กระเรียนหลงฟ้า บทที่10

กระเรียนหลงฟ้า10
กระเรียนหลงฟ้า10
อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร Part3

กระเรียนหลงฟ้า10

แผนยึดใจขั้นที่ 1

ในห้องประชุมลับบนตึกสูงก่อนหน้านี้

“เราประเมินเขาต่ำเกินไป…พรสวรรค์ในตัวเขาเหนือกว่าที่คาดเอาไว้หลายเท่า” ไอซึเกะ นามิ พร่ำ ขณะดวงตาของเธอแดงอักเสบทั้ง 2 ข้าง จนต้องยอมนั่งก้มหน้าเหมือนจำนนท์ต่อคู่กัดอย่างฮิโยชิ  “ตาฉันคงสู้แสงไม่ได้อีกหลายวัน…ดูซะ นี่คือผลงานจากเขา” และเธอก็เงยหน้าขึ้นมาโชว์ให้ชายคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเห็น…แต่สำหรับ นาธาร ยูกาว่า เขากลับนั่งอมยิ้มตาลอยอย่างคนกำลังสมหวัง…

“นั้นนะเป็นข่าวดี…ดีที่สุดสำหรับเรา” เขาพูดและพยายามจะควบคุมความตื่นเต้นไม่ให้หลุด “ฮาๆ…ดี ดีที่สุด…เธอทำงานได้ดีมาก นามิจัง…” เขาลุกเดินหัวเราะลั่นไปทั่วห้องก่อนจะหยุดหน้าของหญิงสาวอีกคน “ส่วนเธอ…” และหยุดแสยะมุมปากใช้มือเชิดคางของยูจีนขึ้นพร้อมกับยื่นใบหน้าที่ยากจะคาดเดาเข้าไปใกล้ๆ… “มันเป็นข่าวดีใช่ไหม…หญิงยูจีน” น้ำเสียงยียวนทำเอายูจีนถึงกับสะบัดหน้าหนี “ฮาๆ…” เขาระเบิดเสียงหัวเราะเดินไปหยุดที่ผนังกระจกบานใหญ่ “เขาคือสมบัติที่มีค่ายิ่งสำหรับเรา…จิตวิญญาณของชิโนบิและซามูไรได้อุบัติขึ้นอีกครั้งแล้วจริงๆ…นั่นแสดงว่าบันทึกลับคุณชายมิใช่แค่นิทานของคนเผาถ่าน…เขาคือสมบัติของเรา…เขาเกิดมาเพื่อเรา” นาธารย้ำ 2 ประโยคสุดท้ายแน่นๆ แต่หญิงสาวที่ชื่อยูจีนกลับแสยะยิ้มพร้อมกับพ่นหางเสียงไม่สบอารมณ์ใส่เบาๆ “ชิ!…”

“แววตาที่มีพลังมหาศาลของเขาเกือบฆ่าฉัน…”

“ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้จักตัวตน…และไม่รู้จักวิธีใช้มันด้วยซ้ำ” ยูจีนเสริม…แต่ก็ไม่วายมองแผ่นหลังของนาธารอย่างเหยียดๆ

“คุณทำเต็มที่แล้วหรือ…นามิจัง” สึเดโอะ ฮิโยชิ ชายร่างอ้วนที่สวมแว่นตากลมเล็กๆ สวนขึ้นอย่างสบประมาท…

“จะบอกอะไรให้นะ…ไอ้หมูเน่าใส่แว่น พรสวรรค์ที่คุณมีไม่ได้แม้เพียงเศษเสี้ยวของเขา…อย่าพยายามอวดพลังอ้วนๆ กับช้างพลายหน่อยเลย…เจ็บตัวเปล่าๆ” นามิย้อนเจ็บๆ ฮิโยชิกัดฟันแน่น  สักครู่เขาก็ลุกขึ้นชี้หน้า

“มันจะมากไปแล้วนะ…นังปิศาจ”

“ทำไม…ไอ้หมูเน่าใส่แว่น…” เธอสวนทันควันเช่นกัน ยูจีนอมยิ้มแอบสะใจลึกๆ แต่เธอก็เลือกจะก้มหน้าขำในอาการของเขาต่อไป

“พอกัน…ทั้งคู่” นาธารปราม เขาเดินกลับไปนั่งที่เดิม แต่คนทั้งคู่ยังยืนนิ่งจ้องตากันไม่กระพริบ

“พอๆ ได้แล้ว…พวกคุณเป็นชิโนบินะ มิใช่สุนัข…เอ้! หรือคิดว่าใช่” นาธารห้ามแกมยุส่ง แต่ก็ไม่วายจะวาดหางตาในประโยคสุดท้ายไปตกที่ ไอซึเกะ นามิ เหมือนอย่างที่เคยทำมาตลอด “ชิ!…” เขาสะบัดปลายเสียงใส่อย่างไม่มีเหตุผล

“เท่าที่ผมสัมผัส ผมคิดว่าเขากำลังชอบคุณอยู่นะ…นามิจัง” ชายที่ชื่อ ยูโอริ ทานากะ ที่นั่งติดกับ ฮิโยชิ พูดเย้าแต่น้ำเสียงที่ส่อกวนประสาททำเอา 2 สาวที่นั่งอยู่ติดกันถึงกับหันขวับจะเล่นงานเขาอีกคน

“อย่านะ!…พวกคุณกำลังจะทำให้ผมหลับ…” เขาตะโกนเสียงหลงก่อนจะล้มกลิ้งแล้วนอนแน่นิ่งไปกับพื้น

“พอได้แล้ว นามิจัง…” นาธารปราม “ผมว่าเราน่าจะเอาจุดนี้ เพื่อต้อนเขาให้จนมุม”

“แต่ดิฉันว่า…คนอย่างเขา คงต้องใช้เวลาเป็นปี กว่าจะยอมจนมุมด้วยเหตุผลง่ายๆ” ยูจีนแทรกด้วยท่าทีนิ่งสงบ

“นึกออกแล้ว…ถึงแม้เราจะไม่สามารถควบคุมตัวเขาได้ แต่เพื่อนเขาสามารถช่วยเราได้” ไอซึเกะ นามิ เสนออย่างคนมีแผนการ

“นามิจัง!…” ยูจีนอุทานเสียงหลง

“อย่าบอกนะว่ากำลังหมายถึง…ลูกชายไอ้ป๋า The M” นาธาร ยูกาว่า เอ่ยต่อประเด็น

“คะ…อันที่จริงเรากับ…ไอ้พวกถือความดีอาบยาพิษเป็นอาวุธก็ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งถึงขั้นแตกหัก…เราทั้งสองกลุ่มต่างถ้อยที่ถ้อยอาศัยกันมาตลอด ถ้ายูกาว่าซังจะขอความร่วมมือจาก…”

“ไม่ได้นะคะ…เขากำลังจะเป็นประธานในการจัดงานแสดงเพชรที่กำลังจะเกิดขึ้น หากมีเรื่องกับลูกชายคนเดียวของเขาละก็ งานทั้งหมดอาจจะล้มได้” ยูจีนรีบคัดค้านตัวโก่ง

“ไม่หรอกหญิงยูจีน…หากล้ม…เขาเองนั้นแหละที่จะต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับคู่สัญญาจากทั่วโลก ไม่ต่ำกว่าเท่าไรดีนะ…หมื่นล้าน หรือแสนล้าน อ้อ!…อีกอย่างเฉพาะเพชรสีน้ำเงินที่ชื่อ “หัวใจราชินี” จากเกาะอังกฤษเม็ดเดียวก็ไม่ต่ำกว่าพันล้านเข้าไปแล้วนะ…” ไอซึเกะ นามิ วาดภาพให้ทุกคนคล้อยตามเป็นฉากๆ

“ถ้าลูกชายของเขาหายไปก่อนงานจะเริ่ม ระบบรักษาความปลอดภัยคงจะยิ่งเข้มงวดกว่าเดิมหลายเท่า…และงานของเราก็จะลำบากตามไปด้วย”

