จดหมายจากยมบาล

จดหมายจากยมบาล จดหมายจากยมบาล ธรรมะ จาก ห้องพระ ทรงอาจดอททูเดย์

ถ้าแยกเอาความดีและความชั่วออกจากกัน จะเห็นว่าความชั่วมีมากกว่าความดีหลายเท่า ตัวอย่างของความเดือดร้อนเสียหายและความวิตกกังวลอันเนื่องมาจากความชั่ว ซึ่งเกิดกับส่วนตัวและสังคมนั้นมีมากมายเหลือคณานับ

บุตรชาย บุตรสาวของครอบครัวที่โตเป็นหนุ่มเป็นสาว ก็มีอันตรายในการถูกล่อลวง ผู้เป็นภรรยาก็วิตกกังวลว่าสามีจะไปเที่ยวตามสำนักเริงรมย์หรือไปมีภรรยาน้อย ส่วนผู้เป็นสามีก็อาจวิตกว่าภรรยาของตนจะไปยุ่งกับชายอื่น ในด้านธุรกิจก็อาจได้รับความสูญเสียต่างๆ โดยมิได้คาดคิด วางมาตรการป้องกันการทุจริต มีการป้องกันมิให้ผลิตภัณฑ์ต่ำกว่ามาตราฐาน ป้องกันมิให้คนงานทำงานล่าช้าหรือนัดหยุดงาน ยังมีการแสวงหาผลกำไรมากเกินควรของนายทุน สิ่งต่างๆ เหล่านี้เราจะเห็นว่าไม่มีสิ่งใดเลยที่ไม่มีสาเหตุมาจากความชั่ว

มีเรื่องเล่าจดหมายเตือนจากยมบาล จากหนังสือธรรมบรรยายหลายรส ครั้งหนึ่ง ยมบาลขึ้นนั่งบัลลังก์ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมชายชราคนหนึ่งมาคุกเข่าต่อหน้าศาล

ชายชรา : ใต้เท้าโปรดไว้ชีวิตผมด้วย ยมทูตไปจับผมมาโดยไร้ความผิดผมถูกปรักปรำ ผมยังไม่ได้แบ่งมรดก ผมยัง….(ยมทูตตบโต๊ะปัง!!!)

ยมบาล : หุบปาก เจ้ารู้มั๊ยว่าที่นี่เป็นที่ไหน? ข้าเป็นใคร บังอาจส่งเสียงดังลั่น

ชายชรา : ผม..ผม

ยมบาล : ตอนมีชวิตอยู่เจ้าก่อกรรมชั่วไว้มากมาย จะต้องลงโทษเจ้าอย่างหนัก ข้าจะถามเจ้า เจ้าต้องตอบมาตามตรงนะ

ชายชรา : ผม…ยอมบอกตามตรง แต่ว่า…เมื่อผมบอกตามตรงแล้วใต้เท้าโปรดเมตตาผมด้วยนะครับ

ยมบาล : ตอนมีชีวิตอยู่ เจ้าโกงเงินบำนาญของหญิงชราข้างบ้าน มาตบแต่งสวนดอกไม้ของเจ้า มีไหม?

ชายชรา : มีครับ

ยมบาล : ยังมีอีก เจ้าออกทุนให้ไอ้อ้วนค้ายาเสพติดและคนแซ่เกาผลิตยาปลอมมีไหม?

ชายชรา : มีครับ

ยมบาล : เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมเจ้ายังบอกว่าถูกปรักปรำอีก ที่ปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ถึง 76 ปี นับว่าดีเกินไปแล้ว เจ้าหน้าที่ เอาตัวตาแก่นี่ไปลงกะทะทองแดง (ชายชราเมื่อได้ยินจะส่งไปลงกะทะทองแดงก็กลัวจนหน้าถอดสี)

จดหมายจากยมบาล

ชายชรา : เรียนใต้เท้า ตอนมีชีวิตอยู่ผมได้ก่อกรรมทำชั่วแม้ว่าสมควรจะต้องรับโทษ แต่ใต้เท้าครับทำไมท่านไม่เตือนผมแต่เนินๆ เผื่อผมจะได้สร้างบุญกุศลมาไถ่บาปบ้าง

ยมบาล : เหลวไหล!! ข้าได้ส่งจดหมายไปเตือนเจ้าถึงสามฉบับแล้วไม่ใช่เหรอ?

ชายชรา : ไม่มีนี่ ใต้เท้าอย่าล้อผมเล่น ท่านส่งจดหมายสามฉบับมาให้ผมตั้งแต่เมื่อไหร่?

ยมบาล : ตาแก่นี่กลัวจนเลอะเลือนใหญ่แล้ว เจ้าตั้งสติให้ดีก่อนแล้วข้าจะถามอย่างละเอียดอีกที…ข้าขอถามเจ้า เจ้าเริ่มใส่แว่นตาคนแก่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ชายชรา : ผมคิดดูก่อน…นึกออกแล้ว ตอนที่ผมอายุ 50 ปี วันหนึ่งขณะที่ผมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกตามัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน วันรุ่งขึ้นจึงไปวัดสายตาซื้อแว่นมาอันหนึ่ง

ยมบาล : ถูกแล้วนั่นก็คือจดหมายฉบับที่หนึ่งที่ข้าส่งไปให้เจ้า ซึ่งเป็นการเตือนเจ้าว่ากำหนดเวลาใกล้เข้ามาแล้ว

ชายชรา : นั่นเป็นจดหมายฉบับที่หนึ่งที่ท่านส่งให้ผมหรือ? แล้วจดหมายสองฉบับหลังท่านส่งให้ผมยังไงล่ะ?

ยมบาล : ในวันที่ลูกสาวเจ้าจัดงานวันเกิดครบรอบหกสิบปีให้เจ้า เพราะเจ้าโลภแทะกินเนื้อไก่ติดกระดูกจนทำให้ฟันหัก ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาฟันของเจ้าก็ค่อยๆ หลุดร่วง จนปัจจุบันฟันเจ้าร่วงเกือบหมดปาก นี่คือจดหมายเตือนฉบับที่สองที่ข้าส่งให้เจ้า แล้วอีกหนึ่งปีต่อมาผมของเจ้าจากดำกลายเป็นขาว จากขาวก็ค่อยๆ ร่วง ร่วงจนเจ้าเป็นคนแก่ที่เกือบจะหัวล้าน หรือว่าจดหมายฉบับที่สามเจ้าไม่ได้รับ เจ้านี่เลอะเลือนจริงๆ เจ้าหน้าที่…เอาตัวไปได้

สัจธรรมความจริง ที่ทุกคนจะต้องได้รับโดยเสมอภาค และยุติธรรมอย่างยิ่ง คือหลักธรรมจริงที่ว่า ทุกคนจะต้องชรา ต้องเจ็บป่วย ต้องตาย ต้องพรัดพรากจากของรัก และต้องรับผลแห่งการกระทำที่ตนเองได้ทำเอาไว้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับกิ่งไม้ต่างๆ ก็จะมีวัฏจักร มีใบร่วงโรย เหลือแต่กิ่งแห้งตายไปเกิดใหม่ วนเวียนเช่นนี้คือความจริง

เพราะความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาวเป็นเหตุให้คนทำชั่วด้วยกาย วาจา และใจ เมื่อพิจารณาอยู่เสมอๆ ย่อมละความมัวเมาหรือทำให้เบาบางลงได้

รวบรวม เรียบเรียง ธรรมะดีๆ โดย พเยาว์

เรื่องแนะนำ

พเยาว์ โมทาน

About พเยาว์ โมทาน

รวบรวม เรียบเรียง บทความธรรมะ ประชาสัมพันธ์

View all posts by พเยาว์ โมทาน →