมื่อเขากลับจากสนามรบมาพร้อมกับยามุดะ ครั้งนั้นเขากลับมาพร้อมกับความรักและความงาม ครั้งที่ 2 กับภาพในวันสุดท้ายของมินาโมโต โคทาโร่ก่อนสงครามมหาเอเชียบูรพาจะพรากเขาไป จนกระทั้งวันนี้สงครามที่เกิดขึ้นก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลงในเร็ววัน ความทุกข์ยากแสนเข็นกำลังแผ่กระจายคล้ายโรคระบาทไปทั่วทุกๆหย่อมหญ้า แต่บ้านมินาโมโตก็ยังมีโชคอยู่บ้าง เมื่ออยู่ๆสวรรค์ก็ประทานหลานชายที่เหมือนบุตรของตัวเองมาให้  รอยยิ้มจึงไม่จางหายไปซะทีเดียว แต่ความเหมือนที่ต่างเวลาของคนทั้ง 2 กำลังทำให้เขาเป็นกังวล เพราะนับวันพรสวรรค์พิเศษเยี่ยงชิโนบิในตัวเซดะจะฉายแววออกมาให้ฟูจิกาว่าเห็นมากขึ้น เขาเคยผ่านความสูญเสียมาแล้วครั้งหนึ่งและจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 …ฟูจิกาว่าให้สัญญากับตัวเองอย่างนั้น

“ข้าจะไม่มีวันเสียเซดะให้กับนินจากลุ่มไหนอีก…ข้าให้ปฏิญาณต่อบรรพบุรุษของมินาโมโตทุกๆ คน”

“คุณท่านเจ้าคะ…มีจดหมายจากอูคาชิซังเจ้าค้า…” เสียงแม่บ้านดังขึ้นจากหลังประตูบานเลื่อน เงาของนางก้มศีรษะลงจรดพื้นหลังพูดจบ

“เอาข้ามาให้ข้าโดยเร็ว”ฟูจิกาว่าสวนกลับ ไม่มีเสียงตอบ มีเพียงเงารางๆ ผ่านผนังก้มศีรษะลงจรดพื้นเป็นครั้งที่ 2 ก่อนประตูบานเลื่อนจะเปิดออก นางลุกเดินซอยเท้าสั้นๆไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาไขลานเข้ามานั่งลงและเดินเข่านำซองจดหมายสีน้ำตาลมายื่นให้

“เจ้าออกไปข้างนอกก่อน” ฟูจิกาว่าสั่ง นางจึงก้มศีรษะลงจรดพื้นและลุกเดินเป็นตุ๊กตาไขลานกลับไปนั่งลงที่เดิม

ถึงมินาโมโต ฟูจิกาว่า

                ก่อนอื่นข้าต้องขอขอบคุณที่มินาโมโตให้เกียติกับอูคาชิ ทั้งๆ ที่ท่านสามารถเปลี่ยนแปลงคุณชายน้อยของเราให้เป็นคุณชายมินาโมโตได้แต่ท่านก็ไม่ทำ เราอูคาชิซึ้งในน้ำใจท่านเป็นอันมาก

                ข้ามีข่าวไม่ค่อยดีอยากจะเตือนให้ท่านได้ระวังตัว อย่างที่เรารู้ๆ กัน คุณชายน้อยเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์พิเศษเยี่ยงชิโนบิ  ตามจารีตของชิโนบิโนะโมโนะจะถือว่าคุณชายน้อยเป็นสมบัติที่มีค่ายิ่งสำหรับชิโนบิทุกๆ กลุ่ม เขาเกิดมาเพื่อเป็นอาวุธแห่งโลกมืด ฟูจิกาว่าเวลานี้พวกนอกรีต นำโดย ยูกาว่า ชิการุ และพวกชิโนบิหลังเขาโคงะก็ต่างพยายามตามล่าตัวคุณชายน้อยอยู่ เรารู้สึกเป็นกังวลกับเรื่องนี้ จึงได้ส่งจดหมายมาเตือนท่านในฐานะมิตร เพื่อหาทางออกร่วมกัน 

                                                                                อูคาชิ  เค็นจิ

ฟูจิกาว่านั่งอ่านจดหมายด้วยใจคอไม่สู้ดีนัก  หนทางที่จะป้องกัน เซดะ ให้พ้นจากพวกนินจาทั้งสองกลุ่มมันยากเกินกำลังที่มี

“ภัยจากนินจาก็ต้องป้องกันด้วยนินจา…ข้าต้องอาศัยพวกเจ้าแล้วละอูคาชิ”ฟูจิกาว่าพึมพำพร้อมกับหยิบแผ่นกระดาษที่วางอยู่ใกล้ๆมาเขียนจดหมายตอบกลับในนาทีนั้น

“คัทซึตะคุงให้คนนำจดหมายฉบับนี้ไปยังหุบเขาอิงะโดยด่วน”ฟูจิกาว่าออกคำสั่งในขณะที่ยืนอยู่หน้าบ้าน

“อูคาชิ…”ซากาโตะ คัทซึตะรับจดหมายอย่างงงๆ ฟูจิกาว่าพยักหน้า แต่คัทซึตะก็ยังยืนพินิจพิจารณาจดหมายในซองสีน้ำตาลอยู่นาน“เราไม่รู้ทางเข้าหมู่บ้านอิงะ”

“ขอเพียงเจ้าไปให้ถึงป่าฮานะ ตรงช่องเขาคุโระอิสีนิลสัญชาตญาณนินจาจะออกมารับจดหมายเอง”ฟูจิกาว่าอธิบายตามความเข้าใจส่วนตัว

“ถ้าแบบนั้น ท่านก็อย่าได้เป็นกังวล ข้าจะรักษามันด้วยชีวิต”ซากาโตะ คัทซึตะรับคำสั่งเสียงดัง เขาอัดมันเข้าไปในพกเสื้อ และม้าเร็ว 4 ตัวก็นำพวกเขาหายลงเนินเขาไปในนาทีนั้น

……….

และวันที่คาดหวังก็เป็นจริง

การเดินทางมาของอูคาชิ เค็นจิในอีกสัปดาห์ต่อมา มีความหมายกับทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง  มินาโมโต ฟูจิกาว่าหายใจได้โล่งขึ้นเมื่อเห็นพวกเขาไม่ขัดข้องในข้อเสนอ  และอูคาชิ เค็นจิเองก็มีความหวังกับแผนการที่ถูกวางเอาไว้ตั้งแต่แรกมากขึ้น…

“ขอคารวะ มินาโมโตซัง” อูคาชิ เค็นจิกับนินจาที่ติดตามมาด้วย 10 คน นั่งลงกับพื้นในเรือนน้ำชา

“ข้ายินดีที่สุด…และต้องขอบใจพวกเจ้ามาก ที่คอยแจ้งความเคลื่อนไหวของพวกนอกรีตให้รู้โดยตลอด” ฟูจิกาว่าเอ่ย เขาส่งสัญญาณให้คนใช้ที่นั่งอยู่ด้านนอกเร่งนำเครื่องดื่มเข้ามา โดยมีสาเกที่ได้มาจากโอซาก้ารวมอยู่ด้วย

“เป็นเกียติของ อูคาชิ มากกว่าที่ท่านให้การอุปการะ คุณชายน้อยของพวกเรา” เค็นจิกระแซะเป็นเชิง กระนั้นเขาก็ต้องระมัดระวังทุกๆคำที่อาจจะสร้างความขุ่นเคือง

“ท่านสบายดีนะ ท่านปู่” เซดะทักเค็นจิด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบดุจหิน เค็นจิอมยิ้มพิจารณาเด็กชายวัย 8 ขวบที่นั่งอยู่ด้านหลังฟูจิกาว่าด้วยสายตาที่พึงพอใจ

“ช่างเหมือนกับ…พ่อ…พ่อเขาเหลือเกิน…ข้าอดคิดถึง โค ทา โร่ไม่ได้” เสียงเค็นจิพูดติดๆ ขัดๆ เขาก้มต่ำเหมือนอยากจะสกัดกั้นไม่ให้ความรู้สึกเดิมๆ เกิดขึ้นในเวลานี้

“ใช่ เขาเหมือนพ่อเขา ทั้งร่างกาย และจิตใจ…เจ้าตอบรับในสิ่งที่ข้าเสนอแล้วใช่ไหม” ฟูจิกาว่าถาม เซดะได้ยินฟูจิกาว่ากำลังจะคุยเรื่องที่เป็นความลับเฉพาะ เขาจึงหันหลังจะลุกออกจากห้อง…แต่

“เซดะ….เจ้าไม่ต้องไปเพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าโดยตรง” ฟูจิกาว่าหันไปบอก เซดะจึงนั่งลงที่เดิม ซึ่งดูเหมือนเขาเองก็ต้องการจะให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว

“ใช่แล้วละ คุณชาย”เค็นจิสมทบขึ้นอีก

“ข้าว่าสีหน้าของเจ้าต้องมีเรื่องอะไรที่มากกว่าในจดหมายอย่างแน่นอน” ฟูจิกาว่าทัก แต่เค็นจิกลับก้มหน้าเงียบ “หากเป็นเรื่องส่วนตัวก็ไม่เป็นไร…โอฟูริ นำสาเกเข้ามาเพิ่มอีก”

“มิได้หรอก…ข้าเพียงแต่หนักใจกับพวกนอกรีต เพราะหลังจากที่แยกตัวออกไป พวกมันก็ได้นำความสามารถของชิโนบิไปใช้ในทางที่ไม่สมควร ยูกาว่ากำลังนำความเป็นชิโนบิสู่หายนะ  จนข้าขยะแขยงที่จะเอ่ยถึงคนพวกนั้น…” เค็นจิหยุดกลืนน้ำลายลงคอ “เวลานี้พวกนอกรีตกลายเป็นนักฆ่ารับจ้างไม่ต่างอะไรกับโจรสลัดช่องแคบทะเลเกาหลี…ใครมีเงินงานก็เดิน…ใครมีทองให้งานก็รุ่ง อุดมการณ์ของชิโนบิโนะโมโนะ…ดูเหมือนพวกมันจะลืมหมดแล้ว” เขาหยุดพูดและปล่อยลมหายใจออกมายาวๆ 2 ครั้ง “หลายปีมานี้สวรรค์คงเห็นพฤติกรรมนอกรีตของพวกมันถึงไม่ยอมส่งผู้มีพรสวรรค์พิเศษเยี่ยงบรรพบุรุษไปให้  พวกมันเลยหวังจะเอาตัวคุณชายน้อยไปใช้งาน ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนพยายามลอบสังหารหลายครั้ง” เค็นจิหยุดพูดชำเลืองไปที่เซดะ เซดะพยักหน้าให้อย่างเห็นด้วย “ข้ารู้สึกเจ็บปวด…” พูดจบเค็นจิก็ยกถ้วยเหล้าสาเกขึ้นดื่มจนหมด

“อื้อ!…”

“มินาโมโตซัง…” เค็นจิพูดต่อและพยายามกดเสียงให้ปกติ “ข้าเกรงว่าสักวันหนึ่งความอยากรู้อยากลอง ตามวัยหนุ่มของคุณชายจะนำมาซึ่งภัยแก่ตัวเขา…เออข้าเลยอยากจะขอความเห็นจากท่าน” เค็นจิใช้ความพยายามพูดประโยคสุดท้ายด้วยอาการที่ลำบากเต็มกลืน เขาก้มหน้าที่เริ่มแดงและซดเหล้าสาเกที่โอฟูริพึ่งจะรินให้จนหมดอีกเป็นครั้งที่ 2