“แน่นอนคะ…คุณโจ…มีงานแสดงเพชรที่ไหนบ้างที่เขาจะจ้างยามเพียงไม่กี่คนเฝ้า แต่ว่าหากเราได้ตัวคุณชายมาก่อน…ฉันคิดว่าพรสวรรค์พิเศษที่เขามี…จะช่วยให้งานเราง่ายขึ้น” ไอซึเกะ นามิ แนะต่อ พร้อมกับพยักหน้ายืนยันหมุนไปรอบๆ ห้อง

“อำนาจของเพชรอะโอะอิทำให้ต้องจับมือกับไอ้ป๋านอกคอก…ชิ!อีกแล้วหรือนี้” นาธารพึมพำ ขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์มือถือของไอซึเกะ นามิ ก็ดังขึ้นนาทีนั้น

“ยูกาว่าซัง…ลูกชาย The M…ดิฉันต้องการมติรับรอง…เดี๋ยวนี้!” ไอซึเกะ นามิเร่งตัดสินในขณะที่เสียงเรียกเข้ายังคงดังไม่หยุด ฮิโยชิ และเพื่อนอีก 2 ถึง 3 คนจะคัดค้านแต่นาธารก็ยกมือขึ้นห้าม พร้อมกับพยักหน้ายอมรับ

“มันจำเป็น ก็ต้องยอม” เขาตะเบ็งเสียงแข็งและไม่มีใครกล้าต่อกรอีก

“ขอบคุณ…ทุกคนคะ…ลูกปลากำลังจะหุบเบ็ด ขอความกรุณาเงียบในขณะที่ นิล เออ นามิ คุยสายด้วยนะคะ” เธอพูดและเชิดคอเป็นนางหงส์รับสาย

“สวัสดีคะ”—“……………”

“ขอบคุณคะ นิลกลับถึงบ้านสักครึ่งชั่วโมงได้แล้วคะ”—“………..”

“ขอคิดดูก่อนนะคะคุณต้อง เพราะนิล ต้องทำธุระให้คุณหญิงแม่นะคะ”—“………”

(ทานากะไปเตรียมตุ๊กตาทองเอาไว้) สึเดโอะ ฮิโยชิจิกขำๆ

“คราวหน้า…นิลอยากเจอกับคุณต้องเพียงลำพังจะได้หรือเปล่าคะ เพราะนิลอึดอัดเมื่อมีบอดี้การ์ดคอยล้อมหน้าล้อมหลังนะคะ”—“………”

(สงสัยต้องออสก้าแล้วละคราวนี้…ฮิๆๆๆ) ยูโอริ ทานากะ เล่นต่อ

“แล้ว คุณไผ่ละคะ…คือนิล”—“…………”

“คะ….แต่นิลชอบคนคุยสนุกมากกว่า”—“……..”

“คะ…”—“……..”

“แล้วค่อยนัดกันอีกครั้งนะคะ ว่าแต่คุณไผ่ไม่ได้ยินที่เราคุยกันแน่นะคะ”—“………”

“คะแล้วเจอกันคะ”—“………..”

“บ้า…ที่สุด…คะ” กิริยาในประโยคสุดท้ายทำให้ ไอซึเกะ นามิ หน้าแดงขึ้นมาจริงๆ แต่เธอก็พยายามจะปกปิดมันเอาไว้ได้ทันก่อนสึเดโอะ ฮิโยชิ จะเห็น

“นามิจัง…” นาธารเรียก แต่เธอก็เหมือนยังไม่ได้สติ “นามิจัง…”

ไอซึเกะ นามิ!” คราวนี้ทำเอา หญิงสาวถึงกับสะดุ้ง

“หลงเสน่ห์หนุ่มไทยหรือเปล่านามิจัง…ระวังยางตัวเองหน่อยนะเดี๋ยวจะทำให้ไอ้หนุ่มคนนั้นตายก่อนจะได้ขึ้นสวรรค์ ฮิๆๆ” ฮิโยชิได้โอกาสสับ

“ไอ้หมูเน่าใส่แว่น”

“มันเป็นเรื่องจริง…ไม่มีสวรรค์สำหรับผู้หญิงที่เต็มไปด้วยพิษอย่างเธออยู่แล้ว ฉันพูดผิดตรงไหน สาวน้อยแห่งนิวเคลียร์…ฮึ!”

“พอๆ…เรื่องงานต้องมาก่อน…” นาธาร ยูกาว่า ปราม

“นามิจังนั่งลง…ใจเย็นๆ…ตู๊ด!เท่านั้นแหละที่คอยกัดผู้หญิงไม่เลิก” ยูจีนกระแทกเสียงสุดทนดังได้ระดับ และเกมนั้นก็เปลี่ยนไปทันที

หญิงยูจีน!

“คะ…ดิฉันชื่อยูจีน หญิงไร้สกุลจากอิงะ ไว้เจอกันค่อยทักอีกครั้ง…แต่คืนนี้ดิฉันขอตัว” เธอลุกขึ้นพูดเรียบๆ พร้อมกับถอนสายบัวงามๆ ในแบบของเธอให้ สึเดโอะ ฮิโยชิ 1 ดอก “ฉันจำไม่ได้…ฉันจำไม่ได้…นามิจังที่เธอด่าไอ้หมูเน่าใส่แว่นนะหมายถึงใครกันนะ…ฮะๆๆ” ไหมจีนกรอกตากลับมาพูดกับนามิดังๆ ก่อนจะเดินหัวเราะพ้นประตูไป

“หญิง!…หญิง!…ยูจีน!”

“อะไรยะ!เพื่อนสาว…คืนนี้ฉันไม่ได้พกลิปสติกมานะ ไปยืมไอ้หมูเน่าใส่แว่นโน้น… “ฮ่าๆๆ”

“เห็นหงิมๆ ติ๋มๆ…แต่ใช้ได้เลยนะแม่คนนี้…หึๆ” นาธาร ยูกาว่า พึมพำ “ฮึๆ…” เขาหัวเราะตามเธออยู่นานจนทำให้ สึเดโอะ ฮิโยชิ สั่นเป็นผีเข้าข้างๆ ทานากะที่เบลออ้าปากหว๋อเป็นลิงพลาสติก สักครู่ ไอซึเกะ นามิ ก็ลุกเดินถอยหลัง เธอถอนสายบัวให้ฮิโยชิในแบบเดียวกับยูจีนอีกคน “หญิงรอด้วย…ไอ้หมูเน่าใส่แว่นนะ…ฉันหมายถึง…หมายถึง ฮิๆๆๆ” และเธอก็เล่นต่อ ขณะลากส้นรองเท้าหัวเราะร่าตามยูจีนออกไปอีกคน “ฮิๆๆ…อยากจะหัวเราะเป็นภาษาไทย…ฮาๆๆ”

หญิงยูจีน…นามิ…ไอซึเกะนรก!” เสียงกล่นด่าลึกๆ จาก สึเดโอะ ฮิโยชิ ที่หญิงสาวทั้ง 2 ได้ยิน ก่อนพวกเธอจะทิ้งร่างลงจากระเบียงชั้น 84  ประหนึ่งนกรัตติกาลออกโผทะยานจากรังหลับตอนเวลา 23.12 น.

“ฮิ…ฮิ… ฮิโยจัง….หลอนชอบลิปสติกสีอะไรยะ ฉานจะซื้อมาฝาก ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

……….

จงมุ่งมั่นเป็นอย่างแรก…….แลเชื่อใจเป็นอย่างสอง

จะมั่นคงไม่เป็นรอง…ดุจดั่งศร แหวกฟ้ารัตติกาล

ไอซึเกะ  นามิ

……….

จบ กระเรียนหลงฟ้า10 (บทที่10)

เผยแพร่โดย

TIMMY BUTO

TIMMY BUTO

นักเขียน เรื่องจริงอิงนิยาย และเรื่องราวทั่วไป