กระเรียนหลงฟ้า บทที่7

กระเรียนหลงฟ้า7
กระเรียนหลงฟ้า7
อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร Part3

กระเรียนหลงฟ้า7

ค้างคาวผี

รุ่งขึ้นข่าวลือเรื่องค้างคาวผีในห้องสมุดก็แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว หลายคนเชื่อจนไม่กล้าเดินเฉียดเข้าไปใกล้ หลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพยายามผูกเรื่องราวเก่าๆ ที่เป็นตำนานของมหาวิทยาลัยกับเรื่องที่เพิ่งเกิดจนดูขลังขึ้นบัดดล แต่ที่สำคัญ ดาบไผ่ ธารารักษ์ กับ ต้องตะวัน ประภาสกร กลายเป็นบุคคลในข่าวที่โดนวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้ไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่าพวกเขาเป็นฮีโร่ บ้างก็มองว่าพวกเขาเป็นตัวปัญหา

…ไม่มีสรรพสิ่งใดในโลกจะสมบูรณ์แบบจนไร้คนติฉิน มีด้านดีก็ย่อมมีด้านชั่ว มีเงามืดก็ย่อมมีแสงสว่างอยู่คู่กัน…

แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้สนใจ สิ่งเดียวที่พวกเขาคิดหนักคือการถูกไล่ล่าจากพวกปลิงลมสันดานหนอนแบบเข้มข้น นับวันจะยิ่งทวีรุกหนักจนเผลอคิดว่าตัวเองเป็นแมวที่กำลังถูกไล่จวนจะจนตรอก  ร่างที่โผจากเงาสู่เงา จาก 2 ก็เพิ่มเป็น 3 , 4 , 5, มีให้เห็นแทบทุกวัน

(…ข้าจะปลุกเจ้าขึ้นมาเพื่อเผชิญหน้ากับพวกมัน) ยังเป็นคำพูดของชายชราในชุดกิโมโนสีขาว ที่คอยแทรกขึ้นทุกครั้งที่พวกปลิงลมสันดานหนอนแสดงตัวให้เห็น

“ชิ!…มันอยากดัง…อยากมีบอดี้การ์ดแบบเดียวกับคุณชายเดอร์เอ็ม” เสียงถากกางดังขึ้นจากเด็กหลังห้อง มันปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์

“ใช่ๆ…เกาะรถเบนซ์คนอื่นมาเรียนทุกวัน คงจะมีความสุขพิลึก ฮาๆ” อีกคนก็สมทบเป็นลูกคู่

“ทำตัวก็แปลกขึ้นทุกวัน…ยังกะเป็นคุณชายเดอร์เอ็มไปอีกคน…ถุย!”

เหล่านั้นไม่อาจทำอะไรเขาได้ แต่น้ำลายหยดนั้นก็ทำให้ต้องตะวันถึงกับนั่งไม่ติด

“เพื่อนทนได้…แต่กูทนไม่ได้” ต้องตะวันโวยสุดเสียง ดาบไผ่จะห้ามแต่ต้องตะวันกระโดดข้ามโต๊ะไปก่อนแล้ว

“อย่า!…” เขากระโจนตามเพื่อนไปดักไว้

“เจ็บแทนกันด้วย…ฮาๆ”

“คุณชายประภาสกรเจ็บแทน…สงสัยจะเป็นคู่เกย์วะ”

“ไอ้…”  ต้องตะวันจะวิ่งเข้าใส่อีก แต่ดาบไผ่ก็กันเพื่อนเอาไว้ ไม่นานบอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่ด้านนอกก็กรูกันเข้ามา

“เรื่องเล็ก…ไม่ต้องถึงมือพวกพี่หรอก…ผมเอง” พูดจบหมัดแรงเหวี่ยง 360 องศาก็ฟาดเข้าที่ใบหน้าหัวโจก จนมันล้มกลิ้งไปกองกับพื้น

“ขอบ้างเถอะ…” ต้องตะวันเองก็ถวายหมัดเข้าให้อีกคน พวกที่เหลือเตรียมจะกระโจนเข้าตะลุมบอน แต่บอดี้การ์ดก็เข้ามาขวางเอาไว้

“ถ้าคิดจะเรียนร่วมกัน…อย่าปากหมาแบบนี้อีก” เสียงพิเชษย์หัวหน้าห้องปรามเชิงสั่งสอน

“คุณชาย…” อลันเรียกแต่ต้องตะวันยกมือห้ามเอาไว้

“ไม่เป็นไร…ออกไปรอที่โถง”