“ว่ามาเลย…ข้าไว้ใจเจ้า” ฟูจิกาว่าตอบกลับอย่างไม่เคลือบแคลง

“คือข้าว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องให้คุณชายน้อย ได้เรียนรู้ทุกอย่างที่เป็นศาสตร์ของชิโนบิโนะโมโนะ” เค็นจิกดเสียงต่ำลง ฟูจิกาว่าหน้าแดงขึ้นมาทันที เขาวางถ้วยสาเกที่ยังไม่ดื่นลงที่เดิมจนเกิดเสียงดัง

“ว่าอะไรนะ!…”

“เพื่อ…เอ่อ เพื่อจะได้เป็นภูมิคุ้มกันตัวคุณชายน้อยเอง…มิฉะนั้นแล้ว ข้าเกรงว่าคุณชายอาจจะหลงกลพวกนอกรีตหรือไม่ก็พวกหลังเขาโคงะเข้าสักวัน” เค็นจิกัดฟันพูดจนจบ

“มันนอกเหนือจากสิ่งที่ข้าต้องการ…” ฟูจิกาว่าตะคอก จนหลายคนในห้องเงียบกริบ และความเงียบที่เข้ามากั้นกลางนี้เองที่ทำให้ฟูจิกาว่าใช้ไตร่ตรองจุดประสงค์ที่แท้จริงของอีกฝ่าย ก่อนจะหันไปพูดกับคนที่นั่งนิ่งอยู่ด้านหลัง “แต่เอ่อ…แล้วเจ้าว่าไงละ เซดะ”

“ข้าเห็นด้วยกับท่านปู่เล็ก…เพราะหากข้าไม่รู้สิ่งที่อยู่ในตัว เห็นทีข้าต้องไปเรียนรู้จากพวกมันกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นแน่” คำตอบของเซดะเกินวัย 8 ขวบขึ้นไปหลายปี ทำให้เค็นจิเผยยิ้มที่ไม่อาจปกปิดออกมาเงียบๆ

“ถ้าเป็นแบบนี้…ข้าเองก็ไม่ติดใจอะไร แต่เขาจะต้องชำนาญทั้งศาสตร์ซามูไรและชิโนบิไปพร้อมๆกัน…” ฟูจิกาว่าต่อลอง “เจ้าเหมือนพ่อของเจ้าจริงๆ เซดะคุง”

“ข้ารับรอง…และขอบคุณอีกครั้งที่เข้าใจ…คนของข้าจะมาคุ้มกันให้คุณชายที่นี้ 10 คนรวมทั้งไชอินาริ โนอานหลานข้าด้วย”

“โนอาน…ข้าคิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นเจ้า…ข้าจำได้” เซดะแทรกและยิ้มกว้างไปให้เด็กชายตัวอ้วนใหญ่วัยใกล้เคียงกับเขาที่นั่งนิ่งอยู่หลังสุด

“ข้าก็อยากจะมารับใช้คุณชายตั้งแต่ครั้งที่เราเจอกันที่วัดไรอันจิแล้วละ” โนอานพูดเสียงใหญ่สมกับตัว

“ไม่มีปัญหา…ขอเพียงเซดะปลอดภัยถึงมากกว่านี้มินาโมโตก็เลี้ยงได้ แต่หน้าหนาวคงลำบากกันหน่อย เพราะเสบียงส่วนหนึ่งเราต้องส่งเข้าคลัง…บ้านเมืองอยู่ในช่วงสงครามก็อย่างนี้” ฟูจิกาว่าเปรยๆสายตาของเขากวาดมองไปยังอูคาชิที่นั่งอยู่ทุกคน

“ไม่เป็นไร…เพราะชิโนบิอย่างเราไม่นิยมเนื้อสัตว์และพืชกลิ่นฉุนอยู่แล้ว พวกเราช่วยเหลือกันเองได้”

“คนของข้าเตรียมบ้านรับรองเอาไว้ด้านหลัง แต่เค็นจิ เจ้าจะต้องนอนติดกับห้องเซดะคุง” ฟูจิกาว่าย้ำเสียงหนักแน่น เขายกเหล้าสาเกที่เหลือดื่มจนหมดแล้วจึงถอนหายในออกมาอย่างโล่งอก

“ขอบคุณ มินาโมโตซัง”

“ข้าเองต่างหากที่ต้องขอบใจเจ้า…เค็นจิคุงฮาๆ…มาดื่มต่ออีกถ้วย”

……….

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาอูคาชิ เค็นจิ ไชอินาริ โนอานและนินจากว่า 10 คนก็สับเปลี่ยนเข้ามาป้องกันคุณชายน้อยที่บ้านมินาโมโตไม่ขาดสาย เค็นจิให้โอสุเกะ ฮิเดะมาถ่ายทอดศาสตร์วิชาที่เขาชำนาญเป็นครั้งคราว ไม่นานนักเซดะก็สามารถพรางตัวจนไม่เหลือเงาในแสงเวลากลางวัน เวลาเดียวกันเขาก็สามารถถอดกายทิพย์หลอกศัตรูได้ไม่ต่ำกว่า 10 ร่างพรางในเวลาไม่ถึงปี

(คุณชายน้อยของข้า เจ้าช่างเหมือนพ่อไม่มีผิด หากพวกนอกรีตได้ตัวไป อูคาชิคงจะเหลือเพียงชื่อในตำนานเป็นแน่) เค็นจิคิดและไม่ลืมที่จะสกัดกั้นไม่ให้อีกฝ่ายเข้าถึง และเวลาแค่ปีเดียวเค็นจิก็เป็นอีกคนที่ฟูจิกาว่าไว้วางใจ รวมถึงเรื่องส่วนตัวบางเรื่องด้วย

“อูคาชิซัง…มีจดหมายถึงฟูจิกาว่า” เสียงสาวใช้ที่ติดตามมาจากหุบเขาอิงะดังขึ้น นางคลานเข้ามาพร้อมกับจดหมายในซองสีน้ำตาล

“จดหมายจากโคทาโร่…คุณชายของข้า” เค็นจิอุทาน

“ข้าจะเก็บไว้ให้ฟูจิกาว่าเอง…” เขาตอบ แต่แววตากลับมีประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออกซ่อนอยู่

“ต่อไปเจ้าต้องเป็นคนรับจดหมายที่เขียนถึงฟูจิกาว่ามาให้ข้าก่อนทุกครั้ง…เข้าใจไหม” เค็นจิย้ำและบังคับนางด้วยสายตาที่แข็งกร้าวอีก

“ได้เจ้าคะ…” นางรับปากสั้นๆ ด้วยท่าที่เกรงๆ ก่อนจะรีบลุกเดินออกไป…เค็นจิถือวิสาสะแกะจดหมายฉบับนั้นออกมาอ่านอย่างกระหาย

(คุณชายอูคาชิ แต่งงานแล้ว คุณชายของข้า) เค็นจิยิ้มทั้งน้ำตาที่ไหลพรากอาบแก้ม เขาใช้ความเงียบเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้สึกจนเต็มอิ่มก่อนจะรีบเก็บจดหมายซ่อนไว้ในกล่องไม้สียางสนและไม่ลืมที่จะพลางมันด้วยฝ่ามือจนหายไป

(ไออิคุง เจ้าจะต้องเก็บมันเป็นความลับ…ความลับของคุณชายแห่งอิงะ) เค็นจิใช้เสียงสื่อติดต่อกับอีกคนที่หุบเขาในจังหวัดมิเอะ

(อีก อีก..ไม่นาน นาน ข้า ข้าจะตามไปที่ ที่นั้น)

(อื้อ!)

……….

จงไว้ใจตัวเอง…………….เป็นอันดับแรก

ก่อนจะไปวางใจ………………….คนที่เห็น

อูคาชิ เค็นจิ

……….

เรื่องแนะนำ

TIMMY BUTO

About TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป

View all posts by TIMMY BUTO →