“ฮายาชิ…อย่าสนเรื่องขี้ปะติ๋ว…ฟังผม มีพวกมันอยู่ที่ตึกใหญ่ 5 คน” ดาบไผ่กระซิบ ทันทีที่เห็นพวกปลิงลมเคลื่อนไหวผิดปกติ

“ครับคุณชาย…ไม่ต้องเป็นห่วง” ฮายาชิ เหลือบมองผ่านหน้าต่างแวบหนึ่ง เขาโค้งคำนับแล้วจึงเดินนำอลันและบอดี้การ์ดออกไป

“โถเอ้ย!…”

“พวกมึงยังไม่หยุดอีกรึ ไอ้สัตว์”

“พอแล้ว…พอแล้ว…มหาลัยเดียวกันยังจะมากัดกันอีก” พิเชษย์ปราบอีกรอบ จนทุกคนต้องกลับไปนั่งนิ่งอยู่ที่ใครที่มัน

“ขอบใจนะต้อง…ที่โกรธแทนฉัน” ดาบไผ่กระซิบแหย่เหมือนอยากกระตุ่นอารมณ์ของต้องตะวันให้เป็นปกติ

“เอ้อ!…นายยิ้ม…นี้เป็นครั้งแรกหรือเปล่า…โอพระเจ้าเราฝันไปชัดๆ” เขากระเซ้าเชิดหน้าสูง

“อยากเห็นอีกไหม…เราสามารถนะ” ดาบไผ่ถามขณะก้มลงไปหยิบคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเปิด

“เรารักนายวะ!…”

ทั้งคู่มองหน้ากันนิ่งๆ สักครู่ก็เป็นดาบไผ่เสียเองที่ทนไม่ได้

“ขนลุกเลย ดูซิ…” เขายกแขนโชว์ ก่อนเสียงหัวเราะของคนทั้งคู่สร้างความไม่พอใจให้เด็กช่างอีกรอบ

“ไอ้!….”

“เงียบไปเลย…”

……….

“…………..มิตรภาพเป็นเพียงความรู้สึกบางๆ

ไม่ต่างจากความรักแต่ลึกซึ้งมากกว่าหลายเท่า

ดาบไผ่ ธารารักษ์

……….

ชื่อฉัน มินาโมโต ยูจีน

ชั่วโมงสุดท้ายในห้องสมุด

“อูคาชิ เซดะ…อูคาชิ เซดะ…อูคาชิ เซดะ” ดาบไผ่กำลังเร่งตรวจดูรายชื่อของนายทหารญี่ปุ่นที่เสียชีวิตในประเทศไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในหนังสือ “สุสานอนุสรณ์สงครามมหาเอเชียบูรพา” อย่างขะมักเขม้น โดยมีต้องตะวันนั่งหัวเราะอย่างได้อารมณ์อยู่กับข่าวลือที่ออกจะเกินจริงหลายขุม

“ฮา ฮ่า ฮ้า ฮา ค้างคาวผีนักอ่าน..นายเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนหรือเปล่า…ผีนักอ่าน ฮา ฮ่า “

“ต้อง…นายคิดอย่างไรกับไหมจีน” อยู่ๆ ดาบไผ่ก็โพล่งถามเรื่องนี้ขึ้นมา น้ำเสียงจริงจังหยุดเขาได้ทันที

“ทำไม?…นายชอบเธอเหรอ” ต้องตะวันถามกลับพลางยักไหล่ในแบบของเขา

“…ตอบมาก่อน”

“อื้อ!…ไม่รู้นะ…ชอบมั่ง…เอ้!…ไม่ๆ…เอ็นดู เออใช่…เอ็นดูเธอมากกว่า เหมือนน้องสาวนะ” ต้องตะวันตอบอย่างคนวัดใจตัวเอง

“น้องสาวนายเดินมานั้นแล้ว” ดาบไผ่ยืนใบหน้าเข้าไปกระซิบ ต้องตะวันหันขวับตาม

“จีน…” พลางลุกขึ้นเดินปรี่เข้าไปหา

“หวัดดี จีน…”

“อื้อ……หวัดดีพี่ต้อง พี่ไผ่” เธอทักทายสั้นๆ ก่อนจะเดินไปหอบหนังสือมานั่งรวมกับพวกเขา

“จีน…เธอไม่กลัวผีนักอ่านหรือ…อ่านไป อ่านมามันอาจจะเข้าสิงเธอก็ได้นะ” ต้องตะวันเปิดฉากขู่

“จีนกำลังเร่งทำรายงาน…พรุ่งนี้ถึงจะมีเวลาขำ ขอโทษทีนะคะ…” เธอโต้กลับเสียงขุ่น จนดาบไผ่ที่นั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับหลุดขำ

“แล้ววันนี้พี่ไผ่ กับพี่ต้องมาหาอะไรกันหรือคะ”

“ก็นิดหน่อย…ไม่มีอะไรมากหรอก…เดี๋ยวพี่ไปหยิบหนังสือก่อนนะ” ดาบไผ่ตอบเลี่ยงๆ ก่อนจะลุกเดินหายเข้าไปในซอกมุมหนังสือประวัติศาสตร์ ต้องตะวันรู้สึกเซ็งๆ กับมุขแป็ก! ของตัวเองเลยถือโอกาสดึงสมุดพกของเพื่อนมาเขียนชื่อคนที่พวกเขากำลังตามหาจนเต็มหน้ากระดาษ

…อูคาชิ เซดะ    อูคาชิ เซดะ   อูคาชิ เซดะ…

…อูคาชิ เซดะ   อูคาชิ เซดะ    อูคาชิ เซดะ…

…อูคาชิ เซดะ    อูคาชิ เซดะ   อูคาชิ เซดะ…

โดยไม่ทันระวังสายตาของไหมจีนที่กำลังจับจ้องอยู่เลยแม้แต่น้อย…และนาทีนั้นไหมจีนเองก็ต้องชะงักค้าง

“อูคาชิ เซดะ” เธอทวนในท่าทีแปลกๆ จนกระทั้งดาบไผ่เดินกลับมาเห็นเข้าพอดี เขารีบดึงสมุดพกกลับมาจนต้องตะวันมองหน้าเหมือนจะไม่พอใจ

“อูคาชิ…เซดะ” ไหมจีนพูดขึ้นลอยๆ เธอละสายตามาจ้องที่ดาบไผ่อย่างคนมีคำถาม

“ไม่มีอะไรครับ…จีน จะกลับหรือยังครับ เอ่อ…วันนี้เราคงต้องกลับเร็วหน่อยเพราะคุณป๋ารออยู่ที่ The M.” ดาบไผ่รีบตัดบทและดันเพื่อนให้ลุกตาม

“คุณป๋า…ไม่ได้…”

“แต่เราต้องไปแล้ว…” ดาบไผ่ขู่นิ่มๆ พลางลากแขนเพื่อนเดินออกมา

“เราไปก่อนนะจีน…จะไปกับเราไหม” ต้องตะวันหันมาถาม

“ไม่เป็นไรคะ…จีนยังทำรายงานไม่เสร็จ…คงต้องอยู่ต่ออีกพักใหญ่ๆ” เธอพูดเรียบๆ แต่ดาบไผ่กลับเห็นแววตาที่กำลังตื่นเต้นสุดๆฉายออกมา

“จีน ระวัง…ผีค้างคาวนะ” ต้องตะวันตะโกนขู่ จนอาจารย์บรรณารักษ์ค้อนด้วยสายตาเข้าให้อีกคน

“ไม่หรอกคะ….บางที จีนเองแหละที่เป็นผีตนนั้น…ฮึ ฮึ” เธอตอบกลับไม่จริงจังอะไร แต่สายตาที่จ้องตามแผ่นหลังของดาบไผ่กลับจริงจังจนน่ากลัว

“พี่ไผ่…คือคุณชายเลือดผสมจริงๆ หรือนี้…” ไหมจีนอุทานเสียงแหบติดอยู่ในลำคอ สักครู่สายตาที่คมยิ่งกว่าคมดาบคาตานะก็มองผ่านกระจกใสตามขบวนรถยนต์ของพวกเขาไป เธอยิ้มอย่างพึงพอใจออกมา ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบหายเข้ามุมห้อง และปรากฏตัวอีกครั้งในชุดพรางสีดำสนิทยืนท้าทายสายตาอยู่บนสันหลังคาของอาคารห้องสมุด

คุณชาย ประโยคสั้นๆ ที่เธอเรียก แต่ดวงตากลับบอกว่ามันมีความหมายยิ่งใหญ่ เธอใช้ความรู้สึกสัมผัสกับภาพสุดท้ายของขบวนรถ สักครู่ร่างในชุดพรางสีดำก็โผวูบบบ…หาย…ทิ้งไว้เพียงไอฝุ่นบางๆ พาดเป็นทางยาวแต่มันก็สลายตัวตามเธอไปในชั่วพริบตา

ชื่อฉัน… มินาโมโต ยูจีน คะคุณชาย

……….

……………..ดวงดาวจะสวยงามได้

ก็เฉพาะในความมืดเท่านั้น……….

มินาโมโต ยูจีน

……….

จบ กระเรียนหลงฟ้า7 (บทที่7)

เผยแพร่โดย

TIMMY BUTO

TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป